แม้ฝูิจะได้เห็นการเปลี่ยนสีของยันต์อักขระระดับสองกับตาตัวเอง แต่เขายังคงพยายามแก้ต่างให้กับตระกูลของตนเองว่า
“หากเป็เช่นที่เ้าเล่ามา ถ้ารู้ว่าประสิทธิภาพของยันต์ไม่ได้เป็ดังที่ตระกูลของข้าได้ป่าวประกาศ แล้วเหตุใดถึงไม่มีผู้ใดนำยันต์อารักขาสี่ทิศที่ซื้อไปมาคืน?”
คำถามของฝูิทำให้โม่เฟิงต้องยิ้มออกมาอีกครั้ง
“แม้คนรุ่นหลัง จะรู้ว่าประสิทธิภาพของยันต์อารักขาสี่ทิศนั้นมีประสิทธิภาพต่ำกว่าที่ควรจะเป็ ไม่ได้มีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งเหมือนดังที่ตระกูลเฟิงกล่าวอ้าง แต่จะมีใครหน้าไหนกล้าออกมาโวยวาย ในเมื่ออีกฝ่ายเป็ถึงหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ พวกเ้าทุกคนในห้องนี้ลองบอกข้าที นอกจากห้าตระกูลใหญ่ด้วยกันเองแล้ว มีใครที่หาญกล้าตั้งตัวเป็ปฏิปักษ์กับตระกูลเฟิงบ้าง?”
“.....” แม้จะไม่มีเด็กคนไหนกล้าเอ่ยปาก แต่ทั้งหมดพากันส่ายศีรษะอย่างพร้อมเพรียงกัน
เมื่อเห็นทุกคน ๆ ต่างแสดงออกไปในทิศทางเดียวกัน โม่เฟิงจึงหันไปถามฝูิอีกครั้ง “ท่านฝูิอยากจะให้ข้าลองเขียนยันต์อารักขาสี่ทิศที่ตระกูลเฟิงขายในปีนั้น ให้ทุกคนในเมืองตะวันดับเปรียบเทียบกับยันต์อารักขาสี่ทิศระดับหนึ่ง ของท่านดูหรือไม่”
โม่เฟิงก้มหน้าลงเล็กน้อยก่อนจะยกนิ้วเพื่อขยับแว่นให้กลับเข้าที่ “ถ้าให้ขอบเขตหลอมกายาระดับสี่ ลองโจมตีอีกครั้ง ทุกคนในเมืองจะสามารถรู้ได้ทันที ว่ายันต์อารักขาสี่ทิศแผ่นไหนกันแน่ ที่สามารถป้องกันการโจมตีระดับนั้นได้อย่างแท้จริง?”
ได้ฟังสิ่งที่โม่เฟิงกล่าว ฝูิซึ่งเป็คนรุ่นหลังของตระกูลเฟิงยังคงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เขาเป็ผู้ฝึกยุทธสายสถิติญญา ไม่ได้มีความรู้เื่ยันต์อักขระของสายผนึกอักขระมากเท่าไหร่นัก จึงไม่กล้าผลีผลามทำตามที่โม่เฟิงบอก เพราะกลัวว่าเมื่อทำไปแล้ว หากผลลัพธ์เป็ดังเช่นที่โม่เฟิงกล่าว ความรับผิดชอบทั้งหมดจะต้องตกมาอยู่ที่ตัวเขา
ฝูิหันหน้าหนีไม่กล้าสบตากับโม่เฟิง “เหอะ! เื่ไร้สาระจากเด็กที่ไร้พร์เยี่ยงเ้า มีอะไรสำคัญถึงกับต้องพิสูจน์กัน?”
หนึ่งคำก็พร์ สองคำก็พร์ ผู้ที่ขาดพร์นั้นผิดอะไร? มันไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะอ่อนแอ กว่าผู้ที่มีระดับพร์เหนือกว่าเสมอไป แค่วิธีการฝึกฝนและทรัพยากรที่พวกเขา้าใช้ อาจจะต้องพิเศษมากกว่าปกติเท่านั้น
โม่เฟิงสีหน้าจริงจัง เขาเอ่ยท้าเดิมพันกับฝูิ “ในเมื่ออาจารย์ฝูิดูถูกข้าและเด็กที่อยู่ในห้องเรียนที่สี่เช่นนี้ ท่านกล้าพนันกับข้าดูหรือไหมเล่า?”
“พนันกับเ้า? พนันสิ่งใด?”
