โซ่ตรวนใจ

    ๔๑

            ตำรวจท้องที่เดินเข้ามาสองนาย “ผมขอสอบปากคำพวกคุณที่นี่สัก 5นาที นั่งพักก่อนไหมครับ” จินนี่ยอมนั่งลงบนเนินเขาเตี้ย อนูปยืนคุยกับนายตำรวจ เมื่อตำรวจได้ข้อมูล “ผมต้องแจ้งไว้ว่า ถ้ามีการเรียกตัวมาเป็นพยานในชั้นศาล ให้มารายงานตัวที่สถานีตำรวจก่อนนะครับ” อนูปพยักหน้าควักผ้าเช็ดหน้าเช็ดใบหน้า อารีน่ายื่นขวดน้ำดื่มสองขวดให้เขา สายตาของเธอบังคับให้เขายื่นอีกขวดให้จินนี่ อนูปส่งต่อให้วินัยที่ยืนอมยิ้มมองทั้งสองคนเหมือนน้ำกับไฟ “ไม่เข้าใจจริงๆ หนูจะขอลาออกพรุ่งนี้ ดีเหมือนกันใครที่ไม่มีที่เรียนก็จะมีที่วางเพิ่มขึ้น” วินัยลูบศีรษะของจินนี่ “ทำไมขี้น้อยใจแบบนี้”

            “ดูซิคะ ฉันอุตส่าห์วิ่งเข้าไปช่วยถูกกล่าวหาว่าเป็นโจร” จินนี่ชี้นิ้วมาที่ร่างของอนูป “วันก่อนก็เหมือนกันมันคืออุบัติเหตุแท้ๆ” จินนี่ต้องหยุดเมื่ออารีน่าดึงขวดน้ำจากมือของวินัยยื่นให้เธอแทน “ความจริงพวกคุณทั้งคู่ไร้สมองต่างหาก การช่วยเหลือคน เราต้องดูว่าความสามารถและความพร้อมเรามีแค่ไหน วิธีการช่วยเหลือมีหลายหลาย การวิ่งไล่โจรมือเปล่าไร้อาวุธ มันถูกต้องแล้วหรือค่ะ จินนี่ คุณเป็นผู้หญิงลูกสาวคนเดียว ถ้าคุณถูกทำร้าย วันนี้คนที่เสียใจมากที่สุด คือใคร คุณน่าจะรู้ดีมากกว่าใครๆทั้งหมด ส่วนเรื่องการอบรมสั่งสอนคุณของสามีฉัน อนูปมีเจตนาดี เท่าที่ทราบมา คุณตอบฉันได้ไหมคะ ในเวลานั้นเพราะอะไรเป็นสาเหตุที่เขาตำหนิคุณ มันเกิดเหตุการณ์อะไรก่อนหน้านี้”

            อารีน่าจ้องใบหน้าของจินนี่ หญิงสาวก้มหน้ามองพื้นหญ้า อนูปสะกิดให้อารีน่าหยุดแต่เธอไม่หยุด “คุณยื่นข้อเสนอและกล่าวอวดร่ำอวดรวย ว่ามีเงินจ้างอาจารย์ให้สอนพิเศษ คุณเป็นนักศึกษาใช้วาจาก้าวร้าวถึงเรื่องส่วนตัว มั่นใจในสิ่งที่ตนทำว่าถูกต้อง ทำไมไม่สร้างชื่อเสียงให้สถาบันค่ะ คุณโดดเรียนเพราะเป็นลูกเศรษฐี คุณโปรยเงินเล็กๆน้อยๆเพื่ออะไร อนูปคืออาจารย์ที่สอนคณะของคุณ ใช่ค่ะ อาจารย์รับมหาวิทยาลัยไม่ค่อยใส่ใจ อบรมใครเป็นพิเศษ สิ่งเขาทำลงไปมันคือหน้าที่และความรับผิดที่จะชี้ทางถูกให้คุณ เขาพยายามขุดคุ้ยความสามารถที่คุณควรจะรู้ตัว ขอบอกตามตรง ฉันเองมาจากลูกเศรษฐีคนหนึ่ง ฐานะของฉันไม่ด้อยกว่าคุณสักเท่าไร ฉันมาเรียนที่นี่ ออมเงินหาเงินเรียนต่อเอง ในเวลาที่ฉันยืนรอรับปริญญา ฉันรู้สึกภูมิใจว่า ผู้หญิงตัวเล็กๆแบบฉันสร้างตนเองขึ้นมาโดยยืนอย่างภูมิใจในตัวเองมากๆ  ไม่รู้ว่าพูดออกไปคุณจะเข้าใจไหม แต่ตั้งแต่วันนี้ คุณไม่มีสิทธิ์กล่าวตำหนิอาจารย์คนนี้ เพราะเขาอบรมคุณไม่ได้ตำหนิ และเขาพูดคุยกับคุณสองต่อสอง คุณเป็นคนตามตื้อให้เขาพูด ทั้งๆที่เขาไม่ได้ต้องการพูด จำได้หรือเปล่าว่า

