บทที่ 29 พยัคฆ์โลหิต
ดวงตาของลู่เฉิงเฟิงลุกโชนด้วยความโกรธ เงาร่างหายวับไป พุ่งเข้าใส่งูแบล็กแมมบาอย่างรวดเร็ว
งูแบล็กแมมบาไม่ถอยหลีก ร่างกายที่แข็งแกร่งพองโตขึ้นทำให้เกิดความรู้สึกกดดันอย่างรุนแรง และทันใดนั้นลูกเตะก็ถูกเหวี่ยงไปประดุจแส้อันแหลมคมกวาดไปทางลู่เฉิงเฟิงด้วยเสียงที่รุนแรงทะลุผ่านอากาศ
ร่างกายของลู่เฉิงเฟิงพริ้วไหว เท้าของเขาหยั่งลงไปที่พื้นพร้อมกับโน้มตัวเองไปด้านหลังโดยที่หลังเกือบจะแตะพื้น เขาหลีกเลี่ยงการโจมตีอันรุนแรงและหนักหน่วงของงูแบล็กแมมบาก่อนจะยืดตัวตรงเหมือนสปริงทันทีแล้วง้างหมัดชกเข้าใส่ที่หน้าอกของงูแบล็กแมมบา
“ปัง!”
เสียงปะทะอันรุนแรงดังขึ้นงูแบล็กแมมบากระเด็นถอยไปด้านหลังชนเสาที่ขวางทิศทาง
ลู่เฉิงเฟิงติดตามไปราวกับเงาและเล็งชกเข้าที่หัวของงูแบล็กแมมบาอีกครั้ง
งูแบล็กแมมบาเบี่ยงศีรษะเพื่อหลบหลีกและหมัดนั้นก็ทำให้เสาปูนขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างหลังเขาแตกกระจาย
งูแบล็กแมมบาแทงเข่าโต้อย่างเฉียบขาดแต่กลับถูกหมัดอันรุนแรงของลู่เฉิงเฟิงกระแทกกลับ
ขณะนี้งูแบล็กแมมบาเห็นแล้วว่าลู่เฉิงเฟิงน่ากลัวเพียงใด
หมัดของลู่เฉิงเฟิงนั้นทั้งทรงพลังและรวดเร็วเหมือนห่าฝน งูแบล็กแมมบาทำได้เพียงยกแขนเพื่อปกป้องหน้าอกและหัวของตัวเองโดยไม่สามารถโต้กลับได้เลย
“ปัง!”
หมัดหนักพุ่งเข้าใส่ท้องของงูแบล็กแมมบา งูแบล็กแมมบาคร่ำครวญและรู้สึกเหมือนลำไส้ของตัวเองถูกบิด เขาสั่นด้วยความเ็ป หน้าหูแดง และมีเส้นเืปูดโปนที่หน้าผาก
ทันใดนั้น ลู่เฉิงเฟิงก็จับหัวของงูแบล็กแมมบาแล้วโน้มมันลงมาพร้อมกับตีเข่าสวนเข้าใส่
แต่เมื่อหัวของงูแบล็กแมมบากำลังจะถูกเข่าแทง ทันใดนั้นลู่เฉิงเฟิงก็เบี่ยงตัวหลบไปด้านข้างเร็วราวกับสายฟ้า
แสงเย็นหนึ่งเกือบจะแทงหลังคอของเขาด้วยเสียงที่ตัดผ่านอากาศ ทำให้ขนทั้งตัวของลู่เฉิงเฟิงลุกชูชัน ความรู้สึกเย็นวาบนั้นทำให้เขาขนลุก
ทันใดนั้นเขาก็หันศีรษะไปมอง ดวงตาของเขาหรี่ลงเป็รูปข้าวสาลี
เขาเห็นหลินเจี้ยนหลูที่เซ็กซี่และมีเสน่ห์ในชุดสีแดงกำลังถือดาบเจี่ย*[1]ปลายแหลมแบบจีนโบราณที่เงาวับอยู่ในมือ
‘เป็เธอได้อย่างไร?’
