เกิดใหม่ครานี้ข้าจะเหยียบย่ำพวกเจ้าเอง

    ตอนที่ 45 ผลสอบประจำเดือน

    ตอนที่45 ผลสอบประจำเดือน


    “ฟิ๊ว ปั๊ก”


    “ฟิ๊ว ปั๊ก”


    สุดท้ายชายสองคนไม่สามารถหลบเลี่ยงความตายจากเข็มอาบยาพิษที่ถูกยิงจากซาเซินน้อย


    เมื่อซ่งเย่เห็นประสิทธิภาพการทำงานของซาเซินน้อยเธอยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ “ไม่เลว”


    นั่นเป็นเพราะว่าเธอได้ปรับความแม่นยำในการยิงของซาเซินน้อยให้มีอัตราผิดพลาดเหลือแค่0.01%


    เมื่อซาเซินน้อยตรวจจับไม่พบการเคลื่อนไหวจากคนแปลกหน้าที่ไม่ได้สวมมาร์ค


    มันแยกกันบินออกไปกลับคืนประจำตำแหน่งของตนเองอย่างรวดเร็ว


    ..........


    ทางด้านหลี่ซูเต๋อที่นิ่งอิ้งตะลึงตาค้างเมื่อพบว่าคนร้ายชายฉกรรจ์ทั้งสิบคนเข้าไปในโรงงานของซ่งเย่


    และถูกยิงจากวัตถุทรงกลมที่บินไปมาและยิงวัตถุเล็กแหลมคล้ายเข็มอย่างรวดเร็วและแม่นยำ


    ทำให้ชายทั้งสิบคนเสียชีวิตราวใบไม้ร่วงนอนตายเกลื่อนกลาดหน้าอาคารโรงงาน


    “สาวน้อยของเจ้านายมีของเล่นทรงพลังแบบนี้อยู่ เจ้านายยังจะกังวลอะไรอีก?”


    หลี่ซูเต๋อพึมพำอย่างตื่นเต้นระคนประหลาดใจ


    เขาได้รับคำสั่งจากหลิวเย่ให้เฝ้าระวังสอดแนมความปลอดภัยของโรงงานผลิตปุ๋ยแห่งอนาคต


    โรงงานแห่งนี้เป็นโรงงานสำคัญที่เจ้านายและกองทัพมีหุ้นส่วนอยู่ด้วย


    และที่สำคัญคือเป็นผลงานการคิดค้นของซ่งเย่ สาวน้อยของเจ้านายตนเอง


    เนื่องจากโรงงานแห่งนี้เป็นเป้าหมายโจมตีจากบริษัทต่างชาติที่ถูกขัดผลประโยชน์มหาศาลจากปุ๋ยแห่งอนาคต


    แต่เขาไม่คิดว่าซ่งเย่จะเก่งกาจถึงขั้นที่สามารถผลิตอาวุธลับอันทรงพลังเช่นนี้ได้


    “ถ้าซ่งเย่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกกองกำลังแผนกพิเศษคงดีอาวุธของเธอน่าสนใจ อยากลองแกะออกมาศึกษาดู”


    หลี่ซูเต๋อคิดอย่างคันไม้คันมือที่อยากจะทดสอบและศึกษาวัตถุทรงกลมของซ่งเย่เป็นอย่างมาก


    “โทรแจ้งเหตุให้อาเล่ยไปจัดการเก็บศพออกมาดีกว่า”หลี่ซูเต๋อโยนงานเก็บศพให้กับปู้เล่ยโดยตรง


    ทางด้านปู้เล่ยเมื่อได้รับโทรศัพท์และรู้เหตุผลที่หลี่ซูเต๋อโทรมา


    เขาตะโกนใส่โทรศัพท์อย่างไม่พอใจทันทีว่า“ไอ้บ้า นายเพื่อนแบบไหนกัน นายควรมาช่วยฉันเก็บศพเสียดีๆ”


    “อ๊ะนั่นไม่ใช่หน้าที่ของฉัน นายเป็นตำรวจก็ทำไปสิเพื่อน อย่าโวยวายนักเลยหรือจะให้ฉันรายงานเจ้านายก่อน”


