ภายใต้ท้องฟ้าที่ปั่นป่วนเหนือหุบเขาอัสนีหมื่นปีมวลอากาศหนักอึ้งจนแทบจะกลั่นตัวเป็หยดน้ำประจุไฟฟ้าแสงสีม่วงและแดงจากท้องฟ้าฟาดฟันลงมายังยอดวิหารโลหะทมิฬที่ลอยอยู่กลางเวหาประดุจเสาหลักที่ค้ำยัน์และนรกเอาไว้
เสียงครืนครั่นของฟ้าร้องไม่ได้ดังมาจากที่ไกลทว่ามันสั่นะเืออกมาจากแก่นจิติญญาของทุกสรรพสิ่งในรัศมีสิบลี้หลินหยวนยืนหยัดอยู่บนขอบหน้าผาหินที่ไหม้เกรียม
ลมพายุพัดกระโชกจนชุดคลุมสีดำที่ขาดวิ่นของเขาโบกสะบัดอย่างบ้าคลั่งทว่าร่างกายของเขากลับนิ่งสงบดุจขุนเขาที่ไร้ความรู้สึก
ในคลองจักษุของหลินหยวนโลกใบนี้ไม่ได้มีเพียงภาพลักษณ์ภายนอกอีกต่อไป 'เนตรอัสนีสีชาด'ที่เบ้าตาขวากำลังทำงานอย่างหนัก มันปลดปล่อยไอความร้อนสีแดงจางๆออกมาตลอดเวลา
ในขณะที่ 'เนตรเร้นเงา' สีม่วงที่ตาซ้ายยังคงฉายแววเยือกเย็นลึกล้ำพลังสองขั้วที่แตกต่างกันสุดขั้วกำลังหลอมรวมกันผ่านวิชา 'เนตรวิวัฒนาการ'ทำให้เขามองเห็นโครงสร้างของมิติที่บิดเบี้ยวและกระแสไหลเวียนของปราณธาตุทองที่เข้มข้นจนน่าสะอิดสะเอียนจากร่างของชายที่ยืนอยู่เบื้องหน้าประตูวิหาร
"เ้าเมืองสายฟ้า..."หลินหยวนพึมพำ ชื่อนี้หนักอึ้งเกินกว่าที่คนธรรมดาจะเอ่ยถึง ทว่าสำหรับเขามันคือเป้าหมายแรกในวิถีแห่งการลวง์
ชายในชุดคลุมสีทองที่ยืนอยู่หน้าประตูวิหารค่อยๆหันกายกลับมากลิ่นอายัที่แผ่ออกมาจากตัวเขานั้นรุนแรงจนทำให้นกอสูรที่บินผ่านถึงกับกระอักเืและร่วงหล่นลงสู่เหวลาวาสายฟ้าเบื้องล่าง
ใบหน้าของเ้าเมืองนั้นเรียบเฉยทว่าแฝงไปด้วยความโอหังที่ฝังลึกอยู่ในกระดูกบนหน้าผาของเขามีอัญมณีสีเหลืองอำพันที่ฝังลึกอยู่ใต้ิั มันคือ 'เนตรัเทียม' ที่กำลังกวาดมองไปรอบด้านด้วยท่วงท่าของนักล่าที่อยู่เหนือห่วงโซ่อาหาร
"มดปลวกที่รอดชีวิตจากกรงเล็บของัมาได้ก็นับว่าโชคดีมหาศาลแล้ว..."เสียงของเ้าเมืองสายฟ้าดังกังวานประดุจสายฟ้าฟาด แต่มันกลับนิ่งเรียบจนน่าขนลุก
"แต่การที่มดปลวกตัวนั้นกล้าแบกสังขารที่พังทลายมาปรากฏตัวต่อหน้าข้า...นั่นไม่ใช่ความกล้าหาญ แต่มันคือความโง่เขลาที่ไร้ขอบเขต"
