ใกล้ถึงกำหนดวันชกป้องกันแชมป์โลกมากขึ้นเท่าไหร่ ปุณณดาก็ยิ่งไม่มีเวลาให้เจอราร์ดมากขึ้นเท่านั้น เธอเอาแต่ซ้อมทั้งวัน ไม่กลับมานอนที่คฤหาสน์ แถมยังขนเสื้อผ้าบางส่วนกลับไปนอนที่ค่ายมวยด้วย ปล่อยให้เจอราร์ดต้องทนคิดถึงอยู่ฝ่ายเดียว แต่เขาจะไม่ทนคิดถึงแล้วนั่งโง่ ๆ รออย่างเดียว ในเมื่อปุณณดามานอนกับเขาที่นี่ไม่ได้ เขาก็จะไปนอนกับเธอเอง
“เอ่อ ผมว่าแค่นี้มันก็พอแล้วนะครับนายน้อย” คิมหันต์ท้วงเมื่อเห็นเจ้านายทำราวกับจะย้ายบ้านไม่มีผิด
“ไม่ ๆ คิมหันต์ นี่มันเพิ่งจะแค่ หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า นี่แค่ห้าใบเองนะคิมหันต์ มันไม่พอหรอก” เจอราร์ดพูดพลางใช้นิ้วนับจำนวนกระเป๋าลากใบโตที่กำลังจะขนเสื้อผ้าไปนอนกับปุณณดา
“นายน้อยครับ ถ้าขนไปมากกว่านี้นายน้อยไปสร้างบ้านอยู่ค่ายมวยอีกสักหลังดีไหมครับ” คิมหันต์ประชดแล้วนั่งก้มหน้าก้มตาจัดของลงกระเป๋าเดินทางให้เรียบร้อย
“ใช่! แบบนั้นแหละ” ว่าแล้วเจอราร์ดก็ดีดนิ้วดังเปาะพร้อมกับดวงตาเป็นประกายเมื่ออีกฝ่ายเสนอไอเดียดี ๆ ให้
“อะไรใช่ครับนายน้อย”
“ก็ไปสร้างบ้านอยู่ข้างค่ายมวยอีกสักหลังไงคิมหันต์ ความคิดดีมาก ขอผมโทรหาสถาปนิกแป๊บนะ” พูดจบเจอราร์ดก็หยิบมือถือขึ้นมาโทรหาสถาปนิกอย่างปากว่าจริง ๆ
กว่าเจอราร์ดจะเดินทางมาถึงค่ายมวยได้ก็บ่ายแก่ ๆ แล้ว ตอนนี้ปุณณดากำลังขึ้นซ้อมชกยกที่หนึ่งกับวายุอยู่พอดีเช่นกัน เมื่อเขามาถึงก็รีบเปิดประตูเดินลงจากรถไปยืนให้กำลังใจว่าที่ภรรยาสาวติดชิดขอบสังเวียนทันที
“สวัสดีครับคุณเจอราร์ด แหม มาไม่บอกไม่กล่าวเลยนะครับ เดี๋ยวผมให้คนไปเอาน้ำเย็น ๆ กับเก้าอี้นุ่ม ๆ มาให้นั่งนะครับ” เจียงหันไปกวักมือเรียกลูกศิษย์ในค่ายให้เข้ามาฟังคำสั่งใกล้ ๆ
“ไม่ต้อง ๆ ผมไม่อยากได้เก้าอี้หรือน้ำเย็น ๆ ทั้งนั้น” เจอราร์ดยกมือขึ้นห้ามไว้ก่อน เขายังคงจดจ้องไปยังนักมวยบนสังเวียนไม่ละสายตา ก่อนจะถอดแว่นกันแดดแบรนด์หรูสีชาออกจากใบหน้าเมื่อรู้สึกว่าเขามองเห็นปุณณดาไม่ค่อยชัด
“ละ แล้วคุณเจอราร์ดต้องการอะไรดีครับ”
“ผมอยากรู้ว่าพริกแกงขึ้นชกนานหรือยัง” เจอราร์ดถามพลางชี้นิ้วไปยังคนรักบนเวทีที่ตอนนี้กำลังเอียงตัวหลบหมัดจากคู่ชกอยู่
“เพิ่งเริ่มยกที่หนึ่งของรอบบ่ายน่ะครับ”
“รอบบ่ายเหรอ”
“ครับ”
“งั้นแปลว่าเมื่อเช้าก็ชกแบบนี้เหรอ”
“คะ ครับ”
