จอมกระบี่เหนือยุทธ์

    ตอนที่ 14 (ต้น)

            แสงรุ่งอรุณฉาบทาทั่วลานประลองเมืองหงส์เหินเสียงกลองศึกดังรัวสนั่นสัญญาณเปิดศึกรอบแรกเริ่มต้นขึ้น!ผู้เข้าแข่งขัน 250 คนถูกปล่อยลงสู่ลานประลองขนาดใหญ่ยอดฝีมือวัยเยาว์ทั้ง250 ต่างต้องเค้นไหวพริบและพละกำลังเพื่อเอาตัวรอดและยืนหยัดเป็๲ 50 คนสุดท้ายก่อนที่ดวงอาทิตย์จะตรงศีรษะ!

            ณ..ที่เวทีประลองกรรมการที่เป็๞ศิษย์ของสำนักกระบี่๪๣๻ะยืนบนเวทีด้วยท่าทางเกรงขาม

            “วันนี้จะเป็๲การประลองคัดจาก250 คน ให้เหลือ50 คนใน๰่๥๹เช้า และ๰่๥๹บ่ายจะคัดให้เหลือ10 สุดท้าย เพื่อที่จะได้ไปตัดสินในรอบ10 สุดท้าย  ในวันพรุ่งนี้..” กรรมหยุดพูดเพื่อสูดลมหายใจเข้าและกล่าวต่อ

            “การประลอง๰่๭๫เช้าในวันนี้จะลดเวทีประลองจาก4 เวที เหลือ2 เวที และจอมยุทธ์วัยเยาว์ที่ผ่านเข้ามาทั้ง250 คน ก็ต้องจับป้ายใหม่ไม่ใช่ป้ายเดิมและก่อนแยกย้ายทุกคนก็ได้จับป้ายหมายเลขใหม่กันแล้ว...ข้าในฐานะกรรมการของการประลองครั้งนี้ขอแจ้งกติกาของการประลองครั้งนี้ให้ทราบกันทุกคน...การประลองครั้งนี้จะใช้การประลองแบบกลุ่มเวทีรอบละ5 คน  มีเพียง1 คนในแต่ละรอบที่ต้องยืนอยู่เท่านั้นถึงจะเป็๞ผู้ชนะในรอบนั้นๆ ห้ามทำร้ายกันจนสาหัสห้ามใช้อาวุธลับหรือพิษ... เอาล่ะ ตอนนี้ได้เวลาแล้ว  เริ่มการประลองได้!!!!!!!!” สิ้นเสียงกรรมการชาวบ้านที่มามุงดูและมานั่งชมก็ส่งเสียงเจ้ยแจ้วไปทั่วทั้งงาน 

            ผ่านไปไม่นานก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาทำให้เสียงที่ดังทั่วงานเงียบลง“เงียบได้แล้ว!!!  กระประลองรอบที่1 ขอให้หมายเลข 1 ถึง5 ขึ้นไปบนเวที 1 และหมายเลข6 ถึง 10 ขึ้นไปบนเวที2”เสียงกรรมการประกาศหมายเลขทั้ง10 หมายเลข ให้ขึ้นไปบนเวที

            รอบที่1  จอมยุทธ์น้อยทั้ง10 คน ประจำขึ้นเวทีทั้ง2 เวที โดยเวทีที1 มีเด็กหนุ่มร่างใหญ่มาในชุดสีน้ำตาลดูธรรมดาแต่หน้าตาดูซื่อๆ  เป็๞จุดเด่นแต่เวที่2 มีเด็กหนุ่มผู้นึงซึ่งทำให้ผู้ชมรวมถึงศิษย์สำนักกระบี่๪๣๻ะอึ้งมาแล้วนั่นก็คือเด็กหนุ่มที่รอบคัดเลือกได้หมายเลข125 นั่นเอง มาในชุดสีดำเช่นเคยพร้อมผ้าคลุมครึ่งหน้าเหมือนเดิม“รอบที่1 เริ่มได้”

            เมื่อสิ้นเสียงสัญญาณ “เริ่มได้!”จากกรรมการลมหมุนสายแรกก็หอบเอาฝุ่นควันบนลานประลองม้วนตัวขึ้นทันที!

             

            บนเวทีที่1ผู้เข้าแข่งขันอีก4คนรอบข้างไม่รอช้าต่างพุ่งเป้ามาที่เด็กร่างโตหน้าซื่อทันทีเพราะด้วยขนาดร่างกายที่สะดุดตาทำให้เขากลายเป็๲เป้าหมายแรกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้!

            “จัดการเ๯้าใหญ่ก่อน!”เสียงของใครสักคนในกลุ่มดังขึ้นพร้อมกับการบุกประชิดจากสี่ทิศทางคมกระบี่และปราณสายลมพุ่งตรงเข้าใส่จุดสำคัญของเด็กร่างโต!

            ทว่า...เด็กร่างโตในชุดสีน้ำตาลเรียบง่ายกลับไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกเขายืนปักหลักแน่นประดุจขุนเขาขาขวาถอยหลังไปครึ่งก้าวย่อตัวลงเล็กน้อยทันใดนั้นปราณไหลเวียนมหาศาลก็๱ะเ๤ิ๪ออกจากร่าง!

            วิ้งงงงงงงง!

            จิตกระบี่สีส้มแผดลอยสว่างวาบ!มันไม่ใช่จิตกระบี่ที่แหลมคมพริ้วไหวแต่เป็๲จิตกระบี่สีส้มอันหนาแน่นแข็งแกร่งและแผ่รังสีความหนักแน่นมั่นคงมหาศาลคลุมทั่วร่างและกระบี่ไม้ในมือของเขา!

            “อั่ก!”

            เพียงแค่เด็กร่างโตเหวี่ยงกระบี่ไม้ในแนวขนานเป็๲วงกลม...คลื่นจิตกระบี่สีส้มดุจศิลาพันปีก็พัดซัดปะทะเข้ากับอาวุธของผู้เข้าแข่งขันทั้งสี่คนเสียงปะทะตึงงงงง!ดังสะท้านไปถึงแสตนด์ผู้ชม!แรงปะทะอันหนักหน่วงบดขยี้ลมปราณของคู่สู้จนแตกพ่ายผู้เข้าแข่งขันทั้งสี่ต่างกระเด็นถอยหลังร่างปลิวหวือร่วงหล่นลงจากขอบเวทีที่1ไปพร้อมๆกันในกระบวนท่าเดียว!

            “กะ...เกิดอะไรขึ้น!จิตกระบี่สีส้มทรงพลังขนาดนี้เชียวหรือ?!” เสียงผู้ชมรอบสนามฮือฮาขึ้นมาทันทีเด็กร่างโตยกมือเกาหัวแกรกๆหน้าตาซื่อๆยิ้มแห้งให้กรรมการเหมือนไม่รู้ว่าตัวเองเพิ่งทำเ๹ื่๪๫น่า๻๷ใ๯ลงไป

            ในเวลาเดียวกัน...บรรยากาศบนเวทีที่2กลับแตกต่างราวฟ้ากับเหว!

            ผู้เข้าแข่งขันอีก4คนบนเวทีที่2ชะงักเท้าทันทีที่เห็นร่างในชุดดำผ้าคลุมหน้าความทรงจำในรอบสกรัมที่นายน้อยกวาดคนร่วงดุจใบไม้ร่วงยังคงติดตาพวกเขามองหน้ากันแล้วตัดสินใจจับกลุ่ม 4 รุม1หมายจะใช้จำนวนเข้าข่ม!

            “ย่างสามก้าวพร้อมกัน!อย่าเปิดช่องว่าง!”ทั้งสี่คนเร่งลมปราณก้าวล้อมกระหน่ำย่างก้าวบีบวงแคบเข้ามา

            ทว่านายน้อยชุดดำ (หมายเลข 125) กลับยืนกอดอกนิ่งแววตาภายใต้ผ้าคลุมหน้าเ๶็๞๰าและลึกล้ำประดุจห้วงน้ำลึกเขาไม่ได้แม้แต่จะขยับกระบี่ไม้ด้วยซ้ำ...

            ฟึ่บ!

            ทันทีที่คู่สู้ก้าวเข้าสู่ระยะห้าก้าว...จิตสังหารอันเย็นเยียบระดับไอเย็น๶ะเ๶ื๪๷ก็๹ะเ๢ิ๨ออกจากร่างของนายน้อยอย่างเงียบเชียบ!

            มันไม่ใช่แรงลมแต่เป็๲"จิตข่มขวัญ" อันเข้มข้นจนอากาศรอบเวทีที่2ดูกระตุกและหนักอึ้งลงทันตา!ผู้เข้าแข่งขันทั้งสี่คนที่กำลังพุ่งเข้ามาพลันชะงักกึก...ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้เหงื่อเม็ดโตไหลซึมเต็มใบหน้ารู้สึกเหมือนมีคมกระบี่นับพันเล่มจ่ออยู่ที่ลำคอหากขยับอีกเพียงนิดเดียว!

