เจ้าพ่อมาเฟียย้อนเวลามาใช้ชีวิตสดใสในรั้วโรงเรียน!

    ตอนที่ 58 ผม! นายวินเทอร์ ขออนุญาตเรียกไปคุยส่วนตัวนะครับ

    "ว่าไงครับพี่ส้ม?"


    "มีข่าวหลุดออกมาว่าทาง LVMH จะปล่อยขายหุ้น 18%"


    "51%" วินเทอร์ยิ้ม ตอบกลับไปสบายๆ


    ส้มที่อยู่ปลายสายเงียบไปสักพัก ก่อนจะเอ่ยตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ "ตกลงจ๊ะ"


    LVHM เป็นเครือบริษัทมหาชนข้ามชาติของสหภาพยุโรปในธุรกิจสินค้าหรูหรา มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปารีส ประเทศไก่ (ฝรั่งเศส) อีกทั้งยังเป็นเจ้าของแบรนด์เนมมากกว่า 70 แบรนด์ เช่น Louis Vuitton, Givenchy, BVLGARI และยังมีแบรนด์ที่มีชื่อเสียง อีกมากมาย


    แถมล่าสุดมานี้พวกเขายังพึ่งปิดดีลกับ Christian Dior ไปหมาดๆ ที่ 13 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 4.5 แสนล้านบาท!


    LVMH แยกธุรกิจออกเป็น 6 ประเภทคือ Wine & Spirits, Fashion & Leather Goods, Perfumes & Cosmetics, Watches & Jewelry, ive retailing และ Other activities


    มูลค่าตามตลาดปัจจุบันของ LVMH นั้นอยู่ที่ราวๆ 77 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นหุ้น 51% ที่วินเทอร์จะซื้อก็จะมีมูลค่าเกือบ 40 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.4 ล้านล้านบาท


    แต่เมื่อนำมาลองเทียบกับมูลค่าทรัพย์สินโดยรวมของวินเทอร์แล้ว มันก็แค่เส้นขนบนหลังวัวเท่านั้น สิ่งที่ในชีวิตนี้ของวินเทอร์ไม่ขาดเลยคือเงิน!


    ...


    ปารีส, ประเทศไก่


    ในห้องทำงานสุดหรู มีหญิงสาวนั่งอยู่สองคน หญิงสาวที่ดูโตเป็นผู้ใหญ่นั่งตรงโต๊ะประธานคือ เฟรย่า อาร์โนลต์


    ประธานสาววัย 24 ปี ผู้เป็นเจ้าของ LVMH Group เธอพึ่งจะได้รับการติดต่อมาจากตระกูลเมลคิออร์เรื่องการขอซื้อหุ้นที่มีจำนวนมากถึง 51%


    "เขาติดต่อมาแล้วใช่ไหม?" เด็กสาววัยราวๆ 15-16 ปี ที่นั่งตรงข้ามเฟรย่าเอ่ยขึ้นมา


    ความสวยของพวกเธอทั้งนั้นยังถูกจัดเป็นอันดับต้นๆ ของโลกได้อย่างง่ายดาย ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความงามราวกับเชื้อพระวงศ์ชนชั้นสูง อีกทั้งยังมีรูปร่างที่เรียวสูงและผิวขาวที่ผ่องตามฉบับของคนยุโรป


    "ใช่..." เฟรย่าวางโทรศัพท์ลง เวลานี้เธอรู้สึกตกใจมาก


    เด็กสาวเห็นว่าเฟรย่ามีสีหน้าซีดจนเห็นเลือดฝาด จึงถามขึ้นด้วยความสงสัย "มีอะไรหรือเปล่า? มันก็เป็นไปตามแผนแล้วไม่ใช่เหรอ ที่พวกเราปล่อยขายหุ้น 18% ให้เขา เพื่อนำเงินส่วนที่ไปลงทุนซื้อ DIOR คืนกลับมา"


    "ไม่ใช่ 18% แต่เป็น 51%" เฟรย่าตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ


    "แล้วเธอได้ขายไปให้เขาหรือเปล่า?" เด็กสาวยิ้มจางๆ


    เฟรย่าส่ายหัวเบาๆ ดีลครั้งนี้มันใหญ่เกินกว่าที่เธอจะตอบตกลงในทันที สี่หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐเลยนะเนี่ย! มันเป็นจำนวนเงินที่มากเกินกว่าที่เธอคำนวณไว้อีก


    "ขายไปเลย"


    "นี่..."