เธอเป็สมาชิกของกลุ่มสิบสองนักษัตรทมิฬงั้นเหรอ?
ลู่เฉิงเฟิงพยายามอย่างหนักเพื่อระงับความใในใจ และถามด้วยเสียงแหบแห้ง “คุณเป็ใคร”
หลินเจี้ยนหลูชักดาบกลับและยิ้มอย่างมีเสน่ห์ “ฉันคืองูแบล็กแมมบาตัวจริง”
ดวงตาของลู่เฉิงเฟิงหดตัวอย่างรุนแรง หลินเจี้ยนหลูกลายเป็งูแบล็กแมมบาเหรอ? นี่คือสิ่งที่เขาไม่เคยนึกถึง
เขาคิดเสมอว่างูแบล็กแมมบาเป็ผู้ชาย
ลู่เฉิงเฟิงจ้องมองไปที่ชายร่างใหญ่ที่เพิ่งต่อสู้กับเขา “แล้วนายเป็ใคร?”
ชายร่างล่ำขยับร่างกายของเขา ปาดเืจากมุมปากแล้วพูดว่า “พยัคฆ์โลหิต”
ลู่เฉิงเฟิงส่ายหัวและหัวเราะ พยัคฆ์โลหิตบอกว่ามาถึงเหยียนเฉิงแล้ว แต่ไม่คาดคิดเลยว่าจะมาร่วมมือกับงูแบล็กแมมบาตอนนี้
หลินเจี้ยนหลูชี้ดาบในมือเธอไปที่ลู่เฉิงเฟิง “ถอดหมวกและหน้ากากออกให้ฉันดูว่าคุณหล่อหรือไม่ ถ้าคุณหล่อ บางทีฉันอาจจะแสดงความเมตตาในภายหลัง”
“อยากเห็นเหรอ?” ลู่เฉิงเฟิงหัวเราะเยาะ “มันขึ้นอยู่กับคุณแล้วว่ามีความสามารถพอรึเปล่า”
“เอาน่า อย่ามั่นใจเกินไป คุณมั่นใจแค่ไหนว่าจะรับมือเราได้หนึ่งต่อสอง?”
ดวงตาของลู่เฉิงเฟิงหม่นหมอง “หากเป็การฆ่าฉันแน่ใจ 100%... แต่ถ้าเป็การเอาชนะเท่านั้นฉันมั่นใจ 90%”
สีหน้าของหลินเจี้ยนหลูและพยัคฆ์โลหิตแข็งค้างก่อนจะมองหน้ากัน ดวงตาของพวกเขาเริ่มเคร่งเครียด
“เหม็นขี้ฟันว่ะ!”
พยัคฆ์โลหิตไม่พอใจ ขยับมือและเท้าก่อนจะพุ่งเข้าใส่ลู่เฉิงเฟิง
หลินเจี้ยนหลูลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วติดตามไปอย่างใกล้ชิด
หมัดของพยัคฆ์โลหิตชกใส่ลู่เฉิงเฟิงราวกับห่าฝน
ลู่เฉิงเฟิงคล่องแคล่วมากสามารถหลบหลีกหมัดที่ซัดเข้ามาเป็ชุดได้อย่างง่ายดาย
“ชิ้ง!!!”
แสงเย็นปรากฏขึ้น
ดาบในมือของหลินเจี้ยนหลูแทงลู่เฉิงเฟิงจากด้านข้างด้วยเสียงตัดผ่านอากาศ
“เคร้ง!” ทันใดนั้นเสียงโลหะกระทบกันก็ดังก้องขึ้นและดาบเจี่ยก็กระเด็นสะท้อนกลับไปทันที
หลินเจี้ยนหลูตกตะลึงพร้อมกับมองไปที่มือของลู่เฉิงเฟิงและพบว่าเขากำลังถือมีดบินขนาดเล็กอยู่ในมือ
“พยัคฆ์ระวังมีดบินของเขาด้วย!”