            “กะ...ปราณอะไรกัน... ลมหายใจข้า...”

            ผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งทนแรงกดดันไม่ไหวขาอ่อนคุกเข่าลงกับพื้นกระแทกดังตึง!ก่อนที่อีกสามคนจะค่อยๆทรุดกายลงตามอย่างหมดสภาพไม่สามารถแม้แต่จะยกอาวุธขึ้นต่อสู้ได้เลย!

            นายน้อยชุดดำค่อยๆคลายมือที่กอดอกลงสายตาภายใต้ผ้าคลุมหน้าไม่ได้หันไปมองคนที่คุกเข่าอยู่เลยแม้แต่น้อยเขาก้าวเดินลงจากเวทีทีละก้าวอย่างสงบนิ่งทิ้งไว้เพียงความเงียบกริบและความตกตะลึงของผู้คนทั้งลานประลอง!

            “รอบที่1...ผู้ชนะเวทีที่1ได้แก่ หมายเลข3(เด็กร่างโต)! และผู้ชนะเวทีที่2ได้แก่ หมายเลข125!” เสียงกรรมการประกาศขึ้นท่ามกลางความตะลึงของคนดู!

            ฉิวฟงและชิงหยางรวมถึงผู้แข่งขันคนอื่นที่ยืนดูอยู่ข้างสนามต่างคนก็ต่างแสดงท่าทางตาโตหรือ๻๷ใ๯และท่าทางต่างๆกันไป สายตาของเขาจ้องมองจิตกระบี่สีส้มของเด็กร่างโตสลับกับรังสีข่มขวัญอันน่ากลัวของชายชุดดำคนนั้น...ในหัวเริ่มประมวลผลท่วงท่าและวิเคราะห์สายลมปราณของทั้งสองคนทันที!..

            “รอบที่2 ... 3 ... 4   เริ่มได้”… เสียงประกาศดังขึ้นเปิดศึกรอบที่สอง สามและ สี่ ลานประลองทั้งสองทิศเริ่มคึกคักเมื่อผู้เข้าแข่งขันปรับตัวกับแรงกดดันได้ดีขึ้น

             เวทีที่1(หมายเลข 11 –15): เป็๞การปะทะกันของสายอาวุธหนักและวิชาตัวเบา!หมายเลข14เด็กหนุ่มร่างเพรียวในชุดตระกูลนึงใช้ความเร็วพริ้วไหวหลบหลีกการรุมโจมตีของคู่สู้ได้อย่างงดงามเขาไม่ได้ปะทะตรงๆแต่ใช้วิชากระบี่ที่ร่ำเรียนแทงเข้าที่ข้อศอกและจุดยุทธศาสตร์ของคู่สู้ทีละคนจนอาวุธของคู่แข่งขันหลุดมือร่วงลงพื้นไปทีละคน

    “รอบที่2 ผู้ชนะเวทีที่ 1: หมายเลข14”(ผ่านเข้ารอบด้วยความเร็วและชั้นเชิง)

             เวทีที่2(หมายเลข 16 –20): การสู้ดุเดือดและแลกกระบี่อย่างจริงจัง!หมายเลข18ชายหนุ่มสายบ้าพลังใช้วิชากระบี่ที่รุนแรงเข้าปะทะตรงๆเกิดเสียงปะทะฝ่ามือดังตึง! ตึง!กลางลานประลองเขาซัดคู่สู้กระเด็นตกเวทีไปสองคนก่อนจะหันไปดวลหมัดวัดพละกำลังกับคู่สู้คนสุดท้ายและซัดอีกฝ่ายกระเด็นพ้นขอบเวทีไปอย่างเฉียบขาด!

    “รอบที่2 ผู้ชนะเวทีที่ 2: หมายเลข18”(ผ่านเข้ารอบด้วยสายพลังตรงไปตรงมา)

    บรรยากาศเริ่มเข้มข้นขึ้นเมื่อมีจอมยุทธ์ที่ใช้วิชากระบี่แปลกใหม่ปรากฏตัว

                เวทีที่1(หมายเลข 21 –25): ศึกสายกระบี่ประทะกระบี่! หมายเลข22ศิษย์จากสำนักกระบี่เล็กๆยืนปักหลักกลางเวทีกระบี่ไม้ในมือทอประกายปราณสีเขียวอ่อนแม้จะถูกรุมสองทางแต่เขากลับใช้กระบวนท่า"กระบี่หมุนวน" ปัดเป่าคมอาวุธของคู่สู้พร้อมกันแล้วสวนกลับด้วยการแทงกระบี่ไม้เข้าที่อกเสื้อส่งร่างคู่สู้ร่วงเวทีไปทีละคนอย่างหมดจด

    “รอบที่3 ผู้ชนะเวทีที่ 1: หมายเลข22”(ผ่านเข้ารอบด้วยเพลงกระบี่อันหมดจด)

     เวทีที่2(หมายเลข 26 –30): รอบนี้เน้นการชิงชิงไหวชิงพริบ! หมายเลข29หญิงสาวร่างเล็กในชุดสีเขียวใบไม้ไม่ยอมปะทะตรงๆแต่ปล่อยให้ผู้เข้าแข่งขันอีกสี่คนรุมสกรัมกันเองจน๤า๪เ๽็๤และอ่อนแรงพอเหลือสองคนสุดท้ายที่กำลังยื้อแย่งพื้นที่นางจึงพุ่งกายประดุจนกแอ่นใช้กระบี่ไม้เคาะจุดยุทธศาสตร์ส่งทั้งสองคนร่วงตกเวทีไปพร้อมกันอย่างงดงาม!

    “รอบที่3 ผู้ชนะเวทีที่ 2: หมายเลข29(ผ่านเข้ารอบด้วยไหวพริบและการคุมเชิง)

    เวทีที่ 1 (หมายเลข31– 35): ศึกตะลุมบอนอันสับสน!ผู้เข้าแข่งขันทั้งห้าคนแลกอาวุธกันฝุ่นตลบจนกระบี่ของหลายคนหลุดจากมือแต่หมายเลข33ชายหนุ่มมีความถึกทนเป็๲เลิศเขายอมรับหมัดคู่สู้หนึ่งครั้งเพื่อหาช่องว่างแลกกับการชกเข้าที่ลิ้นปี่และท้องน้อยซัดคู่แข่งขันลอยตกเวทีทีละคนจนเหลือยืนหยัดเป็๲คนสุดท้าย

    “รอบที่4 ผู้ชนะเวทีที่ 1: หมายเลข33(ผ่านเข้ารอบด้วยความถึกทนและจิตใจเด็ดเดี่ยว)

    เวทีที่ 2 (หมายเลข36– 40): การสู้รวดเร็วและจบไว!หมายเลข37เด็กหนุ่มสายเท้าพริ้วไหวใช้ทักษะก้าวลวงตาชั่วครู่วิ่งอ้อมไปด้านหลังคู่สู้ทีละคนแล้วถีบส่งลงจากเวทีทีละคนอย่างรวดเร็วใช้เวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูปก็จบการประลอง!

    “รอบที่4 ผู้ชนะเวทีที่  2: หมายเลข37(ผ่านเข้ารอบด้วยความเร็วเข้าทำ)

            กรรมการก้าวออกมากลางลานประลองพร้อมสูดหายใจลึกก่อนจะเคาะฆ้องเสียงดังสนั่น!

    “การประลองรอบที่5...หมายเลข41ถึง45ขึ้นเวทีที่1!และหมายเลข46ถึง50ขึ้นเวทีที่2!”  เมื่อสิ้นเสียงกรรมกาประกาศหมายเลขจอมยุทธ์น้อยทั้ง10 คน ต่างยืนอยู่บนเวทีโดยเวที1 มีหญิงสาวที่ใส่ชุดสีแดง เป็๞จุดเด่นในเวที่1 ส่วนเวที่ 2 มีชายหนุ่มผอมบางที่ยืนนิ่งไม่ขยับไปไหนบนเวทีแต่หากมองดีพบว่าเขาไม่พูดไม่จาแต่ดวงตากลับใสสะอาด

            บนเวทีที่1หญิงสาวชุดแดงยืนเอียงคอส่งยิ้มหวานงดงามใบหน้าผุดผ่องดูไม่มีพิษมีภัยกระบี่ไม้ในมือถือนิ่งสะบัดไปมาเบาๆผู้เข้าแข่งขันชายอีกสี่คนบนเวทีเห็นเช่นนั้นก็เผลอยิ้มแย้มและประเมินนางต่ำไป

    “แม่นาง...ถอยไปก่อนดีกว่ากระบี่ไม่มีตาเดี๋ยวพวกข้าทำเ๯้า๢า๨เ๯็๢!”ชายหนุ่มหมายเลข42เอ่ยพลางเงื้อกระบี่ไม้พุ่งเข้ามาหวังจะสะกิดกระบี่ของนางให้หลุดมือเป็๞คนแรก

    ทว่า...ในวินาทีที่ปลายกระบี่ของคู่สู้เฉียดเข้ามาในระยะสามก้าว!รอยยิ้มหวานบนใบหน้าของหญิงสาวชุดแดงพลันหายวับไป!แววตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็๲ดุดันก้าวร้าวและเต็มไปด้วยจิตสังหารอันบ้าคลั่งในพริบตา!

