ส่วนสตรีคลุมหน้าร่างบอบบางทรวดทรงน่าหลงไหลคล้ายมิได้สนใจในเื่นี้ นางเพียงมุ่งความสนใจในการต่อสู้เพื่อหวังจะพิชิตสัตว์อสูรัภูผาให้ได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว
เนื่องจากการต่อสู้ที่ผ่านมาแม้จะมิได้สร้างาแใด ๆ ให้กับนาง แต่การต่อสู้ที่ผ่านมาการใช้ท่าร่างอันรวดเร็วเหนือล้ำเช่นนี้ก็ได้เผาผลาญพลังปราณของนางไปเกือบหมดสิ้นเช่นกันหากแม้นการต่อสู้ถูกยืดเยื้อไปอีกมิแน่นางอาจหมดพลังปราณจนกลายเป็ฝ่ายเพลี่ยงพล้ำแทนก็เป็ได้
เมื่อเห็นสัตว์อสูรัภูผาอ่อนแรงลงจนถึงที่สุดในที่สุดสตรีคลุมหน้าร่างบอบบางสวยงามได้ตัดสินใจที่จะเผด็จศึกให้ได้อย่างรวดเร็วที่สุด นางพลันเกร็งพลังปราณขึ้นจนกังหลงััได้ถึงพลังกดดันอันหนักหน่วง
สตรีคลุมหน้าร่างบอบบางสวยงามใช้ท่าร่างที่รวดเร็วกว่าเดิมถึงหนึ่งเท่าตัวพุ่งเข้าหาพร้อมใช้กระบี่อันรวดเร็วทิ่มแทงไปยังลำคอหลังใบหูของสัตว์อสูรัภูผาอันเป็อ่อนตำแหน่งหนึ่งหมายพิฆาตให้เสร็จสิ้นในคราเดียว
"กรรซ์ ซซซซ .โฮกกกกก..!!"
ฉับพลัน เหมือนสัตว์อสูรัภูผาจะรับรู้ถึงอันตราย มันจึงแผดเสียงร้องกัมปนาทที่ดังกว่าทุกครั้ง ก้องะเืเลือนลั่นยาวนาน ร่างกายของมันสั่นสะท้านแผ่คลื่นพลังสีม่วงชนิดหนึ่งออกมา คลื่นพลังนั้นแผ่ไปกระทบร่างสตรีคลุมหน้าที่กำลังพุ่งมาอย่างรวดเร็วจนหยุดชะงักไปกลางอากาสดุจโดนตรึงไว้ด้วยพลังไร้สภาพชนิดหนึ่ง
"งะ..!! เกิดอะไรขึ้น..!! "
กังหลงเห็นเช่นนั้นจึงโพล่งออกมาด้วยความใ
"ระวัง...!!"
เหตุการณ์อันน่าแตกตื่นมิได้หมดไปเพียงนี้ เพราะขณะนี้ได้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นกับสัตว์อสูรัภูผา
"แคว๊กกกก.."
เสียงฉีกขาดเหมือนผ้าแพรโดนดึงให้ขาดจากกัน กังหลงและสตรีคลุมงามเรือนร่างงดงามได้ยินเสียงและเห็นความเปลี่ยนแปลงบนร่างของสัตว์อสูรัภูผาพร้อมกัน บัดนี้ ได้มีสิ่งหนึ่งโผล่ออกมาจากกลางหลังของสัตว์อสูรัภูผา..!!
เสียงสัตว์อสูรัภูผาครานี้แผดเสียงร้องกัมปนาทที่ดังกว่าทุกครั้ง ก้องะเืเลือนลั่นยาวนานไม่มีหยุด ร่างกายของมันสั่นสะท้านแผ่คลื่นพลังสีม่วงออกมายิ่งเข้มข้นคลื่นพลังนั้นแผ่ไปครอบคลุมตัวสัตว์อสูรัภูผาจนหนาแน่นยิ่งขึ้น
สิ่งที่เริ่มโผล่ออกมากลางหลังสัตว์อสูรัภูผายิ่งยาวขึ้น เรื่อยๆ จนเริ่มมองเห็นรูปลักษณ์ที่ชัดเจนขึ้นนี่เป็ปีกชนิดหนึ่งที่งอกออกมาจากกลางหลังของสัตว์อสูรัภูผา เสียงปีกที่เปิดกางออกดังชัดเจนดุจเสียงกางร่มมิผิดเพี้ยน
"พรึ่บ...!!"
