แสงรุ่งอรุณฉาบทาทั่วลานประลองเมืองหงส์เหินเสียงกลองศึกดังรัวสนั่นสัญญาณเปิดศึกรอบแรกเริ่มต้นขึ้น!ผู้เข้าแข่งขัน 250 คนถูกปล่อยลงสู่ลานประลองขนาดใหญ่ยอดฝีมือวัยเยาว์ทั้ง250 ต่างต้องเค้นไหวพริบและพละกำลังเพื่อเอาตัวรอดและยืนหยัดเป็ 50 คนสุดท้ายก่อนที่ดวงอาทิตย์จะตรงศีรษะ!
ณ..ที่เวทีประลองกรรมการที่เป็ศิษย์ของสำนักกระบี่ะยืนบนเวทีด้วยท่าทางเกรงขาม
“วันนี้จะเป็การประลองคัดจาก250 คน ให้เหลือ50 คนใน่เช้า และ่บ่ายจะคัดให้เหลือ10 สุดท้าย เพื่อที่จะได้ไปตัดสินในรอบ10 สุดท้าย ในวันพรุ่งนี้..” กรรมหยุดพูดเพื่อสูดลมหายใจเข้าและกล่าวต่อ
“การประลอง่เช้าในวันนี้จะลดเวทีประลองจาก4 เวที เหลือ2 เวที และจอมยุทธ์วัยเยาว์ที่ผ่านเข้ามาทั้ง250 คน ก็ต้องจับป้ายใหม่ไม่ใช่ป้ายเดิมและก่อนแยกย้ายทุกคนก็ได้จับป้ายหมายเลขใหม่กันแล้ว...ข้าในฐานะกรรมการของการประลองครั้งนี้ขอแจ้งกติกาของการประลองครั้งนี้ให้ทราบกันทุกคน...การประลองครั้งนี้จะใช้การประลองแบบกลุ่มเวทีรอบละ5 คน มีเพียง1 คนในแต่ละรอบที่ต้องยืนอยู่เท่านั้นถึงจะเป็ผู้ชนะในรอบนั้นๆ ห้ามทำร้ายกันจนสาหัสห้ามใช้อาวุธลับหรือพิษ... เอาล่ะ ตอนนี้ได้เวลาแล้ว เริ่มการประลองได้!!!!!!!!” สิ้นเสียงกรรมการชาวบ้านที่มามุงดูและมานั่งชมก็ส่งเสียงเจ้ยแจ้วไปทั่วทั้งงาน
ผ่านไปไม่นานก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาทำให้เสียงที่ดังทั่วงานเงียบลง“เงียบได้แล้ว!!! กระประลองรอบที่1 ขอให้หมายเลข 1 ถึง5 ขึ้นไปบนเวที 1 และหมายเลข6 ถึง 10 ขึ้นไปบนเวที2”เสียงกรรมการประกาศหมายเลขทั้ง10 หมายเลข ให้ขึ้นไปบนเวที
รอบที่1 จอมยุทธ์น้อยทั้ง10 คน ประจำขึ้นเวทีทั้ง2 เวที โดยเวทีที1 มีเด็กหนุ่มร่างใหญ่มาในชุดสีน้ำตาลดูธรรมดาแต่หน้าตาดูซื่อๆ เป็จุดเด่นแต่เวที่2 มีเด็กหนุ่มผู้นึงซึ่งทำให้ผู้ชมรวมถึงศิษย์สำนักกระบี่ะอึ้งมาแล้วนั่นก็คือเด็กหนุ่มที่รอบคัดเลือกได้หมายเลข125 นั่นเอง มาในชุดสีดำเช่นเคยพร้อมผ้าคลุมครึ่งหน้าเหมือนเดิม“รอบที่1 เริ่มได้”
เมื่อสิ้นเสียงสัญญาณ “เริ่มได้!”จากกรรมการลมหมุนสายแรกก็หอบเอาฝุ่นควันบนลานประลองม้วนตัวขึ้นทันที!
บนเวทีที่1ผู้เข้าแข่งขันอีก4คนรอบข้างไม่รอช้าต่างพุ่งเป้ามาที่เด็กร่างโตหน้าซื่อทันทีเพราะด้วยขนาดร่างกายที่สะดุดตาทำให้เขากลายเป็เป้าหมายแรกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!
“จัดการเ้าใหญ่ก่อน!”เสียงของใครสักคนในกลุ่มดังขึ้นพร้อมกับการบุกประชิดจากสี่ทิศทางคมกระบี่และปราณสายลมพุ่งตรงเข้าใส่จุดสำคัญของเด็กร่างโต!
ทว่า...เด็กร่างโตในชุดสีน้ำตาลเรียบง่ายกลับไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกเขายืนปักหลักแน่นประดุจขุนเขาขาขวาถอยหลังไปครึ่งก้าวย่อตัวลงเล็กน้อยทันใดนั้นปราณไหลเวียนมหาศาลก็ะเิออกจากร่าง!
วิ้งงงงงงงง!
จิตกระบี่สีส้มแผดลอยสว่างวาบ!มันไม่ใช่จิตกระบี่ที่แหลมคมพริ้วไหวแต่เป็จิตกระบี่สีส้มอันหนาแน่นแข็งแกร่งและแผ่รังสีความหนักแน่นมั่นคงมหาศาลคลุมทั่วร่างและกระบี่ไม้ในมือของเขา!
“อั่ก!”
เพียงแค่เด็กร่างโตเหวี่ยงกระบี่ไม้ในแนวขนานเป็วงกลม...คลื่นจิตกระบี่สีส้มดุจศิลาพันปีก็พัดซัดปะทะเข้ากับอาวุธของผู้เข้าแข่งขันทั้งสี่คนเสียงปะทะตึงงงงง!ดังสะท้านไปถึงแสตนด์ผู้ชม!แรงปะทะอันหนักหน่วงบดขยี้ลมปราณของคู่สู้จนแตกพ่ายผู้เข้าแข่งขันทั้งสี่ต่างกระเด็นถอยหลังร่างปลิวหวือร่วงหล่นลงจากขอบเวทีที่1ไปพร้อมๆกันในกระบวนท่าเดียว!
“กะ...เกิดอะไรขึ้น!จิตกระบี่สีส้มทรงพลังขนาดนี้เชียวหรือ?!” เสียงผู้ชมรอบสนามฮือฮาขึ้นมาทันทีเด็กร่างโตยกมือเกาหัวแกรกๆหน้าตาซื่อๆยิ้มแห้งให้กรรมการเหมือนไม่รู้ว่าตัวเองเพิ่งทำเื่น่าใลงไป
ในเวลาเดียวกัน...บรรยากาศบนเวทีที่2กลับแตกต่างราวฟ้ากับเหว!
ผู้เข้าแข่งขันอีก4คนบนเวทีที่2ชะงักเท้าทันทีที่เห็นร่างในชุดดำผ้าคลุมหน้าความทรงจำในรอบสกรัมที่นายน้อยกวาดคนร่วงดุจใบไม้ร่วงยังคงติดตาพวกเขามองหน้ากันแล้วตัดสินใจจับกลุ่ม 4 รุม1หมายจะใช้จำนวนเข้าข่ม!
“ย่างสามก้าวพร้อมกัน!อย่าเปิดช่องว่าง!”ทั้งสี่คนเร่งลมปราณก้าวล้อมกระหน่ำย่างก้าวบีบวงแคบเข้ามา
ทว่านายน้อยชุดดำ (หมายเลข 125) กลับยืนกอดอกนิ่งแววตาภายใต้ผ้าคลุมหน้าเ็าและลึกล้ำประดุจห้วงน้ำลึกเขาไม่ได้แม้แต่จะขยับกระบี่ไม้ด้วยซ้ำ...
ฟึ่บ!
ทันทีที่คู่สู้ก้าวเข้าสู่ระยะห้าก้าว...จิตสังหารอันเย็นเยียบระดับไอเย็นะเืก็ะเิออกจากร่างของนายน้อยอย่างเงียบเชียบ!
มันไม่ใช่แรงลมแต่เป็"จิตข่มขวัญ" อันเข้มข้นจนอากาศรอบเวทีที่2ดูกระตุกและหนักอึ้งลงทันตา!ผู้เข้าแข่งขันทั้งสี่คนที่กำลังพุ่งเข้ามาพลันชะงักกึก...ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้เหงื่อเม็ดโตไหลซึมเต็มใบหน้ารู้สึกเหมือนมีคมกระบี่นับพันเล่มจ่ออยู่ที่ลำคอหากขยับอีกเพียงนิดเดียว!
“กะ...ปราณอะไรกัน... ลมหายใจข้า...”
ผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งทนแรงกดดันไม่ไหวขาอ่อนคุกเข่าลงกับพื้นกระแทกดังตึง!ก่อนที่อีกสามคนจะค่อยๆทรุดกายลงตามอย่างหมดสภาพไม่สามารถแม้แต่จะยกอาวุธขึ้นต่อสู้ได้เลย!
นายน้อยชุดดำค่อยๆคลายมือที่กอดอกลงสายตาภายใต้ผ้าคลุมหน้าไม่ได้หันไปมองคนที่คุกเข่าอยู่เลยแม้แต่น้อยเขาก้าวเดินลงจากเวทีทีละก้าวอย่างสงบนิ่งทิ้งไว้เพียงความเงียบกริบและความตกตะลึงของผู้คนทั้งลานประลอง!
“รอบที่1...ผู้ชนะเวทีที่1ได้แก่ หมายเลข3(เด็กร่างโต)! และผู้ชนะเวทีที่2ได้แก่ หมายเลข125!” เสียงกรรมการประกาศขึ้นท่ามกลางความตะลึงของคนดู!
ฉิวฟงและชิงหยางรวมถึงผู้แข่งขันคนอื่นที่ยืนดูอยู่ข้างสนามต่างคนก็ต่างแสดงท่าทางตาโตหรือใและท่าทางต่างๆกันไป สายตาของเขาจ้องมองจิตกระบี่สีส้มของเด็กร่างโตสลับกับรังสีข่มขวัญอันน่ากลัวของชายชุดดำคนนั้น...ในหัวเริ่มประมวลผลท่วงท่าและวิเคราะห์สายลมปราณของทั้งสองคนทันที!..
“รอบที่2 ... 3 ... 4 เริ่มได้”… เสียงประกาศดังขึ้นเปิดศึกรอบที่สอง สามและ สี่ ลานประลองทั้งสองทิศเริ่มคึกคักเมื่อผู้เข้าแข่งขันปรับตัวกับแรงกดดันได้ดีขึ้น
เวทีที่1(หมายเลข 11 –15): เป็การปะทะกันของสายอาวุธหนักและวิชาตัวเบา!หมายเลข14เด็กหนุ่มร่างเพรียวในชุดตระกูลนึงใช้ความเร็วพริ้วไหวหลบหลีกการรุมโจมตีของคู่สู้ได้อย่างงดงามเขาไม่ได้ปะทะตรงๆแต่ใช้วิชากระบี่ที่ร่ำเรียนแทงเข้าที่ข้อศอกและจุดยุทธศาสตร์ของคู่สู้ทีละคนจนอาวุธของคู่แข่งขันหลุดมือร่วงลงพื้นไปทีละคน
“รอบที่2 ผู้ชนะเวทีที่ 1: หมายเลข14”(ผ่านเข้ารอบด้วยความเร็วและชั้นเชิง)
เวทีที่2(หมายเลข 16 –20): การสู้ดุเดือดและแลกกระบี่อย่างจริงจัง!หมายเลข18ชายหนุ่มสายบ้าพลังใช้วิชากระบี่ที่รุนแรงเข้าปะทะตรงๆเกิดเสียงปะทะฝ่ามือดังตึง! ตึง!กลางลานประลองเขาซัดคู่สู้กระเด็นตกเวทีไปสองคนก่อนจะหันไปดวลหมัดวัดพละกำลังกับคู่สู้คนสุดท้ายและซัดอีกฝ่ายกระเด็นพ้นขอบเวทีไปอย่างเฉียบขาด!
“รอบที่2 ผู้ชนะเวทีที่ 2: หมายเลข18”(ผ่านเข้ารอบด้วยสายพลังตรงไปตรงมา)
บรรยากาศเริ่มเข้มข้นขึ้นเมื่อมีจอมยุทธ์ที่ใช้วิชากระบี่แปลกใหม่ปรากฏตัว
เวทีที่1(หมายเลข 21 –25): ศึกสายกระบี่ประทะกระบี่! หมายเลข22ศิษย์จากสำนักกระบี่เล็กๆยืนปักหลักกลางเวทีกระบี่ไม้ในมือทอประกายปราณสีเขียวอ่อนแม้จะถูกรุมสองทางแต่เขากลับใช้กระบวนท่า"กระบี่หมุนวน" ปัดเป่าคมอาวุธของคู่สู้พร้อมกันแล้วสวนกลับด้วยการแทงกระบี่ไม้เข้าที่อกเสื้อส่งร่างคู่สู้ร่วงเวทีไปทีละคนอย่างหมดจด
“รอบที่3 ผู้ชนะเวทีที่ 1: หมายเลข22”(ผ่านเข้ารอบด้วยเพลงกระบี่อันหมดจด)
เวทีที่2(หมายเลข 26 –30): รอบนี้เน้นการชิงชิงไหวชิงพริบ! หมายเลข29หญิงสาวร่างเล็กในชุดสีเขียวใบไม้ไม่ยอมปะทะตรงๆแต่ปล่อยให้ผู้เข้าแข่งขันอีกสี่คนรุมสกรัมกันเองจนาเ็และอ่อนแรงพอเหลือสองคนสุดท้ายที่กำลังยื้อแย่งพื้นที่นางจึงพุ่งกายประดุจนกแอ่นใช้กระบี่ไม้เคาะจุดยุทธศาสตร์ส่งทั้งสองคนร่วงตกเวทีไปพร้อมกันอย่างงดงาม!
“รอบที่3 ผู้ชนะเวทีที่ 2: หมายเลข29(ผ่านเข้ารอบด้วยไหวพริบและการคุมเชิง)
เวทีที่ 1 (หมายเลข31– 35): ศึกตะลุมบอนอันสับสน!ผู้เข้าแข่งขันทั้งห้าคนแลกอาวุธกันฝุ่นตลบจนกระบี่ของหลายคนหลุดจากมือแต่หมายเลข33ชายหนุ่มมีความถึกทนเป็เลิศเขายอมรับหมัดคู่สู้หนึ่งครั้งเพื่อหาช่องว่างแลกกับการชกเข้าที่ลิ้นปี่และท้องน้อยซัดคู่แข่งขันลอยตกเวทีทีละคนจนเหลือยืนหยัดเป็คนสุดท้าย
“รอบที่4 ผู้ชนะเวทีที่ 1: หมายเลข33(ผ่านเข้ารอบด้วยความถึกทนและจิตใจเด็ดเดี่ยว)
เวทีที่ 2 (หมายเลข36– 40): การสู้รวดเร็วและจบไว!หมายเลข37เด็กหนุ่มสายเท้าพริ้วไหวใช้ทักษะก้าวลวงตาชั่วครู่วิ่งอ้อมไปด้านหลังคู่สู้ทีละคนแล้วถีบส่งลงจากเวทีทีละคนอย่างรวดเร็วใช้เวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูปก็จบการประลอง!
“รอบที่4 ผู้ชนะเวทีที่ 2: หมายเลข37(ผ่านเข้ารอบด้วยความเร็วเข้าทำ)
กรรมการก้าวออกมากลางลานประลองพร้อมสูดหายใจลึกก่อนจะเคาะฆ้องเสียงดังสนั่น!
“การประลองรอบที่5...หมายเลข41ถึง45ขึ้นเวทีที่1!และหมายเลข46ถึง50ขึ้นเวทีที่2!” เมื่อสิ้นเสียงกรรมกาประกาศหมายเลขจอมยุทธ์น้อยทั้ง10 คน ต่างยืนอยู่บนเวทีโดยเวที1 มีหญิงสาวที่ใส่ชุดสีแดง เป็จุดเด่นในเวที่1 ส่วนเวที่ 2 มีชายหนุ่มผอมบางที่ยืนนิ่งไม่ขยับไปไหนบนเวทีแต่หากมองดีพบว่าเขาไม่พูดไม่จาแต่ดวงตากลับใสสะอาด
บนเวทีที่1หญิงสาวชุดแดงยืนเอียงคอส่งยิ้มหวานงดงามใบหน้าผุดผ่องดูไม่มีพิษมีภัยกระบี่ไม้ในมือถือนิ่งสะบัดไปมาเบาๆผู้เข้าแข่งขันชายอีกสี่คนบนเวทีเห็นเช่นนั้นก็เผลอยิ้มแย้มและประเมินนางต่ำไป
“แม่นาง...ถอยไปก่อนดีกว่ากระบี่ไม่มีตาเดี๋ยวพวกข้าทำเ้าาเ็!”ชายหนุ่มหมายเลข42เอ่ยพลางเงื้อกระบี่ไม้พุ่งเข้ามาหวังจะสะกิดกระบี่ของนางให้หลุดมือเป็คนแรก
ทว่า...ในวินาทีที่ปลายกระบี่ของคู่สู้เฉียดเข้ามาในระยะสามก้าว!รอยยิ้มหวานบนใบหน้าของหญิงสาวชุดแดงพลันหายวับไป!แววตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็ดุดันก้าวร้าวและเต็มไปด้วยจิตสังหารอันบ้าคลั่งในพริบตา!