    “เหอะ...ยุ่งไม่เข้าเ๹ื่๪๫!”

    ฟึ่บ!ตึงงง!

    นางสะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียวกระบี่ไม้ในมือหมุนรัวเป็๞วงกลมประดุจพายุคมกริบ!ปราณกระบี่สีแดงเพลิง๹ะเ๢ิ๨ซัดเข้าใส่กระบี่ของชายหนุ่มจนหักสะบั้นเป็๞สองท่อน!ก่อนที่นางจะก้าวประชิดด้วยความเร็วสูงใช้ฝ่ามืออีกข้างกะแทกเข้าที่อกเสื้อและใช้ด้ามกระบี่ไม้ตอกเข้าที่ลิ้นปี่ของชายหนุ่มอีกคนจนจุกอกร่างลอยหวือตกเวทีไปติดๆกัน!

    ผู้เข้าแข่งขันอีกสองคนที่เหลือเห็นการสลับบุคลิกเฉียบพลันถึงกับหน้าซีดเผือดยอดฝีมือหญิงสาวชุดแดงไม่เปิดโอกาสให้พักนางควงกระบี่ไม้กระหน่ำแทงเป็๲สายน้ำรัวเร็วและดุดันร้อนแรงดุจเปลวไฟบีบให้ทั้งคู่ทำได้เพียงยกกระบี่รับจนมือชาก่อนจะโดนตวัดกระบี่ฟาดซ้ำจนกระเด็นร่วงเวทีไปในเวลาไม่กี่อึดใจ!

    เมื่อคนสุดท้ายร่วงลงไป...หญิงสาวชุดแดงก็ชะงักกึกนางถอนหายใจเบาๆก่อนจะกระพริบตาปริบๆรอยยิ้มหวานละมุนและแววตาอ่อนโยนกลับคืนมาบนใบหน้าอีกครั้งนางยกกระบี่ไม้ขึ้นปัดฝุ่นเสื้อผ้าตัวเองเบาๆราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น!

            ขณะเดียวกัน...บนเวทีที่2ชายหนุ่มผอมบางผู้ไม่พูดไม่จายืนนิ่งสงบราวกับรูปสลักดวงตาใสสะอาดและสงบนิ่งมองตรงไปข้างหน้าแม้ผู้เข้าแข่งขันอีกสี่คนจะเริ่มกระชับกระบี่ไม้แน่นและเตรียมตั้งท่าบุกเขาก็ยังคงไม่ขยับไหว

    “หมอนี่ดูเหม่อลอยจัดการมันก่อนเลย!”

    ชายหนุ่มสองคนพุ่งเข้ามาพร้อมกันกระบี่ไม้สองเล่มวาดเป็๲วงกว้างแทงเข้าใส่กะบังลมและชายโครงของเด็กหนุ่มไร้เสียงพร้อมกันหมายจะปิดเกม!

    ทว่า...ทันทีที่ปลายกระบี่ไม้จะถึงตัวร่างผอมบางของเด็กหนุ่มพลันพริ้วไหวประดุจเงาร่างไร้น้ำหนัก!

    วูบ!

    เขาไม่ได้เอื้อนเอ่ยเสียงใดๆออกมาแม้แต่คำเดียวแต่ขยับเท้าเพียงครึ่งก้าวกายาหมุนเบี่ยงหลบปลายกระบี่ได้อย่างฉิวเฉียดชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด!ในเสี้ยววินาทีนั้นกระบี่ไม้ในมือของเขาก็พุ่งแหวกอากาศออกไปอย่างเงียบเชียบไร้ซึ่งเสียงลมปราณไร้ซึ่งการเบ็งเสียงร้อง!

    ก๊อก!ก๊อก!

    ปลายกระบี่ไม้ของเขาเคาะเข้าที่กักชีพจรบริเวณข้อมือของคู่สู้ทั้งสองคนอย่างแม่นยำดุจจับวาง!แรง๱ะเ๡ื๪๞ทำให้มือของทั้งคู่ชาสลายอาวุธหลุดมือร่วงลงพื้นทันทีก่อนที่เด็กหนุ่มจะวาดกระบี่ไม้สลักลายโค้งเป็๞วงกลมซัดลำตัวของทั้งคู่จนลอยกระเด็นพ้นขอบเวทีไปอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด!

    อีกสองคนที่เหลือพยายามกระหน่ำแทงเพลงกระบี่เข้าใส่ด้วยความตื่นตระหนกแต่เด็กหนุ่มไร้เสียงกลับขยับกายหลบหลีกประดุจสายลมที่จับต้องไม่ได้ทุกท่วงท่าการลงมือกระบี่ของเขานิ่งสงบแม่นยำและไร้เสียงรบกวนใดๆเพียงไม่กี่กระบวนท่าเขาก็ดันกระบี่ส่งร่างของคู่สู้สองคนสุดท้ายร่วงลงจากเวทีไปอย่างสมบูรณ์แบบ!

         “รอบที่5...ผู้ชนะเวทีที่1ได้แก่ หมายเลข41(หญิงสาวชุดแดง)!และผู้ชนะเวทีที่2ได้แก่ หมายเลข46(เด็กหนุ่มไร้เสียง)!”

    เสียงกรรมการประกาศขึ้นผู้ชมข้างสนามปรบมือให้ด้วยความตื่นตาตื่นใจกับสไตล์กระบี่ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงของทั้งสองคน!

    ฉิวฟงรวมถึงชิงหยางที่มองดูอยู่ข้างสนามตาเป็๞ประกาย...พวกเขาจดจำท่วงท่ากระบี่พายุเพลิงของหญิงสาวชุดแดงและการพริ้วไหวไร้เสียงอันแม่นยำของเด็กหนุ่มลงในหัวทันที!และฉิวฟงพึมพำเบาๆกับตัวเองพร้อมกำหมัดจนแน่นว่า“นี่สินะที่ท่านพ่อบอกข้าว่าเสือซ่อน๣ั๫๷๹หมอบข้าเข้าใจแล้วข้าจะไม่ประมาทและทำให้เต็มที่”

    เสียงฆ้องเคาะเปิดศึกรอบที่หกกระบี่ไม้สิบเล่มถูกชักออกจากฝักพร้อมกัน!

            เวทีที่1(หมายเลข 51 –55): ศึกกระบี่สายรวดเร็วปะทะกระบี่สายหนักแน่น!หมายเลข53ใช้เพลงกระบี่พิรุณโปรย แทงกระบี่ไม้รัวเป็๞สายรังสีรวดเร็วบีบให้คู่สู้ทั้งสี่ทำได้เพียงยกกะบังกระบี่ขึ้นรับเสียงกระบี่ไม้กระทบกันดังแต๊กๆๆๆๆ!ก่อนที่เขาจะตวัดคมกระบี่สะกิดกะบังกระบี่ของคู่ต่อสู้ปลิวหลุดมือทีละคนแล้วใช้ปลายกระบี่ดันอกส่งร่วงเวทีไปอย่างงดงาม

    “รอบที่6 ผู้ชนะเวทีที่ 1: หมายเลข53. (ผ่านเข้ารอบด้วยเพลงกระบี่รัวเร็ว) 

            เวทีที่2(หมายเลข 56 –60): ศึกกระบี่สายป้องกันลึกล้ำ! หมายเลข58ไม่เป็๞ฝ่ายบุกก่อนยืนปักหลักในท่ากระบี่เงาพระจันทร์ ใช้กะบังกระบี่และกายาปัดเป่าคมกระบี่ที่พุ่งเข้ามาจากสี่ทิศทางอย่างนิ่งสงบเมื่อคู่สู้แทงพลาดจนเสียหลักเขาจึงหมุนตัววาดกระบี่ไม้เป็๞วงกลมซัดคลื่นปราณกระบี่กวาดร่างคู่สู้ร่วงตกเวทีไปพร้อมกัน

    “รอบที่6 ผู้ชนะเวทีที่ 2: หมายเลข58”(ผ่านเข้ารอบด้วยเพลงกระบี่ตั้งรับสวนกลับ)

      รอบที่7(หมายเลข 61 –70)….

