ในขณะนั้น ผลของม้วนเวทมนตร์ค่อย ๆ เลือนหายไป ดวงตาของทูตนรกานต์เริ่มทอประกายสีแดงฉานยิ่งขึ้น แขนทั้งสองข้างมีหนามแหลมงอกออกมามากมาย ทั่วร่างแผ่ละอองหมอกสีขาวบางเบาออกมา
“คราวนี้ค่าความโกรธน่าจะพุ่งทะลุหลอดแล้ว”
ม้วนเวทมนตร์ที่หลินหานเลือกใช้ไม่ใช่ของเกรดสูงอะไร เป็เพียงของระดับพื้นฐานที่พอจะใช้จัดการมอนสเตอร์เลเวลไม่เกินสิบได้เท่านั้น เพราะเป้าหมายของเขาไม่ได้ง่ายดายแค่การสังหารทูตนรกานต์
หากใช้ม้วนเวทมนตร์ราคาสูงลิ่วหลักสิบล้านเหรียญัดารา เขาเกรงว่าจะเผลอซัดทูตนรกานต์ร่างแหลกไปเสียก่อน
ถ้าเป็แบบนั้น การจะล่อให้กลุ่มทหารรับจ้างที่สะกดรอยตามเขาเผยตัวออกมา คงกลายเป็เื่ยุ่งยากขึ้นมาทันที
ตอนนี้ ทูตนรกานต์ราวกับคุ้มคลั่ง มันพุ่งทะยานเข้าหาหลินหานอย่างไม่คิดชีวิต โดยไม่สนใจาแบนร่างกายแม้แต่น้อย ต่อให้หลินหานจะขว้างม้วนเวทมนตร์ใส่เพิ่ม มันก็ยังคงเมินเฉย
‘เข้ามาเลย’ หลินหานบอกในใจเงียบ ๆ
เพียงชั่วครู่ ทูตนรกานต์ก็โผล่มาตรงหน้าของหลินหาน มันง้างหมัดซัดเข้าใส่อย่างรุนแรง หลินหานแสร้งทำทีเป็เอี้ยวตัวหลบ แต่กลับปล่อยให้หมัดนั้นกระแทกใส่ร่างอย่างจังจนกระเด็นไปด้านข้าง
การโจมตีครั้งนี้ หลินหานไม่ได้เปิดใช้งานโล่เวทมนตร์เลยแม้แต่น้อย แต่ใช้ค่าพลังชีวิตรับแรงปะทะเอาไว้ตรง ๆ ข้อความแจ้งเตือนผุดขึ้นในหัวทันที
[ค่าพลังชีวิต -1,800]
มอนสเตอร์ตัวนี้อันตรายทีเดียว กบพิษน้ำแข็งเลเวลสิบในตอนนั้น สร้างความเสียหายใส่เขาได้เพียงแปดร้อยหน่วยเท่านั้น ทว่าหมัดหนัก ๆ จากทูตนรกานต์ กลับซัดค่าพลังชีวิตเขาหายไปถึงหนึ่งพันแปดร้อยหน่วย
เหตุผลที่หลินหานไม่เปิดใช้โล่ป้องกัน เพราะกังวลว่ากลุ่มทหารรับจ้างจะสังเกตเห็นความผิดปกติ เนื่องจากยามเปิดใช้โล่เวทมนตร์ จะมีออร่าแสงกางออกมาอย่างเด่นชัด การระมัดระวังตัวเอาไว้ก่อนย่อมดีที่สุด!
“ลงมือ!”