“เหอะ...ยุ่งไม่เข้าเื่!”
ฟึ่บ!ตึงงง!
นางสะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียวกระบี่ไม้ในมือหมุนรัวเป็วงกลมประดุจพายุคมกริบ!ปราณกระบี่สีแดงเพลิงะเิซัดเข้าใส่กระบี่ของชายหนุ่มจนหักสะบั้นเป็สองท่อน!ก่อนที่นางจะก้าวประชิดด้วยความเร็วสูงใช้ฝ่ามืออีกข้างกะแทกเข้าที่อกเสื้อและใช้ด้ามกระบี่ไม้ตอกเข้าที่ลิ้นปี่ของชายหนุ่มอีกคนจนจุกอกร่างลอยหวือตกเวทีไปติดๆกัน!
ผู้เข้าแข่งขันอีกสองคนที่เหลือเห็นการสลับบุคลิกเฉียบพลันถึงกับหน้าซีดเผือดยอดฝีมือหญิงสาวชุดแดงไม่เปิดโอกาสให้พักนางควงกระบี่ไม้กระหน่ำแทงเป็สายน้ำรัวเร็วและดุดันร้อนแรงดุจเปลวไฟบีบให้ทั้งคู่ทำได้เพียงยกกระบี่รับจนมือชาก่อนจะโดนตวัดกระบี่ฟาดซ้ำจนกระเด็นร่วงเวทีไปในเวลาไม่กี่อึดใจ!
เมื่อคนสุดท้ายร่วงลงไป...หญิงสาวชุดแดงก็ชะงักกึกนางถอนหายใจเบาๆก่อนจะกระพริบตาปริบๆรอยยิ้มหวานละมุนและแววตาอ่อนโยนกลับคืนมาบนใบหน้าอีกครั้งนางยกกระบี่ไม้ขึ้นปัดฝุ่นเสื้อผ้าตัวเองเบาๆราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น!
ขณะเดียวกัน...บนเวทีที่2ชายหนุ่มผอมบางผู้ไม่พูดไม่จายืนนิ่งสงบราวกับรูปสลักดวงตาใสสะอาดและสงบนิ่งมองตรงไปข้างหน้าแม้ผู้เข้าแข่งขันอีกสี่คนจะเริ่มกระชับกระบี่ไม้แน่นและเตรียมตั้งท่าบุกเขาก็ยังคงไม่ขยับไหว
“หมอนี่ดูเหม่อลอยจัดการมันก่อนเลย!”
ชายหนุ่มสองคนพุ่งเข้ามาพร้อมกันกระบี่ไม้สองเล่มวาดเป็วงกว้างแทงเข้าใส่กะบังลมและชายโครงของเด็กหนุ่มไร้เสียงพร้อมกันหมายจะปิดเกม!
ทว่า...ทันทีที่ปลายกระบี่ไม้จะถึงตัวร่างผอมบางของเด็กหนุ่มพลันพริ้วไหวประดุจเงาร่างไร้น้ำหนัก!
วูบ!
เขาไม่ได้เอื้อนเอ่ยเสียงใดๆออกมาแม้แต่คำเดียวแต่ขยับเท้าเพียงครึ่งก้าวกายาหมุนเบี่ยงหลบปลายกระบี่ได้อย่างฉิวเฉียดชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด!ในเสี้ยววินาทีนั้นกระบี่ไม้ในมือของเขาก็พุ่งแหวกอากาศออกไปอย่างเงียบเชียบไร้ซึ่งเสียงลมปราณไร้ซึ่งการเบ็งเสียงร้อง!
ก๊อก!ก๊อก!
ปลายกระบี่ไม้ของเขาเคาะเข้าที่กักชีพจรบริเวณข้อมือของคู่สู้ทั้งสองคนอย่างแม่นยำดุจจับวาง!แรงะเืทำให้มือของทั้งคู่ชาสลายอาวุธหลุดมือร่วงลงพื้นทันทีก่อนที่เด็กหนุ่มจะวาดกระบี่ไม้สลักลายโค้งเป็วงกลมซัดลำตัวของทั้งคู่จนลอยกระเด็นพ้นขอบเวทีไปอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด!
อีกสองคนที่เหลือพยายามกระหน่ำแทงเพลงกระบี่เข้าใส่ด้วยความตื่นตระหนกแต่เด็กหนุ่มไร้เสียงกลับขยับกายหลบหลีกประดุจสายลมที่จับต้องไม่ได้ทุกท่วงท่าการลงมือกระบี่ของเขานิ่งสงบแม่นยำและไร้เสียงรบกวนใดๆเพียงไม่กี่กระบวนท่าเขาก็ดันกระบี่ส่งร่างของคู่สู้สองคนสุดท้ายร่วงลงจากเวทีไปอย่างสมบูรณ์แบบ!
“รอบที่5...ผู้ชนะเวทีที่1ได้แก่ หมายเลข41(หญิงสาวชุดแดง)!และผู้ชนะเวทีที่2ได้แก่ หมายเลข46(เด็กหนุ่มไร้เสียง)!”
เสียงกรรมการประกาศขึ้นผู้ชมข้างสนามปรบมือให้ด้วยความตื่นตาตื่นใจกับสไตล์กระบี่ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงของทั้งสองคน!
ฉิวฟงรวมถึงชิงหยางที่มองดูอยู่ข้างสนามตาเป็ประกาย...พวกเขาจดจำท่วงท่ากระบี่พายุเพลิงของหญิงสาวชุดแดงและการพริ้วไหวไร้เสียงอันแม่นยำของเด็กหนุ่มลงในหัวทันที!และฉิวฟงพึมพำเบาๆกับตัวเองพร้อมกำหมัดจนแน่นว่า“นี่สินะที่ท่านพ่อบอกข้าว่าเสือซ่อนัหมอบข้าเข้าใจแล้วข้าจะไม่ประมาทและทำให้เต็มที่”
เสียงฆ้องเคาะเปิดศึกรอบที่หกกระบี่ไม้สิบเล่มถูกชักออกจากฝักพร้อมกัน!
เวทีที่1(หมายเลข 51 –55): ศึกกระบี่สายรวดเร็วปะทะกระบี่สายหนักแน่น!หมายเลข53ใช้เพลงกระบี่พิรุณโปรย แทงกระบี่ไม้รัวเป็สายรังสีรวดเร็วบีบให้คู่สู้ทั้งสี่ทำได้เพียงยกกะบังกระบี่ขึ้นรับเสียงกระบี่ไม้กระทบกันดังแต๊กๆๆๆๆ!ก่อนที่เขาจะตวัดคมกระบี่สะกิดกะบังกระบี่ของคู่ต่อสู้ปลิวหลุดมือทีละคนแล้วใช้ปลายกระบี่ดันอกส่งร่วงเวทีไปอย่างงดงาม
“รอบที่6 ผู้ชนะเวทีที่ 1: หมายเลข53. (ผ่านเข้ารอบด้วยเพลงกระบี่รัวเร็ว)
เวทีที่2(หมายเลข 56 –60): ศึกกระบี่สายป้องกันลึกล้ำ! หมายเลข58ไม่เป็ฝ่ายบุกก่อนยืนปักหลักในท่ากระบี่เงาพระจันทร์ ใช้กะบังกระบี่และกายาปัดเป่าคมกระบี่ที่พุ่งเข้ามาจากสี่ทิศทางอย่างนิ่งสงบเมื่อคู่สู้แทงพลาดจนเสียหลักเขาจึงหมุนตัววาดกระบี่ไม้เป็วงกลมซัดคลื่นปราณกระบี่กวาดร่างคู่สู้ร่วงตกเวทีไปพร้อมกัน
“รอบที่6 ผู้ชนะเวทีที่ 2: หมายเลข58”(ผ่านเข้ารอบด้วยเพลงกระบี่ตั้งรับสวนกลับ)
รอบที่7(หมายเลข 61 –70)….