            เหตุมักจะเกิดโดยเจตนาและไม่เจตนา ผลลัพธ์ก็จะตามมา ไม่มีอะไรเกิดขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ

            แต่คุณกำลังตำหนิเขาต่อหน้าอื่น ซึ่งฉันรู้สึก..” อนูปโอบร่างของอารีน่าไว้ก่อน “พอแล้ว มันไม่มีประโยชน์ อารีน่า เรากลับบ้านกันเถอะ”

            วินัยนั่งฟังตาค้างพูดไม่ออกเจอทีเด็ดทนายหญิงแผงฤทธิ์ในวันนี้ สองมือของวินัยกำลังปรบมือแต่ทิ้งลงเพราะ จินนี่นั่งข้างๆ อารีน่าดึงขวดน้ำจากมือของอนูป กระดกขึ้นดื่มจวนหมดขวด “ฉันรู้สึกหิวแล้วค่ะ” อนูปต้องการจะหัวเราะพยายามซ้อนรอยยิ้มเพราะ อารีน่าเดินมาไกลห่างจากอัฒจรรย์มาถึงที่นี่รวมหนึ่งไมล์ “เราทั้งสี่คนไปกินอะไรดีไหม” วินัยเปิดหัวข้อใหม่ สายตาของทุกคนมองไปที่ร่างของจินนี่ที่นั่งนิ่งเหมือนโดนไฟช็อต “จินนี่ครับ” วินัยลูบต้นคอเพื่อให้เธอคลายความเครียด จินนี่ซบใบหน้าลงบนซอกคอของเขา “หนูขอโทษค่ะ อาจารย์อนูป” วินัยโอบร่างที่ร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกเสียใจจริงๆ “อนูป เธอขอโทษนาย” อนูปเดินเข้าไปลูบศีรษะของจินนี่ “หยุดร้องไห้ ผมยกโทษให้คุณแล้ว”

            ใบหน้าของอารีน่าปรากฏรอยยิ้มอย่างเอ็นดู จินนี่เอ่ยขึ้น “พาหนูกลับบ้านดีกว่าค่ะ กระโปรงขาดค่ะ” สายตาของอารีน่ามองที่รอยขาดตรงตะเข็บ ฝ่ามือเรียวบางพยายามปิดช่วงสะโพก “มีเสื้อกันหนาวอีกตัวให้เธอมัดคลุมรอบเอวไหมค่ะ วินัย” วินัยถอดเสื้อกันหนาวของเขาออกทันที