เมื่อเห็นหลินหานาเ็สาหัส ชายหัวโล้นก็ไม่อาจเก็บอาการได้อีกต่อไป นี่คือจังหวะที่ดีที่สุดในการเก็บทั้งหลินหานและทูตนรกานต์ไปพร้อมกัน
ชั่วพริบตานั้น สมาชิกกลุ่มทหารรับจ้างพากันเผยตัวและลงมือ ชายหัวโล้นพุ่งตรงมายังเบื้องหน้าของหลินหาน ก่อนจะยกเท้าเตะซ้ำเข้าใส่จนร่างกระเด็นออกไป
“หลินหาน นึกไม่ถึงล่ะสิ นี่คือจุดจบของการปฏิเสธไม่ยอมร่วมมือกับพวกเรา” ชายหัวโล้นจ้องมองหลินหานด้วยสายตาโลภมาก
ในความคิดของเขาตอนนี้ สายฮีลเลเวล 10 คนหนึ่งเมื่อโดนโจมตีขนาดนี้ ย่อมหมดสภาพสิ้นแรงจะขัดขืนแล้ว โดยเฉพาะลูกเตะเมื่อครู่ ยิ่งเป็การตัดโอกาสในการตอบโต้ของหลินหานโดยสิ้นเชิง
“แกมันต่ำช้าจริง ๆ !” หลินหานแกล้งทำสีหน้าแค้นเคือง มือกุมจุดที่โดนเตะพลางล้มตัวลงไปกองกับพื้น
“ต่ำช้า?” ชายหัวโล้นหัวเราะลั่น “แกยังไม่เข้าใจสถานการณ์อีกหรือไง ในยุคสมัยแบบนี้ คนที่ยืนหยัดอยู่ได้จนถึงที่สุดถึงจะเป็ฝ่ายถูก จะโทษก็ต้องโทษตัวแกเองที่ไม่รู้จักซ่อนความมั่งคั่งไว้ให้ดี”
หลินหานพูดเสียงเรียบ “แกไม่กลัวว่าถ้าฆ่าฉันแล้ว ขุมกำลังเื้ัของฉันจะไม่ปล่อยแกไว้หรือไง”
“เหอะ ๆ ” ชายหัวโล้นหัวเราะเยาะอย่างแค่นเสียง “คุณชายหลิน นี่มันเวลาไหนแล้วยังจะมาเพ้อเจ้ออีก ที่นี่คือดันเจี้ยนเมืองใต้ดิน ต่อให้พวกฉันลงมือฆ่าแกที่นี่ ใครจะไปรู้ได้ล่ะ อย่าฝันไปหน่อยเลย พอพวกฉันหอบทรัพย์สินของแกออกจากที่นี่ไปแล้ว ใครจะมาสนว่าแกมีฐานะเป็ใคร”
“ต่อให้ขุมกำลังเื้ัแกจะยิ่งใหญ่แค่ไหน พวกเขาก็คงคิดว่าแกสิ้นชื่อเพราะไม่ผ่านภารกิจล่าทูตนรกานต์เท่านั้นแหละ ก็มีคนตั้งมากมายเห็นแกรับภารกิจนี้ไปจากโถงเปลี่ยนอาชีพเองนี่ สายฮีลที่ไม่รู้จักสำเหนียกตัวเอง สุดท้ายก็ต้องมาทิ้งชีวิตไว้ในดันเจี้ยนเมืองใต้ดิน มันก็สมควรแล้ว”
หลินหานฟังแล้วก็หมดอารมณ์จะเสวนาต่อ ทว่าเป้าหมายของเขาลุล่วงเรียบร้อยแล้ว เหตุผลที่เขารอให้ชายหัวโล้นเปิดฉากโจมตีก่อน โดยไม่ลงมือจัดการก่อน นั่นเพราะขอเพียงอีกฝ่ายลงมือก่อน ระบบจะตัดสินให้การกระทำของเขาเป็การป้องกันตัวโดยชอบด้วยกฎหมาย
ทั้งหมดนี้ก็เพื่อหลีกเลี่ยงสถานะติดชื่อแดง หากลงมือฆ่าคนในพื้นที่สาธารณะโดยตรง ระบบจะลงโทษด้วยการติดชื่อแดง ซึ่งจะสร้างความยากลำบากในการเดินทาง และทำกิจกรรมของเขาในอนาคตเป็อย่างมาก ทว่าฝ่ายตรงข้ามกลับโดนความโลภบังตาจนไม่ใส่ใจเงื่อนไขเหล่านี้แม้แต่น้อย
“ลูกพี่ ไอ้เด็กนี่หมดสภาพแล้ว เลิกสนใจมันก่อนเถอะ รีบจัดการทูตนรกานต์ดีกว่า” โจรขโมยในทีมเอ่ยเตือนขึ้น
สมาชิกทหารรับจ้างคนอื่น ๆ พากันเข้าไปล้อมทูตนรกานต์ ตอนนี้ค่าความโกรธบนตัวของทูตนรกานต์ค่อย ๆ ย้ายจากหลินหานไปอยู่ที่พวกกลุ่มทหารรับจ้างแทน
“ตกลง!” ชายหัวโล้นไม่ลังเลอีก
ในเมื่อหลินหานไร้ทางขัดขืนแล้ว การรีบจัดการบอสเพื่อเอาหัวใจนรกานต์กลับไปแลกเงินก้อนโตย่อมสำคัญกว่า แม้มหาเศรษฐีอย่างหลินหานจะกลายเป็เหยื่อในกำมือแล้ว แต่งานตรงหน้าก็ยังมีมูลค่าไม่น้อย
สมาชิกในกลุ่มทหารรับจ้างทุกคนล้วนมีความแข็งแกร่งระดับคลาส 2 ขึ้นไป ต่อให้ทูตนรกานต์จะเข้าสู่สภาวะคลุ้มคลั่ง พวกเขาก็ยังรับมือได้อย่างสบาย ๆ
“ถอยไปให้หมด!” ชายหัวโล้นตวาดลั่น รวบรวมพลังซัดหมัดเข้าใส่อย่างรุนแรง สำแดงพละกำลังของนักรบคลาส 2 ออกมาอย่างเต็มที่
ทูตนรกานต์โดนแรงหมัดมหาศาลซัดจนกระเด็นละลิ่วตกลงไปในหุบเหวลึก
“แค่ทูตนรกานต์เลเวล 12 กล้ามาทำตัวโอหังแบบนี้!” ชายหัวโล้นพูดอย่างดูถูก “ตามลงไปปลิดชีพมันซะ!”