บรรยากาศการประลองทวีความเคี่ยวกรำเมื่อเริ่มมีศิษย์จากตระกูลกระบี่ท้องถิ่นขึ้นแสดงฝีมือ
เวทีที่1(หมายเลข 61 –65): หมายเลข 62 โชว์ทักษะกระบี่สองมือ แทงกระบี่ไม้ซ้ายขวาประสานกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ!เขารับกระบี่คู่ต่อสู้ด้วยกระบี่ซ้ายและสวนกลับด้วยกระบี่ขวาตัดจังหวะการบุกของคู่สู้บนเวทีจนกระบี่ไม้ของอีกฝ่ายหลุดมือไปทีละคนชัยชนะตกเป็ของเขาในเวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูป
“รอบที่7 ผู้ชนะเวทีที่ 1: หมายเลข62”(ผ่านเข้ารอบด้วยเพลงกระบี่คู่)
เวทีที่2(หมายเลข 66 –70): ศึกชิงจังหวะฉิวเฉียด! หมายเลข69ะโลอยตัวขึ้นกลางอากาศใช้กระบวนท่ากระบี่ทะยานเมฆ พุ่งฉีกแหวกวงล้อมคมกระบี่ของคู่สู้ทั้งสี่แล้วสลัดปลายกระบี่ไม้เคาะเข้าที่กักชีพจรข้อมือของคู่สู้กลางอากาศบังคับให้ปลดปล่อยกระบี่หลุดมือร่วงลงเวทีไป
“รอบที่7ผู้ชนะเวทีที่2:หมายเลข69”(ผ่านเข้ารอบด้วยเพลงกระบี่กลางหาว)
รอบที่8(หมายเลข 71 –80)…
การต่อสู้กระชับและจริงจังมากขึ้นทุกคนต่างงัดไม้เด็ดกระบี่ประจำสำนักออกมาสู้
เวทีที่1(หมายเลข 71 –75): หมายเลข 74 ใช้เพลงกระบี่สบั้นสายลม รวบรวมปราณไว้ที่ปลายกระบี่ไม้จนเกิดเสียงวี้ดแหลม!เขาตวัดกระบี่ฟาดฟันคมปราณส่งแรงปะทะเข้าใส่คู่ต่อสู้ทีละคนแม้คู่สู้จะยกกระบี่ไม้ขึ้นบล็อกแต่แรงะเืของปราณก็ซัดจนตัวลอยกระเด็นพ้นขอบเวทีไป
“รอบที่8 ผู้ชนะเวทีที่ 1: หมายเลข74”(ผ่านเข้ารอบด้วยปราณกระบี่อันหนักหน่วง)
เวทีที่2(หมายเลข 76 –80): ศึกสบั้นกะบังกระบี่! หมายเลข77บุกด้วยความดุดันกระบี่ไม้ในมือแทงตรงเข้าจุดยุทธศาสตร์อย่างฉับไวและเที่ยงตรงเขาใช้เหลี่ยมกระบี่เบียดแทรกช่องว่างกระบี่ของคู่สู้และปัดอาวุธของคู่แข่งขันกระเด็นตกสนามไปทีละราย
“รอบที่8 ผู้ชนะเวทีที่ 2: หมายเลข77(ผ่านเข้ารอบด้วยการแทงกระบี่ตรงอันแม่นยำ)
รอบที่9(หมายเลข 81 –90)…
รอบสุดท้ายก่อนเข้าสู่รอบตัวเต็งที่ทุกคนรอคอยเสียงเชียร์รอบลานประลองเริ่มกึกก้องขึ้นเรื่อยๆ
เวทีที่1(หมายเลข 81 –85): หมายเลข 83 ยืนรับการรุมกระหน่ำแทงกระบี่จากสามทางเขาใช้กระบวนท่ากระบี่วารีไหล เบี่ยงเบนทิศทางคมกระบี่ของคู่สู้ให้ชนกันเองจนเปิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ก่อนจะใช้ด้ามกระบี่ไม้ตอกส่งคู่แข่งขันร่วงตกเวทีไปทั้งหมด
“รอบที่9 ผู้ชนะเวทีที่ 1: หมายเลข83”(ผ่านเข้ารอบด้วยกระบี่ผันแปร)
เวทีที่2(หมายเลข 86 –90): หมายเลข 88 ใช้ความพริ้วไหวของปลายกระบี่แทงสะกิดกะบังกระบี่ของคู่สู้สี่คนติดๆกันด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงเคร้ง! เคร้ง!เคร้ง! เคร้ง!ติดต่อกันสี่ครั้งอาวุธปลิวว่อนกลางอากาศก่อนที่เขาจะสลับเท้าถีบพื้นยันคู่สู้ตกเวทีตามไป
“รอบที่9 ผู้ชนะเวทีที่ 2: หมายเลข88” (ผ่านเข้ารอบด้วยความเร็วปลายกระบี่)
กรรมการก้าวออกมาส่องสายตามองความพร้อมของลานประลองก่อนจะเคาะฆ้องกังวานสนั่น!
“การประลองรอบที่10...หมายเลข 91 ถึง95ขึ้นเวทีที่ 1! และหมายเลข96ถึง 100 ขึ้นเวทีที่2!”
ข้างสนาม...แฝดคนพี่หันมามองแฝดคนน้องเบาๆก่อนจะกระชับกระบี่ไม้ในมือแน่นเตรียมก้าวขึ้นเวทีที่1ส่วนฝั่งเวทีที่2เป็ตาของหญิงสาวอีกคนนามถังซู่เหมยวันนี้เด็กสาวมาในชุดสีฟ้าอ่อนและมัดผมด้วยผ้าสีฟ้าเช่นเดียวกับสีชุด ที่กำลังเดินขึ้นเวทีด้วยความมั่นใจ!!
บนเวทีที่1แฝดคนพี่(หมายเลข 91) ก้าวขึ้นเวทีด้วยท่วงท่านิ่งสงบกระชับกระบี่ไม้ในมือแน่นสายตาคมกริบกวาดมองผู้เข้าแข่งขันอีกสี่คนทันทีที่ขึ้นประจำตำแหน่ง
ข้างสนาม...แฝดคนน้องชูกระบี่ไม้ขึ้นป้องปากะโเชียร์เสียงดังลั่น"พี่ใหญ่!อย่าให้เสียชื่อบ้านเรานะเว้ย!จัดการให้ไว ข้าหิวข้าวแล้ว!"แฝดคนพี่ได้ยินก็ลอบถอนหายใจเบาๆอมยิ้มน้อยๆแต่สายตายังคงไม่ละจากคู่ต่อสู้
“เริ่มได้!”
สิ้นเสียงสัญญาณ!ผู้เข้าแข่งขันอีกสี่คนรู้ดีว่าแฝดคนพี่ดูไม่ธรรมดาจึงแท็กทีมล้อมรอบสี่ทิศแล้วพุ่งแทงกระบี่ไม้เข้ามาพร้อมกัน!
ทว่า...แฝดคนพี่กลับไม่ได้หลบหนีหรือตื่นตระหนกเขายกกระบี่ไม้ขึ้นวางขนานลำตัวขยับส้นเท้าถอยเพียงครึ่งก้าวสายตาอ่านทิศทางการบุกของทั้งสี่คนออกจนหมดไส้หมดพุ่ม!
“กระบี่ซ้ายเร่งรีบปราณฐานขวายังหลวม...กระบี่ขวาใช้แรงมากไปเปิดช่องว่างชายโครง!”
ก๊อก!เคร้ง!
แฝดคนพี่ขยับกายประดุจใบไม้พริ้วตามลมหมุนตัวเบี่ยงหลบคมกระบี่แรกแล้วใช้วิชากระบี่พันผูก ตวัดกะบังกระบี่ไม้เบี่ยงทิศทางกระบี่ของคู่สู้ทางซ้ายให้พุ่งไปปะทะกับกระบี่ของคู่สู้ทางขวาจนเกิดเสียงชนกันดังลั่น!ทั้งสองคนเสียหลักชนกันเองทันที!
ก่อนที่อีกสองคนที่เหลือจะทันใแฝดคนพี่ก็ก้าวแทรกตัวเข้าไปตรงกลางระหว่างช่องโหว่วาดกระบี่ไม้เป็วงกลมสั้นๆด้วยข้อมือที่พลิ้วไหวปลายกระบี่ไม้สะกิดเคาะเข้าที่กักชีพจรข้อมือของทั้งสองคนอย่างเที่ยงตรงแต๊ก! แต๊ก!อาวุธหลุดมือร่วงหล่นลงพื้นทันตา!
จากนั้นแฝดคนพี่จึงเบี่ยงกายหมุนตัวส่งแรงเหวี่ยงใช้ลำกระบี่ไม้ตบเข้าที่บั้นเอวและสะโพกของคู่สู้ทั้งสี่คนเรียงตัวเป็จังหวะต่อเนื่อง!
ผลัวะ!ผลัวะ! ผลัวะ!ผลัวะ!