            ริมขอบอ่างใหญ่ของน้ำพุดนตรี

            นมข้าวโพดและข้าวปั้นธัญพืช นำมาวางข้างร่างของอารีน่า “หิวจนตาลายค่ะ แปลกจังไม่รู้ว่าทำไมหิวโหยอย่างร้ายกาจจังเลย” อนูปลูบเส้นผมของเธอ “วิญญาณอะไรเข้าสิง ร่ายคำสอนยาวขนาดนั้น” อารีน่าดื่มนมข้าวโพด ค่อยๆกินข้าวปั้นธัญพืช “กินอาหารแบบนี้ก็หิวเร็วซิคะ” อนูปดึงข้าวปั้นจากมือของเธอ “ผมให้กินเพื่อสุขภาพไม่อ้วน ห้ามบ่น” อารีน่าล้วงกระเป๋าหยิบมัฟฟิ่นบูลเบอร์รี่ขึ้นมา “อารีน่า” หญิงสาวกัดก้อนขนมมัฟฟิ่นต่อหน้าเขาทันที “คุณกลับไปซื้ออีกใช่ไหม”

            ทั้งคู่เดินลงมาจากอัฒจรรย์ “ไม่มีวิญญาณอะไรสิงเข้าร่างค่ะ ฉันไม่ชอบสิ่งที่เธอคิด คนเราควรมองเจตนาของคนอื่น ฉันเข้าใจเจตนาของคุณนะคะ อนูป” ร่างของเธอถูกดึงเข้ามากอดรัดแน่น “ในชีวิตของผม ไม่ว่าผมจะทำอะไร ผมไม่เคยมีใครเข้าใจเหตุผลที่ผมพูดหรือทำในตอนแรก แต่ภายหลังจากที่ผลลัพธ์มันออกมา ผมมักจะได้รับคำว่า ขอโทษครับ ขอโทษค่ะ” อารีน่าลูบใบหน้าของเขา “อนูป ฉันจะอาเจียนค่ะ” ชายหนุ่มหัวเราะเสียงหลง ช้อนร่างของเธอขึ้น “ไม่กลัวฉันอาเจียนใส่เสื้อของคุณเหรอคะ” อนูปเหวี่ยงร่างของเธอใกล้น้ำพุ “ผมโยนลงในนี้เลย ฮ่าๆๆ”

            หญิงสาวยืนอาเจียนในถังขยะ “มัฟฟิ่นทั้งนั้น ผมห้ามแล้วไม่เชื่อ ตอนแรกบอกว่าไม่ชอบแล้วทานทำไม” อารีน่าล้างปากด้วยความโมโห “ฉันซื้อเองนะคะ” อนูปยกคิ้วขึ้นสูง “ครับ ไม่ใช่เงินของผม แต่คุณอาเจียนออกพร้อมนมข้าวโพดและข้าวปั้น สรุปผมเสียเงินทิ้งใช่ไหม” อารีน่าหยิบกระเป๋าเงินของเธอออกมา หยิบบัตรเครดิตชี้ไปที่ตู้เอทีเอ็ม “ฉันเป็นหนี้คุณทั้งหมดเท่าไหรค่ะ” อนูปมองตามนิ้วมือของเธอ หันหน้ากลับมา “คุณเป็นหนี้ผม ..”

            “เท่าไรค่ะ วันนี้จะจ่ายให้หมดทุกบาทุกสตางค์ค่ะ” แววตาดุของเธอทำให้อนูปเม้มปาก “คุณจะจ่ายหมดเหรอครับ” อารีน่าขึงตาใส่เขา “ทำไมจะไม่หมดคะ” ชายหนุ่มฉกจูบแก้มของเธออย่างไว “ผมเสียหายหลายอย่าง รอยแผลเป็นเต็มร่างกาย ทำอาหาร ขับรถ ดูแลในเวลาเจ็บป่วย ค่ากอด ค่าจูบ สารพัดค่า” อนูปหันหลังให้เธอถอนหายใจ เขาหันหน้ากลับมาสีหน้าเคร่งครึม “แต่ผมขอให้คุณคืนสิ่งเดียวกลับมาให้ผม” อารีน่าเริ่มคลายความโมโห “อะไรคะ” หัวใจของเธอเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ “ความรักที่ผมมอบให้คุณ คืนกลับให้เท่ากันนะครับ ที่รัก”

