โมนาซึ่งยึดมั่นอยู่กับคำสั่งของมารดามิได้ตอบอะไรออกมาเลยแม้แต่คําเดียวเด็กหญิงจับตามองดูแม่ที่ถูกพวกป้าและอาจับไว้เห็นแม่ใช้เท้าถีบคนทั้งสามและวิ่งไล่ไอช่าไปเธอเห็นไอช่าปีนป่ายกลับขึ้นไปบนตลิ่งและวิ่งตัวปลิวกลับไปยังหมู่บ้านและแล้วโมนาก็หันกลับมามองแม่ของตัวเองอีกครั้ง อุม โมนาชูกำปั้นะโด่า ตามหลังไอช่าอย่างหยาบคายแต่แล้วนางก็คิดถึงโมนาขึ้นมาได้จึงรีบวิ่งกลับขึ้นมา เมื่อกอดลูกไว้ในวงแขนนางก็บอกว่า
“ไม่ต้องใหรอกนะฮาบิบติไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นไม่ได้มีความหมายอะไรสําหรับเราเลยไม่เป็ไรหรอกลูกไม่เป็ไรเลย” เมื่อเห็นโมนาร่ำไห้ออกมา อุมโมนาก็หันไปทางแม่ผัวและบอกว่า “เคลาส” นางหมายถึงว่าพิธีกรรมดังกล่าวได้เสร็จสิ้นลงแล้ว
พวกญาติช่วยกันอุ้มร่างโมนาขึ้นนั่งบนแคร่อีกครั้งครั้นแล้วก็ออกเดินทางกันอย่างรีบเร่งใช้เส้นทางลัดตัดเนินเขากลับเข้าสู่หมู่บ้านพวกผู้หญิงผู้เดินตามขบวนช่วยคุ้มครองไม่ได้เพราะทุกคนต่างรู้ว่าไม่ว่าจะเป็ปีศาจจินน์หรือปีศาจด๊อกกริปีศาจทั้งหลายที่อยู่ในลําน้ำนี้นับั้แ่อัสวานไปจนถึงลู๊กซอร์ต่างออกมาเพื่อจับเอาโมนาไปความหวาดกลัวทําให้พวกผู้หญิงต่างเร่งฝีเท้าขึ้น พวกนักดนตรีตั้งท่าจะบรรเลงแต่อุมฮัสซันหันไปตวาดให้ทุกคนเงียบ
เื้ักำแพงสูงพวกผู้หญิงผู้ที่ไม่ได้ออกมาร่วมขบวนด้วยต่างแอบดูตามช่องรู้สึกแปลกใจที่เห็นขบวนแห่เดินกลับกันมาเงียบๆอีกไม่นานพวกนางต้องรู้ว่า ทําไมมันจึงเป็เช่นนี้ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นกับโมนาที่ริมฝั่งแม่น้ำไนล์ในวันนี้จะกลายเป็เื่ซุบซิบกันไปทั่วทั้งหมู่บ้านและต่างก็จะต้องวิพากษ์วิจารณ์กันต่อไปว่าเพราะเหตใดอัลเลาะห์จึงโปรดให้เื่อย่างนี้เกิดขึ้นบางคนก็กล่าวว่านี่แหละคือการลงโทษฮัสซันที่ไปเอาผู้หญิงต่างเผ่ามาเป็เมียบางคนก็จะต้องทําหนิอุม โมนาที่เลี้ยงดูลูกอย่างตามใจจนเกินไปดูเหมือนผู้คนทั่วทั้งคอมออมโบจะเชื่อมั่นอย่างหนึ่งว่าเหตุที่เกิดขึ้นเนื่องจากพระเ้าทรงสาปแช่งโมนาน้อยๆนั่นเอง