ร่างของผู้เข้าแข่งขันทั้งสี่ลอยหวือกระเด็นตกจากขอบเวทีที่1ไปพร้อมๆกันอย่างหมดสัตย์หมดศรี!ใช้เวลาไม่ถึงห้าอึดใจ!แฝดคนพี่หมุนกระบี่ไม้เก็บเข้าข้างเอวอย่างงดงามหันไปอมยิ้มและพยักหน้าให้แฝดคนน้องที่กำลังก้าวะโโลดเต้นอยู่ข้างสนาม!
ในเวลาเดียวกัน...บนเวทีที่2บรรยากาศกลับงดงามและตราพึงใจประดุจภาพวาด!
ถังซู่เหมย(หมายเลข 96) ในชุดสีฟ้าอ่อนมัดผมด้วยผ้าสีฟ้าสดใสเดินก้าวขึ้นสู่กลางลานประลองกลิ่นอายความบริสุทธิ์และมั่นใจแผ่ออกมาจากตัวนางอย่างเห็นได้ชัดผู้เข้าแข่งขันชายอีกสี่คนแม้จะตื่นตะลึงในความงามแต่เมื่ออยู่บนลานประลองต่างก็กระชับกระบี่ไม้เตรียมบุกเข้ามาประชิด
ถังซู่เหมยยิ้มน้อยๆนางไม่ได้ใช้กำลังข่มขวัญแต่เริ่มขับขานลมปราณเพียง5ถึง7ส่วนออกมาจากจุดตันเถียน!
วูบบบบ...
ทันใดนั้น!ลมปราณสีฟ้าครามอันบริสุทธิ์ก็พุ่งเอ่อล้นออกจากร่างของนางคลุมทับกระบี่ไม้ในมือจนเปล่งแสงสว่างละมุนละไม!อากาศรอบตัวนางเริ่มสั่นไหวเบาๆเกิดเป็ละอองปราณกระบี่หมุนวนคล้ายกลีบบุปผาสีฟ้าอ่อนล่องลอยกระจายตัวอยู่รอบกายประดุจสายน้ำและพายุกลีบดอกไม้!
“เพลงกระบี่พิรุณวารีบุปผา!”
ชายหนุ่มทั้งสี่คนพุ่งกระบี่เข้ามาจากสี่ทิศหมายจะเค้นฝีมือสู้แต่ทันทีที่คมกระบี่ของพวกเขาแตะโดนวงรัศมีละอองปราณสีฟ้าอ่อน...ความรู้สึกนุ่มนวลแต่หนักแน่นมหาศาลก็สะท้อนกลับมาทันที!
ฟึ่บๆๆๆ!
ละอองปราณกระบี่บุปผาสีฟ้าหมุนเกลียวพัดปะทะเข้ากับกระบี่ไม้ของคู่ต่อสู้แรงะเืของลมปราณ6ส่วนที่ไม่เน้นทำลายชีวิตแต่เน้น"สลายพลังและผลักดัน"ได้พัดพาเอาคมอาวุธของทั้งสี่คนเบี่ยงทิศทางออกไป!
ถังซู่เหมยพริ้วกายย่างสามก้าวท่วงท่าของนางประดุจร่ายรำกลางสายฝนนางตวัดกระบี่ไม้เป็วงโค้งงดงามสายลมปราณสีฟ้าหมุนวนเป็เกลียวคลื่นผลักดันร่างของผู้เข้าแข่งขันทั้งสี่คนให้ลอยละลิ่วถอยหลังไปอย่างนุ่มนวล!
ตูมมม!(เสียงคลื่นปราณกระทบอากาศ)
ร่างของทั้งสี่คนลอยข้ามขอบเวทีลงไปแตะพื้นด้านล่างอย่างปลอดภัยไร้าแรุนแรงแต่ไม่สามารถต้านทานแรงส่งของคลื่นปราณสีฟ้านั้นได้เลยแม้แต่น้อย!
เมื่อสงบลง...ละอองปราณสีฟ้าอ่อนค่อยๆสลายตัวไปในอากาศถังซู่เหมยสะบัดกระบี่ไม้เบาๆแล้วยืนยิ้มแย้มสง่างามอยู่กลางเวทีชัยชนะของนางเต็มไปด้วยความงดงามนุ่มนวลแต่แฝงไว้ด้วยลมปราณอันลึกล้ำสมกับเป็ยอดฝีมือ!
“รอบที่10...ผู้ชนะเวทีที่1ได้แก่ หมายเลข91(แฝดคนพี่)! และผู้ชนะเวทีที่2ได้แก่ หมายเลข96(ถังซู่เหมย)!”
เสียงกรรมการประกาศขึ้นผู้ชมรอบสนามต่างส่งเสียงโห่ร้องเชียร์ด้วยความทึ่งในฝีมือกระบี่อันเหนือชั้นของทั้งสองเวที!
ฉิวฟงยืนมองดูพลางพยักหน้าในใจ...‘แฝดคนพี่ใช้สายตาและชั้นเชิงแก้ไขสถานการณ์ได้เก่งกาจ...ส่วนเด็กสาวนั่งที่เราเห็นที่ตลาดนี่นาวรยุทธ์เก่งมาก ลมปราณแค่หกส่วนยังคุมทิศทางและสร้างปราณบุปผาได้คมขนาดนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ!’ ในส่วนของชิงหยางใมากกว่าแต่ก็แอบยิ้มเบาๆและพูดพึมพำเบาๆว่า“นางเก่งมากหวังว่าข้าจะได้เจอนางอีกนะข้ามีของมาให้เ้า”
การประลองมีต่อไปเรื่อยในรอบที่11.. 12...13..14 นั้น สรุปหมายเลขผู้ชนะดังนี้
รอบที่11(หมายเลข 101 –110):
รอบที่12(หมายเลข 111 –120):
รอบที่13(หมายเลข 121 –130):
รอบที่14(หมายเลข 131 –140):
“การประลองรอบที่ 15... หมายเลข 141 ถึง 145 ขึ้นเวทีที่ 1! และหมายเลข 146 ถึง 150 ขึ้นเวทีที่ 2!”
แฝดคนน้อง แย้มยิ้มขี้เล่น ควงกระบี่ไม้ในมือหมุนรัวเป็วงกลม ก่อนจะะโเหยียบขอบสนามลอยตัวขึ้นไปบน เวทีที่ 1 อย่างคึกคัก! มองไปยังแฝดคนพี่แล้วบอกว่า รอข้ากลับไปกินข้าวด้วยกันนะพี่ใหญ่ ฮี่ ฮี่!! แฝดคนพี่ได้ยินก็พยักหน้าตอบกลับไปพร้อมโบกมือให้กำลังใจน้องชายฝาแฝดตนเองส่วนเวที่ 2 กลับมีจุดสนใจอีก 1 อย่างก็คือ เด็กน้อย 1 คน ที่ตัวเล็กกว่าใครในรอบนี้ของเวทีที่ 2 แต่แววตาและท่าทางดูเหมือนวัยที่โตกว่า
บนเวทีที่ 1 แฝดคนน้อง (หมายเลข 141) ยืนแลบลิ้นปลิ้นตา ควงกระบี่ไม้หมุนติ้วๆ บนนิ้วชี้อย่างอารมณ์ดี ผู้เข้าแข่งขันอีกสี่คนเห็นท่าทางกวนประสาทก็รู้สึกหมั่นไส้ทันที!
“พวกเราเ้าหมอนี่มันกวนส้นเท้า! จัดการมันก่อนเลย! ได้เลยสหาย! ลุยย!” ชายหนุ่มสี่คนพุ่งกระบี่ไม้เข้ามาจากสี่ทิศหมายจะสยบความซ่า!
ทว่า... แฝดคนน้องกลับยิ้มเเป้น ไม่หลบถอยหลัง แต่ะโถอยหลังแบบย่อตัวลงต่ำ ใช้ วิชาตัวเบาพริ้วหลบ ลอดใต้แขนของคู่ต่อสู้คนแรกไปอย่างอัศจรรย์!
“ทางนี้จ้าพี่ชาย!”
แฝดคนน้องใช้ลำกระบี่ไม้ตอกเข้าที่ก้นของชายคนแรกดัง เพียะ! จนเ้าตัวสะดุ้งโหยงร้องจ๊าก ก่อนที่แฝดคนน้องจะหมุนตัวหลบกระบี่ที่สอง แล้วใช้ด้ามกระบี่ไม้สะกิดเขี่ยข้อเท้าของคู่สู้คนที่สองและสามให้พันกันเองจนล้มคะมำหน้าคะมำพื้นดัง ตึง!