            ดวงตากลมโตกระพริบหลายครั้ง “ใช่ คุณยังไม่แสดงออกมาเลยว่ารักผมมากแค่ไหน” อารีน่าคว้าเป้ของเขากระแทรกเข้าที่หน้าอกของเขาอย่างแรง อนูปร้อง “โอ้ยย” หญิงสาวกระทืบเท้าลงอีก อนูปทิ้งเป้ลง “แล้วที่ฉันปกป้องคุณต่อหน้าจินนี่เมื่อกี้มันคืออะไรคะ ที่ฉันดูแลคุณในเวลาที่คุณป่วย เช็ดตัวให้ทั้งคืน มันคืออะไรคะ” อารีน่าสาวเท้าเดินอย่างเร็ว “รอก่อนอารีน่า” อนูปก้มเก็บเป้ ทิ้งขยะให้เธอ “ไม่ค่ะ ฉันรู้สึกหมั่นไส้คุณจริงๆ”

            “หมั่นไส้ผม แสดงว่าคุณยังไม่ได้รักผมใช่ไหม” อนูปพยายามยัวยวนเธอมากขึ้น “ตั้งแต่เช้า ห้ามกินไอ้นั่นนะ ห้ามกินอันนี้ ทำไมค่ะ ฉันจะกินมัฟฟิ่นก็ห้าม จะกินเนื้อไก่ย่างก็ห้าม อาเจียนก็อาเจียน คุณเดือดร้อนทำไมค่ะ” อารีน่ายืนท้าวสะเอวหันหน้ามองใบหน้าของเขา “ครับ ผมไม่ได้เดือดร้อน อืมม ตอนนี้คุณรู้ไหม คุณทำตัวเหมือนใครสักคน” อารีน่าหยุดนิ่งทรุดร่างของเธอนั่งลงบนขอบปูนริมทางเดิน “ฉันเหนื่อยค่ะ”

            “ฮ่าๆๆ ผมขอโทษครับ” ร่างของอนูปคุกเข่าลงต่อหน้าเธอ “ผมล้อเล่นครับ ผมรู้ว่าคุณรักผมเท่าๆกับที่ผมรักคุณครับ” อารีน่าก้มลงกอดร่างของเขาไว้ “ทำไมชอบแกล้งฉันคะ ฉันไม่ต้องการจะเป็นคนแบบนั้น” อนูปดึงร่างของเธอให้ลุกขี้น “อารมณ์ของผู้หญิงท้องเเปรปรวนได้ตลอดเวลาครับ ผมเข้าใจ ความจริงคุณต้องการจะวิ่งเข้าไปห้ามผม คุณเดินขี้นเนินตามมาดูอาการของผมเพราะความเป็นห่วง อารีน่า.. เรามีกันเพียงสามคน ตอนนี้เราคือครอบครัวใหม่ ผมต้องถนอมสุขภาพของคุณและดูแลลูกน้อย ถ้าเกิดอันตรายอะไรขึ้นเพราะอาหารพวกนี้ คนที่จะเสียที่สุด คือ คุณกับผม เพราะคุณไม่เชื่อฟังผม เหมือนกับที่คุณเตือนสติจินนี่”

            คอนโดมิเนียม Iron Wing

            “ครั้งหน้าผมจะพาไปเที่ยวไกลๆ ผมอยากไม่เจอคนพวกนี้” อนูปบ่นไปปั่นเสื้อผ้าให้แห้ง เขาก้มมองข้อศอกที่เต็มไปด้วยแผลถลอก อารีน่าอมยิ้มวางกล่องยาบนโต๊ะอาหาร “คุณวิ่งเข้าไปหาเรื่องใส่ตัวเองนะคะ” อนูปไขว่แขนทั้งสองไม่ยอมให้เธอเช็ดแผล “ตอกย้ำ เรื่องตอกย้ำยกให้พวกผู้หญิงเลย” อารีน่าอ้อมมาด้านหลัง อนูปยืดแขนให้สูงขึ้น “คุณดื้ออีกแล้วนะ” อารีน่าเลื่อนเก้าอี้จะปีนขึ้น “ไม่ต้อง ไม่ต้องครับ” ชายหนุ่มโอบร่างของเธอไว้ “วันนี้ ผมขอร้องให้ภรรยาของดานิม ทำอาหารพิเศษให้คุณ” อารีน่าทำแผลให้ชายหนุ่ม และทายาบางๆ “อาหารอะไรคะ”