    “เออๆ ก็ได้ไม่ต้องรายงานเจ้านายแล้ว ฉันจะพาลูกน้องไปที่เกิดเหตุตอนนี้แหละ”


    ปู้เล่ยบ่นแต่ยอมจำนนเมื่อเพื่อนบอกจะฟ้องเจ้านาย


    “ฮิฮิ ก็แค่นั้นทำเป็นโวยวายไปได้” หลี่ซูเต๋อวางโทรศัพท์พลางหัวเราะชอบใจที่ได้กลั่นแกล้งเพื่อนตนเอง


    จากนั้นหลี่ซูเต๋อโทรไปรายงานผลลัพธ์ผลงานของซ่งเย่กับเจ้านายโดยตรง


    ทางด้านหลิวเย่ที่เวลานี้กำลังนั่งคุยอยู่กับเพื่อนเก่าจากสมาพันธ์เอสเปอร์นานาชาติที่ชายแดนของประเทศ


    เมื่อได้รับโทรศัพท์จากหลี่ซูเต๋อและเป็นเรื่องของสาวน้อยตนเอง


    ทำให้หลิวเย่อารมณ์ดีและตอบกลับสั้นๆอย่างสบายใจว่า


    “ดีแล้วให้เฝ้าะวังต่อไป ถึงแม้ว่าบริษัทนั่นจะมีคดีที่ถูกมือดีนำออกมาแฉมากมายก็ตามแต่พวกนี้ไว้ใจไม่ได้”


    คริสโตเฟอร์เลขานุการสมาพันธ์เอสเปอร์นานาชาติ ที่กำลังนั่งคุยกับหลิวเย่


    เขาขมวดคิ้วอย่างแปลกใจที่พบว่าเพื่อนตนเองมีความอ่อนโยนและดูท่าทางมีความสุขพิกล


    เพราะแตกต่างจากเวลาปกติที่หลิวเย่เป็นคนเย็นชาโหดเหี้ยมที่สามารถสังหารศัตรูได้โดยไม่กระพริบตา


    “ใครทำให้นายมีความสุขได้แบบนี้?”เขาถามเมื่อเห็นว่าหลิวเย่วางสายโทรศัพท์ไปแล้ว


    “เรื่องที่บ้านน่ะ”หลิวเย่ตอบกำกวมและถามกลับคืนเสียงเคร่งเครียดว่า “นายมาที่นี่ทำไมเวลานี้?”


    นั่นเป็นเพราะว่าคริสโตเฟอร์ไม่ควรปรากฏกายที่ชายแดนของประเทศหลิวเย่ในเวลาที่สถานการณ์ของการปะทะระหว่าง

    องค์กรKA และสมาพันธ์เอสเปอร์นานาชาติกำลังตึงเครียด


    “เฮ้อฉันไม่ได้อยากจะมาหรอกแต่เป็นเพราะว่าองค์กร KA มีการเชิญชวนเอสเปอร์นอกรีตเข้าร่วมเป็นสมาชิกหลายคนน่ะสิ”


    “ใครบ้าง?” หลิวเย่ถามเสียงเข้ม


    “เบอร์นาร์ดกับคิมจงฮยอง”คริสโตเฟอร์บอกชื่อสายลับ KA ที่เป็นเอสเปอร์และแฝงตัวมาสืบข่าวในสมาพันธ์


    “หือนั่นเอสเปอร์ฝีมือดีเลยนี่” หลิวเย่แสดงความแปลกที่พบว่าเป็นเบอร์นาร์ด


    ชายวัยกลางคนจากประเทศ U ที่มีร่างกายเป็นแม่เหล็กที่สามารถดูดเหล็กได้จากทั่วสารทิศในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรและ

    สามารถส่งเหล็กนั้นพุ่งโจมตีหรือสังหารผู้คนระยะไกลได้อย่างง่ายดาย


    ส่วนคิมจงฮยองสาวสวยจากประเทศ K ที่เป็นเอสเปอร์ด้านการคำนวณอย่างรวดเร็วและเร็วกว่าคอมพิวเตอร์


    “ใช่เวลานี้ทั้งสองคนถูกพวกเราควบคุมตัวไว้แล้วแต่ไม่รู้ว่ายังมีใครอีกที่เป็นสายลับจากองค์กร KA”


    คริสโตเฟอร์อธิบายหลิวเย่เพิ่มเติม


    หลิวเย่หรี่ตาเล็กน้อยและถามคริสโตเฟอร์เสียงเข้มต่ำว่า“คริส นายยังไม่ตอบฉันเลยนะว่ามาที่นี่ทำไม?”