เมื่อเห็นปีกที่กางออกอย่างชัดเจนทั้งกังหลงและสตรีคลุมหน้าร่างบอบบางสวยงามถึงกับสะดุ้งใ..!! เผลอกล่าวคำอุทานออกมาจนดังลั่น..!!
"ปีกค้างคาว...!!..สัตว์อสูรัภูผาถึงกับมีปีกด้วย...แถมยังเป็ปีกลักษณะคล้ายปีกค้างคาว..สัตว์อสูรัภูผาตัวนี้เป็สัตว์อสูรระดับใดกันถึงได้มีปีกได้..!!"
กังหลงนั้นตื่นตะลึงเพราะจากที่เคยรับทราบมาจากบันทึกโบราณของตระกูลเกี่ยวกับสัตว์อสูรกังหลงเพียงทราบว่า สัตว์อสูรัภูผาเป็สัตว์อสูรที่ไม่สามารถบินได้และจะมีปีกเกิดขึ้นได้อย่างไร มันเกิดอะไรขึ้นกับสัตว์อสูรัภูผาตัวนี้..!!
โอ...!!..ไม่..ไม่น่าเป็ไปได้...!!
"ปีกฟ้าวายุคำรณ...!!"
แต่สตรีคลุมหน้าร่างบอบบบางชวนฝันผู้นี้เมื่อเห็นปีกที่สัตว์อสูรัภูผาแสดงออกมาอย่างชัดเจน กลับยิ่งใยิ่งกว่าถึงกับอุทานออกมาด้วยความใจนกังหลงได้ยินเสียงอุทานนี้อย่างชัดเจนเมื่อได้ฟังก็สำรวมจิตค้นคว้าในห้วงความทรงจำที่ย่อยสลายจากเม้ดพลังความรู้ของเฒ่าเทียนคงผู้เป็อาจารย์ว่าปีกฟ้าวายุคำรณ คือสิ่งใด
สงบสำรวมสมาธิชั่วครู่ความรู้จากเม็ดพลังที่เคยย่อยสลายได้ไหลหลั่งออกมาบ่งบอกให้กังหลงรับทราบถึงข้อมูลของปีกฟ้าวายุคำรณว่าเป็เช่นไรเมื่อกังหลงได้รับข้อมูลที่หลั่งไหลเข้ามานี้ทำให้ต้องตกตะลึงกับข้อมูลดังกล่าว
อันปีกฟ้าวายุคำรณนั้นนับเป็ของวิเศษฟ้าดินตามธรรมชาติ ที่เกิดจากการหล่อหลอมรวมกันของพลังฟ้า ดินและวาตะ ซึ่งพลังทั้งสามชนิด อันได้แก่ พลังฟ้า คือ สายฟ้าวายุ พลังดินคือเส้นชีพจรัที่อยูในพื้นดิน และพลังวาตะ คือพลังลมพลังทั้งสามอย่างนี้เกิดขึ้นพร้อมกันในสถานที่เดียวกันและหลอมรวมกันนานนับแสนปีขึ้นไปจนถือกำเนิดเป็เม็ดพลังสายฟ้าวายุขึ้นเม็ดหนึ่ง
อันเม็ดพลังสายฟ้าวายุที่เกิดขึ้นนั้นถือเป็สิ่งวิเศษตามธรรมชาติที่ยากจะหาเจอหรือยากจะเกิดขึ้นได้ในรอบหนึ่งล้านปีถึงจะมีโอกาสเกิดขึ้นสักครั้ง เพราะเป็การยากมากที่พลังทั้งสามชนิดจะมาอยู่ด้วยกันและใช้เวลาถึงหนึ่งแสนปีกว่าจะหลอมรวมกันจนเกิดเป็เม็ดพลังสายฟ้าวายุขึ้นเม็ดหนึ่งแต่หากเกิดเม็ดพลังสายฟ้าวายุขึ้นแล้ว นี่หละที่จะเป็ของวิเศษที่แท้จริง
