“เดิมทีค่าเอกสิทธิ์ของอาร์ติเฟกซ์นั้นมีอยู่ด้วยกันแค่ 3 ระดับ คือระดับทั่วไป ,ยาก, ตำนาน และที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดก็คือระดับ'ทั่วไป' นี่แหละ ส่วนระดับ'ยาก'นี่ก็ถือว่าหายากมากๆแล้ว อย่างเช่นอาร์ติเฟกซ์ของชั้นก็มีค่าเอกสิทธิ์ระดับยาก เหมือนกัน และของรูอันเอง ฉันก็เดาว่าคงอยู่ในระดับนั้นถูกมั้ย?”
“อะ..อืมใช่ครับ”
“ส่วนสัญลักษณ์ถ้าเป็ระดับ'ทั่วไป' ก็จะเป็รูปขีดแนวนอน ,ระดับ'ยาก'จะเป็รูปวงกลม, ส่วนระดับ'ตำนาน' จะเป็รูปดาว''”
“ที่หายากที่สุดก็คงเป็อาร์ติเฟกซ์ระดับ'ตำนาน'เนี่ยแหละ ว่ากันว่าแม้กระทั่งในหมู่อัศวินศักดิ์สิทธิ์ทั้ง6คน คนที่ได้อาวุธระดับตำนานยังมีอยู่น้อยมาก ส่วนระดับเทวทัณฑ์นี่ยังไม่เคยเจอ ไม่สิที่จริงข้อมูลเอกสิทธิ์พวกนี้ที่อยู่บนหน้าต่างสเตตัสเดิมทีเราไม่มีทางรู้ได้หรอก ถ้าเ้าตัวไม่บอกเอง แถมถ้าใช้วิธีสังเกตหาสัญลักษณ์บนอาวุธบางทีมันก็ทำได้ยากด้วยเนื่องจากมันเล็กมากแถมตอนใช้งานยังถูกแสงของพลังเวทย์ห่อหุ้มบังไว้อีก ส่วนข้อมูลสเตตัสในด้านอื่นๆนอกจากนี้และสกิล ที่จริงล้วนเป็ความลับส่วนบุคคลที่ยากจะเปิดเผยในที่สาธารณะด้วย เพราะมันเป็ข้อมูลอย่างนึงที่สามารถใช้หาจุดอ่อนของคนๆนั้นได้”
“นั่นสินะ” ที่จริงมันก็ใช่ หากรู้ค่าพลังชีวิต สกิล และพลังเวทย์ที่มี รวมทั้งทักษะต่างๆแบบละเอียดๆก็จะรู้ได้ว่าคู่ต่อสู้ใช้การต่อสู้สไตล์ไหน มีจุดอ่อนอะไรบ้าง แล้วเป็ไปได้มั้ยที่เราจะพอชนะได้ นอกจากนี้ยังมีข้อมูลเื่ชื่อและเผ่าพันธ์ผู้ถูกระบุไว้อีก หากเป็พวกที่ทำงานเกี่ยวกับงานทางด้านสายลับก็คงจะไม่สะดวกที่จะเปิดเผยข้อมูลพวกนี้แน่
“ที่จริงกรณีของเธอ ฉันแปลกใจั้แ่ที่ถูกอาร์ติเฟกซ์เลือกนอกหอคอยเทพธิดาแล้ว ความเป็จริงนี่มันก็ไม่ใช่เื่ที่เกิดขึ้นครั้งแรกซะทีเดียวหรอก เพราะฉันเองก็เคยได้ยินเื่ราวคล้ายๆแบบนี้มาเหมือนกัน”
“ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก..!?”
“หมายความว่ายังไงหรอครับอาจารย์!!??”
“เพราะในหมู่อัศวินศักดิ์สิทธิ์เองก็มีคนนึงที่ถูกเลือกจากอาร์ติเฟกซ์ทั้งที่ไม่ได้อยู่ในหอคอยแบบเธอเหมือนกัน แต่นั่นก็เป็แค่ข่าวลือละนะ เพราะฉันเองตอนได้ยินครั้งแรกก็ไม่ค่อยจะเชื่อเท่าไร แต่พอมาเจอกรณีแบบเธอคือได้เห็นจริงด้วยตาตัวเอง ฉันก็คิดว่า บางทีอาวุธที่คนๆนั้นได้อาจจะเป็ระดับ'เทวทัณฑ์' เหมือนกันก็ได้ ”
“นั่นหมายความว่าในอาณาจักรแห่งนี้มีคนที่อาวุธระดับเทวทัณฑ์ถึง2คนเลยหรอครับ แล้วจะมีมากกว่านี้อีกรึป่าว??”
“เื่นั้นฉันก็บอกไม่ได้หรอก เพราะเดิมทีคนที่รู้ถึงการมีตัวตนของค่าเอกสิทธิ์ที่เหนือกว่าระดับ'ตำนาน' อย่าง'เทวทัณฑ์' นอกจากพวกเรา3คนในที่นี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะมีใครอีกรึป่าวเลย”
“แล้วเื่ที่อาจารย์เล่ามานี่เกิดขึ้นนานรึยังครับ?”