    คริสโตเฟอร์อึกอักครู่หนึ่งก่อนสบตากับหลิวเย่แล้วตอบอย่างไม่เต็มใจนักว่า


    “มีข่าวว่าแฮ็คเกอร์ฝีมือดีของประเทศนายขโมยไฟล์ข้อมูลลับขององค์กรKAแฟรงค์กับมาร์แซลกำลังควานหาตัวอยู่ข่าว

    จากสายลับของเราบอกว่าข้อความบางส่วนระบุว่าเป้าหมายขององค์กร KAเกี่ยวข้องกับความลับของเผ่าไอยคุปต์ นั่นจึง

    เป็นเหตุผลที่ผมมาที่นี่”


    หลิวเย่หรี่ตาลงอย่างครุ่นคิดก่อนหยั่งเชิงคริสว่า“ถ้าฉันไม่ให้นายเข้าประเทศล่ะ?”


    เนื่องจากเขากังวลใจว่าแฮ็คเกอร์ฝีมือดีนั้นอาจจะเป็นสาวน้อยซ่งเย่เพราะเขาเคยเห็นทักษะบางอย่างของเธอ


    “ถ้านายเป็นคนออกหน้ามาเองแบบนี้ผมยังจะเข้าประเทศนายได้เหรอ?”คริสโตเฟอร์ตอบอย่างขมขื่น


    นั่นเป็นเพราะว่าเขารู้ดีว่าตนเองด้อยกว่าหลิวเย่ขนาดไหน?


    ในโลกนี้คนที่สามารถกดข่มและเอาชนะหลิวเย่ได้คงมีแค่คนในตำนานที่สายลับสืบข่าวมาได้จากองค์กรKA


    นั่นคือ “ผู้ที่มีทักษะหลากหลายและสามารถพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน”


    “ถ้างั้นนายก็กลับไปเถอะ”หลิวเย่โบกมือไล่คริสโตเฟอร์โดยตรง


    “โอเคแต่นายต้องระวังเอสเปอร์คนอื่นๆด้วยเพราะองค์กร KAกระจายข่าวออกไปไกลแล้ว”


    ก่อนคริสโตเฟอร์จะหันหลังเดินจากไปเขาเตือนหลิวเย่อย่างหวังดี


    หลิวเย่พยักหน้ารับอย่างเข้าใจก่อนทอดสายตามองไกลด้วยความเป็นห่วงสาวน้อยของตนเองและพึมพำเบาๆกับตนเองว่า


    “หวังว่าจะสามารถยืดเวลาวิกฤติออกไปให้นานที่สุดจนกว่าเธอจะแข็งแกร่งมากกว่านี้”


    ..........


    ทางด้านวิลล่าซิงฝู


    ซ่งเย่กลับมาจากออกกำลังกายประจำวันซึ่งความแข็งแกร่งของเธอในวันนี้ขยับเข้าใกล้ระดับ6 มากขึ้น


    เธอไปตรวจสอบสภาพร่างกายของคุณตาและพบว่าอีกไม่กี่วันจะหายดี


    “เช้านี้ดีขึ้นมากอีกไม่นานคุณตาคงสามารถลุกเดินได้สะดวกมากกว่านี้ค่ะ”


    “ขอบใจเย่เอ๋อร์ที่ช่วยรักษาตาอย่างดี”เส้าจ้านยิ้มรับอย่างยินดีและกล่าวขอบคุณหลานตนเอง


    “ยกความดีให้คุณยายดีกว่าค่ะ”ซ่งเย่ฉีกรีมฝีปากเล็กน้อยซึ่งเธอทดลองฉีกริมฝีปากมาหลายวันแล้ว


