ความตายของอวี๋ผอจื่อและการตีตัวออกหากของลู่เฮ่อเหนียนเป็สิ่งที่โต้วสือสยามิเคยคาดคิด
จนกระทั่งว่าทุกสิ่งมิได้อยู่ในความควบคุมของนางอีกต่อไป
แต่เดิมนางวางแผนไว้เสร็จสรรพเป็อย่างดี รอแค่อวิ๋นจือสิ้นชีพแล้วโยนโทษทัณฑ์ทั้งหมดไปที่ตัวกาลกิณีอย่างเจียงซั่นชู จากนั้นกำจัดสองแม่ลูกที่ทำให้ลู่เฮ่อเหนียนมักปล่อยวางไม่ได้ให้สิ้นซากเสีย
ทว่าเหตุการณ์ต่างๆ กลับอยู่เหนือความคาดหมายของนางไปเสียหมด!
นางเด็กเลี้ยงแกะลู่อวิ๋นจือนั่นถึงกับใช้ลูกไม้นี้มาต่อกรกับนางได้ แน่นอนว่าเด็กตัวกระจ้อยร่อยย่อมไม่อาจเข้าใจเื่เหล่านี้ได้นักดอก ต้องมีคนคอยเสี้ยมสอนอยู่ข้างกายนางเป็แน่!
โต้วสือสยาขยำผ้าห่มด้วยความโกรธแค้นชิงชัง ั์ตาแฝงจิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัว
“ฮูหยิน คุณหนูจิ่นผินถูกยืนทำโทษอยู่ที่ห้องหนังสือเ้าค่ะ” บ่าวรับใช้นามชุ่ยหูเดินเข้ามารายงาน
“เกิดเื่อันใด” ครั้นโต้วสือสยาได้ยินเข้าก็โมโหเดือดดาลจนกระชากสายคาดศีรษะออก
“คุณหนูจิ่นผินแค่พูดว่าคุณหนูจือเป็ปีศาจน้อยประโยคเดียว ท่านโหวก็โมโหเป็ฟืนเป็ไฟเสียใหญ่ สั่งให้คุณหนูจิ่นผินยืนอยู่ที่ห้องหนังสือ คุณหนูจิ่นผินเอาแต่ร้องไห้ตลอด บ่าวเห็นแล้วปวดใจเลยรีบวิ่งมารายงานฮูหยินเ้าค่ะ”
โต้วสือสยากัดฟัน ขยำสายคาดศีรษะในมือ “จิ่นผินเพิ่งอายุแค่สามขวบ แค่คำพูดมิรู้ประสีประสาของเด็กก็ไม่ควรจะถือสา! เหตุไฉนเขาจึงต้องถือเป็จริงเป็จังเยี่ยงนี้ด้วย!” ครั้นคิดจะลุกเดินไปดูที่ห้องหนังสือให้รู้แล้วรู้รอด ก็เปลี่ยนใจ พลันคิดได้ว่าการที่ตนเองปกป้องบุตรสาวเยี่ยงนี้ยิ่งต้องทำให้ลู่เฮ่อเหนียนมิพอใจเป็แน่ จึงขบริมฝีปากแล้วกลับไปนั่งบนเตียง ั์ตาฝืนข่มความปวดใจ กล่าวว่า “จงบอกท่านโหวว่าข้าไร้หนทางอบรมสั่งสอน จงให้จิ่นผินอยู่เพิ่มอีกสามชั่วยาม[1]”
“ฮูหยินเ้าคะ...” ชุ่ยหูสีหน้าตกตะลึง
“ไม่ได้ยินที่ข้าพูดหรือไง” สีหน้าโต้วสือสยาเ็า
ชุ่ยหูถึงได้เดินก้มหน้าออกไป
หมู่นี้อวิ๋นจือตั้งใจเรียนศิลปะการปักเส้นไหมอยู่กับอิ๋นชุน การด้นกับการเนาต้องทำอย่างไรเอย หรือจะเย็บให้ติดกันอย่างไร ในไม่ช้าก็ชินกับการเย็บปักและฝีไม้ลายมือก็เข้าที่เข้าทางเป็ระเบียบ คุ้นเคยกับเข็มและด้าย