พอได้ยินคำตอบเขาก็อ้าปากค้างมองปุณณดาตาละห้อยทันที ก่อนจะรีบก้าวขาฉับ ๆ เข้าไปใกล้เวทีแล้วจับเชือกกั้นสังเวียนไว้ เจอราร์ดเบ้ปากเจ็บแทนเมื่อเห็นคนรักถูกหมัดจากคู่ต่อสู้ต่อยเข้าที่กลางลำตัวเต็มแรง ไม่ใช่เจ็บที่ตัวแต่เจ็บที่ใจต่างหาก
ปุณณดาพลาดท่าถูกวายุซัดเข้าเต็ม ๆ ที่ใบหน้า เธอสะบัดหน้าแล้วรีบโยกตัวตั้งกาดขึ้นใหม่อีกครั้ง ก่อนจะปล่อยฮุกขวาออกไป ตามด้วยหมัดซ้ายที่แรงดีไม่ตกเช่นกัน เธอชกโดนวายุหนึ่งหมัด แต่อีกฝ่ายก็ซัดเธอกลับหนึ่งหมัดเช่นกัน สมกับเป็นการซ้อมระหว่างดาวรุ่งทั้งสองของค่ายที่ต่างก็วาดลวดลายกันดุเดือดเสหมือนขึ้นชกจริง
ทั้งปุณณดาและวายุต่างผลัดกันแลกหมัดไปมาอยู่แบบนี้จนกระทั่งเสียงระฆังดังขึ้นทั้งที่ยังไม่หมดยกเลยด้วยซ้ำ
เป๊งงง!! เป๊งงง!! เป๊งงง!!
“เจอราร์ด!” ปุณณดาหันไปเห็นคนรักกำลังยืนสั่นระฆังไม่หยุดก็ถึงกับเอามือที่อยู่ในนวมมากุมขมับ
พอเหตุการณ์บนสังเวียนหยุดชะงักเจอราร์ดก็รีบก้าวเท้าไปยืนติดเวทีแล้วส่งเสียงโวยวายไม่หยุด จนปุณณดาต้องออกปากไล่เสียงดัง แต่นั่นก็ไม่ได้ทะลุเข้าไปในโสตประสาทของเจอราร์ดเลยสักนิด
“เฮ้ย! นายอะ หัดชกให้มันเบา ๆ ไม่ได้หรือไง ไม่เห็นเหรอว่าแขนสวย ๆ ของเมียฉันแดงไปหมดแล้ว” เขาต่อว่าวายุด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น
“เอ่อ คือว่าผม...”
“นี่ ไม่ต้องแก้ตัวเลยนะ นายห้ามต่อยพริกแกงแรง ๆ อีกเข้าใจไหม ถ้าไม่เข้าใจฉันจะให้บอดีการ์ดที่บ้านฉันมาหักแขนนาย!”
“นี่เจอราร์ด!” เมื่อทนไม่ไหวปุณณดาจึงเรียกเขาอีกครั้ง
“จ๋า ที่รักเรียกเค้าเหรอ” พอได้ยินเสียงของคนรัก เจอราร์ดก็รีบขานตอบกลับไปเสียงหวานและยังหันหน้าไปกะพริบตาปริบ ๆ ให้เธออีกต่างหาก
“ก็ใช่น่ะสิ หยุดโวยวายได้ไหมคุณ ฉันซ้อมอยู่นะ”
“แต่เขาต่อยที่รักแรง”
“แล้ว?”
“เค้าเจ็บแทนอะ เจ็บร้าวไปถึงแกนกลางกระดูกเลย”
เมื่อได้ยินคำตอบปุณณดาก็ถึงกับกลอกตามองบนด้วยความเซ็ง
“โอ๊ย เป็นห่วงน่ะได้ แต่อย่าโวยวายแบบนี้ได้ไหม ถ้าคุณปริปากพูดอีกคำฉันจะให้แด๊ดมารับตัวคุณกลับบ้าน”
“ที่รักอย่าใจร้ายสิ นี่เค้าไม่ได้มาตัวเปล่านะ”
“แล้วพาอะไรมาด้วยอีกล่ะ”
“เสื้อผ้าของเค้าเอง” เจอราร์ดตอบกลับไปด้วยท่าทีมีความสุข
ปุณณดาที่ได้ยินก็ถึงกับหน้าเจื่อนเพราะขนาดเทียวไปเทียวมายังวุ่นวายขนาดนี้ ถ้าขนกระเป๋ามาอยู่ด้วยมีหวังค่ายนี้บันเทิงแน่นอน