บทที่ 12 ค่าชดเชย (รีไรท์)
“ตอนนี้ควรพูดถึงเื่ที่เสิ่นปี้เหลียนมาผลักนีเอ๋อร์ของพวกเราได้แล้ว”
เื่แยกบ้านสำเร็จเรียบร้อย หลิวเยว่ก็ยืนขึ้นพูดประเด็นหลักทันที
ท่าทางที่ดุดันนี้ดูไปก็คล้ายกับแม่ไก่ที่อยู่ในสนามประลอง หรือที่เรียกกันว่าไก่ชนศึก
เสิ่นทิงหงรู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมาเมื่อเห็นท่าทีที่แสดงออกของมารดาตนเองจึงยิ้มขึ้นมาอย่างงง ๆ ไหนจะกลุ่มคนจากบ้านเดิมของมารดาที่มายืนสนับสนุนอยู่ด้านหลัง ดู ๆ ไปก็คล้ายกับเจ๊ใหญ่ในหนังเื่กู๋หว่าไจ๋
“อะไรนะ!? ยังจะคุยต่อีกเรอะ? ก็แยกบ้านกันแล้วนี่ พวกเธอยัง้าอะไรอีก?”
เพิ่งได้รับส่วนแบ่งมา 100 หยวนไม่ทันไร พอได้ยินหลิวเยว่พูดขึ้นมาแบบนี้ จางซู่ฉินก็รู้สึกใขึ้นมา แล้วเอื้อมมือออกมากุมกระเป๋าเงินตามสัญชาตญาณ
“ต้องพูดยังไงดีล่ะ าแที่หัวนีเอ๋อร์ของพวกเรายังไม่หายดีเลย เธอคงไม่คิดว่ามันจะจบลงเท่านี้หรอกใช่ไหม? ต่อให้น้องเล็กฉันไม่ติดใจ แล้วเธอลองหันมาถามพวกลุง ๆ ทางนี้หรือยังว่าจะยอมไหม?”
หลิวต้าพูดขึ้นอย่างดุดัน ภายใต้การอบรบสั่งสอนจากเซียวเจี้ยนฟางั้แ่เล็ก สามพี่น้องในบ้านต่างคอยปกป้องน้องสาวอย่างหวงแหน
ตอนนี้ย่อมต้องมาคอยปกป้องหลานสาวสายนอกคนนี้ด้วยเช่นกัน
ถ้าไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้น้องเล็กคอยกล่อมว่าให้รอจนพ้นหน้าเก็บเกี่ยวไปก่อนค่อยมาเอาคืน พวกเขาสามคนพี่น้องคงได้มาเอาเื่ถึงหน้าประตูนานแล้ว
จางซู่ฉินเห็นท่าทางดุดันของหลิวต้าก็รู้สึกกลัว เสิ่นต้าลี่เองก็หลบอยู่ด้านหลัง
ตอนนี้เสิ่นต้าลี่ก็กลัวไม่ต่างกัน เพียงครู่เดียวเหงื่อก็ไหลออกมาเต็มตัวแล้ว ในใจพลางก่นด่าเสิ่นปี้เหลียน เ้าเด็กร้ายกาจคนนี้รู้จักแต่สร้างปัญหา เื่อื่นกลับไม่ได้เื่ได้ราวเลย
ทางบ้านรองเสิ่นต่างยืนนิ่ง ๆ อยู่ด้านข้าง ไม่ได้ช่วยพูดอะไรออกมา ถึงเสิ่นต้าหย่งมีใจอยากจะช่วยพูดให้เสิ่นต้าลี่ แต่เื่นี้เดิมก็เป็ฝ่ายบ้านใหญ่เองที่ทำไม่ถูกต้อง ไหนจะยังมีท่าทีขึงขังของพี่ชายพี่สะใภ้ทางฝั่งนู้นอีก เสิ่นต้าหย่งกล้ารับประกันเลยว่าถ้าหากเสนอหน้าออกไปช่วย ตัวเองไม่แคล้วต้องโดนหางเลขไปด้วยแน่
ดังนั้นในท้ายที่สุด เสิ่นต้าหย่งจึงเลือกที่จะยืนอยู่ด้านข้างอย่างสงบเสงี่ยม รอดูละครเื่นี้ต่อไป อย่าได้สุมไฟใส่ตัวดีกว่า
“ถ้างั้นลุงของนีเอ๋อร์้าให้จัดการยังไง?”