อิ๋นชุนและชิวฮว่าเอ่ยชมไม่ขาดปาก
“คุณหนูเ้าคะ ดอกตู้เจวียน[2]นี่งดงามจังเลย! ไหนจะภาพสตรีผืนนี้อีก ข้าชอบมากเลย! คุณหนู บ่าวละสงสัยจริงๆ ว่าคุณหนูเป็สาวทอผ้า[3]กลับชาติมาเกิดหรือเปล่า” ชิวฮว่ามองชิ้นนั้นลูบคลำชิ้นนี้ ชื่นชอบจนมิอาจวางมือได้
อวิ๋นจือชำเลืองมอง ยิ้มน้อยๆ พลันกล่าวว่า “พี่อิ๋นชุนพรุ่งนี้เช้าพี่รวบรวมของพวกนี้ไปขายที่ตลาดหน่อย พวกเราจะได้เก็บเงินกันได้บ้างเล็กๆ น้อยๆ”
ดวงตาของชิวฮว่าและอิ๋นชุนเป็ประกาย สลับกันมองไปมาด้วยความงุนงงเล็กน้อย
“คุณหนูเ้าคะ คุณหนูไม่ได้ขาดอาหารหรือเสื้อผ้า เหตุไฉนต้องขายงานปักด้วยล่ะ” อิ๋นชุนถามด้วยความเอ็นดู
อวิ๋นจือยืนอยู่ข้างหน้าต่างลายฉลุ แสงตะวันเบื้องนอกสาดส่องดวงหน้าน้อยๆ ขาวนวลเกลี้ยงเกลา เรือนผมเกล้าขึ้นสูงอย่างเรียบง่าย กระโปรงยาวปักด้วยไหมทองสีกุหลาบแดงแกว่งไกวตามสายลม แนวสะเอวห้อยป้ายหยกสีมรกตโปร่งแสง ยืนแขนไพล่หลัง ความเก่งฉกาจที่หว่างคิ้วและดวงตากลับให้ภาพมายาเฉกเช่นบุรุษ
“แต่ข้าวของในจวนแห่งนี้หาได้เป็ของข้าแม้แต่ชิ้นเดียวไม่ และข้าเองก็ไม่ได้อยากเลยสักนิด” ดวงตาคมเฉี่ยวหรี่ลงเล็กน้อย ฝ่ามือน้อยๆ ที่ไพล่อยู่ด้านหลังค่อยๆ กำหมัด
อิ๋นชุนได้ยินก็ปวดใจจึงไม่กล้าซักถามอีก แอบตัดสินใจว่า หลังจากนี้ไม่ว่าคุณหนูจะสั่งอะไร นางก็ยอมทำตามทุกอย่าง
จวนโหวเริ่มจัดงานฉลองครบรอบหนึ่งเดือนให้แก่เหวยซื่อและเหวยเทียน ตามการหารือของฮูหยินผู้เฒ่าลู่กับลู่เฮ่อเหนียน ในวันนั้นจะมีการจัดแสดงงิ้ว เชิญนางรำที่มีชื่อเสียงจากหอเมิ่งเสี่ยวขึ้นเวทีมาขับร้องเพื่อการกุศล อีกทั้งยังเชิญจังชิวเสวียน นักพรตเต๋าแห่งเขาจื่อหลินมาทำพิธีโกนผมไฟให้บุตรทั้งสอง
“ส่วนเื่ภูตผีปีศาจคงมิจำเป็แล้วกระมังท่านแม่” ลู่เฮ่อเหนียนยืนอยู่ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่าลู่ เอ่ยเสนอแนะอย่างใจเย็น
ใบหน้าฮูหยินผู้เฒ่าลู่แผ่รังสีสังหาร ท่าทางยินดีเมื่อครู่กลายเป็นิ่งแข็งะเืทันที นางตบโต๊ะฉาดใหญ่พลันกล่าวว่า “เหวยซื่อเหวยเทียนเป็ทายาทสกุลลู่ ข้าจักไม่ยอมให้พวกเขาเปรอะเปื้อนเสนียดของนางผู้หญิงคนนั้นเป็อันขาด”
“แต่ท่านแม่...”
