บทที่6 ฟื้นความทรงจำ
ภายในห้องกำเนิดภายในูเาเมฆ เดนนั่งบนแท่นัเข้าญาณอยู่ รอบๆตัวของเขามีมวลพลังงานมหาศาลไหลเวียนอยู่รอบกายของเขา ภายในจิตวิญาณของเขาได้มีดวงแสงสีม่วงที่มีประกายสายฟ้าปรากฏขึ้น และเริ่มมีดวงแสงสีแดงเกิดขึ้นมาลางๆและมันเริ่มชัดขึ้นมาทีละน้อย และในที่สุดก็เกิดะเิขึ้นในห้วงิญญาของเดน ทำให้เขาสะท้านขึ้นมาเมื่อเขาเพ่งมองไปยังห้วงิญญาพบกับดวงแสงสีแดงที่มีเปลวไฟลุกไหม้อยู่
“นี่ข้าปลุกจิติญญาอัคคีได้แล้วเหรอเนี้ย”เดนพึมพำในใจ
ภายในห้วงวิญญานของเขาปรากฏดวงแสงสีม่วงและแดง โคจรหมุนวนภายในห้วงิญญาของเขา
อยู่ภายในห้วงิญญาของเขาต้องสั่นสะท้านอีกคราหนึ่งเมื่อมีดวงแสงสีครามปรากฏขึ้นตรงกลาง มีดวงแสงสีม่วงและแดงคอยหมุนวนรอบนอก เมื่อมองดูดีๆแล้วช่างเหมือนกับการโคจรของดวงดาวในห้วงจักรวาลที่กว้างใหญ่ แล้วจิตสำนึกของเขาก็ได้ถูกดึงดูดเข้าไปในดวงแสงสีครามนั้น ต่อมาเขาพบว่าตัวของเขาได้ล่องลอยอยู่ภายในห้วงจักวาลที่มีดวงน้อยใหญ่ปรากฏขึ้นรอบๆ
“ในที่สุดเ้าก็มา”
มีเสียงดังขึ้นมาจากด้านหลังของเขา ทำให้เขาต้องหันกายกลับอย่างรวดเร็วเมื่อเขาพบเห็นสิ่งที่กำลังมองอยู่ เดนต้องตกตะลึงในรูปลักษ์ของชายหนุ่มคนหนึ่งที่สวมชุดคลุมสีขาวส่องแสงประกายเส้นผมสีดำขลับยาวจนถึงหลัง มีใบหน้าที่หล่อเหลาที่สุดเท่าที่เขาได้พบเห็นมา ดูเหมือนหญิงสาวที่สามารถล่มเมืองๆหนึ่งได้เพียงแค่เอ่ยออกมา ผิวพรรณที่ส่องประกายที่เรียบเนียนที่บรุษทุกผู้ทุกคนไม่สามารถมีได้ แต่ร่างของเขากลับเปล่งรัศมีพลังที่ยิ่งใหญ่ราวกับห้วงจักรวาลออกมา เขายืนอย่างสง่าเอามือทั้งสองข้างไขว้หลัง
“ทะ..ท่านคือใครกัน”
เดนถามอย่างหวาดกลัว
“นั้นเ้ากำลังกลัวข้าอยู่ยังงั้นเหรอ”
ชายหนุ่มทำหน้าแปลกใจ
“เ้าไม่คุ้นเคยพลังนี้บ้างเลยยังงั้นเหรอ”
“นี่เ้าน่าจะคุ้นเคยกับข้าบ้างสิเ้านะคือส่วนหนึ่งของิญญาข้านะ”
เดนเริ่มทำหน้างงงัน กับคำกล่าวของชายหนุ่ม
“ทะ..ท่านหมายความว่ายังไงกันที่ว่ามีิญญาส่วนหนึ่งนะ”
เมื่อได้ยินเดนกล่าวชายหนุ่มเริ่มเอามือข้างหนึ่งมากุมขมับตัวเอง
“มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี้ยมันมีด้วยเหรอแบบนี้ ที่ดวงิญญาหลงลืมตัวตนของตัวเองไป”
“อะ..ใช่แล้ว”
ชายหนุ่มนึกบางอย่างออก
“ในตอนที่ตกมายังดาวดวงนี้ไอ้เ้าสมุนปีศาจ์นั้นมันตามมาด้วยนิ ข้าได้ใช้ร่างที่เหลือแต่ดวงิญญา ฝืนใช้พลังของศิลาแห่งเทพ ผนึกพวกมันเข้าห้วงมิติปิดตายนี่นา นั้นคงทำให้ดวงิญญาข้าเสียหายไปส่วนหนึ่ง เฮ้อ...ได้อธิบายยาวแน่”
ชายหนุ่มส่ายหัวของเขาอย่างจนใจ
“ฟังนะเื่ที่ข้าเป็ใครเ้าจะได้รู้หลังจากข้าจะเล่าบางอย่างให้เ้าได้ฟัง”
เดนพยักหน้าตอบ