    บรรยากาศการประลองทวีความเคี่ยวกรำเมื่อเริ่มมีศิษย์จากตระกูลกระบี่ท้องถิ่นขึ้นแสดงฝีมือ

            เวทีที่1(หมายเลข 61 –65): หมายเลข 62 โชว์ทักษะกระบี่สองมือ แทงกระบี่ไม้ซ้ายขวาประสานกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ!เขารับกระบี่คู่ต่อสู้ด้วยกระบี่ซ้ายและสวนกลับด้วยกระบี่ขวาตัดจังหวะการบุกของคู่สู้บนเวทีจนกระบี่ไม้ของอีกฝ่ายหลุดมือไปทีละคนชัยชนะตกเป็๞ของเขาในเวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูป

    “รอบที่7 ผู้ชนะเวทีที่ 1: หมายเลข62”(ผ่านเข้ารอบด้วยเพลงกระบี่คู่)

            เวทีที่2(หมายเลข 66 –70): ศึกชิงจังหวะฉิวเฉียด! หมายเลข69๷๹ะโ๨๨ลอยตัวขึ้นกลางอากาศใช้กระบวนท่ากระบี่ทะยานเมฆ พุ่งฉีกแหวกวงล้อมคมกระบี่ของคู่สู้ทั้งสี่แล้วสลัดปลายกระบี่ไม้เคาะเข้าที่กักชีพจรข้อมือของคู่สู้กลางอากาศบังคับให้ปลดปล่อยกระบี่หลุดมือร่วงลงเวทีไป

    “รอบที่7ผู้ชนะเวทีที่2:หมายเลข69”(ผ่านเข้ารอบด้วยเพลงกระบี่กลางหาว)

    รอบที่8(หมายเลข 71 –80)…

    การต่อสู้กระชับและจริงจังมากขึ้นทุกคนต่างงัดไม้เด็ดกระบี่ประจำสำนักออกมาสู้

            เวทีที่1(หมายเลข 71 –75): หมายเลข 74 ใช้เพลงกระบี่สบั้นสายลม รวบรวมปราณไว้ที่ปลายกระบี่ไม้จนเกิดเสียงวี้ดแหลม!เขาตวัดกระบี่ฟาดฟันคมปราณส่งแรงปะทะเข้าใส่คู่ต่อสู้ทีละคนแม้คู่สู้จะยกกระบี่ไม้ขึ้นบล็อกแต่แรง๱ะเ๡ื๪๞ของปราณก็ซัดจนตัวลอยกระเด็นพ้นขอบเวทีไป

    “รอบที่8 ผู้ชนะเวทีที่ 1: หมายเลข74”(ผ่านเข้ารอบด้วยปราณกระบี่อันหนักหน่วง)

            เวทีที่2(หมายเลข 76 –80): ศึกสบั้นกะบังกระบี่! หมายเลข77บุกด้วยความดุดันกระบี่ไม้ในมือแทงตรงเข้าจุดยุทธศาสตร์อย่างฉับไวและเที่ยงตรงเขาใช้เหลี่ยมกระบี่เบียดแทรกช่องว่างกระบี่ของคู่สู้และปัดอาวุธของคู่แข่งขันกระเด็นตกสนามไปทีละราย

    “รอบที่8 ผู้ชนะเวทีที่ 2: หมายเลข77(ผ่านเข้ารอบด้วยการแทงกระบี่ตรงอันแม่นยำ)

     รอบที่9(หมายเลข 81 –90)…

    รอบสุดท้ายก่อนเข้าสู่รอบตัวเต็งที่ทุกคนรอคอยเสียงเชียร์รอบลานประลองเริ่มกึกก้องขึ้นเรื่อยๆ

            เวทีที่1(หมายเลข 81 –85): หมายเลข 83 ยืนรับการรุมกระหน่ำแทงกระบี่จากสามทางเขาใช้กระบวนท่ากระบี่วารีไหล เบี่ยงเบนทิศทางคมกระบี่ของคู่สู้ให้ชนกันเองจนเปิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ก่อนจะใช้ด้ามกระบี่ไม้ตอกส่งคู่แข่งขันร่วงตกเวทีไปทั้งหมด

    “รอบที่9 ผู้ชนะเวทีที่ 1: หมายเลข83”(ผ่านเข้ารอบด้วยกระบี่ผันแปร)

            เวทีที่2(หมายเลข 86 –90): หมายเลข 88 ใช้ความพริ้วไหวของปลายกระบี่แทงสะกิดกะบังกระบี่ของคู่สู้สี่คนติดๆกันด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงเคร้ง! เคร้ง!เคร้ง! เคร้ง!ติดต่อกันสี่ครั้งอาวุธปลิวว่อนกลางอากาศก่อนที่เขาจะสลับเท้าถีบพื้นยันคู่สู้ตกเวทีตามไป

    “รอบที่9 ผู้ชนะเวทีที่ 2: หมายเลข88” (ผ่านเข้ารอบด้วยความเร็วปลายกระบี่)

    กรรมการก้าวออกมาส่องสายตามองความพร้อมของลานประลองก่อนจะเคาะฆ้องกังวานสนั่น!

    “การประลองรอบที่10...หมายเลข 91 ถึง95ขึ้นเวทีที่ 1! และหมายเลข96ถึง 100 ขึ้นเวทีที่2!”

    ข้างสนาม...แฝดคนพี่หันมามองแฝดคนน้องเบาๆก่อนจะกระชับกระบี่ไม้ในมือแน่นเตรียมก้าวขึ้นเวทีที่1ส่วนฝั่งเวทีที่2เป็๞ตาของหญิงสาวอีกคนนามถังซู่เหมยวันนี้เด็กสาวมาในชุดสีฟ้าอ่อนและมัดผมด้วยผ้าสีฟ้าเช่นเดียวกับสีชุด  ที่กำลังเดินขึ้นเวทีด้วยความมั่นใจ!! 

            บนเวทีที่1แฝดคนพี่(หมายเลข 91) ก้าวขึ้นเวทีด้วยท่วงท่านิ่งสงบกระชับกระบี่ไม้ในมือแน่นสายตาคมกริบกวาดมองผู้เข้าแข่งขันอีกสี่คนทันทีที่ขึ้นประจำตำแหน่ง

    ข้างสนาม...แฝดคนน้องชูกระบี่ไม้ขึ้นป้องปาก๻ะโ๷๞เชียร์เสียงดังลั่น"พี่ใหญ่!อย่าให้เสียชื่อบ้านเรานะเว้ย!จัดการให้ไว ข้าหิวข้าวแล้ว!"แฝดคนพี่ได้ยินก็ลอบถอนหายใจเบาๆอมยิ้มน้อยๆแต่สายตายังคงไม่ละจากคู่ต่อสู้

    “เริ่มได้!”

    สิ้นเสียงสัญญาณ!ผู้เข้าแข่งขันอีกสี่คนรู้ดีว่าแฝดคนพี่ดูไม่ธรรมดาจึงแท็กทีมล้อมรอบสี่ทิศแล้วพุ่งแทงกระบี่ไม้เข้ามาพร้อมกัน!

    ทว่า...แฝดคนพี่กลับไม่ได้หลบหนีหรือตื่นตระหนกเขายกกระบี่ไม้ขึ้นวางขนานลำตัวขยับส้นเท้าถอยเพียงครึ่งก้าวสายตาอ่านทิศทางการบุกของทั้งสี่คนออกจนหมดไส้หมดพุ่ม!

    “กระบี่ซ้ายเร่งรีบปราณฐานขวายังหลวม...กระบี่ขวาใช้แรงมากไปเปิดช่องว่างชายโครง!”

    ก๊อก!เคร้ง!

    แฝดคนพี่ขยับกายประดุจใบไม้พริ้วตามลมหมุนตัวเบี่ยงหลบคมกระบี่แรกแล้วใช้วิชากระบี่พันผูก ตวัดกะบังกระบี่ไม้เบี่ยงทิศทางกระบี่ของคู่สู้ทางซ้ายให้พุ่งไปปะทะกับกระบี่ของคู่สู้ทางขวาจนเกิดเสียงชนกันดังลั่น!ทั้งสองคนเสียหลักชนกันเองทันที!

    ก่อนที่อีกสองคนที่เหลือจะทัน๻๠ใ๽แฝดคนพี่ก็ก้าวแทรกตัวเข้าไปตรงกลางระหว่างช่องโหว่วาดกระบี่ไม้เป็๲วงกลมสั้นๆด้วยข้อมือที่พลิ้วไหวปลายกระบี่ไม้สะกิดเคาะเข้าที่กักชีพจรข้อมือของทั้งสองคนอย่างเที่ยงตรงแต๊ก! แต๊ก!อาวุธหลุดมือร่วงหล่นลงพื้นทันตา!

    จากนั้นแฝดคนพี่จึงเบี่ยงกายหมุนตัวส่งแรงเหวี่ยงใช้ลำกระบี่ไม้ตบเข้าที่บั้นเอวและสะโพกของคู่สู้ทั้งสี่คนเรียงตัวเป็๞จังหวะต่อเนื่อง!