ตามตำราโบราณบ่งบอกไว้ว่า เม็ดพลังสายฟ้าวายุนั้นหากใครได้กลืนกินและสามารถย่อยพลังทั้งหมดได้ไม่ว่าคนหรือสัตว์ หากได้กลืนกินเม็ดพลังสายฟ้าวายุนี้เข้าไปเม็ดพลังสามารถสร้างปีกยุทธให้เกิดขึ้นแก่ผู้ที่ได้กลืนกินขึ้นในทันทีไม่ว่าจะมีปราณยุทธระดับใดก็ตาม
ซึ่งโดยปกติทั่วไปนั้นปีกยุทธในมนุษย์จะถือกำเนิดได้ในจอมยุทธั้แ่ระดับปราณราชันย์ขึ้นไปเท่านั้นส่วนสัตว์อสูรหากได้กลืนกินเม็ดพลังสายฟ้าวายุเข้าไปไม่ว่าสัตว์อสูรชนิดนั้นจะเป็สัตว์ชนิดใดก็สามารถกำเนิดปีกขึ้นมาจนสามารถโบยบินขึ้นฟ้าได้เช่นสัตว์ปีกทั่วไปหากเป็สัตว์ปีกตามธรรมชาติที่กลืนกินเม็ดพลังสายฟ้าวายุเข้าไปก็จะมีปีกเกิดขึ้นปีกเพิ่มมาอีกคู่หนึ่งทำให้มีปีกถึงสองคู่
อันปีกที่เกิดจากการกลืนกินเม็ดพลังสายฟ้าวายุนั้นจะเรียกว่าปีกฟ้าวายุคำรณปีกจะมีลักษณะเหมือนปีกค้างคาวั์ มีสีออกเหลืองส้ม บางเบาดุจปีกจักจั่นส่วนคุณสมบัตินั้นเลิศล้ำหลายประการจนสร้างความโลภหลงให้แก่ผู้คนและแม้แต่สัตว์อสูรที่มีสติปัญญาอยากจะ
ปีกฟ้าวายุคำรณนั้นแม้จะบางแต่มีความเหนียวและคงทนต่อศาสตราวุธและพลังลมปราณทุกชนิดหากแม้นโดนโจมตีจากพลังหรือศาสตราวุธที่มีระดับสูงกว่าปีกจะสามารถซ่อมแซมตัวเองอัตโนมัติได้อย่างรวดเร็วปีกฟ้าวายุคำรณจะมีระดับและสามารถพัฒนายกระดับได้เช่นเดียวกับศาสตราวุธ
และที่สำคัญเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็ปีกคุณสมบัติหลักก็คือการเศิลาบินปีกฟ้าวายุคำรณเป็เลิศในความเร็วของการบินโดยจะบินได้รวดเร็วกว่าปีกระดับเดียวกันถึงสามระดับชั้นอีกอย่างปีกฟ้าวายุคำรณสามารถปล่อยพลังสายฟ้าวายุโจมตีคู่ต่อสู้ได้อีกด้วยขณะปล่อยสายฟ้าวายุโจมตี จะส่งเสียงคำรามเหมือนฟ้าลั่นฟ้าแลบเหมือนฟ้ากำลังคำรรจึงได้ชื่อว่าปีกฟ้าวายุคำรณด้วยเหตุนี้
กังหลงเมื่อได้ทราบข้อมูลของปีกฟ้าวายุคำรณที่แล่นวาบเข้าสู่สมองถึงอึ้งไปเผลอครางออกมาอย่างแ่เบา
"นับเป็สิ่งวิเศษที่เลิศล้ำยากจะพบเจอมิทราบเ้าสัตว์อสูรัภูผาได้มาอย่างไรแล้วสตรีผู้นี้จะสามารถต่อกรกับเ้าสัตว์อสูรัภูผาได้เช่นไรหากปีกฟ้าวายุคำรณมีคุณสมบัติดังที่ทราบมาเห็นทีคราวนี้สตรีนางนี้คงย่ำแย่แน่..ไม่ได้การหล่ะ คงต้องเตือนให้สตรีนางนี้รีบพิชิตเ้าสัตว์อสูรัภูผาโดยเร็วแล้ว"