“ข้านะมาจากเอกภพแห่งทวยเทพที่เป็ศูนย์กลางของเอกภพทั้งหมดทั้งมวล เอกภพหนึ่งๆนั้นจะมีดวงดาวนับหลายล้านดวง ยกเว้นเอกภพทวยเทพจะมีแค่ดาวดวงเดียวเท่านั้น เหล่าเอกภพทั่วไปจะคงอยู่เป็เอกเทศของตัวเองไม่มีทางที่เหล่าผู้คนในเอกภพนั้นๆข้ามไปยังอีกเอกภพได้ แต่พวกข้าที่ขึ้นชื่อว่าเหล่าทวยเทพสามารถเดินทางไปได้ทุกเอกภพแต่ก็ยังมีพวกเผ่าปีศาจ์ ที่อาศัยบนดวงดาวแห่งทวยเทพเหมือนกันกับพวกข้าสามารถเดินทางข้ามเอกภพได้เหมือนกัน
พวกมันได้ทำลายเอกภพหนึ่งไปจนสิ้น ทำให้เหล่ารุ่นก่อน พวกของข้าเข้าทำากับพวกมันจนสามารถทำลายพวกมันไปกว่าครึ่งและได้ผนึกจอมเทพมารได้สำเร็จ ที่เหลือได้หนีออกจากดวงดาวแห่งเทพไปหลบซ่อนตัวอยู่ พวกเราได้สืบตามหาพวกมันอยู่นานแต่ก็ไม่พบ แต่วันหนึ่งพวกมันได้ปลดผนึกจอมเทพมารที่โดนพวกของเราผนึกไว้ออกมาได้ พวกมันจึงกลับมาแก้แค้นพวกเราในตอนนั้นไม่มีใครสามารถรับมือกับมารร้ายได้ ข้าจึงต้องหยิบยืมพลังจากศิลาแห่งทวยเทพที่เหล่ารุ่นก่อนทิ้งไว้ ข้าจึงสามารถผนึกจอมเทพมารได้อีกครั้ง แต่ก็นั้นละพลังที่ได้รับมาอย่างมากมายก็ต้องแลกเปลี่ยนอย่างยิ่งใหญ่ข้าต้องสละชีพและดวงดาวเพื่อที่จะจัดการกับจอมเทพมาร แต่ก่อนที่ร่างกายของข้าจะสลายหายไปดวงิญญาของข้ากลับเข้าหลอมรวมกับศิลาแห่งทวยเทพ จากนั้นศิลาก็พาข้าลอยผ่านเอกภพทั้งหลายและมาหยุดยังดวงดาวนี้ แต่ที่ข้าไม่รู้ทำไมศิลาพาข้ามายังดาวดวงนี้และเ้ามารสองตัวนั้นมันตามข้ามาได้ยังไงนี้แหละ”
“และที่เ้าได้ถามข้าเป็ใครข้าก็คือเ้านั้นละ ตอนที่ข้าได้ฝืนใช้พลังแห่งศิลาผนึกเจัาปีศาจสองตัวนั้นทำให้ิญญาส่วนหนึ่งของข้าเริ่มก่อตัวเป็ร่างเนื้อภายในศิลา แต่พอก่อร่างเป็เด็กทารกได้ ศิลากลับดึงิญญาอีกส่วนไว้”
“ตอนนี้ศิลาแห่งทวยเทพนั้นเปลี่ยนกลายเป็หัวใจของเ้าแล้ว แต่เ้าไม่สามารถใช้พลังมันได้หรอกนะถ้ายังมีิญญาส่วนเดียว”
เดนตกตะลึงอ้าปากค้างเมื่อได้ยินคำบอกเล่าของชายหนุ่ม
“หุบปากของเ้าสะทีน่า หน้าเกียจชะจริง”
เดนรีบหุบปากของเขาทันที
“ที่ข้าเล่ามาชะยาวขนาดนี้เพื่อให้เ้าเข้าใจและเปิดใจเพื่อได้รับิญญาที่เหลือทั้งหมดไป”
“เดี๋ยวนะที่ท่านบอกรับิญญาทั้งหมดก็หมายความว่าข้ากับท่านต้องรวมตัวกันใช่ไหม”
“ถูกต้องแล้วละ”
“แล้วข้าจะยังเป็ข้าอยู่ไหมละถ้าได้รวมตัวกับท่านนะ”
“แน่นอนอยู่แล้วอุปนิสัยของเ้าและข้าทั้งความรู้ วิชาความทรงจำทั้งหมดของเราทั้งสองจะหลอมรวมกันเป็หนึ่งเดียว
แต่เื่พลังนี่สิคงเหลือสองในสิบส่วนละมั้ง”
“ว่ายังไงเ้าพร้อมรึยัง”
“เดี๋ยวก่อนสิข้ายังคิดอะไรไม่ออกเลย”
“อย่าคิดให้มากความได้ไหมเ้านะไม่รู้รึไงว่าตอนนี้สถานการณ์ข้างนอกเลวร้ายขนาดไหน ไอ้เ้าปีศาจที่โดนผนึกไว้หลุดรอดออกไปตนหนึ่งแล้วนะแค่ตนเดียวมันก็สามารถกวาดล้างทวีปที่เ้าอยู่ได้เลยนะ เ้านะอยากให้ญาติพี่น้องเพื่อนพ้องของเ้าต้องตายรึไงกัน”