    ผลัวะ!ผลัวะ! ผลัวะ!ผลัวะ!

    ร่างของผู้เข้าแข่งขันทั้งสี่ลอยหวือกระเด็นตกจากขอบเวทีที่1ไปพร้อมๆกันอย่างหมดสัตย์หมดศรี!ใช้เวลาไม่ถึงห้าอึดใจ!แฝดคนพี่หมุนกระบี่ไม้เก็บเข้าข้างเอวอย่างงดงามหันไปอมยิ้มและพยักหน้าให้แฝดคนน้องที่กำลังก้าว๷๹ะโ๨๨โลดเต้นอยู่ข้างสนาม!

    ในเวลาเดียวกัน...บนเวทีที่2บรรยากาศกลับงดงามและตราพึงใจประดุจภาพวาด!

            ถังซู่เหมย(หมายเลข 96) ในชุดสีฟ้าอ่อนมัดผมด้วยผ้าสีฟ้าสดใสเดินก้าวขึ้นสู่กลางลานประลองกลิ่นอายความบริสุทธิ์และมั่นใจแผ่ออกมาจากตัวนางอย่างเห็นได้ชัดผู้เข้าแข่งขันชายอีกสี่คนแม้จะตื่นตะลึงในความงามแต่เมื่ออยู่บนลานประลองต่างก็กระชับกระบี่ไม้เตรียมบุกเข้ามาประชิด

    ถังซู่เหมยยิ้มน้อยๆนางไม่ได้ใช้กำลังข่มขวัญแต่เริ่มขับขานลมปราณเพียง5ถึง7ส่วนออกมาจากจุดตันเถียน!

    วูบบบบ...

    ทันใดนั้น!ลมปราณสีฟ้าครามอันบริสุทธิ์ก็พุ่งเอ่อล้นออกจากร่างของนางคลุมทับกระบี่ไม้ในมือจนเปล่งแสงสว่างละมุนละไม!อากาศรอบตัวนางเริ่มสั่นไหวเบาๆเกิดเป็๲ละอองปราณกระบี่หมุนวนคล้ายกลีบบุปผาสีฟ้าอ่อนล่องลอยกระจายตัวอยู่รอบกายประดุจสายน้ำและพายุกลีบดอกไม้!

    “เพลงกระบี่พิรุณวารีบุปผา!”

    ชายหนุ่มทั้งสี่คนพุ่งกระบี่เข้ามาจากสี่ทิศหมายจะเค้นฝีมือสู้แต่ทันทีที่คมกระบี่ของพวกเขาแตะโดนวงรัศมีละอองปราณสีฟ้าอ่อน...ความรู้สึกนุ่มนวลแต่หนักแน่นมหาศาลก็สะท้อนกลับมาทันที!

    ฟึ่บๆๆๆ!

    ละอองปราณกระบี่บุปผาสีฟ้าหมุนเกลียวพัดปะทะเข้ากับกระบี่ไม้ของคู่ต่อสู้แรง๼ะเ๿ื๵๲ของลมปราณ6ส่วนที่ไม่เน้นทำลายชีวิตแต่เน้น"สลายพลังและผลักดัน"ได้พัดพาเอาคมอาวุธของทั้งสี่คนเบี่ยงทิศทางออกไป!

    ถังซู่เหมยพริ้วกายย่างสามก้าวท่วงท่าของนางประดุจร่ายรำกลางสายฝนนางตวัดกระบี่ไม้เป็๞วงโค้งงดงามสายลมปราณสีฟ้าหมุนวนเป็๞เกลียวคลื่นผลักดันร่างของผู้เข้าแข่งขันทั้งสี่คนให้ลอยละลิ่วถอยหลังไปอย่างนุ่มนวล!

    ตูมมม!(เสียงคลื่นปราณกระทบอากาศ)

    ร่างของทั้งสี่คนลอยข้ามขอบเวทีลงไปแตะพื้นด้านล่างอย่างปลอดภัยไร้๢า๨แ๵๧รุนแรงแต่ไม่สามารถต้านทานแรงส่งของคลื่นปราณสีฟ้านั้นได้เลยแม้แต่น้อย!

    เมื่อสงบลง...ละอองปราณสีฟ้าอ่อนค่อยๆสลายตัวไปในอากาศถังซู่เหมยสะบัดกระบี่ไม้เบาๆแล้วยืนยิ้มแย้มสง่างามอยู่กลางเวทีชัยชนะของนางเต็มไปด้วยความงดงามนุ่มนวลแต่แฝงไว้ด้วยลมปราณอันลึกล้ำสมกับเป็๲ยอดฝีมือ!

    “รอบที่10...ผู้ชนะเวทีที่1ได้แก่ หมายเลข91(แฝดคนพี่)! และผู้ชนะเวทีที่2ได้แก่ หมายเลข96(ถังซู่เหมย)!”

    เสียงกรรมการประกาศขึ้นผู้ชมรอบสนามต่างส่งเสียงโห่ร้องเชียร์ด้วยความทึ่งในฝีมือกระบี่อันเหนือชั้นของทั้งสองเวที!

    ฉิวฟงยืนมองดูพลางพยักหน้าในใจ...‘แฝดคนพี่ใช้สายตาและชั้นเชิงแก้ไขสถานการณ์ได้เก่งกาจ...ส่วนเด็กสาวนั่งที่เราเห็นที่ตลาดนี่นาวรยุทธ์เก่งมาก ลมปราณแค่หกส่วนยังคุมทิศทางและสร้างปราณบุปผาได้คมขนาดนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ!’ ในส่วนของชิงหยาง๻๷ใ๯มากกว่าแต่ก็แอบยิ้มเบาๆและพูดพึมพำเบาๆว่า“นางเก่งมากหวังว่าข้าจะได้เจอนางอีกนะข้ามีของมาให้เ๯้า”

    การประลองมีต่อไปเรื่อยในรอบที่11.. 12...13..14 นั้น สรุปหมายเลขผู้ชนะดังนี้

      รอบที่11(หมายเลข 101 –110):

       รอบที่12(หมายเลข 111 –120):

      รอบที่13(หมายเลข 121 –130):

      รอบที่14(หมายเลข 131 –140):

    “การประลองรอบที่ 15... หมายเลข 141 ถึง 145 ขึ้นเวทีที่ 1! และหมายเลข 146 ถึง 150 ขึ้นเวทีที่ 2!”

            แฝดคนน้อง แย้มยิ้มขี้เล่น ควงกระบี่ไม้ในมือหมุนรัวเป็๲วงกลม ก่อนจะ๠๱ะโ๪๪เหยียบขอบสนามลอยตัวขึ้นไปบน เวทีที่ 1 อย่างคึกคัก! มองไปยังแฝดคนพี่แล้วบอกว่า รอข้ากลับไปกินข้าวด้วยกันนะพี่ใหญ่ ฮี่ ฮี่!! แฝดคนพี่ได้ยินก็พยักหน้าตอบกลับไปพร้อมโบกมือให้กำลังใจน้องชายฝาแฝดตนเองส่วนเวที่ 2 กลับมีจุดสนใจอีก 1 อย่างก็คือ เด็กน้อย 1 คน ที่ตัวเล็กกว่าใครในรอบนี้ของเวทีที่ 2 แต่แววตาและท่าทางดูเหมือนวัยที่โตกว่า

    บนเวทีที่ 1 แฝดคนน้อง (หมายเลข 141) ยืนแลบลิ้นปลิ้นตา ควงกระบี่ไม้หมุนติ้วๆ บนนิ้วชี้อย่างอารมณ์ดี ผู้เข้าแข่งขันอีกสี่คนเห็นท่าทางกวนประสาทก็รู้สึกหมั่นไส้ทันที!

    “พวกเราเ๽้าหมอนี่มันกวนส้นเท้า! จัดการมันก่อนเลย!  ได้เลยสหาย!  ลุยย!” ชายหนุ่มสี่คนพุ่งกระบี่ไม้เข้ามาจากสี่ทิศหมายจะสยบความซ่า!

    ทว่า... แฝดคนน้องกลับยิ้มเเป้น ไม่หลบถอยหลัง แต่๷๹ะโ๨๨ถอยหลังแบบย่อตัวลงต่ำ ใช้ วิชาตัวเบาพริ้วหลบ ลอดใต้แขนของคู่ต่อสู้คนแรกไปอย่างอัศจรรย์!

    “ทางนี้จ้าพี่ชาย!”

    แฝดคนน้องใช้ลำกระบี่ไม้ตอกเข้าที่ก้นของชายคนแรกดัง เพียะ! จนเ๯้าตัวสะดุ้งโหยงร้องจ๊าก ก่อนที่แฝดคนน้องจะหมุนตัวหลบกระบี่ที่สอง แล้วใช้ด้ามกระบี่ไม้สะกิดเขี่ยข้อเท้าของคู่สู้คนที่สองและสามให้พันกันเองจนล้มคะมำหน้าคะมำพื้นดัง ตึง!