หลินหยวนขยับยิ้มที่มุมปากเป็รอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความขมขื่นและความกระหายเืที่ยากจะหยั่งถึง เขาค่อยๆเอื้อมมือซ้ายไปกุมด้าม 'ดาบอัสนีพิโรธแดง'ที่สะพายอยู่กลางหลัง
ทันทีที่ปลายนิ้วัักับด้ามดาบแรงสั่นะเืจากเจตจำนงกระบี่คลั่งพลันตอบสนองอย่างรุนแรงประกายสายฟ้าสีดำขลิบแดงปะทุออกมาจากฝักดาบ กัดกินหินใต้เท้าของเขาจนกลายเป็ผุยผง
"ความโง่เขลาหรือความกล้า...เ้าจะได้รับรู้ผ่านคมดาบของข้า" หลินหยวนเอ่ยช้าๆแต่ละคำหนักแน่นประดุจค้อนที่ทุบลงบนทั่งตีเหล็ก
"เนตรัเทียมของเ้าอาจจะมองเห็นอนาคตได้สิบก้าวแต่เ้ามองเห็น 'ความว่างเปล่า' ที่กำลังจะกลืนกินดวงิญญาของเ้าบ้างหรือไม่?"
เ้าเมืองสายฟ้าหรี่ตาลงเนตรัเทียมบนหน้าผาพลันส่องแสงเจิดจ้าออกมาเป็วงกว้างมันััได้ถึงกลิ่นอายที่อันตรายอย่างยิ่งยวดจากชายตาเดียวเบื้องหน้าเป็กลิ่นอายที่ขัดต่อกฎเกณฑ์ของ์และโลกใบนี้ พลังที่ดูเหมือนจะไม่มีอยู่จริงทว่ากลับทำลายได้แม้กระทั่งิญญา
"สามหาว!"เ้าเมืองสายฟ้าคำรามพร้อมกับสะบัดชายเสื้อแสงสีทองะเิออกรอบตัวเขาจนกลายเป็เงารูปัั์ที่แผ่ขยายปกคลุมไปทั้งยอดเขา"ในเมื่อเ้าอยากรนหาที่ตายนักข้าจะสงเคราะห์ให้เ้าได้กลายเป็ธุลีอยู่ในสุสานมหาเทพแห่งนี้!"
บรรยากาศรอบด้านเริ่มบิดเบี้ยวด้วยแรงกดดันมหาศาลหลินหยวนสูดลมหายใจเข้าลึก รีดเค้นพลังจากรากฐานปราณที่แตกร้าว
ทันใดนั้นแสงสีม่วงและแดงจากดวงตาทั้งสองข้างของเขาก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าท้าทายอำนาจของัทองอย่างไม่เกรงกลัว
เสียงคำรามของเ้าเมืองสายฟ้ายังไม่ทันจางหายบรรยากาศรอบกายของหลินหยวนก็พลันบิดเบี้ยวจนมองเห็นเป็คลื่นความร้อนที่สั่นะเืด้วยความถี่สูง
ร่างในชุดคลุมสีทองของเ้าเมืองเลือนหายไปจากจุดที่ยืนอยู่ประดุจประกายไฟที่ดับวูบก่อนจะมาปรากฏกายขึ้นอีกครั้งในระยะห่างเพียงไม่กี่วาเหนือศีรษะของหลินหยวนหอกสายฟ้าสองปลายในมือถูกควงจนเกิดเป็กงล้ออัสนีสีทองอร่ามแผ่ซ่านด้วยกลิ่นอายของการทำลายล้างที่สามารถบดขยีู้เาทั้งลูกให้กลายเป็ธุลีได้ในพริบตา
"ตายซะ!มดปลวกผู้ทะเยอทะยาน!"