เดนมีสีหน้าสลดลงทันที
“ก็ได้ข้าจะเชื่อคำพูดของท่าน”
“เ้านี่มันเข้าใจอะไรยากจริงนะกว่าจะยอมร่วมมือต้องให้ข้าพูดสะเหนื่อย”
“หลับตาของเ้าลงชะแล้วสงบจิตใจให้สงบนิ่งด้วย”
เดนทำตามชายหนุ่มบอก เขาหลับตาลงและปล่อยตัวให้ว่างเปล่า ขณะที่ชายหนุ่มกำลังเข้าใกล้เขา เดนก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง
“เดี๋ยวๆ”
ชายหนุ่มเริ่มหงุดหงิด
“อะไรของเ้าอีกละ”
“ข้าอยากถามว่าแล้วรูปลักษ์ร่างกายข้าจะเปลี่ยนไปเป็แบบท่านตอนนี้รึไม่นะสิ”
“โธ่..รูปลักษ์นะเปลี่ยนแน่แต่ต้องสามารถปลุกพลังศิลาแห่งทวยเทพให้ได้ 10%ก่อนเท่านั้น”
“ตอนนี้อย่าหวังเลยว่าจะเปลี่ยน”
“อย่างนั้นข้าค่อยวางใจหน่อยเดี๋ยวพอหลอมรวมกับท่าน เกิดรูปลักษ์เปลี่ยนแล้วออกไปข้างนอกปู่จำข้าไม่ได้กันพอดี”
“หมดคำถามเ้ารึยังละ ถ้าหมดแล้วก็หลับตาลงได้แล้ว”
เดนหลับตาลงอีกครั้ง ชายหนุ่มจิ้มนิ้วชี้ไปยังหน้าผากของเขา ร่างกายชายหนุ่มกลายเป็แสงสีครามเข้าไปหลวมรวมกับร่างกายของเดน ตอนนั้นเองห้วงิญญาของเขาเกิดเสียงะเิขึ้นต่อเนื่อง ปรากฏ ดวงแสงสีสันต่างๆในห้วงิญญาของเขา ม่วงที่มีประกายสายฟ้า แดงที่มีเพลิงลุกไหม้ น้ำตาลที่มีก้อนผลึกหินหมุนวน น้ำเงินที่มีสายน้ำหมุนรอบ
ฟ้าที่มีสายลมพัดไปรอบๆ เขียวที่มีเถาวัลย์เกี่ยวพัน ดำที่มีควันสีดำทมิฬห่อหุ้ม ขาวที่ส่องแสงที่สว่าง หมุนโคจรรอบๆแสงสีครามที่มีขนาดใหญ่อย่างมาก เกิดเป็ระบบสุริยะภายในห้วงิญญาเขา
ภายนอก ร่างกายของเดนที่นั้งอยู่บนแท่นัได้ะเิพลังขึ้นอย่างรุนแรง จนทำใหู้เาเมฆสั่นะเื เหล่าชายชุดคลุมสีดำพากันใและรีบพากันมายังหน้าห้องฝึกของเดน มีคนหนึ่งะโถามขึ้น
“ศัตรูบุกโจมตีพวกเราแล้วยังงั้นเหรอ”
ชายที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องฝึกของเดนตอบกลับอย่างตะกุกตะกัก
“มะ..มะ..ไม่ใช่ นะ..นะ..นั้นมันพลังของนายน้อย”
ชายที่ะโออกมาที่แรก
“เ้าว่ายังไงนะพลังของนายน้อยอย่างงั้นเหรอ”
“ชะ..ใช่”
เหล่าชายชุดคลุมดำพากันทำอะไรไม่ถูก
และไม่สามารถเห็นถึงสีหน้าพวกเขาได้เนื่องจากพวกเขาปกปิดหน้าตาตัวเองเอาไว้
พวกเขาพากันยืนอยู่หน้าห้องฝึกของเดนเพื่อรอเดนออกจากห้องฝึก
ภายในห้องเดนลืมตาขึ้นดวงตาส่องประกายสีครามเจิดจ้า และกลับเป็สีดำดังเดิมเมื่อลืมตาขึ้นทั้งดวง
ความทรงจำ ความรู้ทั้งหลายปะทุขึ้นในหัวของเขา
“พลังของข้าช่างน้อยนิดเกินบรรยายจริงแหะแต่ก็มากกว่าแต่ก่อนหลอมรวมละนะ”
“ข้าคงต้องเร่งเพิ่มพลังแล้วละไม่งั้นใช้พลังของดวงดาวไม่ได้แน่”
“พลังของข้าในตอนนี้ยังไม่อาจต่อกรกับเ้าปีศาจนั้นได้รอก่อนนะปู่อย่าเพิ่งทำอะไรบุ่มบ่ามไปละ รอข้าออกไปก่อน”
เดนพึมพำเสร็จเขาก็หลับตาลงอีกครั้ง