            เสียงกดกริ่งดังขึ้น “มาแล้วไอ้เพื่อนยากส์” อนูปเเง้มประตู เขาผิดหวังเล็กน้อย “คุณหมอราหุล” สายตาของเขามองไปร่างของน้องสาวที่ยืนแอบด้านหลังของคนรัก “เชิญครับ มีรา อันวากุมาร” น้ำเสียงทุ้มลง “ผมเอายามาให้อารีน่าครับ” มีรามุดร่างวิ่งเข้าไปข้างใน “พี่อารีน่า หนูซื้อของมาฝากค่ะ” ทันใดนั้นเสียงลิฟต์เปิด ดานิมเดินออกมาพร้อมกล่องพิซซ่า กลิ่นหอมโชยทำให้ราหุลหันกลับไปมอง “พิซซ่า” อนูปพยักหน้า “ครับ วันนี้เธออาเจียน สองรอบ ผมคิดว่าจะให้ทานของชอบ สั่งพิซซ่าเนื้อแป้งหนานุ่ม” ดานิมอยู่ในสภาพมึนงง เดินเข้าไปหาอารีน่า “คุณแม่คนสวย” ดานิมวางกล่องพิซซ่าบนโต๊ะ “ใครสั่งมาคะ” อารีน่าตกใจเหลือบมองรอยยิ้มบนใบหน้าของอนูป

            ภายในห้องพักเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ มีราเริ่มทำอาหารค่ำช่วยดานิม อนูปเข้าไปในห้องครัว เฝ้ามองใบหน้าของน้องสาว ในใจเริ่มรู้สึกห่วงน้องสาว ดานิมซึ่งเป็นกางขวางคอในตอนนี้ อนูปออกอุบายให้เพื่อนรักออกไปจากห้องครัว “ดานิม นายลงไปซื้อซ้อสมะเขือให้หน่อย” ดานิมปัดมือไม้ ดึงผ้ากันเปื้อนออก “ได้” มีรามองตู้เก็บเครื่องเทศ “เดียวค่ะ มีอยู่สองขวด” ดานิมจ้องหน้าเพื่อนแล้วเดินหนีออกไป ภายในห้องครัวบรรยากาศเริ่มตึงเครียด เมื่ออนูปก้าวเข้ามายืนตรงหน้าน้องสาวสุดที่รัก เขาหยิบมีดยืนหั่นแตงกวาช่วยน้องสาว “คุณหมอมีอะไรดี” มีราทำเป็นไม่สนใจ ก้มหน้าหั่นมะเขือเทศ “พี่ถามไม่ตอบพี่” อนูปก้าวเข้ามายืนตรงหน้าเมื่อมีราถอยห่างออกมา “ใจเย็น คุยสนุก ไม่เอาใจตัวเอง ไม่น่าเบื่อ และที่สำคัญไม่เผด็จการ” อนูปวางผ้ากันเปื้อนและมีดลง “หมายความว่าตรงกันกับพี่ทั้งหมดใช่ไหม” มีราพยักหน้ารับอนูปรู้สึกน้อยใจ ถอยหลังออกมาจากห้องครัว ตรงเข้าไปในห้องทำงานทันทีไม่ยอมพูดคุยกับใคร