แต่ถึงเสิ่นต้าลี่จะกลัวยังไงก็ต้องถามกลับไป ถ้าสีหน้าของพวกเขายังไม่ดีขึ้น คงไม่พ้นต้องถูกทุบตีจริง ๆ
แล้วก็อย่าหวังว่าจะไปพึ่งพ่อเฒ่าเสิ่นกับแม่เฒ่าเสิ่นได้ หลังจากจัดการเื่แยกบ้านเสร็จเรียบร้อย พวกท่านก็ออกไปส่งเหล่าผู้าุโของตระกูลกับพวกหัวหน้าหมู่บ้าน กลับมาก็ตรงเข้าห้องไปทันที เห็นชัดว่าไม่อยากเข้ามาข้องแวะกับเื่นี้
“ง่ายมาก ถึงยังไงพวกนายก็ถือว่าเป็พี่น้องแท้ ๆ ของสามีน้องเล็กพวกเรา เื่นี้ก็ไม่สมควรจบให้ดูอนาถเกินไปนัก จ่ายเงินมายี่สิบหยวน แล้วเื่นี้ก็ถือว่าให้จบลงเท่านี้ เื่ก่อนหน้านี้พวกเราจะไม่ติดใจเอาความ”
หลิวเอ้อร์เป็คนที่รู้จักพูดมากสุดในพี่น้องทั้งสามคน และเป็คนที่ถนัดเจรจามากที่สุด
ถึงสีหน้าตอนนี้จะไม่ได้ดีขึ้น แต่ก็เห็นชัดว่าได้พยายามข่มอารมณ์ไว้อย่างที่สุดแล้ว
นิสัยโดยปกติของหลิวเอ้อร์ถือว่าดีมาก เพียงแต่พอเป็เื่ที่เกี่ยวกับน้องเล็ก เขาก็จะเปลี่ยนไปเหมือนคนก้าวร้าวทันที
หลิวเยว่กับพวกเขาได้หารือกันก่อนมาแล้วว่าให้เริ่มที่จัดการเสิ่นปี้เหลียน แล้วค่อยพูดเื่ค่าชดเชย
ด้วยนิสัยของจางซู่ฉิน ถ้าต้องจ่ายเงิน 20 หยวนนี้ออกไป ต่อให้รักและเอ็นดูเสิ่นปี้เหลียนขนาดไหน อนาคตเสิ่นปี้เหลียนก็ไม่มีทางได้อยู่อย่างสบาย ๆ เหมือนเก่าแน่
ถึงจางซู่ฉินจะไม่ได้ถือเื่ความสำคัญของลูกชายที่มากกว่าลูกสาวขนาดนั้น อีกทั้งที่ปฏิบัติต่อเสิ่นปี้เหลียนก็ถือว่าไม่เลว แต่เมื่อเทียบกันขึ้นมาก็จะลำเอียงไปทางลูกชายมากกว่า
เมื่อเห็นว่าหลังจากแยกบ้านแล้ว เงินค่าสินสอดของเสิ่นโหย่วเหวยพวกตนต้องเป็คนออกเอง ส่วนพวกบ้านสองบ้านสามนั้นกลับไม่ต้องออกแม้แต่แดงเดียว และประจวบเหมาะเป็่เวลานี้พอดี
ไม่ทันไรเงินก็ต้องหายออกไปถึง 20 หยวน จางซู่ฉินกับเสิ่นต้าลี่สองคนอยู่เป็สุขได้ก็บ้าแล้ว
ถ้าใช้แต่อารมณ์ตีเสิ่นปี้เหลียนให้ตายหรือพิการก็ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรต่อบ้านสาม แล้วยังอาจลากบ้านแม่ตัวเองมาเดือนร้อนด้วย การทุบเสิ่นปี้เหลียนไปเล็กน้อยแล้วค่อยให้จ่ายค่าชดเชยถึงจะเป็วิธีที่ดีที่สุด
“เท่าไหร่นะ?” จางซู่ฉินสงสัยว่าตัวเองฟังผิดจึงตะลึงงันไปสักพัก
“ยี่สิบหยวน ห้ามขาดแม้แต่เหมาเดียว” หลิวซานผสมโรง
จางซู่ฉินเพิ่งผ่านเื่ใมา ท่าทีเลยอ่อนลงเล็กน้อย ยังไงพี่น้องสามคนจากบ้านหลิวก็ไม่ใช่คนที่ควรหาเื่ด้วย อย่างครั้งนี้มาทีก็ยกโขยงกันมาทั้งสามคน
แต่ถ้าจะให้เธอต้องจ่ายเงินก็ไม่ต่างอะไรกับมาเอาชีวิตเธอเลย