ความเร็วการโจมตีของพยัคฆ์โลหิตเร็วขึ้น
แต่ทักษะของลู่เฉิงเฟิงนั้นแปลกประหลาดเกิน หมัดของชายร่างกายบึกบึนไม่สามารถทำอะไรลู่เฉิงเฟิงได้เลย
ลู่เฉิงเฟิงพ่นลมหายใจอย่างเ็าพลางหลบหลีกหมัดของพยัคฆ์โลหิต และทันใดนั้นเขาก็ใช้ทั้งหมัด ศอก แข้งและเข่าของเขาให้กลายเป็อาวุธ ระดมซัดเข้าใส่จนพยัคฆ์โลหิตแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงจะป้องกันตัวเอง
เมื่อหลินเจี้ยนหลูเห็นสิ่งนี้ ดาบเจี่ยในมือของเธอก็กลายเป็แสงเย็นเยียบฟันไปทางลู่เฉิงเฟิงด้วยเสียงตัดผ่านอากาศ
“เคร้ง เคร้ง เคร้ง!!!”
เสียงโลหะปะทะกันรุนแรงอีกครั้ง ประกายไฟปลิวไปทุกที่ และแรงปะทะก็ทำให้ดาบเจี่ยในมือของหลินเจี้ยนหลูเกือบจะกระเด็นหลุดมือไป เธอถอยกลับครั้งแล้วครั้งเล่าแขนของเธอชาหนึบ
ในเวลาเดียวกันก็มีเสียงดังปัง! พยัคฆ์โลหิตก็ถูกเข่าอันรุนแรงของลู่เฉิงเฟิงแทงเข้าจนทั้งร่างกระเด็นไปข้างหลัง พยัคฆ์โลหิตกลิ้งบนพื้นไปหลายตลบก่อนที่จะหยุด
เมื่อเห็นเช่นนี้ดวงตาที่มีเสน่ห์ของหลินเจี้ยนหลูก็เปลี่ยนเป็เฉียบคม เธอกำลังจะฟันไปที่ลู่เฉิงเฟิงโดยใช้ดาบเจี่ยในมือ แต่ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกเย็นวาบที่ไหล่ของเธอ เมื่อเธอหันกลับไป ใบหน้าที่สวยงามของเธอก็ซีดเผือด
สายเสื้อที่คล้องไหล่ของเธอถูกตัดออกด้วยมีดบินซึ่งเผยให้เห็นผิวขาวนวลเนียนเป็บริเวณกว้าง
ขณะที่เธอกำลังมึนงง ทั้งแผ่นหลังของเธอก็รู้สึกเย็นะเื ลู่เฉิงเฟิงปรากฏตัวขึ้นข้างหลังเธอโดยฉับพลัน หลินเจี้ยนหลูตอบสนองอย่างรวดเร็ว พลิกข้อมือของเธอและแทงดาบไปที่ด้านหลังอย่างรุนแรง
อย่างไรก็ตาม มันว่างเปล่า!
ทันใดนั้นร่างของเธอก็แข็งค้างเมื่อมีมีดบินแหลมคมจ่ออยู่ที่คอของเธอ
สิ่งสำคัญที่สุดคือมีมือใหญ่ที่เอื้อมไปนวดบั้นท้ายของเธอสองสามครั้งด้วย!
“ผู้หญิงไม่ควรเล่นของมีคมหรือปืนผาหน้าไม้นะจ๊ะ”
หลินเจี้ยนหลูทั้งอับอายและโกรธ ตะคอกอย่างเ็า “แกกำลังพูดถึงปืนนี้หรือเปล่า!”