    "การเป็นมิตรย่อมดีกว่าเป็นศัตรูกับเขา สิ่งที่เขาได้หมายตาไว้แล้ว เขาไม่มีทางปล่อยมันไปแน่นอน" เด็กสาวพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง


    "เธอพูดเหมือนกับว่ารู้จักเขาเป็นอย่างดี เจนิส?" เฟรย่าขมวดคิ้ว


    "แน่นอน! เพราะเขาคือว่าที่สามีของฉัน" เด็กสาวที่ชื่อเจนิสพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ


    เฟรย่าจ้องหน้าเพื่อสาวเขม็งและถอนหายใจหนึ่งที ก่อนที่เธอจะติดต่อไปยังตระกูลเมลคิออร์เพื่อพูดคุยตกลงขายหุ้นของ LVMH


    หลังจากผ่านไปสักพัก เสียงเคาะประตูดังขึ้น ก๊อก ก๊อก เฟรย่าจึงออกปากอนุญาต ประตูถูกเปิดออกเผยให้เห็นผู้เฒ่าท่านหนึ่งที่เปี่ยมล้นไปด้วยกำลังวังชา


    ผู้เฒ่าท่านนี้ได้ก้าวเดินอาดๆ เข้ามาในห้องและถ้าได้ลองสังเกตดูดีๆ จะพบว่าผู้เฒ่าท่านนี้ก็คือคนคนเดียวกับผู้เฒ่าที่วินเทอร์เคยได้พูดคุยตรงท่าเรือ


    "คุณหนู ท่านผู้ใหญ่ต้องการพบครับ" ผู้เฒ่าเดินไปหาเจนิสโค้งทำความเคารพอย่างนอบน้อม


    เจนิสพยักหน้า ลุกขึ้นยืนโดยที่มีผู้เฒ่าช่วยประคองเหมือนพ่อบ้าน ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป เธอหันไปเอ่ยกับเพื่อนสาวว่า "ฉันว่าจะไปเรียนต่อที่ประเทศช้าง"


    "เจนิส ซี. วอร์เรน คุณหนูตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกต้องการไปเรียนต่อไฮสคูลที่ประเทศช้างเนี่ยนะ?" เฟรย่ายิ้ม แซวเพื่อนสาวของตนไปทีหนึ่ง


    "ทำไมละ? ขนาดชายที่รวยและมีอิทธิพลที่สุดในโลกก็ยังไปโรงเรียนเหมือนกันเลย และดูเหมือนว่าตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกตอนนี้จะไม่ใช่ตระกูลของฉันแล้วนะ" เจนิสยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้


    "จะไปเรียนหรือไปหาผู้ชายกัน เหอะ!" เฟรย่าตะโกนไล่หลังเพื่อนสาวต่างวัย ที่เดินส่ายก้นกวนโอ๊ยออกจากห้องไป


    ...


    เสียงเพลงปลุกดังออกมาจากลำโพงประกาศ เสียงของมันดังได้ยินไปทั่วทั้งค่ายเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นวันใหม่


    วินเทอร์ที่พึ่งยืนคุยโทรศัพท์เสร็จหน้าบ้านพัก ยิ้มเฉยเมยพร้อมสูบบุหรี่เข้าไปหนึ่งอึดใจ รสชาติของผลเบอร์รีที่หวานเปรี้ยวได้อมอยู่ในปาก ก่อนที่วินเทอร์จะเป่ามันออกไป กลิ่นควันที่หอมหวนได้ลอยโชยไปกับสายลม คนที่ได้กลิ่นนี้อดไม่ได้ที่จะเลียริมฝีปากน้ำลายสอ


    กลุ่มเด็กห้องหนึ่งที่เดินออกมาจากบ้านพักเตรียมจะไปล้างหน้าล้างตา เมื่อเห็นวินเทอร์ที่ยืนสูบบุหรี่กับกลิ่นของบุหรี่ที่หอมหวานได้แต่ยืนตะลึงงัน