อุมโมนาปิดประตูบ้านอย่างแ่าไม่ยอมให้สายตาของผู้ใดมองลอดเข้ามาได้นางอุ้มโมนาไปวางลงบนเสื่อที่ใช้ปูนอน ถอดเสื้อคลุมออกให้เมื่อกล่าวว่า
“เอาละเมื่อเ้าอยากร้องไห้ก็ร้องออกมาได้แล้วเ้าอยู่กับแม่สองคนแล้ว”
โมนาหลบตาแม่ไม่ว่าแม่มีเหตุผลอย่างไรจึงยอมให้พวกเขามาทําให้เธอเ็ปอย่างมากในวันนี้โมนาไม่้ารู้ทั้งสิ้นและโมนาก็ไม่้าเข้าใจเหตุผลที่ว่าเพราะเหตุใดแม่ต้องลงไปต่อสู้กับผู้หญิงคนนั้นในแม่น้ำเด็กหญิงอยากให้ความเจ็บที่ถูกมัดั้แ่ต้นขาลงไปจนถึงข้อเท้าคลายลงมากกว่า
“ข้าเจ็บเหลือเกินเชือกนี่มันรัดข้าจนเจ็บไปหมดแล้วช่วยแก้ออกให้ข้าทีสิแม่”
“แม่ทําไม่ได้หรอกฮาบิบติ”
“ช่วยข้าด้วยสิแม่”
“แม่จะไปเอาขนมมาให้เ้านะ”
ขณะที่นางออกไปหาขนมกับผลไม้แห้งให้ลูกสาวนั่นเองที่อุมโมนาได้พบกับฮัสซันสีหน้าของตัวนางเผือดซีดอย่างไม่เคยเป็มาก่อน
“เมียข้ามันเป็ความจริงหรือเปล่า? บอกข้าสิว่าที่เขาพูดกันทั่วทั้งหมู่บ้านน่ะเป็เื่ไม่จริง”
“อะไรที่มันเกิดขึ้นมาแล้วก็ให้แล้วกันไปเถอะทุกสิ่งขึ้นอยู่กับน้ำพระทัยของอัลเลาะห์เพียงพระองค์เดียวเท่านั้น”
“แต่มันถูกสาปแช่งใครก็รู้ว่าโมนาถูกสาปแช่งแล้วเราต้องพลอยถูกสาปแช่งไปด้วย” ฮัสซันจะร้องไห้ออกมาเสียให้ได้“แล้วนี่ข้าจะทํายังไง? ข้าจะแก้ตัวกับพวกเขาว่ายังไง?เวลานี้ใครๆ ซุบซิบนินทาเรากันไปทั่วแล้วทั้งหมดนี่มันเป็ความผิดของเ้าคนเดียวเ้าน่าจะยับยังนั่งไอช่าไว้มันไม่เคยทํากับลูกสาวของใครเลยนอกจากลูกสาวของเ้า”
“และเป็ลูกสาวของแกด้วย”นางมองดูเสื้อผ้าสกปรกของเขาอย่างรังเกียจผู้ชายคนนี้น่ะหรือได้ชื่อว่าเป็ผัวของนางเป็ผู้ที่จะให้ความคุ้มครองป้องกันนาง “อุม โมนาหันหลังให้เขาเสีย” นางไม่รู้สึกเสียใจแม้แต่น้อยที่นับแต่นี้ต่อไปอีกสี่สิบวันที่เขาจะเข้ามาแตะต้องนางไม่ได้ด้วยปีศาจจินน์ยังวนเวียนอยู่ใกล้เืของโมนาเมื่อนางยิ่งแก่ตัวลงก็ดูเหมือนฮัสซันจะให้ความสําราญกับนางได้น้อยลงตาม
“แล้วนี่ข้าจะทำยังไงล่ะแม่ข้าจะต้องไม่ยอมให้อภัยข้าแน่เลย”
คําพูดของเขาเหมือนฟางเส้นสุดท้ายสําหรับอุมโมนา