ขณะที่เธอพูด มือที่ขาวเรียวของเธอก็เอื้อมไปที่หว่างขาของลู่เฉิงเฟิงอย่างรวดเร็ว
ลู่เฉิงเฟิงถอยหลบในทันที หากเขาถูกผู้หญิงคนนี้จับตรงนั้นของเขาได้ เขาคงมีอันตรายถึงชีวิตจริง ๆ!
แต่ทันใดนั้น หลินเจี้ยนหลูก็บิดร่างกายราวกับไร้กระดูกเหมือนงู หลุดออกจากพันธนาการของเขา ในเวลาเดียวกันดาบเจี่ยในมือของเธอก็ตวัดผ่านคอของเขาอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า
ลู่เฉิงเฟิงถอยไปหลายก้าวด้วยความเร็วที่มากกว่าเพื่อหลบการโจมตีที่ร้ายแรงนี้
ดวงตาของหลินเจี้ยนหลูเฉียบคม แต่น้ำเสียงของเธอยังมีเสน่ห์มาก “ไอ้คนตัวเหม็น ถ้าแกกล้าแตะก้นฉันอีกฉันจะสับมือแกทิ้งแน่นอน”
ลู่เฉิงเฟิงยักไหล่และพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ขออภัย ฉันไม่รู้นี่นาว่าคุณไม่อนุญาตให้ฉันััก้นของคุณ เอาเป็ว่ารอบหน้าฉันจะััหน้าอกของคุณก็แล้วกัน”
หญิงสาวยิ้ม “แกจะััมันได้ยังไงถ้าไม่มีมือ?”
ทันทีที่เธอพูดจบ เธอก็โจมตีลู่เฉิงเฟิงอย่างดุเดือด
ทักษะดาบของหลินเจี้ยนหลูนั้นรวดเร็วมาก ดาบแล้วดาบเล่าฟันลงในตำแหน่งสำคัญเช่นหัวใจไม่ก็หัวของลู่เฉิงเฟิง
ลู่เฉิงเฟิงถูกบังคับให้ล่าถอยอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกันพยัคฆ์โลหิตก็ลุกขึ้น โจมตีจากด้านหลัง ลู่เฉิงเฟิงถูกขนาบจากทั้งสองด้าน
ชายหนุ่มเคลื่อนตัวไปทางด้านข้างหลายเมตรราวกับสายฟ้า ทำให้หลินเจี้ยนหลูเกือบจะพลาดแทงดาบใส่พยัคฆ์โลหิต
ลู่เฉิงเฟิงมองดูพวกเขาอย่างใจเย็น “ตอนนี้ฉันจะให้พวกคุณทั้งสองเลือกสองทาง ทางแรกยอมแพ้ซะ ทางที่สองฉันจะฆ่าทั้งคู่”
“เราเลือกทางที่สามแล้วกันคือการฆ่าแก!”
หลินเจี้ยนหลูโจมตีต่อไปด้วยดาบ
พยัคฆ์โลหิตก็ไม่น้อยหน้า กระโจนเข้าใส่ลู่เฉิงเฟิงราวกับเสือล่าสัตว์
ดวงตาของลู่เฉิงเฟิงเ็าและเฉียบคมขึ้น “เช่นนั้น ฉันจะทำให้รู้ก็แล้วกันว่าความแตกต่างของเรามันขนาดไหน!”
ก่อนที่จะจบประโยค ลู่เฉิงเฟิงก็พุ่งออกไปราวกับสายฟ้าแลบ
[1] ดาบเจี่ย หรือ ดาบตั๋ง (จีน: 唐刀; พินอิน: Táng dāo) เป็ดาบเจี่ยโบราณที่ใช้ใน่ราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618–907) มีลักษณะใบดาบเดี่ยว โค้งเล็กน้อย ใบมีดทำจากเหล็กกล้าคุณภาพสูง มีความคมและสามารถตัดได้ดี ดาบเจี่ยถูกใช้ทั้งในาและพิธีกรรม