    แต่อาการตกตะลึงนั้นมันแค่ชั่วพริบตาเดียวทั้งนั้น ก่อนที่พวกเขาจะพากันคิดว่ามันก็ไม่ได้แปลกอะไรที่วินเทอร์จะมีบุหรี่พกติดตัว และสูบอย่างสบายอารมณ์อยู่หน้าบ้านพักแบบนี้


    สิ่งที่น่าแปลกใจควรจะเป็นกลิ่นของบุหรี่มากกว่า ทำไมมันถึงหอมละมุนเหมือนขนมหวาน นี่ใช้บุหรี่จริงๆ ใช่ไหม? หรือจมูกของพวกเขาพังกันไปหมดแล้ว


    สาเหตุที่บุหรี่ของวินเทอร์มีกลิ่นและรสชาติเป็นแบบนี้ ก็เพราะมันเป็นบุหรี่ที่ถูกสั่งทำอย่างพิเศษ ซึ่งรสชาติและกลิ่นมีหลากหลายกันไปเหมือนขนมลูกกวาด ไม่ว่าจะเป็น มินต์ สตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี ส้ม วานิลลา หรือแม้กระทั่งช็อกโกแลต สุดแล้วแต่ที่จะรังสรรค์ออกมา



    สิ้นเสียงเพลงปลุกลง ถัดไปเป็นเสียงประกาศจากพี่บุญส่งเจ้าเก่าเจ้าเดิมที่ได้บอกให้นักเรียนทุกคนมารวมตัวกันที่สนามลานกว้างที่ได้จัดคอนเสิร์ตไปเมื่อคืนนี้ เพื่อเตรียมตัวออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายยามเช้า


    "เอาละครับน้องๆ ทุกคน พวกเรามาออกกำลังกายบิดขี้เกียจเพื่อให้ร่างกายตื่นตัว เตรียมไปทำกิจกรรมในวันนี้ดีกว่าครับ!"


    กลุ่มพี่วิทยาการทีมงานต่างๆ ได้ยืนล้อมรอบกลุ่มนักเรียนทั้งสี่ทิศ เสียงเพลงแอโรบิกดังขึ้นบรรดาพี่ๆ ได้เริ่มนำออกกำลังกายให้กับน้องๆ นักเรียน


    พวกเขาพากันออกกำลังกายไปได้ราวๆ สามสิบกว่านาที หลังจากที่ทุกคนออกกำลังกายเสร็จก็ไปอาบน้ำล้างตัวเพื่อไปรับประทานอาหารเช้า


    เมื่อกินข้าวเสร็จเรียบร้อยก็ถึงเวลาที่จะเริ่มกิจกรรมเดินทางไกล พี่บุญส่งได้ขึ้นไปบนเวทีเพื่อแนะนำเส้นทางต่างๆ ที่พวกเขาต้องเดิน ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรไปจากการเที่ยวเล่นรอบสวนวรนุชแห่งนี้ แต่สุดท้ายพวกเขาต้องกลับมารวมกันที่ลานกว้างแห่งนี้ เพื่อตั้งแคมป์ก่อไฟทำอาหาร


    "พวกเราจะไปไหนกันก่อนดี?" เนมที่กำลังดูแผนที่อยู่ได้ถามขึ้นมา


    "การแสดงศิลปวัฒนธรรมจะจัดขึ้นตอนบ่าย นี่พึ่งจะ 8 โมงเช้าเอง พวกเราไปเดินดูสวนพฤกษศาสตร์ที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนแล้วกันจ๊ะ" พี่ลูกเกดเอ่ยแนะนำ


    กลุ่มของวินเทอร์ได้พากันไปเดินชมสวนพฤกษศาสตร์ และถ่ายรูปลงโซเชียลต่างๆ


    "เบ๊บเหนื่อยไหมครับ?" วินเทอร์ลูบหัวภรรยาตัวน้อยด้วยความเป็นห่วง


    "สบายมากค่ะ!"