หอกทองกระแทกลงมาด้วยความเร็วที่เหนือขีดจำกัดของสายตาคนธรรมดาทว่าในโลกของหลินหยวนที่ถูกมองผ่าน 'เนตรอัสนีสีชาด'และ 'วิชาเนตรวิวัฒนาการ' ทุกอย่างกลับเคลื่อนไหวช้าลงประดุจหยดน้ำที่กำลังร่วงหล่น
เขาเห็นมวลสารของสายฟ้าสีทองที่เกาะกลุ่มกันอย่างบ้าคลั่งเห็นรอยแยกเล็กๆ ของพลังงานที่เกิดจากการคุมปราณที่ไม่สมบูรณ์ของศัตรูหลินหยวนไม่ได้ล่าถอย
ทว่าเขากลับก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้าครึ่งก้าวร่างกายเอนหลบคมหอกที่ปักลงบนพื้นหินจนเกิดการะเิสนั่นหวั่นไหว
ตูม!
เศษหินพุ่งกระจายออกรอบทิศทางประดุจะุปืนหลินหยวนใช้จังหวะที่ฝุ่นตลบอาศัย 'ท่าร่างอัสนีไร้ลักษณ์'ทะยานร่างอ้อมไปด้านหลังของเ้าเมืองสายฟ้าดาบอัสนีพิโรธแดงในมือสั่นระริกด้วยความกระหายเืแสงสีม่วงจากตาซ้ายและแสงสีแดงจากตาขวาสอดประสานกันจนเกิดเป็วงแหวนอาคมจางๆรอบตัวเขา
[สถานะเนตรวิวัฒนาการ:วิเคราะห์รูปแบบการต่อสู้ของศัตรูสำเร็จ]
[ตรวจพบจุดบอด:่ล่างด้านหลังซ้ายในขณะที่กู้หอกกลับ—มีช่องว่าง 0.05 วินาที]
[คำเตือน:การรีดเค้นพลังครั้งนี้จะเผาผลาญอายุขัยเพิ่มขึ้น 3เดือน!]
"สามเดือนงั้นรึ...ช่างมันประไร!" หลินหยวนคำรามในใจพลังความว่างเปล่าจากจุดตันเถียนถูกกระชากออกมาอย่างรุนแรงจนเส้นชีพจรของเขาเริ่มปริร้าว
ดาบสีทับทิมวาดเป็เส้นโค้งที่สวยงามทว่าเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายมุ่งตรงไปยังจุดตายที่เนตรวิวัฒนาการชี้เป้าไว้
เ้าเมืองสายฟ้าััได้ถึงไอสังหารที่เยือกเย็นจนถึงกระดูกเนตรัเทียมบนหน้าผาของเขากะพริบแสงสีแดงเตือนภัยอย่างบ้าคลั่งเขาพยายามบิดตัวหลบกลางอากาศพร้อมกับสร้างเกราะปราณัทองขึ้นมาป้องกันทว่าเขากลับประเมิน 'วิชาสลายิญญา' ต่ำไป
คมดาบของหลินหยวนไม่ได้ปะทะกับเกราะปราณโดยตรงแต่มันกลับ 'กัดกิน' และ 'สลาย' พลังงานสีทองเ่าั้ให้กลายเป็ความว่างเปล่าในพริบตาที่ัั
ฉัวะ!
เสียงคมดาบกรีดผ่านเนื้อดังขึ้นอย่างชัดเจนเืสีแดงสดของยอดฝีมือขอบเขตข้ามิญญาสาดกระเซ็นลงบนพื้นหินที่ร้อนระอุเ้าเมืองสายฟ้าคำรามด้วยความเ็ปและโทสะที่พุ่งพล่าน
เขาถูกมดปลวกที่เขาดูิ่ถากถางสร้างาแให้เสียแล้วรอยแยกบนเกราะทองคำที่หัวไหล่ซ้ายปรากฏให้เห็นชัดเจน พร้อมกับปราณอัสนีสีดำที่เริ่มกัดกินแผลนั้นอย่างต่อเนื่อง
"เ้า...เ้าบังอาจทำให้ข้าต้องหลั่งเื!" เ้าเมืองสายฟ้าดีดตัวถอยห่างออกมาแววตาที่เคยโอหังบัดนี้เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นรังสีฆ่าฟันของเขารุนแรงขึ้นจนทำให้ม่านหมอกรอบด้านกลายเป็สีทองเข้ม
"ข้าจะฉีกิญญาของเ้าออกเป็ชิ้นๆแล้วโยนให้สัตว์อสูรในหุบเขาแห่งนี้กิน!"