“ไม่ต้องพูดแล้ว! วันๆ เอาแต่คิดถึงนางผู้หญิงคนนั้น เ้าเคยคิดถึงสกุลลู่บ้างหรือไม่! ลูกเมียของเ้า มารดาของเ้า เคยคิดถึงบ้างหรือไม่! เ้าจะให้ข้าอกแตกตายไปเลยหรืออย่างไรเ้าลูกอกตัญญูคนนี้!” ฮูหยินผู้เฒ่าลู่พูดแทงใจดำด้วยความโศกเศร้ายิ่งนัก
ลู่เฮ่อเหนียนไม่อาจทนเห็นสีหน้าท่าทางเยี่ยงนี้ของมารดาได้ จึงยอมโอนอ่อนเสียทุกครา
ก็เขาไม่อยากเป็ลูกอกตัญญูนี่นา
อวิ๋นจือรับรู้เื่นี้จากปากอิ๋นชุน นางเป่าชาเขียวที่พริ้วไหวอยู่ในแก้วอย่างมิแยแส
“หลายวันมานี้เราขายงานปักได้เท่าไรรึพี่อิ๋นชุน”
อิ๋นชุนจัดแจงภาพม้วนที่วางอยู่บนโต๊ะ พลางตอบว่า “บ่าวประมาณคร่าวๆ น่าจะราวๆ ห้าตำลึงเ้าค่ะ”
“ห้าตำลึง...” อวิ๋นจือจิบชา แล้ววางบนโต๊ะ “พี่อิ๋นชุนพกเงินห้าตำลึงนี่ไปข้างนอกดูซิ จะเชิญนักพรตเต๋ามาได้สักคนไหม”
“นักพรตเต๋าหรือ...เ้าคะ พรุ่งนี้เช้าบ่าวจะลองไปดูที่ตลาด” อิ๋นชุนเชื่อฟังคำสั่งของอวิ๋นจือที่ให้ออกไปปฏิบัติหน้าที่ข้างนอกด้วยความเคยชิน
นอกจากนี้นางยังไปเยี่ยมเจียงซั่นชูที่เรือนส่วนใน อีกทั้งยังเสี่ยงแอบแวะเวียนไปดูแลอยู่หลายครั้ง แม้นอันตรายนางก็ยังเชื่อฟังคำสั่งของอวิ๋นจือ และจะเป็เช่นนี้มิเปลี่ยนแปลง ประหนึ่งเป็สัญชาตญาณติดตัว
หลังฝนโปรยปรายท้องฟ้าก็แจ่มใส สายลมยามฤดูใบไม้ร่วงโชยอ่อนๆ พัดพาความอบอ้าวเข้ามาในเรือน ครั้นกินมื้อกลางวันเสร็จ อวิ๋นจือนอนอ่านตำราอยู่บนเตียงเตาผิง แล้วผล็อยหลับไปทั้งเสื้อผ้าโดยมิรู้ตัว
อวิ๋นจือฝันเห็นตัวเองอยู่ที่จวนเว่ยเหวินโหว นางเห็นอิ้นเกอร์สวมเสื้อคลุมสีฟ้าเขียวยืนอยู่ข้างสระบัว ป้ายหยกเหอเถียน[4]สีขาวนวลเปล่งประกายมันวาวอยู่ใต้แสงแดด รอยยิ้มของเขายังคงเป็เช่นเดิมเสมอ
“ท่านแม่ ที่นี่มีเม็ดบัวเต็มไปหมดเลย!”
อิ้นเกอร์ อย่าไป! อย่าไป!
อวิ๋นจือเปิดปาก แต่กลับมิได้เปล่งเสียง
นางเห็นจิ่นผินผลักเขาตกสระบัวเต็มสองตา! เขาร้องเรียกปาวๆ อยู่ในสระบัว “ท่านแม่! ช่วยลูกด้วย! ท่านแม่...”
มือน้อยๆ ที่ใกล้จมหายลงไปเต็มทีโบกสะบัดมาทางอวิ๋นจือไม่หยุด จนกระทั่งไม่อาจมองเห็นได้อีกแล้ว...
“อิ้นเกอร์...อิ้นเกอร์!” อวิ๋นจือใจนเหงื่อโซมหน้า ผุดตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงเตาผิง
เป็แค่ความฝันหรือนี่ ทว่ากลับเป็โศกนาฏกรรมที่เคยเกิดขึ้นจริงๆ เมื่อชาติก่อน! นางขดตัวน้อยๆ ดวงใจเ็ปประหนึ่งถูกมีดจ้วงแทง
ลูกน้อยผู้น่าสงสารของนาง!
“โหยวมามา บ่าวไม่ได้ขโมยเงินพวกนั้นนะเ้าคะ!”
“โหยวมามาได้โปรดสืบความให้กระจ่างด้วยเถิด บ่าวไม่ได้โกหก!”
“พวกนางโกหก! ข้าเจอเงินเ่าั้ที่ห้องพวกนาง”
“ตบปากพวกนางซะ! ตบจนกว่าจะยอมรับความจริง!” เสียงวาจาเหี้ยมโหดของโหยวผอจื่อดังมาจากลานด้านนอกเรือน
อวิ๋นจือลงจากเตียง เดินออกจากห้องเอ่อร์ฝาง
พลันได้ยินเสียงร่ำไห้ของชิวฮว่าใกล้เข้ามาเรื่อยๆ อวิ๋นจือจึงรีบสับฝีเท้าก้าวให้เร็วขึ้น
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/bda8e0532a28be00bbebbbebb7b3e4f6
[1] หนึ่งชั่วยามเท่ากับสองชั่วโมงตามเวลาสากล
[2] ดอกตู้เจวียน หมายถึงดอกกุหลาบพันปี
[3] สาวทอผ้าเป็ตัวละครในนิทานพื้นบ้านโบราณของจีนเื่ ‘หนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้า’ ซึ่งเป็ต้นกำเนิดเทศกาลชีซี หรือวันแห่งความรักของจีน
[4] หยกเหอเถียน หรือหยกเนไฟร์ต เป็หนึ่งในสี่หยกอันโด่งดังของจีน