ตัวจางซู่ฉินเองก็ไม่ยินยอม “ไม่ได้ โหย่วเหวยของพวกเราใกล้จะแต่งภรรยาแล้ว กำลังต้องใช้เงิน เงินในส่วนนี้ยังไงก็ให้ไม่ได้ พวกเราลองมาหาวิธีอื่นเถอะ”
“จะไม่จ่ายเรอะ!?” หลิวต้าจ้องกลับด้วยความโกรธ
“ไม่จ่าย งั้นก็…”
ขณะที่หลิวต้าคิดอยากจะสู้ตาย หลิวเอ้อร์ก็รั้งเอาไว้
“ไม่จ่ายก็ได้ ถ้างั้นพวกเราจะไปแจ้งความ ถึงเวลานั้นพวกนายก็รอดูเถอะว่าถ้าลูกสาวมีคดีติดตัว แล้วลูกชายยังจะสามารถแต่งสะใภ้ได้อีกไหม”
คำพูดของหลิวเอ้อร์เต็มไปด้วยการข่มขู่ แถมยังน่ากลัวกว่าการบอกว่าจะตีให้ตายซะอีก ไม่ต่างกับได้กำชีวิตของจางซู่ฉินไว้เลย
แต่ถ้าให้ไปแล้วที่ได้เจรจาตกลงค่าสินสอดไว้ก็จะมีไม่พอน่ะสิ
จางซู่ฉินได้แต่มองไปที่สามีของคนเอง เสิ่นต้าลี่เองก็รู้ดีว่าเื่นี้ไม่สามารถทำให้ปล่อยผ่านไปแบบนี้ได้จึงหันไปหาเสิ่นต้าเฉียง
เสิ่นต้าเฉียงทำเป็ไม่เห็นสายตาของเสิ่นต้าลี่ น่าขันยิ่งนัก ในเวลาแบบนี้จะให้เขาออกหน้าช่วยพูดให้บ้านใหญ่เนี่ยนะ อย่าว่าแต่พวกพี่น้องสามคนบ้านนั้นเลย แม้แต่ภรรยาตัวเองก็คงไม่ปล่อยเขาไว้แน่
ถ้าเื่นี้ทำให้ลูกสาวตัวเองมีเอี่ยวไปด้วย ยิ่งจะกลายเป็เื่มากกว่าเดิมอีก
ถ้าจะสร้างความลำบากให้ตัวเอง ไม่สู้ให้พี่ใหญ่เขารับไว้เองดีกว่าเหรอ ใครใช้ให้ไม่รู้จักอบรมบุตรสาวให้ดีกันล่ะ แบบนี้ก็สมควรโดนแล้ว
เสิ่นต้าลี่เห็นน้องชายทำเฉยใส่ก็รู้สึกโกรธขึ้นมา เขาไม่เต็มใจที่จะจ่าย 20 หยวนนี่ออกไปแบบนี้ 20 หยวนนี่มันเท่ากับค่าแรงเขาทั้งเดือนเลยนะ
ชาวนาคนหนึ่งทำงานเป็เวลาหนึ่งปี ตัดเื่อาหารการกินออกไปก็ไม่แน่ว่าจะเก็บเงินได้ถึง 20 หยวนด้วยซ้ำ หากเงินจำนวนนี้ไม่ว่าจะตกไปอยู่ที่ใครก็ถือว่าไม่ใช่เงินจำนวนเล็กน้อย
“เ้าสาม นายก็รู้นิว่าโหย่วเหวยใกล้จะแต่งภรรยาแล้ว ทางฝั่งบ้านเ้าสาวก็เรียกมาไม่น้อย เื่นี้พวกเรารู้ดีว่าเป็ความผิดของเสิ่นปี้เหลียน พวกเรารอให้งานแต่งของโหย่วเหวยผ่านไปก่อนแล้วค่อยจ่ายได้ไหม?”
เวลานี้ทั้งพวกพี่ชายและแม่ภรรยาของบ้านสามต่างก็อยู่ที่นี่ ถ้าบอกว่าจะไม่จ่ายคงไม่พอใจกันแน่ เลยได้แต่ขอเลื่อนออกไปก่อน
ขอเพียงได้เลื่อนเวลาออกไป ต้องมีสักวันที่เื่ใหญ่ค่อย ๆ กลายเป็เื่เล็กแน่นอน
“พี่ใหญ่ เื่นี้ใช่ว่าผมพูดอะไรก็จะตามนั้น คนที่ได้รับาเ็คือลูกสาวผมนะ ผมเองก็ไม่สามารถไปให้อภัยแทนใครได้หรอก”
พอพูดออกไปแล้วเสิ่นต้าเฉียงก็ปิดปากลงทันที อย่าได้คิดว่าจะทำร้ายเขาได้เชียว
ยิ่งพูดมากก็ยิ่งผิดมาก ในเวลาแบบนี้ถ้าเกิดไม่ระวังพูดอะไรออกไปทำให้ผิดใจกับภรรยาหรือครอบครัวภรรยา ก็ไม่คุ้มแล้ว ไม่คุ้มแน่นอน!