โม่เฟิงพูดอธิบาย “ตามที่ข้าได้รู้มาในอีกสามเดือนหลังจากนี้ สถาบันใบไม้เขียวจะมีงานประลองชิงตำแหน่ง ที่จะให้เด็กปีหนึ่งของแต่ละห้อง ส่งตัวแทนออกมาห้องละแปดคน นำมาจับคู่ประลอง เพื่อเด็กนักเรียนปีหนึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดจำนวนแปดคน เป็ตัวแทนของสถาบันใบไม้เขียว ไปเข้าร่วมงานประลองหกสถาบัน”
โม่เฟิงจ้องไปที่ฝูิด้วยแววตาอันแน่วแน่ “ในงานประลองชิงตำแหน่งตัวแทนของสถาบันใบไม้เขียว หากเด็กจากห้องเรียนที่สี่ สามารถติดหนึ่งในแปดตัวแทนของสถาบันได้ จะถือว่าข้าเป็ฝ่ายชนะ”
ได้ยินสิ่งที่โม่เฟิงกล่าว ฝูิถึงกับโพล่งออกมา “ติดหนึ่งในแปดตัวแทนของสถาบัน…เด็กห้องสี่เนี่ยนะ! ฮ่า ๆ ๆ ๆ นี่เ้ากำลังล้อข้าเล่นอยู่หรืออย่างไรกัน? ต่อให้ฝึกอีกซักสิบปีพวกเ้าก็ไม่มีทางเทียบพวกเขาได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงระยะเวลาแค่สามเดือน พวกเ้าไม่มีทางทำได้อย่างแน่นอน ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
“หึหึหึ!” เห็นท่าทีมั่นใจของฝูิ โม่เฟิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะอยู่ในลำคอ “เมื่อท่านอาจารย์ฝูิดูมั่นอกมั่นใจมากขนาดนั้น หากเด็กในห้องสี่ไม่อาจเป็หนึ่งในแปดตัวแทนของสถาบันได้ ก็ให้ถือว่าท่านเป็ฝ่ายชนะ”
โม่เฟิงนำถุงเงินที่ได้รับจากปิงหยวนออกมา “การพนันในครั้งนี้ หากของเดิมพันน้อยไปคงจะไม่น่าสนุกเท่าไหร่”
โม่เฟิงโยนถุงเงินที่นำออกมาลงบนโต๊ะตัวหนึ่ง เหรียญที่อยู่ด้านในกระจัดกระจายออกมาสร้างความใให้กับฝูิและเด็กคนอื่น ๆ
“นี่คือเงินจำนวนหนึ่งร้อยเหรียญทอง หากท่านอาจารย์เป็ฝ่ายชนะการเดิมพัน ข้าจะออกไปจากเมืองตะวันดับ ส่วนท่านก็นำเงินทั้งหมดนี่ไปใช้ได้เลย แต่ถ้าเกิด…”
โม่เฟิงจ้องไปที่ฝูิ “ท่านอาจารย์ฝูิเป็ฝ่ายพ่ายแพ้ ท่านจะต้องลาออกจากสถาบันแห่งนี้ รวมถึงต้องจ่ายเงินให้ข้าคนละหนึ่งร้อยเหรียญทองตามจำนวนของเด็กในห้องเรียนที่สี่ ที่สามารถคว้าตำแหน่งตัวแทนของสถาบันใบไม้เขียวมาได้ ท่านจะตกลงหรือไหม?”
ฝูิมองเหรียญทองที่กระจายไปทั่วโต๊ะด้วยสีหน้าละโมบ ตัวเขาต้องใช้เวลาหลายสิบปี กว่าจะหาเงินมาได้มากขนาดนี้ แต่โม่เฟิงกลับนำมันมาทิ้งซะนี่ เ้าเด็กนี่ไม่รู้เลยหรืออย่างไร ว่าข้อเสนอที่ยื่นออกมานั้น เหมือนเป็การยื่นหมูเข้าปากเสือ มีหรือที่เขาจะกล้าปฏิเสธ
ปากของฝูิฉีกยิ้มออกมาไม่ยอมหุบ “เ้าช่างเป็เด็กที่ใจกว้างเสียจริงเชียว ได้! ข้าตกลงรับคำท้าและเดิมพันกับเ้า”
เมื่อเห็นฝูิตกลงรับปากเื่การเดิมพัน โม่เฟิงจึงหันหน้าออกไปทางด้านนอกหน้าต่างพร้อมกับผสานมือทั้งสองข้างขึ้น เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สุภาพ “หวังว่าผู้าุโที่กำลังดูอยู่ จะช่วยเป็สักขีพยานให้กับข้าน้อยด้วย”
“ผู้าุโ?” สีหน้าของฝูิดูสับสน เขาไม่รู้ว่าโม่เฟิงกำลังพูดถึงใครอยู่
“….?”