    แต่ว่าวินเทอร์ก็ยังรู้สึกเป็นห่วงว่าภรรยาตัวน้อยของเขาจะเหนื่อย เพราะว่าสวนวรนุชแห่งนี้มันกว้างมาก การจะเดินรับชมครบทุกอย่างคงจะเหนื่อยน่าดู เขาจึงคิดอะไรดีๆ ขึ้นมา


    "เฮ้ย นายน่ะ" วินเทอร์เดินไปสะกิดหลังเด็กนักเรียนจากห้องเก้าคนหนึ่ง


    เมื่อเด็กหนุ่มผู้โชคดีจากห้องเก้าคนนี้เห็นว่ามีคนมาสะกิดหลัง ก็เตรียมที่หันไปตะคอกสวน แต่ทว่าเมื่อเขาได้เห็นว่าเป็นวินเทอร์ ความใจกล้าบ้าบิ่นพลันมลายหายสิ้นไปในทันที


    "ว่าไงครับ พี่ใหญ่?" เด็กหนุ่มห้องเก้าโค้งคำนับด้วยความนอบน้อมอย่างหาที่สุดมิได้


    "ไปบอกพวกเพื่อนของแกว่า ถ้าไม่อยากเดินเหนื่อยก็ให้ไปหารถรางกับรถกอล์ฟมาให้ฉันหน่อย" วินเทอร์พูดขึ้นอย่างเฉยเมย


    เด็กหนุ่มห้องเก้าพยักหน้าตอบรับโดยไม่ถามแม้แต่คำเดียว ถึงภายในใจจะรู้สึกสงสัยมากแค่ไหนก็ตาม


    "มันจะไม่เป็นอะไรเหรอคะพี่วิน?" ซัมเมอร์ถามขึ้นมาด้วยความสงสัย


    นี่เป็นกิจกรรมที่ต้องเดินทางไกล มันไม่สามารถที่จะนั่งรถรางหรือรถกอล์ฟได้ไม่ใช่เหรอ?


    "ไม่เป็นไรหรอก" วินเทอร์ยิ้มอย่างอ่อนโยน เขาไม่สนใจเลยแม้แต่นิดเดียว ในหัวเขามีแค่เรื่องเดียวคือขอแค่ภรรยาตัวน้อยของเขาสบายก็พอแล้ว


    ส่วนเรื่องอื่นน่ะเหรอ? ช่างหัวมันสิ! ถ้าเกิดว่าใครไม่พอใจอะไรแล้วละก็ ผม! นายวินเทอร์ ขออนุญาตเรียกไปคุยส่วนตัวนะครับ


    บรื้น! บรื้น! บรื้น!


    ขบวนรถกอล์ฟหลายสิบคันที่ได้ขับนำรถรางคนหนึ่งตรงมายังทางของวินเทอร์ ซึ่งมันสร้างความแตกตื่นให้ผู้คนโดยรอบไม่น้อย วินเทอร์ที่เห็นขบวนรถตรงหน้า พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ


    ตามปกติแล้วนักท่องเที่ยวจะต้องเสียงเงินในการเช่ารถกอล์ฟก่อน รถรางเองก็ต้องซื้อบัตรและจะมีพนักงานจากทางสวนขับให้ ยิ่งเป็นเด็กนักเรียนด้วยแล้วพวกเขาไม่สามารถนำรถเหล่านี้มาขับได้เองแน่นอน


    แต่ว่าเวลานี้เด็กจากห้องเก้าได้ยึดรถพวกนี้แล้วเป็นที่เรียบร้อย พวกเขาได้ยกพวกไปข่มขู่เจ้าหน้าที่พนักงานที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เพื่อแย่งรถมาให้วินเทอร์


    นับว่านี่ยังดีหน่อย ถ้าเกิดว่าวินเทอร์ส่งนักเรียนจากห้องสิบไปแล้วละก็ รับรองว่ามันจะไม่จบลงที่แค่ข่มขู่ แต่จะมีถึงขั้นเลือดตกยางออกแน่ๆ นับว่าพนักงานพวกนี้โชคดีไปที่เจอกับนักเรียนจากห้องเก้า...

    คล้ายกับเรื่องเจ้าพ่อมาเฟียย้อนเวลามาใช้ชีวิตสดใสในรั้วโรงเรียน! ที่คุณอ่าน