“ก็สัก5ปีได้มั้ง”
“งั้นหรอครับ ”
‘ฟู่วว' หลังบทสนทนาจบลงตอนนี้ก็ได้ยินเสียงสายลมพัดผ่าน ทำให้ผมสั้นสีขาวของผมขยับเล็กน้อย ผมจึงเงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้า พร้อมกับหยิบนาฬิกาซึ่งเป็อุปกรณ์เวทย์มนต์บอกเวลาขึ้นมาดู หลังกินข้าวและเก็บล้างเสร็จพวกผมก็นั่งคุยกันต่อสักพักจนตอนนี้เวลาประมาณ 10:00 น.แล้ว
“เอาล่ะได้หลังจากนี้พวกเราไปสำรวจป่าที่เป็เขตมอนสเตอร์กันเถอะ”
“ครับ/…เอ๋”
“เอ่ออาจารย์ครับ คือว่าใช้เวทย์มิติไปได้มั้ยครับ” รูอันถามด้วยสีหน้ากลัวเล็กน้อยเพราะไม่อยากใช้แอเรียล
“ไม่ได้หรอก การฝึกจ๊ะ การฝึก” อาจารย์เอามือปิดปากแล้วยิ้มเล็กน้อย ทำให้รูอันหน้าซีดหนักกว่าเดิม
“เอาน่า…รูอันเดี๋ยวนายก็ชินเองแหละ” หลังพูดจบผมจับตัวรูอันแล้วร่ายแอเรียลบินขึ้นทันที
“ว้าาากกกกกกกก…”
“เฮ้อ ไม่ไหวๆ เด็กสมัยนี้นี่ชอบแกล้งกันจริงๆ”
‘อควอร์แอเรียล’ เกิดเวทย์มนต์น้ำหุ้มที่ขาคล้ายเกราะน้ำ หลังจากนั้นอาจารย์ลิซ่าก็ถีบพื้นแล้วลอยขึ้นไปด้วยพลังเวทย์ตามพวกผมมาทันที ส่วนสาเหตุที่ไม่นำหน้าพวกผมคงเพราะกลัวถูกเห็นใต้กระโปรงละมั้ง เอ้ยไม่ใช่!!!
“กำลังคิดเื่เสียมารยาทอยู่สินะ…เวลจัง” อาจารย์ลิซ่าบินมาข้างผมแล้วยิ้มให้เล็กน้อย
“เอ๋..เอ่อเปล่านะครับ!!” ผมหน้าซีดทันทีพร้อมกับคิดในใจว่าเธอคนนี้อ่านใจผมออกด้วยหรอ!!
“โธ่วว…ไม่เป็เป็ไรหรอกน่าาา ฉันคิดว่าถ้าเวลจังทำหน้าลามกขึ้นมาหน่อยจะดูน่ารักกว่านี้ซะอีก”
พอพูดจบอาจารย์ลิซ่าก็ยื่นนิ้วมาจิ้มที่แก้มผม ทำให้ผมเริ่มหน้าแดง
“ทท ..ทำอะไรน่ะครับ!! ว่าแต่'เวลจัง'นี่มันอะไรกัน ผมชื่อเรเวลต่างหาก ”
“โธ่วว..ก็ฉันอยากสนิทกับเธอนี่นา แถมเรียกเรเวลมันก็ยาวไปด้วย”
“จะทำยังไงได้ล่ะ ก็ตอนผมเกิดมาคนที่ตั้งชื่อนี้ให้ผมไม่ใช่ตัวผมเองสักหน่อย!!”