ท่ามกลางความสับสนของใครหลายคน เสียงแหบแห้งอันทรงพลังสายหนึ่งก็ดังกึกก้องกังวานขึ้นในห้องเรียนที่สี่
“การเดิมพันในครั้งนี้ข้าจะช่วยเป็สักขีพยานให้พวกเ้า”
เสียงที่ดังขึ้นทำให้ฝูิถึงกับต้องกลืนน้ำลายเหนียว ๆ ลงคอ “ระดับพลังของชายผู้นี้?”
ตัวเขาที่อยู่ในขอบเขตหลอมดวงจิตกลับััอะไรไม่ได้เลย ซึ่งนั่นก็หมายความว่า เ้าของเสียงผู้นี้ จะต้องมีระดับพลังสูงกว่าตัวเขาอยู่หลายระดับเลยทีเดียว ไม่แน่ว่าอาจจะอยู่ระดับเดียวกับเหล่าผู้นำตระกูลเลยก็เป็ได้ ...หรือที่โม่เฟิงมีความมั่นใจในการเดิมพันครั้งนี้ จะเป็เพราะว่ามีผู้าุโท่านนี้คอยหนุนหลังอยู่?
แต่เมื่อคิดทบทวนดูแล้ว สีหน้าของฝูิดูเริ่มผ่อนคลาย “ไม่มีทาง! ต่อให้โม่เฟิงมีผู้าุโท่านนี้เป็อาจารย์ ได้รับโอสถวิเศษมากมาย แต่การทำให้เด็กที่ขาดพร์พัฒนาขึ้นมาอย่างก้าวะโ จนสามารถแข็งแกร่งทัดเทียมกับเด็กห้องหนึ่งในระยะเวลาเพียงสามเดือนนั้นย่อมไม่มีทางเป็ไปได้
พร์ของผู้ฝึกยุทธเป็ตัวแปรสำคัญที่ใช้บ่งบอกถึงความก้าวหน้าในการฝึกฝนของแต่ละคน ต่อให้เด็กที่ขาดพร์มีอาจารย์ที่มากไปด้วยฝีมือ มีโอสถให้ใช้ไม่ขัดสน แต่หากร่างกายไม่อาจรองรับโอสถเ่าั้ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่ลงทุนลงแรงไปย่อมเสียเวลาเปล่า และเมื่อพิจารณาถึงระดับพร์ของโม่เฟิงรวมถึงเด็กในห้องเรียนที่สี่ดูแล้ว ฝูิยิ่งคลายความกังวลลงไปได้อีกหลายส่วน
“หากหมดธุระแล้วข้าต้องขอตัวกลับไปฝึกฝน” โม่เฟิงเก็บถุงเงิน เตรียมจะเดินออกไปจากห้อง เนื่องจากตอนนี้เขาไม่อยากเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ เขายังมีเื่สำคัญที่ต้องลงมือทำอีกหลายอย่าง เพื่อให้ตนเองนั้นได้เป็ตัวแทนของสถาบันใบไม้เขียว
เห็นโม่เฟิงกำลังเดินออกจากห้องเรียน ฝูิจึงได้กล่าวขึ้นอีกครั้ง “ก่อนจะไป เ้าจงรู้เอาไว้ด้วยว่าระดับพลังต่ำสุดของเด็กห้องหนึ่ง ที่ข้าเป็คนสั่งสอนพวกเขามากับมือ คือกำเนิดลมปราณระดับที่เก้า หวังว่าเ้าจะไม่ถอดใจไปซะก่อน ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ ๆ”
โม่เฟิงหยุดชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ “ข้าจะจดจำเอาไว้!”
กล่าวจบโม่เฟิงรีบเดินออกจากห้องเรียน ปิงหยุนและตงห่าวเห็นดังนั้นจึงรีบเดินตามออกไป และอีกครู่หนึ่ง ลู่หานจึงตัดสินใจลุกเดินตามไปติด ๆ
“เอ๊ะ ๆ ๆ ๆ” เห็นเพื่อนสนิทของตนกำลังเดินตามโม่เฟิงออกไป เสี่ยวฟ่านที่รู้สึกกล้า ๆ กลัว ๆ หันหน้าไปทางซ้ายหันทีขวาที ก่อนจะรีบวิ่งตามทุกคนออกไปอย่างเลิกลัก “รอก่อน! ข้าไปด้วย!”
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
พี่โม่เข้าเรียนวันแรกก็ท้าเดิมพันกับอาจารย์ฝูิซะแล้ว ห้าวเหลือเกินนะเราเนี่ย 5555555555+
ฝากทุกคนช่วยกดติดตามนิยายเื่นี้ รวมถึงกดติดตามเพจ Facebook : Nightfall.Novel ด้วยนะครับ