“สมกับเป็ลูกพี่จริง ๆ หมัดเดียวซัดทูตนรกานต์หมอบเลย!”
“แน่อยู่แล้ว ลูกพี่เป็ถึงนักรบ จัดการมอนสเตอร์พวกนี้ใช้แค่มือเปล่าก็พอแล้ว”
“ครั้งนี้พวกเราได้ลาภก้อนโตกลับไปแน่ ๆ ”
คำประจบประแจงจากลูกน้องทำเอาชายหัวโล้นยิ้มร่าอย่างอารมณ์ดี
พฤติกรรมทั้งหมดอยู่ในสายตาของหลินหาน ที่ค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นยืนช้า ๆ บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ โดยที่พวกมันไม่ทันสังเกตเห็นเลยสักนิด
ทันใดนั้น ั์ตาของหลินหานทอประกายวูบไหว ร่ายเวทไร้เสียง พรแห่งทวยเทพทำงาน
มหาเวทต้องห้าม [อาณัติแห่งความเสื่อมทราม] !!!
ขณะที่คนกลุ่มนั้นกำลังหัวเราะต่อกระซิกเตรียมก้าวไปปิดบัญชีทูตนรกานต์ จู่ ๆ คนพวกนั้นก็ชะงักเกร็งไปทั้งร่าง คำพูดที่ค้างอยู่ในคอพลันเงียบหายไปเสียเฉย ๆ
ชายหัวโล้นััได้ถึงความผิดปกติ จึงหันกลับไปมอง “เป็อะไรไป รีบไปจบงานสิวะ”
ทว่าคนเ่าั้กลับยืนก้มหน้านิ่ง ไม่ตอบสนองต่อคำสั่งเลยสักคำ
ทันใดนั้นเอง สมาชิกอาชีพนักฆ่าคนหนึ่งก็พลันตวัดกริชพุ่งเข้าใส่ ชายหัวโล้นตอบสนองไว เบี่ยงกายหลบได้อย่างหวุดหวิด ตวาดเสียงด้วยความโกรธว่า “แกทำบ้าอะไร จะคิดแข็งข้อหรือไง!”
ไม่ทันขาดคำ สมาชิกคนอื่น ๆ ก็พากันชักอาวุธเปิดฉากโจมตีเข้าโอบล้อมชายหัวโล้นทันที ชายหัวโล้นเริ่มตระหนกใ แม้เขาจะเป็นักรบ แต่การโดนยอดฝีมือคลาส 2 หลายคนกลุ้มรุมพร้อมกัน ก็ยากจะรับมือไหว
“ปกติข้าก็ไม่ได้ทำตัวแย่กับพวกแกนะโ้วย! เสร็จงานนี้เมื่อไหร่ พวกเราก็สบายกันหมดแล้ว!”
ต่อให้เขาจะะโเกลี้ยกล่อมอย่างไร คนเ่าั้ก็ยังคงลงมือด้วยสายตาว่างเปล่า
“ถ้าไม่พอใจเื่เงิน งั้นแบ่งเท่ากันเลยเป็ไง ข้าไม่เอาส่วนแบ่งเยอะแล้วก็ได้!”
ชายหัวโล้นถอยร่นไปด้านหลัง ทว่าคนพวกนั้นกลับไม่หยุดพัก ถาโถมการโจมตีใส่อย่างรุนแรงหมายเอาชีวิต
“ในเมื่อพวกแกอยากหาเื่ตาย งั้นก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจ!” ชายหัวโล้นตะคอกด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ คนพวกนี้ถึงคิดหักหลัง แต่หากไม่สู้สุดชีวิต ตอนนี้คงได้กลายเป็ศพเฝ้าดันเจี้ยนแน่