            อารีน่ารู้สึกว่าอนูปน้อยใจน้องสาว เธอเดินเข้าไปในห้องครัวพบร่างของมีรายืนร้องไห้ เมื่อมีราเห็นหน้า หญิงสาวรีบเช็ดน้ำตา “หนูหั่นหอมค่ะ” อารีน่ามองหาหอมที่หั่น “ไม่ยักกะรู้ว่าหั่นมะเขือเทศแล้วเเซบตา” มีราโผล่เข้ามากอดร่างของเธอปล่อยโฮออกมา “พี่อนูปไม่ชอบคุณหมอเลยค่ะ หนูไม่ควรมาที่นี่เลย” อารีน่าปลอบใจหญิงสาว “พี่จะคุยกับเขาเอง วันนี้เขาคงเหนื่อยเพราะมีเรื่องที่น้ำพุดนตรี” ราหุลเข้ามายืนฟัง คุณหมอถอนหายใจแล้วมองไปที่ห้องทำงานของอนูปที่ปิดประตูสนิท

            คุณหมอราหุลรวบรวมความกล้าตรงเข้าไปเคาะประตูห้องทำงานของอนูป “เชิญครับ” ราหุลบิดลูกหมุนประตูเเง้มมองดูภายใน ร่างสูงใหญ่ยืนกอดอกที่ริมขอบหน้าต่าง “ผมขอคุยดัวยครับ”

            เวลาผ่านไปจวน 30นาที ภายในห้องนั่งเล่น ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา แม้แต่ดานิมนั่งนิ่วคิ้วขมวด ก้มใบหน้าหยิบมันฝรั่งทอดกรอบกินเพียงอย่างเดียว อารีน่าเฝ้ามองประตูห้องทำงาน ในใจครุ่นคิด หญิงสาวลูบเส้นผมของมีรา “พี่เชื่อว่าคุณหมอปราบจอมเผด็จการได้” เสียงประตูเปิด ร่างของอารีน่ายืนขึ้น ราหุลเดินออกมาพร้อมเสียงหัวเราะ อนูปชูขวดไวน์ที่เปิดเหลือครึ่งขวด “คราวนี้ต้องไปตีกอลฟ์กับผม” อนูปหยุดนิ่งเมื่อสีหน้าของทุกคนอยู่ในอาการที่เครียดจัด “เกิดอะไรขึ้นครับ” ดานิมยืนตามอารีน่า “พวกเขาเครียดที่นายจะไม่ให้คุณหมอคบกับน้องสาวของนาย”

            “ใครพูดแบบนั้น” อนูปสงสัย พร้อมเดินเข้าไปหาอารีน่า เธอชี้ไปที่มีราที่กำลังยืนร้องไห้ อนูปก้าวเข้าไปหาน้องสาว คว้าต้นคอของมีราเข้ามากอด “พี่ไม่เคยห้ามและไม่ได้ห้ามน้องคบกับคุณหมอ เพราะพี่ชอบคุณหมอตั้งแต่วินาทีแรกที่เข้ามาขอพี่คบกับเรา” มีรากอดร่างของพี่ชายแน่น “พี่อนูป หนูขอโทษค่ะ หนูเข้าใจผิด” อารีน่ายิ้มให้อนูป หญิงสาวเช็ดน้ำตาของเธอ มันเป็นความจริงทุกคนมักจะกล่าวขอโทษกับเขาในตอนที่สุดท้ายจริงๆ

            "Pizza" กลิ่นหอมชวนรับประทานแต่ไม่ใช่สำหรับอารีน่าเมื่อเธอสูดกลิ่นของพิซซ่าทะเลเข้าเต็มปอด "ไม่นะ" อารีน่าเริ่มจะอาเจียนออกมาเมื่อเธอหยิบพิซซ่าทะเลขึ้นมา "อย่าบอกนะว่า แพ้พิซซ่าซะแล้ว ฮ่าๆๆ" เสียงหัวเราะของดานิมทำให้อนูปหัวเราะตามไปด้วย

    คล้ายกับเรื่องโซ่ตรวนใจ ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405