หลินหยวนยืนหยัดอย่างมั่นคงแม้แขนซ้ายจะสั่นเทาจากการแบกรับภาระพลังงานมหาศาลเืสีคล้ำเริ่มไหลซึมออกจากมุมปากทว่าดวงตาสองสีของเขากลับยิ่งลุกโชน
"นั่นคือทั้งหมดที่เ้าทำได้งั้นรึ?เ้าเมืองสายฟ้า... ข้าเพิ่งจะเริ่มอุ่นเครื่องเท่านั้น!"
ความอดทนของเ้าเมืองสายฟ้าขาดสะบั้นลงพร้อมกับหยดเืที่ร่วงหล่นแววตาของเขาเปลี่ยนจากความโอหังกลายเป็ความบ้าคลั่งที่ยากจะควบคุม
เนตรัเทียมบนหน้าผาแผ่รังสีสีทองเข้มข้นจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยวเป็เกลียวคลื่นพลังปราณขอบเขตข้ามิญญาขั้นกลางถูกปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มพิกัดส่งผลให้เมฆพายุบนท้องฟ้าหมุนวนเป็พยากุขนาดั์ที่มีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ตัวเขา
"เ้า้าเห็นความต่างของชั้นชนนักใช่ไหม?เช่นนั้นก็จงมอดไหม้ไปในเพลิงอัสนีของข้าซะ!"
เ้าเมืองสายฟ้าชูหอกทองขึ้นเหนือศีรษะทันใดนั้น สายฟ้าฟาดนับร้อยเส้นจากทั่วทุกทิศทางพลันพุ่งตรงเข้าหาปลายหอกหลอมรวมกันจนกลายเป็ัอัสนีสีทองขนาดั์ที่ยาวนับสิบวา
มันส่งเสียงคำรามขู่ขวัญจนแผ่นดินสั่นะเืก่อนจะพุ่งดิ่งลงมาหาหลินหยวนประดุจเข็มทิศแห่งมัจจุราชที่ไม่มีวันพลาดเป้า
หลินหยวนััได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่พยายามบดขยี้กระดูกของเขาให้ละเอียด
แขนซ้ายที่ถือดาบเริ่มมีเืซึมออกมาจากรูขุมขนเนื่องจากร่างกายแบกรับพลังเกินขีดจำกัดทว่าดวงตาสองสีของเขากลับไม่ฉายแววหวาดกลัวแม้แต่น้อย
[คำเตือนจากเนตรวิวัฒนาการ:ตรวจพบระดับพลังงานทำลายล้างเกินพิกัด!]
[ข้อเสนอแนะ:รีดเค้นพลัง 'ความว่างเปล่า' ขั้นสูงสุดเพื่อสร้างอาณาเขตสลายพลังงาน— อัตราความสำเร็จ 40% — ผลข้างเคียง:รากฐานปราณอาจแตกร้าวเพิ่ม 10%]
"แค่สิบเปอร์เซ็นต์...ยังเหลือเฟือ!" หลินหยวนเค้นเสียงผ่านไรฟันเขาละทิ้งการตั้งรับแบบปกติแล้วปักดาบอัสนีพิโรธแดงลงบนพื้นหินอย่างแรง
พลังจากเนตรเร้นเงาสีม่วงพุ่งพล่านออกมาจากร่างสอดประสานกับพลังสีแดงจากดาบก่อเกิดเป็โดมสีดำทมิฬที่ปกคลุมรอบกายเขาไว้ในรัศมีสามวา
เปรี้ยง!!!!