“หรือจะให้เรียกว่า ‘ที่รัก' ดีล่ะ’”
“ไม่เอาครับ !!!” ผมะโกลับไปด้วยใบหน้าแดงสุดขีดเนื่องจากความอาย พลางคิดว่าเล่นอะไรของเขากันล่ะเนี่ย
หลังจากอาจารย์หยอกล้อกับผมไม่นาน ก็มาถึงตรงลำธารซึ่งเป็เส้นแบ่งกั้นระหว่างป่าธรรมดากับป่าของมอนสเตอร์พอดี หลังจากนั้นผมกับอาจารย์จึงร่อนลง ส่วนรูอันน่ะหรอ?? ก็หมดสภาพตาค้างคามือผมเนี่ยแหละ และจุดที่ผมยืนอยู่นี้เองเป็จุดที่ผมมาสำรวจไกลที่สุดก่อนหน้า
“ตรงนี้แหละครับที่ผมสำรวจมาไกลที่สุดก่อนหน้า” พอพูดจบก็วางรูอันบนพื้นในสภาพที่ยังตาค้างเนื่องจากอาการช็อคจากการกลัวความสูงอยู่
“งั้นหรอ..นั่นสินะก็พลังเวทย์ในป่าข้างหน้านี้สูงกว่าป่าก่อนหน้านี้ลิบลับเลยนิ ”
“ครับ”
“เดี๋ยวรอรูอันฟื้นสภาพเมื่อไรพวกเราค่อยเริ่มไปกัน”
ก็คงต้องอย่างที่อาจารย์พูดนั่นแหละ สภาพแบบนี้มองยังไงก็สำรวจไม่ไหว ผมคิดแบบนี้พลางมองไปที่รูอัน
“ว่าแต่ว่า…ลำธารนี้ใสสะอาดน่าลงไปเล่นน้ำจังเลยนะ เอาไว้หลังสำรวจเสร็จเมื่อไรตอนค่ำๆหรือเย็นๆค่อยเปลี่ยนเวรกันมาอาบน้ำดีกว่า”
“อืม..ครับ” นั่นสินะ ที่จริงหลังต่อสู้ก็อาบทั้งเื ทั้งเหงื่อ ถ้าได้อาบน้ำบ้างก็คงจะดี ถือว่าโชคยังดีที่ตอนนี้ไม่ใช่หน้าร้อนแต่เป็ฤดูใบไม้ผลิแหะ
“เอ่อ..แต่ถ้าเวลจังไม่อยากอาบน้ำคนเดียว จะลองมาถ้ำมองฉันอาบ หรืออาบด้วยกัน2คน ฉันก็ไม่ว่าหรอกนะ ><”
“ครับ…เอ้ยยไม่ใช่…มมมะไม่เอาครับ” ผมหน้าแดงพลางยกมือสองข้างโบกมือปฎิเสธ….โอ้ยเจ็บจี๊ดเลยวู้ยยย ถ้าเผลอตอบตกลงคงรู้สึกผิดต่อเอลิเซ่ไปชั่วชีวิตแน่ ในหัวผมตอนนี้ปรากฎภาพเด็กสาวแสนสวยผมทอง ตาทอง กำลังกอดอกหันหน้าไปด้านข้างด้วยใบหน้าบึ้งตึงอยู่
“งืมๆ” ตอนนั้นเองรูอันก็ได้สติพอดี
“โย่วว..รูอันสบายดีมั้ย”
“เอ่อ..ก็ยังไม่ตายหรอกครับ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผมคิดว่าตัวเองจะไปโลกหน้าแล้วซะอีก..แหะๆ”
“รูอันตอนนี้พวกเราจะสำรวจป่ามอนสเตอร์กัน นายกับฉันทำตามแผนที่วางไว้ก่อนหน้านะ คือฉันจะรับหน้าที่โจมตีเป็หลัก ส่วนนายคอยสนับสนุน แต่อย่าใช้เวทย์โจมตีเยอะเกินไป ให้เหลือพลังเวทย์สำรองไว้สัก 1500-2000ก็พอ เพื่อใช้สำหรับเวทย์มนต์รักษาในกรณีฉุกเฉิน”
“ครับ”
“วางแผนใช้ได้ดีเลยนี่นาเวลจัง เล่นเอาฉันรู้สึกอยากเอามาเป็พ่อของลูกตัวเองจังเลย”
“เอ่อ..คือว่าอาจารย์ครับ”
“?”
“แบบว่าสถานการณ์นี้ค่อนข้างจริงจังนะครับ..ถ้าจะอยากล้อกันอยากให้เอาเป็เวลาอื่น เพราะถ้าเกิดผมถูกมอนสเตอร์ฆ่าตายมาจะทำยังไงครับ..แบบว่าความฝันของผมที่อยากเป็จักรพรรดิเวทย์มนต์คงจะหายไปด้วย” ผมพูดด้วยใบหน้าที่ซีดเล็กน้อย พลางรู้สึกเอือมระอากับการหยอกล้อของอาจารย์ในวันนี้
“ไม่ต้องห่วงจ๊ะ..มีฉันอยู่ทั้งคน ไม่ยอมให้รูอันกับเวลจังมีอันตรายอยู่แล้ว ถ้าสถานการณ์ไม่ดีจริงๆฉันจะใช้เวทย์มิติเข้าแทรกแซงเอง”
“อออ่อ..ครับ..โอเคครับ”
“นี่เรเวล ั้แ่เมื่อกี้แล้วอาจารย์เป็อะไรหรอ" รูอันกระซิบถามข้างหูผม
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน..สงสัยเพราะกินสตูว์หมีป่า-เสือดำ์อะไรสักอย่างในมื้อก่อนหน้าไปแน่เลย”
“เอ๋…แต่ผมเองก็กินนิ”
“เอิ่ม..อันนี้ฉันก็ไม่รู้แล้วเหมือนกันแหะ” ผมคิดพลางโล่งใจที่รูอันไม่ได้ทำพฤติกรรมเพี้ยนๆแบบอาจารย์แหะ ไม่งั้นผมคงได้แตะเ้ารูอันลอยเข้าปากมอนสเตอร์แน่…เห้อออ
“เอาล่ะจ่ะ..พวกเราไปกันเถอะ”
“ครับ/ครับ”
พวกผมตอบตกลงพร้อมกับะโข้ามลำธารนี้ไป..มุ่งไปที่ป่ามอนสเตอร์ เอาล่ะมอนสเตอร์จะหน้าตาเป็แบบไหนกันนะ… ชักรอไม่ไหวแล้วสิ