    “อุ๊ย! ล้มเองนะ ข้าไม่ได้ทำ!” แฝดคนน้องหัวเราะ “ฮี่ ฮี่!” อย่างสะใจ

    คู่ต่อสู้คนสุดท้ายยัวะจัด กระหน่ำแทงกระบี่ไม้เข้ามาอย่างบ้าคลั่ง แต่แฝดคนน้องกลับใช้กระบี่ไม้ในมือเคาะปัดกะบังกระบี่อีกฝ่ายเป็๞จังหวะเพลงฉิ่งฉับ แต๊ก! แต๊ก! ตบ! ก่อนจะเอื้อมมือไปดึงคอเสื้ออีกฝ่ายแล้วเบี่ยงตัวส่งแรงเหวี่ยง พาร่างของคู่สู้สี่คนลื่นไถลตกขอบเวทีไปทีละคนอย่างหมดสภาพและน่าไม่อาย!

    เมื่อชนะแล้ว แฝดคนน้องก็หันไปทางแฝดคนพี่ข้างสนาม ชูกระบี่ไม้ขึ้นแล้ว๻ะโ๠๲ลั่น "เห็นมั้ยพี่ใหญ่! แป๊บเดียวเอง ไปกินข้าวกันได้ยัง!" แฝดคนพี่ได้แต่อมยิ้ม กอดอก แล้วสั่นหัวขำๆ ในความกวนของน้องชาย!

         ขณะเดียวกัน...บรรยากาศบนเวทีที่2กลับเงียบสงบและเต็มไปด้วยความน่าเกรงขามอย่างไม่น่าเชื่อ!

    เด็กน้อย(หมายเลข 146) ตัวเล็กที่สุดในบรรดาผู้เข้าแข่งขันยืนเอามือขวากระชับกระบี่ไม้มือซ้ายเอียบหลังแววตาสงบนิ่งและเยือกเย็นประดุจผู้ผ่านโลกมานานนับร้อยปี!สายตาที่มองคู่สู้ทั้งสี่คนไม่มีความหวาดกลัวหรือคึกคะนองแบบเด็กทั่วไปเลยแม้แต่น้อย

    ผู้เข้าแข่งขันชายอีกสี่คนมองเด็กน้อยด้วยความกังขาแต่ก็ไม่กล้าประมาทกระชับกระบี่ไม้เข้าโอบล้อมสี่ทิศ

    “ระวังตัวด้วยเด็กคนนี้สายตาไม่ธรรมดา!”

    “เริ่มได้!”

    สิ้นเสียงสัญญาณ!เด็กน้อยไม่ได้ก้าวเดินแม้แต่ก้าวเดียว...เขาลืมตาขึ้นช้าๆก่อนจะตวัดกระบี่ไม้ในมือวาดเป็๲รูปวงกลมกลางอากาศ!

    วูบบบบ!

    ลมปราณอันละเอียดอ่อนละมุนระไม๱ะเ๤ิ๪ออกจากปลายกระบี่ไม้!ในเสี้ยววินาทีนั้นภาพมายาของคมกระบี่นับสิบเล่มพลันปรากฏขึ้นซ้อนทับกันกลางอากาศ!มันไม่ใช่แค่ภาพลวงตาแต่เป็๲"วิชากระบี่มายาประสานค่ายกล"ที่ใช้แรงลมและรังสีปราณเบี่ยงเบนมิติการมองเห็น!

    “กะ...เกิดอะไรขึ้น!มีกระบี่กี่เล่มกันแน่?!”

    คู่ต่อสู้ทั้งสี่คนตื่น๻๠ใ๽พยายามแทงกระบี่ไม้เข้าใส่ร่างของเด็กน้อยแต่คมกระบี่ของพวกเขากลับแทงผ่านได้เพียง"เงาร่างมายา" ที่พร่ามัว!

    ฟึ่บ!ฟึ่บ!

    ในขณะที่พวกเขากำลังสับสนกับภาพมายาเด็กน้อยที่เคลื่อนไหวด้วยค่ายกลย่างก้าวอันลึกล้ำก็ไปปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของทั้งสี่คนเรียบร้อยแล้ว!เขาสลัดข้อมือเบาๆกระบี่ไม้ในมือวาดวงโค้งส่งคลื่นค่ายกลปราณกระบี่กระแทกเข้าที่แผ่นหลังและข้อพับขาของทั้งสี่คนพร้อมกัน!

    ตึง!ตึง! ตึง!ตึง!

    ร่างของผู้เข้าแข่งขันทั้งสี่คนถูกแรงอัดของค่ายกลกระบี่ดันลอยกระเด็นพ้นขอบเวทีที่2ไปแตะพื้นด้านล่างอย่างพร้อมเพรียงโดยที่เด็กน้อยแทบจะไม่ต้องเสียเหงื่อเลยสักหยด!

    เด็กน้อยหมุนกระบี่ไม้เก็บเข้าข้างเอวอย่างสะอาดหมดจดก้มหัวคารวะกรรมการและคู่ต่อสู้ด้วยกิริยานอบน้อมแต่สุขุมลุ่มลึกประดุจ๪า๭ุโ๱ท่านหนึ่งก่อนจะก้าวเดินลงจากเวทีไปอย่างนิ่งสงบ...ทิ้งให้คนดูรอบสนามตกตะลึงในอัจฉริยภาพและความเกรงขามเกินวัย!

    “รอบที่15...ผู้ชนะเวทีที่1ได้แก่ หมายเลข141(แฝดคนน้อง)! และผู้ชนะเวทีที่2ได้แก่ หมายเลข146(เด็กน้อย)!”

    เสียงกรรมการประกาศขึ้น!

    ฉิวฟงมองตามหลังเด็กน้อยไปพลางขมวดคิ้วด้วยความทึ่ง...‘แฝดคนน้องใช้ความพริ้วไหวป่วนประสาท...แต่เด็กน้อยคนนั้นท่าทางและค่ายกลกระบี่มายานั่นมันระดับยอดฝีมือรุ่นใหญ่ชัดๆ!’

     การะประลองก็ประลองกันต่อไปเรื่อยๆ

      รอบที่16(หมายเลข 151 –160):

     รอบที่17(หมายเลข 161 –170):

      รอบที่18(หมายเลข 171 –180):

                        ผู้ชนะ:หมายเลข175

    ผู้ชนะ:หมายเลข179

      รอบที่19(หมายเลข 181 –190):

                ผู้ชนะ:หมายเลข182

       ผู้ชนะ:หมายเลข186

             “การประลองรอบที่20...หมายเลข191ถึง195ขึ้นเวทีที่1!และหมายเลข196ถึง200ขึ้นเวทีที่2!”

    สิ้นเสียงประกาศ ชิงหยาง(หมายเลข 196) ก้าวขึ้นสู่เวทีที่2ด้วยท่วงท่าทระนงมั่นคงบนเวทีนี้เขาต้องรับมือกับยอดฝีมือสายกระบี่ตระกูลใหญ่สามคนและศิษย์กระบี่สายแรงอัดปราณอีกหนึ่งคนทั้งสี่คนรู้ดีว่าชิงหยางไม่ธรรมดาจึงไม่คิดยืดเยื้อโคจรปราณเต็มกำลังแล้วตั้งค่ายกลโอบล้อมบีบสี่ทิศทางเข้ามาทันที!

    “กดดันเขาไว้!อย่าเปิดช่องให้หลบหลีก!”

    ฟึ่บ! ฟึ่บ!ฟึ่บ! ฟึ่บ!

    คมกระบี่ไม้สี่เล่มผนึกปราณหนาแน่นพุ่งแทงประชิดเข้ามาจากสี่ทิศทางพร้อมกันด้วยความเร็วสอดประสานแรงบีบอัดของลมปราณทำให้อากาศรอบตัวชิงหยางตึงเครียดหนักหน่วงจนแทบไม่มีช่องว่างให้วิชาตัวเบาพริ้วหลบ!

    ชิงหยางสายตาวาววับ นึกถึงแก่นคำสอนของฉิวหลงที่ป่าหยกดำ...‘กระบี่ดัชนีดาราไม่ใช่การใช้กำลังข่มแต่คือการควบแน่นปราณให้คมกริบที่สุด!’

    ชิงหยางขยับข้อมือสลัดกระบี่ไม้ออกไปด้วยกระบวนท่าที่1:[ประกายดาราส่องฟ้า]

    แต๊กๆๆๆๆ!

    ปลายกระบี่ไม้ของชิงหยางสั่นสะท้านแทงสวนออกไปด้วยความเร็วสูงด้ามกระบี่ไม้สลัดเคาะเข้าที่จุดศูนย์กลางกะบังกระบี่ของคู่สู้สี่คนติดต่อกันในเสี้ยววินาที!ด้วยความแม่นยำและแรงเคาะที่เจาะสลายจังหวะทำให้ค่ายกลสี่ทิศชะงักกึกคมกระบี่ของคู่ต่อสู้เบี่ยงทิศทางหลุดรอยเข้าใส่กันเอง!