ัอัสนีสีทองกระแทกเข้ากับโดมสีดำอย่างรุนแรงแสงสว่างจ้าบาดตาจนทำให้ท้องฟ้าที่มืดมิดกลายเป็สีขาวโพลนพลังงานสองขั้วเข้าห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด
สายฟ้าสีทองพยายามเจาะทะลวงกำแพงความว่างเปล่าในขณะที่โดมสีดำของหลินหยวนก็กำลัง 'ดูดกลืน'และ 'ย่อยสลาย' พลังมหาศาลนั้นอย่างตะกละตะกลาม
เสียงกรีดร้องของพลังงานที่ถูกย่อยสลายดังแสบแก้วหูหลินหยวนกัดฟันแน่นจนเืกลบปาก ร่างกายของเขาสั่นสะท้านดุจใบไม้ต้องลมพายุิัเริ่มมีรอยปริร้าวสีม่วงจางๆปรากฏขึ้นเนื่องจากพลังความว่างเปล่าเริ่มกัดกินร่างกายผู้ใช้เอง
ทว่าเขากลับพบว่าในความเ็ปนั้นดาบอัสนีพิโรธแดงกลับกำลังเต้นตุบๆ ประดุจหัวใจมันกำลังแอบดูดซับพลังงานัที่สลายไปมาเปลี่ยนเป็พลังหล่อเลี้ยงชีพจรที่ขาดสะบั้นของเขาอย่างลับๆ
เ้าเมืองสายฟ้าที่มองลงมาจากเบื้องบนเริ่มมีสีหน้าปั้นยาก
"เป็ไปไม่ได้!ัอัสนีสังหารของข้า... ถูกมันต้านไว้ได้งั้นรึ?!"
"เ้าประเมิน 'คนตาย' อย่างข้าต่ำไป..."หลินหยวนเงยหน้าที่อาบไปด้วยเืขึ้นมาดวงตาข้างซ้ายสีม่วงส่องสว่างวาบข่มขวัญศัตรู
"ในโลกของความว่างเปล่า...พลังของัก็เป็เพียงแค่ธาตุอากาศเท่านั้น!"
กำแพงสีดำะเิออกส่งคลื่นกระแทกย้อนกลับไปหาเ้าเมืองสายฟ้าจนเขาต้องเสียหลักถอยกรงเล็บัออกไป
หลินหยวนหยัดกายขึ้นยืนท่ามกลางซากหินที่แหลกละเอียดบรรยากาศรอบตัวเขาบัดนี้เปลี่ยนไป มันไม่ใช่แค่ความนิ่งสงบ แต่มันคือความอ้างว้างที่พร้อมจะกลืนกินทุกสรรพสิ่งเข้าสู่ความอนันต์!
แรงะเิจากการปะทะครั้งสุดท้ายส่งผลให้บรรยากาศรอบวิหารสุสานมหาเทพสั่นะเืจนเกิดรอยแยกมิติขนาดเล็กพาดผ่านอากาศหลินหยวนยืนหยัดอยู่ใจกลางหลุมยุบที่เกิดจากพลังงานสลายตัว
ร่างกายของเขาอาบไปด้วยเืทว่าดวงตาสองสีกลับทอประกายลึกล้ำยิ่งกว่าเดิมเขาไม่ได้รอให้เ้าเมืองสายฟ้าตั้งตัวได้ทันแววตาซีกขวาสีแดงชาดสะท้อนภาพเส้นใยพลังงานที่ขาดสะบั้นของศัตรูออกมาอย่างชัดเจน
"มันจบลงแล้ว...วิถีัของเ้าสิ้นสุดเพียงเท่านี้!"
