รถตุ๊กๆ สามล้อคันเขียวขับมาถึงทุ่งขุดบ่อพอดีกับที่พระอาทิตย์อยู่ตรงหัวพอดี โชคเหงื่อซึมแต่ยิ้มกว้าง ขับช้าๆ เพราะกระบะหลังแน่นไปด้วยของ
เขาจอดรถใกล้จุดขุด แล้วเดินไปหาผู้ใหญ่บ้าน (ลุงแก้ว) ที่กำลังเช็ดเหงื่ออยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่
“ลุงครับ งานเป็ไงบ้าง? คืบหน้าเท่าไหร่?”
ลุงแก้วยิ้มปากฉีก โบกมือ “ไม่มีปัญหาหรอกโชคหลาน! ขุดได้ลึกและกว้างพอสมควรแล้ว ทุกคนขยันกันดี เพราะเครื่องมือดีนี่แหละ เอาแบบนี้พอได้มั้ย?”
โชคพยักหน้า “ดีเลยครับ! ขอบคุณลุงมาก” เขาหันไปมองชาวบ้านที่กำลังพักหายใจกันเป็กลุ่มๆ แล้วะโดังๆ “ทุกคนครับ! พักกินข้าวเที่ยงได้แล้ว! ใครอยากกินให้ไปเอาจาน ช้อน หรือใบตองอะไรก็ได้ที่บ้านตัวเองมานะครับ บ้านผมไม่มีพอสำหรับหกสิบคนหรอก 555+ ครั้งหน้าจะมากินข้าวที่นี่ด้วย ตอนเที่ยงก็เอาจานมาด้วย ล้างเอง กินเอง เอามารับของกินตรงนี้เลย!”
ชาวบ้านมองหน้ากัน แล้วหัวเราะกันครึกครื้น เด็กๆ วิ่งกลับบ้านกันเป็กลุ่ม หนุ่มสาวกับผู้ใหญ่ก็แยกย้ายไปเอาถ้วยไม้ ถ้วยดินเผา ใบตองแห้งของตัวเอง
นินกระซิบกับพี่ชาย “พี่โชค... จานช้อนบ้านเรามีไม่ถึงสิบใบจริงๆ ค่ะ”
โอหัวเราะคิก “ใช่ค่ะ! โอไม่เคยคิดว่าจะต้องเลี้ยงคนทั้งหมู่บ้านเลย”
โชคเกาหัวยิ้มแห้ง “ปัญหาอยู่ที่หม้อใหญ่ๆ นี่สิ! ปกติพี่ก็ไม่เคยคิดว่าจะต้องต้มข้าว ต้มกับข้าวให้คนงานขนาดนี้ คิดว่าเลี้ยงสิบคนก็พอแล้ว นี่มาถึงหกสิบคน...”
ลุงแก้วได้ยินเข้าก็หัวเราะ “เื่เล็ก! เดี๋ยวลุงให้ลูกชายไปเอาหม้อใบใหญ่จากบ้านลุงมาให้สักสามใบเลย หม้อที่ใช้หุงข้าวงานใหญ่ๆ น่ะแหละ”
ไม่ถึงครู่ ลูกชายของลุงแก้วสองคนก็หิ้วหม้อดินเผาใบใหญ่ั์มาสามใบ วางเรียงกันใต้ต้นไม้ หม้อแต่ละใบใหญ่พอใส่ข้าวได้เป็กระสอบเลย
โชคยิ้มกว้าง “ขอบคุณลุงมากครับ! งั้นเดี๋ยวพี่กับนิน โอ จะลงมือทำอาหารเลย ซื้อข้าวสารมาเยอะ เนื้อปลา กล้วย ผักป่า มีหมด!”
ชาวบ้านที่กลับมาพร้อมจานช้อน ต่างยืนล้อมรถตุ๊กๆ ที่ของแน่นกระบะ ตาโตกันเป็แถว
“โอ้ย... ข้าวสารตั้งสิบกระสอบ! เนื้อปิ้ง ปลาย่างเพียบ! โชคหลาน... วันนี้เราจะได้กินอิ่มแน่!”
โชคคิดในใจ “ฮ่าๆ... ระบบ วันนี้ใช้ลูกปัดไปไม่ถึงร้อยอันเอง แต่คนงานทั้งหกสิบคนได้กินอิ่มแรง ขุดต่อแน่ๆ ชีวิตโบราณแบบนี้... สนุกชิบหาย!”
เขาหันไปบอกนินกับโอ “มาเลยทั้งคู่ ช่วยพี่ทำข้าวกัน! วันนี้เลี้ยงใหญ่!”