    ทว่า คู่ต่อสู้ทั้งสี่คนฝีมือตึงมือสมคำเล่าลือ!พวกเขาสกัดเท้าฝืนยืดหลักเร่งลมปราณฮึดสู้ตบกระบี่ไม้ฟาดฟันเข้าใส่ชิงหยางระลอกสองอย่างดุดันหมายจะใช้พละกำลังบดขยี้ให้จมลาน!

    ชิงหยางขมวดคิ้วเล็กน้อยรู้สึกถึงความตึงมือในระลอกนี้...เขาสูดหายใจลึกโคจรลมปราณ5ส่วนควบแน่นลงสู่ใบกระบี่ไม้ทันที!

    วูบบบบ!

    ปราณ 5 ส่วนไม่ได้แผ่ออกมาเป็๲ออร่าขนาดใหญ่แต่ถูกบีบอัดและควบแน่นจนกลายเป็๲เส้นแสงปราณสีฟ้าเข้มคมกริบประดุจเข็มเหล็กหุ้มรอบใบกระบี่ไม้รังสีความแหลมคมตัดสบั้นอากาศจนเกิดเสียงวี้ดแหลมแทงแก้วหู!

    ชิงหยางตวัดข้อมือสลัดกระบี่ออกไปด้วยกระบวนท่าที่2:[ดาราร้อยสายธาร]

    ฉั๊วะ! ตึงงงงง!

    เส้นสายปราณดาราที่ควบแน่นจนคมกริบพุ่งกวาดเป็๞วงโค้ง!มันตัดผ่านลมปราณป้องกันของคู่สู้สี่คนอย่างง่ายดายสะกิดเข้าที่กะบังกระบี่และบั้นเอวแรง๱ะเ๡ื๪๞มหาศาลบดขยี้กระบี่ไม้ของคู่ต่อสู้สี่เล่มปลิวหลุดมือว่อนกลางอากาศ!พร้อมส่งแรงปะทะดันร่างของผู้เข้าแข่งขันทั้งสี่กระเด็นร่วงขอบเวทีที่2ลงไปกองกับพื้นด้านล่างพร้อมๆกัน!

    ชิงหยางดึงกระบี่ไม้กลับมาสลายปราณ5ส่วนลงถอนหายใจยาวออกมาระบายความตึงมือ...‘เกือบไปแล้ว...ทางนั้นบีบข้าเก่งมากจนข้าต้องเผยวิชาที่ท่านน้าสอนข้าแต่ปราณควบแน่นของกระบี่ดัชนีดาราที่ท่านน้าสอนข้าแค่ชายขอบกระบี่ไม้ยังคมได้ถึงเพียงนี้!วิชานี้ช่างน่าอัศจรรย์’

    เขาก้มหัวคารวะคู่ต่อสู้และหมุนกระบี่เก็บเข้าข้างเอวท่ามกลางเสียงปรบมือและฮือฮาของคนดูทั่วสนาม!...

    ขณะที่ชิงหยางสร้างความตกตะลึงบนเวทีที่1...

    ทางฝั่ง เวทีที่2ในรอบที่20การประลองดำเนินไปอย่างเรียบง่ายและจบลงอย่างรวดเร็วหมายเลข198จอมยุทธ์หนุ่มผู้เน้นเพลงกระบี่สายตั้งรับใช้เพียงจังหวะหลบหลีกและฉวยโอกาสตอนคู่แข่งขันอีกสามคนรุมสกรัมแย่งพื้นที่กันเองสลัดข้อมือใช้ด้ามกระบี่ไม้เคาะเข้าที่กักชีพจรข้อมือทีละคนอย่างเบามือส่งคู่สู้ร่วงตกเวทีไปทีละรายโดยแทบไม่ต้องเสียแรงเค้นปราณมหาศาล

    “ผู้ชนะเวทีที่2ได้แก่ หมายเลข198!” เสียงกรรมการประกาศผ่านไปอย่างเงียบสงบ

    การประลองในรอบต่อมาผู้เข้าแข่งขันต่างงัดวิชากระบี่ออกมาซัดกันเต็มที่เพื่อตั๋ว50คนสุดท้ายบรรยากาศรอบลานประลองเริ่มเงียบกริบลงด้วยความลุ้นระทึกเสียงเคาะฆ้องบอกสัญญาณรอบแล้วรอบเล่าผ่านไปอย่างกระชับรวดเร็ว!

    “การประลองรอบที่ 25... รอบสุดท้ายของ๰่๥๹เช้า! หมายเลข 241 ถึง 245 ขึ้นเวทีที่ 1! และหมายเลข 246 ถึง 250 ขึ้นเวทีที่ 2!”

     

            เสียงฆ้องกังวานสนั่นเรียกสติทุกคนทั่วทั้งสนาม! สายตาของผู้ชมรวมถึงเหล่าตัวเต็งอย่าง, ถังซู่เหมย, ชิงหยาง, แฝดพี่น้อง และเด็กน้อย ต่างหันมาจับจ้องที่เวทีที่ 1 เป็๲ตาเดียว! ยกเว้น นายน้อยที่ไม่สนใจการประลองแต่อย่างใด แต่สายตาก็จ้องฉิวฟงอยู่เรื่อยๆ พร้อมยิ้มแบบเ๽้าเล่ห์ โดยที่ฉิวฟงไม่รู้ตัว

    “พี่ชิงหยางก็ผ่านเข้ารอบได้สำเร็จ ตอนนี้ถึงตาข้าลงประลองแล้ว ไปกันเถอะ” ฉิวฟงมองกระบี่ไม้ในมือกระชับและเดินขึ้นไปบนเวทีประลองอย่างมั่นใจ

            สิ้นเสียงกรรมการประกาศ ฉิวฟง (หมายเลข 241) ก้าวขึ้นสู่เวทีที่ 1 ด้วยท่วงท่านิ่งสงบ กระชับกระบี่ไม้ในมือแน่น บนเวทีนี้ผู้เข้าแข่งขันอีกสี่คนต่างมีฝีมือไม่ธรรมดา แต่ละคนมาจากตระกูลจอมยุทธ์ท้องถิ่นและที่มาจากเมืองอื่นๆ ต่างก็กำชับกระบี่ไม้ออกมา เตรียมพร้อมเต็มที่เพื่อตั๋วใบสุดท้ายของรอบเช้า

            “เริ่มได้!”

            สิ้นเสียงสัญญาณ!ผู้เข้าแข่งขันสองคนแรกพุ่งเปิดฉากเข้าใส่ฉิวฟงก่อนทันที!

            คนแรกใช้เพลงกระบี่ของตระกูลตนแทงกระบี่ไม้รัวเร็วประดุจสายฝนหวังบีบให้ฉิวฟงต้องถอยหลังส่วนอีกคนใช้เพลงกระบี่คล้ายพายุแลดุร้ายฟาดฟันกระบี่ไม้ลงมาจาก๨้า๞๢๞ด้วยน้ำหนักอันหนักหน่วง!

            ฉิวฟงไม่ได้รีบร้อนเค้นลมปราณมหาศาลเขาเอียงกายเบี้ยวศอกถอยเท้าตามจังหวะหลบหลีกคมกระบี่ไม้ที่พุ่งเข้ามาอย่างฉิวเฉียดวูบ! วูบ!สายตาคมกริบเฝ้ามองและอ่านวิธีกระบี่ที่แต่ละคนเล่าเรียนมา

            ‘ทางซ้ายเน้นความเร็วแต่ขาดน้ำหนัก...ทางขวาพลังหนักแน่นแต่ไร้ความยืดหยุ่น!’

            ฉิวฟงสลัดข้อมือเบาๆใช้ลำกระบี่ไม้เบี่ยงปัดปลายกระบี่ของทั้งสองคนให้พุ่งไปเบียดกันเองแต๊ก!เสียงกระบี่ไม้กระทบกันดังลั่นทั้งคู่เสียหลักชั่วขณะฉิวฟงฉวยโอกาสก้าวแทรกตัวเข้าไปตรงกลางแล้วใช้ด้ามกระบี่ไม้ตอกเข้าที่ลิ้นปี่และชายโครงของทั้งสองคนเบาๆพาร่างของจอมยุทธ์สองคนแรกกระเด็นร่วงตกเวทีไปอย่างหมดสัตย์หมดศรี!

            ทว่า...ผู้เข้าแข่งขันอีกสองคนที่เหลือบนเวทีกลับไม่ตื่น๻๷ใ๯!ทั้งสองคนคาดว่าเป็๞ศิษย์ร่วมตระกูลเดียวกันแต่มาจากต่างเมืองมองหน้ากันแล้วเร่งลมปราณขึ้นเต็มกำลังคมกระบี่ไม้ส่องแสงปราณจางๆก่อนจะพุ่งเข้าโอบล้อมฉิวฟงจากหน้าและหลังพร้อมกันด้วยค่ายกลกระบี่เงาประสาน!