“อุ๊ย! ล้มเองนะ ข้าไม่ได้ทำ!” แฝดคนน้องหัวเราะ “ฮี่ ฮี่!” อย่างสะใจ
คู่ต่อสู้คนสุดท้ายยัวะจัด กระหน่ำแทงกระบี่ไม้เข้ามาอย่างบ้าคลั่ง แต่แฝดคนน้องกลับใช้กระบี่ไม้ในมือเคาะปัดกะบังกระบี่อีกฝ่ายเป็จังหวะเพลงฉิ่งฉับ แต๊ก! แต๊ก! ตบ! ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงคอเสื้ออีกฝ่ายแล้วเบี่ยงตัวส่งแรงเหวี่ยง พาร่างของคู่สู้สี่คนลื่นไถลตกขอบเวทีไปทีละคนอย่างหมดสภาพและน่าไม่อาย!
เมื่อชนะแล้ว แฝดคนน้องก็หันไปทางแฝดคนพี่ข้างสนาม ชูกระบี่ไม้ขึ้นแล้วะโลั่น "เห็นมั้ยพี่ใหญ่! แป๊บเดียวเอง ไปกินข้าวกันได้ยัง!" แฝดคนพี่ได้แต่อมยิ้ม กอดอก แล้วสั่นหัวขำๆ ในความกวนของน้องชาย!
ขณะเดียวกัน...บรรยากาศบนเวทีที่2กลับเงียบสงบและเต็มไปด้วยความน่าเกรงขามอย่างไม่น่าเชื่อ!
เด็กน้อย(หมายเลข 146) ตัวเล็กที่สุดในบรรดาผู้เข้าแข่งขันยืนเอามือขวากระชับกระบี่ไม้มือซ้ายเอียบหลังแววตาสงบนิ่งและเยือกเย็นประดุจผู้ผ่านโลกมานานนับร้อยปี!สายตาที่มองคู่สู้ทั้งสี่คนไม่มีความหวาดกลัวหรือคึกคะนองแบบเด็กทั่วไปเลยแม้แต่น้อย
ผู้เข้าแข่งขันชายอีกสี่คนมองเด็กน้อยด้วยความกังขาแต่ก็ไม่กล้าประมาทกระชับกระบี่ไม้เข้าโอบล้อมสี่ทิศ
“ระวังตัวด้วยเด็กคนนี้สายตาไม่ธรรมดา!”
“เริ่มได้!”
สิ้นเสียงสัญญาณ!เด็กน้อยไม่ได้ก้าวเดินแม้แต่ก้าวเดียว...เขาลืมตาขึ้นช้าๆก่อนจะตวัดกระบี่ไม้ในมือวาดเป็รูปวงกลมกลางอากาศ!
วูบบบบ!
ลมปราณอันละเอียดอ่อนละมุนระไมะเิออกจากปลายกระบี่ไม้!ในเสี้ยววินาทีนั้นภาพมายาของคมกระบี่นับสิบเล่มพลันปรากฏขึ้นซ้อนทับกันกลางอากาศ!มันไม่ใช่แค่ภาพลวงตาแต่เป็"วิชากระบี่มายาประสานค่ายกล"ที่ใช้แรงลมและรังสีปราณเบี่ยงเบนมิติการมองเห็น!
“กะ...เกิดอะไรขึ้น!มีกระบี่กี่เล่มกันแน่?!”
คู่ต่อสู้ทั้งสี่คนตื่นใพยายามแทงกระบี่ไม้เข้าใส่ร่างของเด็กน้อยแต่คมกระบี่ของพวกเขากลับแทงผ่านได้เพียง"เงาร่างมายา" ที่พร่ามัว!
ฟึ่บ!ฟึ่บ!
ในขณะที่พวกเขากำลังสับสนกับภาพมายาเด็กน้อยที่เคลื่อนไหวด้วยค่ายกลย่างก้าวอันลึกล้ำก็ไปปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของทั้งสี่คนเรียบร้อยแล้ว!เขาสลัดข้อมือเบาๆกระบี่ไม้ในมือวาดวงโค้งส่งคลื่นค่ายกลปราณกระบี่กระแทกเข้าที่แผ่นหลังและข้อพับขาของทั้งสี่คนพร้อมกัน!
ตึง!ตึง! ตึง!ตึง!
ร่างของผู้เข้าแข่งขันทั้งสี่คนถูกแรงอัดของค่ายกลกระบี่ดันลอยกระเด็นพ้นขอบเวทีที่2ไปแตะพื้นด้านล่างอย่างพร้อมเพรียงโดยที่เด็กน้อยแทบจะไม่ต้องเสียเหงื่อเลยสักหยด!
เด็กน้อยหมุนกระบี่ไม้เก็บเข้าข้างเอวอย่างสะอาดหมดจดก้มหัวคารวะกรรมการและคู่ต่อสู้ด้วยกิริยานอบน้อมแต่สุขุมลุ่มลึกประดุจาุโท่านหนึ่งก่อนจะก้าวเดินลงจากเวทีไปอย่างนิ่งสงบ...ทิ้งให้คนดูรอบสนามตกตะลึงในอัจฉริยภาพและความเกรงขามเกินวัย!
“รอบที่15...ผู้ชนะเวทีที่1ได้แก่ หมายเลข141(แฝดคนน้อง)! และผู้ชนะเวทีที่2ได้แก่ หมายเลข146(เด็กน้อย)!”
เสียงกรรมการประกาศขึ้น!
ฉิวฟงมองตามหลังเด็กน้อยไปพลางขมวดคิ้วด้วยความทึ่ง...‘แฝดคนน้องใช้ความพริ้วไหวป่วนประสาท...แต่เด็กน้อยคนนั้นท่าทางและค่ายกลกระบี่มายานั่นมันระดับยอดฝีมือรุ่นใหญ่ชัดๆ!’
การะประลองก็ประลองกันต่อไปเรื่อยๆ
รอบที่16(หมายเลข 151 –160):
รอบที่17(หมายเลข 161 –170):
รอบที่18(หมายเลข 171 –180):
ผู้ชนะ:หมายเลข175
ผู้ชนะ:หมายเลข179
รอบที่19(หมายเลข 181 –190):
ผู้ชนะ:หมายเลข182
ผู้ชนะ:หมายเลข186
“การประลองรอบที่20...หมายเลข191ถึง195ขึ้นเวทีที่1!และหมายเลข196ถึง200ขึ้นเวทีที่2!”
สิ้นเสียงประกาศ ชิงหยาง(หมายเลข 196) ก้าวขึ้นสู่เวทีที่2ด้วยท่วงท่าทระนงมั่นคงบนเวทีนี้เขาต้องรับมือกับยอดฝีมือสายกระบี่ตระกูลใหญ่สามคนและศิษย์กระบี่สายแรงอัดปราณอีกหนึ่งคนทั้งสี่คนรู้ดีว่าชิงหยางไม่ธรรมดาจึงไม่คิดยืดเยื้อโคจรปราณเต็มกำลังแล้วตั้งค่ายกลโอบล้อมบีบสี่ทิศทางเข้ามาทันที!
“กดดันเขาไว้!อย่าเปิดช่องให้หลบหลีก!”
ฟึ่บ! ฟึ่บ!ฟึ่บ! ฟึ่บ!
คมกระบี่ไม้สี่เล่มผนึกปราณหนาแน่นพุ่งแทงประชิดเข้ามาจากสี่ทิศทางพร้อมกันด้วยความเร็วสอดประสานแรงบีบอัดของลมปราณทำให้อากาศรอบตัวชิงหยางตึงเครียดหนักหน่วงจนแทบไม่มีช่องว่างให้วิชาตัวเบาพริ้วหลบ!
ชิงหยางสายตาวาววับ นึกถึงแก่นคำสอนของฉิวหลงที่ป่าหยกดำ...‘กระบี่ดัชนีดาราไม่ใช่การใช้กำลังข่มแต่คือการควบแน่นปราณให้คมกริบที่สุด!’
ชิงหยางขยับข้อมือสลัดกระบี่ไม้ออกไปด้วยกระบวนท่าที่1:[ประกายดาราส่องฟ้า]
แต๊กๆๆๆๆ!
ปลายกระบี่ไม้ของชิงหยางสั่นสะท้านแทงสวนออกไปด้วยความเร็วสูงด้ามกระบี่ไม้สลัดเคาะเข้าที่จุดศูนย์กลางกะบังกระบี่ของคู่สู้สี่คนติดต่อกันในเสี้ยววินาที!ด้วยความแม่นยำและแรงเคาะที่เจาะสลายจังหวะทำให้ค่ายกลสี่ทิศชะงักกึกคมกระบี่ของคู่ต่อสู้เบี่ยงทิศทางหลุดรอยเข้าใส่กันเอง!