“แม่แกน่ะเรอะ?...นี่พล่ามถึงแม่แกอีกแล้วเรอะ? ข้าว่าแกลืมยายแกนั่นเสียดีกว่าและถ้าทำได้ก็พยายามทำตัวให้มันเป็ผู้ชายหน่อยสินะฮัสซัน”น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความเหยียดหยามอย่างเห็นได้ชัด
เขาตบนางถึงสองครั้งครั้งแรกบนหน้าและครั้งที่สองตรงท้อง แต่อุมโมนาไม่เคยสะท้านะเืกับแรงตบนั้นเลย
“แกทำได้ดีที่สุดแค่นี้น่ะเรอะ?”นางเปล่งเสียงหัวเราะแค้นๆ ออกมาและฮัสซันก็ทุ่มตัวลงบนพื้นห้อง
“เ้าไม่เข้าใจเ้าจะไม่มีวันเข้าใจหรอก” เขาสะอึกสะอื้น “ต่อไปใครๆ ต้องหัวเราะเยาะข้า หัวเราะเยาะเราทุกคนข้าอับอายขายหน้าเหลือเกินข้าไม่ควรแต่งงานกับเ้าเลย”
“งั้นก็เลิกไปสิ”
“ไม่...ไม่” สายตาของเขาเต็มไปด้วยความอาวรณ์ ถึงแม้อุม โมนาจะแสดงต่อเขาแบบนี้ แต่นางก็ยังเร้าความปรารถนาของเขาได้อยู่ดีและเขาไม่มีวันจะปล่อยให้นางหลุดมือไปแน่
“งั้นก็เลิกร้องให้ได้แล้ว”
ฮัสซันสั่งน้ำมูกกับแขนเสื้อกัลลาไบย่าเขาแน่ใจว่าอุม โมนาจะต้องมีแผนการณ์อะไรบางอย่างเพราะนางชอบจะคิดวางแผนอยู่เสมอและเขาก็รอฟังคําสั่งของนางอยู่
“เราต้องยกเลิกงานเลี้ยงฉลองให้โมนาเพราะพวกคนในหมู่บ้านเองก็ใกลัวจนไม่คิดจะมาร่วมงานกับเราแน่เอาอาหารที่เตรียมไว้แบ่งให้เชคาไปกึ่งหนึ่งส่วนที่เหลือแจกให้พวกคนยากจนไป หลังจากนั้นเ้าก็เข้าไปอยู่ในสุเหร่าเสียใครๆเขาจะได้เห็นว่าเ้าเป็คนดีมีศีลธรรมชอบอยู่ใกล้พระเ้ายังไงล่ะ” เมื่อเห็นฮัสซันมีสีหน้าดีขึ้นนางก็เตือนเขาว่าเมื่อสวดมนต์เสร็จแล้วให้ออกเรือไปหาปลา
“เมื่อเ้ากลับมาผู้คนในหมู่บ้านมันก็ลืมกันไปหมดแล้วว่าเคยเกิดอะไรขึ้น”นางไม่ยอมให้เขามาร้องไห้คร่ำครวญเหมือนลูกหมาครางหาแม่ของมันแน่แต่ก็ยอมให้เขาจูบที่แก้มเบาๆ หนึ่งครั้ง
เมื่อกลับเข้าไปในห้องนอนอีกครั้งนางก็เห็นโมนาพยายามแก้ปมเชือกที่ผูกไว้ออกแต่ยิ่งแก้ปมก็ยิ่งกระชับแน่นเข้าเมื่ออุม โมนายื่นขนมแห้งให้ลูกสาว โมนาก็ปัดมือออกพร้อมกับบอกว่า
“ขนมอย่างนี้เขาสําหรับให้พวกเด็กๆกินต่างหาก ก็ไหนแม่บอกว่าตอนนี้ข้าโตเป็สาวแล้วไงล่ะ?”