หลินหยวนทะยานร่างออกไปในทิศทางที่ดูเหมือนจะเป็การเดินหมากที่ไร้ระเบียบทว่าในสายตาของเนตรวิวัฒนาการ มันคือการก้าวผ่านช่องว่างของมิติที่ปลอดภัยที่สุด
เขาสะบัด 'ดาบอัสนีพิโรธแดง' ออกไปเป็แนวนอนพลังความว่างเปล่าสีม่วงดำจากตาซ้ายไหลมารวมกันที่คมดาบจนดูคล้ายกับจันทร์เสี้ยวสีเืที่กำลังกัดกินท้องฟ้า
[กระบวนท่าไม้ตาย:อัสนีสลายิญญา — ดับสูญนิรันดร์]
คมดาบเคลื่อนที่ผ่านอากาศโดยไร้เสียงทว่าแรงกดดันที่แฝงอยู่นั้นกลับทำให้เนตรัเทียมบนหน้าผาของเ้าเมืองสายฟ้าถึงกับร้าวรานเ้าเมืองสายฟ้าพยายามรวบรวมปราณเฮือกสุดท้ายสร้างโล่สายฟ้าสีทองขึ้นมาป้องกัน
ทว่าทันทีที่คมดาบสีเืัักับโล่ทองคำพลังงานสีทองกลับถูกชะล้างออกไปประดุจน้ำป่าที่ซัดพาเอาฝุ่นผงคมดาบทะลวงผ่านหน้าอกซ้ายของเ้าเมืองสายฟ้าไปอย่างแม่นยำ!
ฉัวะ!
เสียงของคมดาบที่แทรกผ่านเนื้อเยื่อและกระดูกดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดเ้าเมืองสายฟ้าเบิกตากว้าง เืสีทองคำทะลักออกมาจากปากและาแ
พลังชีวิตของเขาถูก 'วิชาสลายิญญา' กัดกินอย่างรวดเร็วประดุจมอดที่กินผ้าทอความหยิ่งยโสในดวงตาเลือนหายไป แทนที่ด้วยความหวาดกลัวต่อความตายที่แท้จริง
"เ้า... เ้าเป็ตัวอะไรกันแน่..."เ้าเมืองสายฟ้าเอ่ยเสียงแหบพร่า ก่อนที่ร่างกายจะทรุดฮวบลงกับพื้นทว่าในลมหายใจสุดท้าย เขากลับขยับยิ้มอย่างบ้าคลั่งมือที่สั่นเทาเอื้อมไปแตะที่เนตรัเทียมบนหน้าผาแล้วกระชากมันออกมาอย่างรุนแรง"ถ้าข้าต้องตาย... เ้าก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่อย่างสงบ!"
เปรี้ยง!!!!
เ้าเมืองสายฟ้าะเิแก่นิญญาของตนเองพร้อมกับเนตรัเทียมก่อเกิดเป็คลื่นพลังงานสีทองมหาศาลที่ะเิออกรอบทิศทางแรงกระแทกส่งร่างของหลินหยวนกระเด็นไปไกลนับร้อยเมตรจนชนเข้ากับประตูโลหะทมิฬของสุสานมหาเทพ
แผ่นดินโดยรอบเริ่มถล่มลงสู่ทะเลลาวาสายฟ้าเบื้องล่างหลินหยวนกระอักเืออกมาคำโตสติของเขาเริ่มพร่าเลือนทว่าััสุดท้ายคือประตูวิหารที่เคยปิดตาย...
บัดนี้มันเริ่มแง้มออกช้าๆพร้อมกับกลิ่นอายโบราณที่แสนเย็นเยียบโชยออกมาต้อนรับผู้มาเยือน
****************************
สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ (และฉบับเพิ่มเติม)
ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลงหรือเผยแพร่เนื้อหาส่วนใดส่วนหนึ่งของนิยายเื่ "เนตรวิวัฒนาการพลิกวิถีลวง์"
โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็ลายลักษณ์อักษรจากเ้าของลิขสิทธิ์หากฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามกฎหมายสูงสุด
ลิขสิทธิ์เป็ของ : พิมภัสสร