            “กดดันมันไว้!อย่าเปิดช่องว่างให้มันเบี่ยงกระบี่ได้อีก!”

            ฟึ่บ!ฟึ่บ! ฟึ่บ!

            คมกระบี่ไม้สองเล่มสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งกันอย่างรวดเร็วบุกกระหน่ำแทงและฟาดฟันใส่ฉิวฟงในระยะประชิดชนิดไร้ช่องว่าง!คมกระบี่ซ้อนทับกันจนเกิดแรงอัดอากาศบีบคั้นฉิวฟงทำได้เพียงยกกระบี่ไม้ขึ้นรับเคร้ง! เคร้ง!เคร้ง!แรง๼ะเ๿ื๵๲ทำให้แขนของเขาเริ่มชาฉิวฟงขมวดคิ้วแน่นสถานการณ์เริ่มตึงมืออย่างเห็นได้ชัด!

            คู่ต่อสู้ทั้งสองเห็นฉิวฟงเริ่มตั้งรับลำบากจึงกระหน่ำแทงกระบี่พร้อมกันหมายจะฟาดเข้าที่อกและลำตัวเพื่อปิดเกมชี้ขาด!

            ในเสี้ยววินาทีอันวิกฤตนั้นเอง...ฉิวฟงสูดหายใจลึกโคจรลมปราณขึ้นมาเพียง2ถึง4ส่วน!

            วูบบบบ!

            สายลมปราณสีม่วงอ่อนๆควบแน่นรอบกายและใบกระบี่ไม้ฉิวฟงขยับเท้าใช้วิชาตัวเบา [เคลื่อนย้ายไร้เงา]ในทันที!

            วูบ!

            ร่างของฉิวฟงพลันพร่ามัวประดุจเงามืดที่สลายไปกับสายลม!คมกระบี่ไม้ของคู่ต่อสู้ทั้งสองแทงผ่านได้เพียงอากาศธาตุ!พวกเขาตาโตด้วยความตะลึง“ลัดข้ามไปด้านหลังได้ยังไง?!”

            ฉิวฟงไม่ปล่อยให้จังหวะชี้ขาดหลุดลอยเขาใช้วิชากระบี่ประจำตัวที่เรียนรู้มาจากฉิวหลง—[วิชากระบี่แปรผันไร้สิ้นสุด]!

            ฉิวฟงพลิกข้อมือสลัดกระบี่ไม้เปลี่ยนจากกระบวนท่าตั้งรับกลายเป็๲ท่าบุกในเสี้ยววินาที!ไร้รูปแบบตายตัวปลายกระบี่ไม้หมุนวนเลี้ยวลดประดุจสายน้ำที่ไร้ทิศทางสะกิดเคาะเข้าที่กักชีพจรข้อมือของคู่ต่อสู้คนแรกจนกระบี่หลุดมือแต๊ก!แล้วพลิกเหลี่ยมกระบี่ตบเข้าที่สะโพกดันร่างลอยตกเวทีไป!

            ขณะเดียวกันคู่ต่อสู้คนสุดท้ายพยายามตวัดกระบี่หมุนกลับมาฟันสวนแต่ฉิวฟงตัดสินใจในเสี้ยววินาทีเบี่ยงตัวหลบฉิวเฉียดพร้อมสลัดข้อมือตวัดลำกระบี่ไม้กระแทกเข้าที่ลิ้นปี่อีกฝ่ายจังๆ!

            ตึงงง!

            ร่างของผู้เข้าแข่งขันคนสุดท้ายลอยกระเด็นพ้นขอบเวทีที่1ลงไปกองกับพื้นด้านล่างอย่างเด็ดขาด!

            “ซูฮวู...ฮา...”

            ฉิวฟงปักกระบี่ไม้ลงกับพื้นเวทีย่อตัวลงเล็กน้อยพลางยกมือขึ้นแตะหน้าอกหน้าผากมีเหงื่อเม็ดโตผุดซึมออกมาลมหายใจหอบเหนื่อยเบาๆจากการเค้นสมาธิอ่านทางและใช้วิชาเคลื่อนย้ายไร้เงาสลับกับกระบี่แปรผันไร้สิ้นสุดในจังหวะเสี้ยววินาที!

            ข้างสนาม...ชิงหยาง, ถังซู่เหมย, และแฝดสองพี่น้องต่างจ้องมองฉิวฟงบนเวทีด้วยสายตาวาววับ!โดยเฉพาะนายน้อยเซียวฉินเหอสายตาเป็๲ประกายมากกว่าใคร“เ๽้านี่มันน่าสนใจจริงๆ”

            ‘กระบี่ไร้รูปแบบ...แถมเคลื่อนไหวไร้ร่องรอยในเสี้ยววินาที!น้องชายคนนี้เก่งจริงๆ!’ ชิงหยางคิดในใจพลางยกยิ้มอย่างพึงพอใจ

            “การประลองรอบที่25เสร็จสิ้น! ได้ยอดฝีมือ50คนสุดท้ายสำหรับศึกรอบบ่ายเรียบร้อยแล้ว!”เสียงกรรมการประกาศก้องทั่วลานประลองพร้อมเสียงเคาะฆ้องยาวสนั่น!

            ฉิวฟงค่อยๆยืดตัวขึ้นยิ้มบางๆแล้วหมุนกระบี่ไม้เก็บเข้าข้างเอว...‘รอดมาได้แบบตึงมือจริง...รอบบ่ายคงไม่มีงานหมูๆให้ทำอีกแล้ว!’ 

            เสียงฆ้องกังวานสนั่นดังก้องไปทั่วลานประลองเป็๲สัญญาณปิดศึกรอบคัดเลือก๰่๥๹เช้า!

            “การประลองรอบที่25สิ้นสุดลงแล้ว!บัดนี้... ได้โชติ๰่๭๫ผู้ผ่านเข้ารอบทั้ง50คนสำหรับศึกรอบบ่ายเรียบร้อย!ให้ผู้เข้าแข่งขันทุกท่านพักผ่อนและฟื้นฟูลมปราณได้จนกว่าฆ้องแรกของยามอู่(๰่๭๫เที่ยง) จะดังขึ้นอีกครั้ง!”

            เสียงโห่ร้องสรรเสริญดังกึกก้องจากบรรดาผู้ชมรอบลานประลองป้ายชื่อของผู้แพ้นับร้อยถูกยกปลดลงเหลือไว้เพียงรายนามของผู้แข็งแกร่งที่สุด50คนที่ตั้งเด่นหราอยู่บนกระดานไม้ศิลา

            บนลานพัก...บรรยากาศผ่อนคลายของการกินข้าวเที่ยงกลับแฝงไปด้วยรังสีฆ่าฟันอันเงียบสงบ

            นายน้อยเซียวฉินเหอนั่งจิบชาด้วยท่าทางทระนงและไม่สนใจใครราวกลับพวกผู้คนเหล่าไม่มีค่าให้มอง โดยมีลู่ผิงปรนนิบัติให้  ถังซู่เหมย จ้องกระบี่ไม้ในมืออย่างนิ่งสงบเด็กร่างโตหน้าซื่อ นั่งเคี้ยวซาลาเปาคำโตอยู่ข้างๆเด็กน้อย 10 ขวบที่หลับตาเดินลมปราณอย่างสุขุม...ในขณะที่แฝดพี่น้อง กำลังนั่งแย่งหมูหันกันอย่างครื้นเครง

            ฉิวฟงนั่งกุมกระบี่ไม้พลางซับเหงื่อบนหน้าผากส่วนชิงหยาง สายตามองสับเปลี่ยนไปมาระหว่างและเหล่ายอดฝีมืออีกหลายคนที่ซ่อนพละกำลังไว้ในรอบเช้าโดยเฉพาะถังซู่เหมยคนนั้นที่ชิงหยางมองบ่อยกว่าคนอื่นส่วนผู้เข้าแข่งขันคนอื่นนั้นต่างฝ่ายต่างกวาดสายตาปะทะกันกลางอากาศโดยไร้เสียง...ทุกคนต่างรู้ดีแก่ใจว่าการประลองรอบเช้าที่ผ่านมาเป็๞เพียงแค่"การคัดกากทิ้ง" เท่านั้น

            ลมพายุปราณระลอกใหม่กำลังก่อตัวขึ้นใต้ความเงียบ...

            เพราะเมื่อฆ้องรอบบ่ายดังขึ้น...50สัตว์ประหลาดจะต้องลงสนามมาห้ำหั่นกันเอง!

            (ติดตามความเข้มข้นขั้นสุดต่อได้ในตอนที่ 14 (จบ): ศึก 50 ยอดฝีมือลานประลองเดือด....)