“ก็จริงนี่นา”อุมโมนาส่งขนมเข้าปากอย่างใจลอยอดกังวลถึงคําพูดของฮัสซันเมื่อครู่ไม่ได้ถ้าโมนาได้รับการสาปแช่งจริงๆ ล่ะ? ถ้าการที่ไอช่ากระโจนลงไปในน้ำเืของโมนาหมายถึงลางร้ายอันจะเกิดขึ้นกับชีวิตลูกของนางจริงๆล่ะ? ทุกสิ่งล้วนมีทางเป็ไปได้ทั้งนั้น เมื่อเป็เช่นนี้อุมโมนาตัดสินใจที่จะแก้อาถรรพณ์นี้ด้วยตัวเอง
นางเดินไปเปิดหลุมเล็กๆที่นางขุดขึ้นไว้ตรงพื้นห้องในหลุมมีกล่องที่ทําด้วยเปลือกหอยมุกซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็ของแม่นางเปิดกล่องนั้นออกและหยิบลูกประคําที่ทําด้วยไม้ฉาบไว้ด้วยสีเขียวไข่นกการะเวกออกมาลูกประคํานี้เป็ของศักดิ์สิทธิ์และเป็สมบัติที่ตกทอดกันมาแต่ครั้งโบราณแม่เคยเตือนอุมโมนาว่าอย่าเอาลูกประคํานี้ออกมาใช้โดยไม่จําเป็เพราะอิทธิอํานาจของมันมหาศาลนักแต่ไม่เป็ไรหรอกภายหลังจากที่มีเกิดเื่ขึ้นกับโมนาแบบนี้การเอาลูกประคําออกมาใช้ช่วยให้โมนาโชคดีขึ้นนางเอาลูกประคําพวงนั้นคล้องลงที่คอลูก
“ฮาบิบติฟังแม่ให้ดีนะเ้าต้องสวมลูกประคําสายนี้ไว้ตลอดอย่าได้ถอดออกเป็อันขาดจําไว้ให้ดีนะ โมนา”
โมนาถอนหายใจกับคําสั่งล่าสุดของมารดาแต่ลูกประคําสายนี้ก็สวยเหลือเกิน
“ได้จ้ะแม่ ข้าจะสวมมันไว้ตลอดเวลาเลย”
“เอาละตอนนี้เราก็นอนกันได้แล้ว”
โมนาซุกตัวเข้าไปหาแม่อย่างว่าง่ายแต่ก็เข้าไปใกล้ไม่ได้มากนักเพราะขาถูกมัดไว้จนแข็งคือ อุมโมนาจับหัวลูกพาดลงกับท่อนแขนอวบอ้วนของตน ลึกลงไปในใจนางอยากแก้มัดที่ขาของลูกออกแต่นางจะทําลายประเพณีได้อย่างไรล่ะ? อีกครั้งหนึ่งที่ความคิดของนางล่องลอยไปสู่เื่ความฝันของเนซล่า
ใช่แล้ว...ความฝันนั้นยังไงนางต้องบอกกับทุกคนว่าเมื่อคืนนี้นางฝันไปว่ามีนักปราชญ์หรือไม่ก็อัลเลาะห์ที่มาสั่งให้นางแก้มัดลูกสาวออกหรือจะบอกว่าเป็เทพเ้าประจําแม่น้ำไนล์ดีนะ? แต่อย่าเลยเพราะมันอาจจะเป็ลางร้ายไปได้...ถ้าเช่นนั้นนางจะบอกว่าเป็นักบุญที่มาบอกให้นางอธิษฐานเพื่อความรอดพ้นของโมนานักบุญได้สั่งให้นางแก้มัดโมนาเพื่อที่เด็กหญิงจะได้ทําการ “ซาลาม” เพื่อวิงวอนขอความเมตตาจากอัลเลาะห์ได้สะดวกขึ้น
อุมโมนายิ้มให้กับตัวเองเมื่อหยิบมีดขึ้นมาถือไว้ แต่แล้วก็เกิดไม่แน่ใจขึ้นมาอีกถ้าสิ่งที่นางทําลงไปในวันนี้หมายถึงโชคเคราะห์อันใหญ่หลวงในวันข้างหน้าล่ะ
เสียงโมนาครางเบาๆ
ช่างมัน...ไม่ว่าผลจะเป็อย่างไรนางจําเป็ต้องช่วยลูกก่อนอุม โมนากระชับมีดในมือให้แน่นขึ้นตัดเชือกสามเปาะออกจากร่างของลูกสาวทันทีในที่สุดนางก็ได้ช่วยลูกให้เป็อิสระ
โมนาโถมกายเข้ากอดแม่ไว้ถอนหายใจอย่างเปี่ยมปิติ
“แม่...แม่จ๋าแม่รักข้าจริงๆ”
ขณะที่กอดลูกไว้ในวงแขนอุมโมนาให้สัญญากับตัวเองว่าชีวิตของโมนาต้องไม่เหมือนกับพวกผู้หญิงในหมู่บ้านแห่งนี้ข้าอุม โมนาคนนี้แหละที่จะสร้างชีวิตใหม่ให้ลูกข้า...