ทว่า คู่ต่อสู้ทั้งสี่คนฝีมือตึงมือสมคำเล่าลือ!พวกเขาสกัดเท้าฝืนยืดหลักเร่งลมปราณฮึดสู้ตบกระบี่ไม้ฟาดฟันเข้าใส่ชิงหยางระลอกสองอย่างดุดันหมายจะใช้พละกำลังบดขยี้ให้จมลาน!
ชิงหยางขมวดคิ้วเล็กน้อยรู้สึกถึงความตึงมือในระลอกนี้...เขาสูดหายใจลึกโคจรลมปราณ5ส่วนควบแน่นลงสู่ใบกระบี่ไม้ทันที!
วูบบบบ!
ปราณ 5 ส่วนไม่ได้แผ่ออกมาเป็ออร่าขนาดใหญ่แต่ถูกบีบอัดและควบแน่นจนกลายเป็เส้นแสงปราณสีฟ้าเข้มคมกริบประดุจเข็มเหล็กหุ้มรอบใบกระบี่ไม้รังสีความแหลมคมตัดสบั้นอากาศจนเกิดเสียงวี้ดแหลมแทงแก้วหู!
ชิงหยางตวัดข้อมือสลัดกระบี่ออกไปด้วยกระบวนท่าที่2:[ดาราร้อยสายธาร]
ฉั๊วะ! ตึงงงงง!
เส้นสายปราณดาราที่ควบแน่นจนคมกริบพุ่งกวาดเป็วงโค้ง!มันตัดผ่านลมปราณป้องกันของคู่สู้สี่คนอย่างง่ายดายสะกิดเข้าที่กะบังกระบี่และบั้นเอวแรงะเืมหาศาลบดขยี้กระบี่ไม้ของคู่ต่อสู้สี่เล่มปลิวหลุดมือว่อนกลางอากาศ!พร้อมส่งแรงปะทะดันร่างของผู้เข้าแข่งขันทั้งสี่กระเด็นร่วงขอบเวทีที่2ลงไปกองกับพื้นด้านล่างพร้อมๆกัน!
ชิงหยางดึงกระบี่ไม้กลับมาสลายปราณ5ส่วนลงถอนหายใจยาวออกมาระบายความตึงมือ...‘เกือบไปแล้ว...ทางนั้นบีบข้าเก่งมากจนข้าต้องเผยวิชาที่ท่านน้าสอนข้าแต่ปราณควบแน่นของกระบี่ดัชนีดาราที่ท่านน้าสอนข้าแค่ชายขอบกระบี่ไม้ยังคมได้ถึงเพียงนี้!วิชานี้ช่างน่าอัศจรรย์’
เขาก้มหัวคารวะคู่ต่อสู้และหมุนกระบี่เก็บเข้าข้างเอวท่ามกลางเสียงปรบมือและฮือฮาของคนดูทั่วสนาม!...
ขณะที่ชิงหยางสร้างความตกตะลึงบนเวทีที่1...
ทางฝั่ง เวทีที่2ในรอบที่20การประลองดำเนินไปอย่างเรียบง่ายและจบลงอย่างรวดเร็วหมายเลข198จอมยุทธ์หนุ่มผู้เน้นเพลงกระบี่สายตั้งรับใช้เพียงจังหวะหลบหลีกและฉวยโอกาสตอนคู่แข่งขันอีกสามคนรุมสกรัมแย่งพื้นที่กันเองสลัดข้อมือใช้ด้ามกระบี่ไม้เคาะเข้าที่กักชีพจรข้อมือทีละคนอย่างเบามือส่งคู่สู้ร่วงตกเวทีไปทีละรายโดยแทบไม่ต้องเสียแรงเค้นปราณมหาศาล
“ผู้ชนะเวทีที่2ได้แก่ หมายเลข198!” เสียงกรรมการประกาศผ่านไปอย่างเงียบสงบ
การประลองในรอบต่อมาผู้เข้าแข่งขันต่างงัดวิชากระบี่ออกมาซัดกันเต็มที่เพื่อตั๋ว50คนสุดท้ายบรรยากาศรอบลานประลองเริ่มเงียบกริบลงด้วยความลุ้นระทึกเสียงเคาะฆ้องบอกสัญญาณรอบแล้วรอบเล่าผ่านไปอย่างกระชับรวดเร็ว!
“การประลองรอบที่ 25... รอบสุดท้ายของ่เช้า! หมายเลข 241 ถึง 245 ขึ้นเวทีที่ 1! และหมายเลข 246 ถึง 250 ขึ้นเวทีที่ 2!”
เสียงฆ้องกังวานสนั่นเรียกสติทุกคนทั่วทั้งสนาม! สายตาของผู้ชมรวมถึงเหล่าตัวเต็งอย่าง, ถังซู่เหมย, ชิงหยาง, แฝดพี่น้อง และเด็กน้อย ต่างหันมาจับจ้องที่เวทีที่ 1 เป็ตาเดียว! ยกเว้น นายน้อยที่ไม่สนใจการประลองแต่อย่างใด แต่สายตาก็จ้องฉิวฟงอยู่เรื่อยๆ พร้อมยิ้มแบบเ้าเล่ห์ โดยที่ฉิวฟงไม่รู้ตัว
“พี่ชิงหยางก็ผ่านเข้ารอบได้สำเร็จ ตอนนี้ถึงตาข้าลงประลองแล้ว ไปกันเถอะ” ฉิวฟงมองกระบี่ไม้ในมือกระชับและเดินขึ้นไปบนเวทีประลองอย่างมั่นใจ
สิ้นเสียงกรรมการประกาศ ฉิวฟง (หมายเลข 241) ก้าวขึ้นสู่เวทีที่ 1 ด้วยท่วงท่านิ่งสงบ กระชับกระบี่ไม้ในมือแน่น บนเวทีนี้ผู้เข้าแข่งขันอีกสี่คนต่างมีฝีมือไม่ธรรมดา แต่ละคนมาจากตระกูลจอมยุทธ์ท้องถิ่นและที่มาจากเมืองอื่นๆ ต่างก็กำชับกระบี่ไม้ออกมา เตรียมพร้อมเต็มที่เพื่อตั๋วใบสุดท้ายของรอบเช้า
“เริ่มได้!”
สิ้นเสียงสัญญาณ!ผู้เข้าแข่งขันสองคนแรกพุ่งเปิดฉากเข้าใส่ฉิวฟงก่อนทันที!
คนแรกใช้เพลงกระบี่ของตระกูลตนแทงกระบี่ไม้รัวเร็วประดุจสายฝนหวังบีบให้ฉิวฟงต้องถอยหลังส่วนอีกคนใช้เพลงกระบี่คล้ายพายุแลดุร้ายฟาดฟันกระบี่ไม้ลงมาจาก้าด้วยน้ำหนักอันหนักหน่วง!
ฉิวฟงไม่ได้รีบร้อนเค้นลมปราณมหาศาลเขาเอียงกายเบี้ยวศอกถอยเท้าตามจังหวะหลบหลีกคมกระบี่ไม้ที่พุ่งเข้ามาอย่างฉิวเฉียดวูบ! วูบ!สายตาคมกริบเฝ้ามองและอ่านวิธีกระบี่ที่แต่ละคนเล่าเรียนมา
‘ทางซ้ายเน้นความเร็วแต่ขาดน้ำหนัก...ทางขวาพลังหนักแน่นแต่ไร้ความยืดหยุ่น!’
ฉิวฟงสลัดข้อมือเบาๆใช้ลำกระบี่ไม้เบี่ยงปัดปลายกระบี่ของทั้งสองคนให้พุ่งไปเบียดกันเองแต๊ก!เสียงกระบี่ไม้กระทบกันดังลั่นทั้งคู่เสียหลักชั่วขณะฉิวฟงฉวยโอกาสก้าวแทรกตัวเข้าไปตรงกลางแล้วใช้ด้ามกระบี่ไม้ตอกเข้าที่ลิ้นปี่และชายโครงของทั้งสองคนเบาๆพาร่างของจอมยุทธ์สองคนแรกกระเด็นร่วงตกเวทีไปอย่างหมดสัตย์หมดศรี!
ทว่า...ผู้เข้าแข่งขันอีกสองคนที่เหลือบนเวทีกลับไม่ตื่นใ!ทั้งสองคนคาดว่าเป็ศิษย์ร่วมตระกูลเดียวกันแต่มาจากต่างเมืองมองหน้ากันแล้วเร่งลมปราณขึ้นเต็มกำลังคมกระบี่ไม้ส่องแสงปราณจางๆก่อนจะพุ่งเข้าโอบล้อมฉิวฟงจากหน้าและหลังพร้อมกันด้วยค่ายกลกระบี่เงาประสาน!
“กดดันมันไว้!อย่าเปิดช่องว่างให้มันเบี่ยงกระบี่ได้อีก!”
ฟึ่บ!ฟึ่บ! ฟึ่บ!
คมกระบี่ไม้สองเล่มสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งกันอย่างรวดเร็วบุกกระหน่ำแทงและฟาดฟันใส่ฉิวฟงในระยะประชิดชนิดไร้ช่องว่าง!คมกระบี่ซ้อนทับกันจนเกิดแรงอัดอากาศบีบคั้นฉิวฟงทำได้เพียงยกกระบี่ไม้ขึ้นรับเคร้ง! เคร้ง!เคร้ง!แรงะเืทำให้แขนของเขาเริ่มชาฉิวฟงขมวดคิ้วแน่นสถานการณ์เริ่มตึงมืออย่างเห็นได้ชัด!
คู่ต่อสู้ทั้งสองเห็นฉิวฟงเริ่มตั้งรับลำบากจึงกระหน่ำแทงกระบี่พร้อมกันหมายจะฟาดเข้าที่อกและลำตัวเพื่อปิดเกมชี้ขาด!
ในเสี้ยววินาทีอันวิกฤตนั้นเอง...ฉิวฟงสูดหายใจลึกโคจรลมปราณขึ้นมาเพียง2ถึง4ส่วน!
วูบบบบ!
สายลมปราณสีม่วงอ่อนๆควบแน่นรอบกายและใบกระบี่ไม้ฉิวฟงขยับเท้าใช้วิชาตัวเบา [เคลื่อนย้ายไร้เงา]ในทันที!
วูบ!
ร่างของฉิวฟงพลันพร่ามัวประดุจเงามืดที่สลายไปกับสายลม!คมกระบี่ไม้ของคู่ต่อสู้ทั้งสองแทงผ่านได้เพียงอากาศธาตุ!พวกเขาตาโตด้วยความตะลึง“ลัดข้ามไปด้านหลังได้ยังไง?!”
ฉิวฟงไม่ปล่อยให้จังหวะชี้ขาดหลุดลอยเขาใช้วิชากระบี่ประจำตัวที่เรียนรู้มาจากฉิวหลง—[วิชากระบี่แปรผันไร้สิ้นสุด]!
ฉิวฟงพลิกข้อมือสลัดกระบี่ไม้เปลี่ยนจากกระบวนท่าตั้งรับกลายเป็ท่าบุกในเสี้ยววินาที!ไร้รูปแบบตายตัวปลายกระบี่ไม้หมุนวนเลี้ยวลดประดุจสายน้ำที่ไร้ทิศทางสะกิดเคาะเข้าที่กักชีพจรข้อมือของคู่ต่อสู้คนแรกจนกระบี่หลุดมือแต๊ก!แล้วพลิกเหลี่ยมกระบี่ตบเข้าที่สะโพกดันร่างลอยตกเวทีไป!
ขณะเดียวกันคู่ต่อสู้คนสุดท้ายพยายามตวัดกระบี่หมุนกลับมาฟันสวนแต่ฉิวฟงตัดสินใจในเสี้ยววินาทีเบี่ยงตัวหลบฉิวเฉียดพร้อมสลัดข้อมือตวัดลำกระบี่ไม้กระแทกเข้าที่ลิ้นปี่อีกฝ่ายจังๆ!
ตึงงง!
ร่างของผู้เข้าแข่งขันคนสุดท้ายลอยกระเด็นพ้นขอบเวทีที่1ลงไปกองกับพื้นด้านล่างอย่างเด็ดขาด!
“ซูฮวู...ฮา...”
ฉิวฟงปักกระบี่ไม้ลงกับพื้นเวทีย่อตัวลงเล็กน้อยพลางยกมือขึ้นแตะหน้าอกหน้าผากมีเหงื่อเม็ดโตผุดซึมออกมาลมหายใจหอบเหนื่อยเบาๆจากการเค้นสมาธิอ่านทางและใช้วิชาเคลื่อนย้ายไร้เงาสลับกับกระบี่แปรผันไร้สิ้นสุดในจังหวะเสี้ยววินาที!
ข้างสนาม...ชิงหยาง, ถังซู่เหมย, และแฝดสองพี่น้องต่างจ้องมองฉิวฟงบนเวทีด้วยสายตาวาววับ!โดยเฉพาะนายน้อยเซียวฉินเหอสายตาเป็ประกายมากกว่าใคร“เ้านี่มันน่าสนใจจริงๆ”
‘กระบี่ไร้รูปแบบ...แถมเคลื่อนไหวไร้ร่องรอยในเสี้ยววินาที!น้องชายคนนี้เก่งจริงๆ!’ ชิงหยางคิดในใจพลางยกยิ้มอย่างพึงพอใจ
“การประลองรอบที่25เสร็จสิ้น! ได้ยอดฝีมือ50คนสุดท้ายสำหรับศึกรอบบ่ายเรียบร้อยแล้ว!”เสียงกรรมการประกาศก้องทั่วลานประลองพร้อมเสียงเคาะฆ้องยาวสนั่น!
ฉิวฟงค่อยๆยืดตัวขึ้นยิ้มบางๆแล้วหมุนกระบี่ไม้เก็บเข้าข้างเอว...‘รอดมาได้แบบตึงมือจริง...รอบบ่ายคงไม่มีงานหมูๆให้ทำอีกแล้ว!’
เสียงฆ้องกังวานสนั่นดังก้องไปทั่วลานประลองเป็สัญญาณปิดศึกรอบคัดเลือก่เช้า!
“การประลองรอบที่25สิ้นสุดลงแล้ว!บัดนี้... ได้โชติ่ผู้ผ่านเข้ารอบทั้ง50คนสำหรับศึกรอบบ่ายเรียบร้อย!ให้ผู้เข้าแข่งขันทุกท่านพักผ่อนและฟื้นฟูลมปราณได้จนกว่าฆ้องแรกของยามอู่(่เที่ยง) จะดังขึ้นอีกครั้ง!”
เสียงโห่ร้องสรรเสริญดังกึกก้องจากบรรดาผู้ชมรอบลานประลองป้ายชื่อของผู้แพ้นับร้อยถูกยกปลดลงเหลือไว้เพียงรายนามของผู้แข็งแกร่งที่สุด50คนที่ตั้งเด่นหราอยู่บนกระดานไม้ศิลา
บนลานพัก...บรรยากาศผ่อนคลายของการกินข้าวเที่ยงกลับแฝงไปด้วยรังสีฆ่าฟันอันเงียบสงบ
นายน้อยเซียวฉินเหอนั่งจิบชาด้วยท่าทางทระนงและไม่สนใจใครราวกลับพวกผู้คนเหล่าไม่มีค่าให้มอง โดยมีลู่ผิงปรนนิบัติให้ ถังซู่เหมย จ้องกระบี่ไม้ในมืออย่างนิ่งสงบเด็กร่างโตหน้าซื่อ นั่งเคี้ยวซาลาเปาคำโตอยู่ข้างๆเด็กน้อย 10 ขวบที่หลับตาเดินลมปราณอย่างสุขุม...ในขณะที่แฝดพี่น้อง กำลังนั่งแย่งหมูหันกันอย่างครื้นเครง
ฉิวฟงนั่งกุมกระบี่ไม้พลางซับเหงื่อบนหน้าผากส่วนชิงหยาง สายตามองสับเปลี่ยนไปมาระหว่างและเหล่ายอดฝีมืออีกหลายคนที่ซ่อนพละกำลังไว้ในรอบเช้าโดยเฉพาะถังซู่เหมยคนนั้นที่ชิงหยางมองบ่อยกว่าคนอื่นส่วนผู้เข้าแข่งขันคนอื่นนั้นต่างฝ่ายต่างกวาดสายตาปะทะกันกลางอากาศโดยไร้เสียง...ทุกคนต่างรู้ดีแก่ใจว่าการประลองรอบเช้าที่ผ่านมาเป็เพียงแค่"การคัดกากทิ้ง" เท่านั้น
ลมพายุปราณระลอกใหม่กำลังก่อตัวขึ้นใต้ความเงียบ...
เพราะเมื่อฆ้องรอบบ่ายดังขึ้น...50สัตว์ประหลาดจะต้องลงสนามมาห้ำหั่นกันเอง!
(ติดตามความเข้มข้นขั้นสุดต่อได้ในตอนที่ 14 (จบ): ศึก 50 ยอดฝีมือลานประลองเดือด....)