    แต่ปรากฏว่าทำให้คุณตาทำหน้าประหลาดอย่างบอกไม่ถูกและพูดบอกซ่งเย่ตามตรงว่า


    “เอ่อ เย่เอ๋อร์หลานไม่ต้องพยายามยิ้มก็ได้ มันแปลกๆน่ะ”


    เพราะว่ารอยยิ้มของหลานตนเองเหมือนแสยะยิ้มอย่างโหดเหี้ยมมากกว่าอ่อนหวานสมวัย


    “.....”ซ่งเย่พยักหน้ายอมรับผลลัพธ์ที่ไม่ได้ออกมาดีอย่างที่คิดไว้


    “ฮิฮิ ไม่ต้องกังวลหลานรักยายจะต้มยาให้ตากินทุกวันไม่มีขาดแน่นอน”


    ม่อฮวาหัวเราะขำเล็กน้อยก่อนตอบกลับหลานสาวอย่างมีความสุข


    จากนั้นซ่งเย่เดินออกจากห้องตายายและไปทานอาหารเช้าก่อนเดินทางไปโรงเรียน


    ..........


    เมื่อซ่งเย่เดินมาถึงหน้าห้องสามพบว่าเพื่อนนักเรียนแต่ละคนล้วนมีท่าทางตื่นเต้นและรอลุ้นผลสอบประจำเดือน


    “ซ่งเย่มาแล้วพวกเรามาลุ้นผลสอบด้วยกัน” ซูฉีโบกมือเรียกซ่งเย่อย่างตื่นเต้น


    “ทำไมอาจารย์ยังไม่ติดผลสอบที่บอร์ด?”


    “หน้าเว็บของโรงเรียนก็ไม่มีโพสต์ผลสอบเลย”


    “อาจารย์ทำอะไรกันอยู่?”


    “ไหนบอกว่าผลสอบจะแจ้งตอนเช้ายังไงล่ะ?”


    “อาจารย์ตรวจไม่เสร็จเหรอ?”


    “ฉันต้องได้คะแนนมากขึ้นแน่นอน”


    “ได้โปรดเถอะอาจารย์โพสต์ผลสอบเสียที”


    นักเรียนต่างส่งเสียงร้องโวยวายที่พบว่าผลสอบประจำเดือนยังไม่ติดประกาศที่บอร์ดวิชาการของโรงเรียน


    และหน้าเว็บไซต์ของโรงเรียนก็ไม่มีโพสต์ผลสอบเช่นกัน


    เนื่องจากแต่ละคนมั่นใจว่าคะแนนวิชาคณิตศาสตร์จะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน


    ทางด้านห้องประชุมของโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งเมืองกรีน


    อาจารย์ทุกคนที่เข้าประชุมร่วมกับผู้อำนวยการกงผานต่างกระวนกระวายใจที่ผู้อำนวยการโรงเรียนเรียกประชุมกะทันหันซึ่ง

    สร้างความแปลกใจให้กับอาจารย์ทั้งหมด


    “อะแฮ่มผมมีเรื่องที่น่าสนใจจะแจ้งให้กับทุกคนได้รับรู้กัน นั่นคือคะแนนคณิตศาสตร์ของห้องสามในภาพรวมมีคะแนนสูง

    ขึ้นมากกว่าเดิมเป็นสองเท่าผมอยากให้อาจารย์ทุกคนช่วยกันแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้”


    ผู้อำนวยการกงผานเหล่ตามองอาจารย์ทุกคนอย่างคาดหวัง


    เขาทึ่งกับประสิทธิภาพผลการติววิชาคณิตศาสตร์ของซ่งเย่


    ที่สามารถทำให้นักเรียนห้องสามมีผลการเรียนดีขึ้นในระยะเวลาอันสั้น


    นี่มันน่าเหลือเชื่อ!


    พรสวรรค์ทักษะการติวขั้นสูงของซ่งเย่!


    เธอจะสามารถติวให้ทุกชั้นเรียนได้ไหม?!


    เขาต้องกระตุ้นให้อาจารย์ทุกคนเห็นความสำคัญของเธอ


    ผอ.กงผานลุ้นกับการแสดงความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมจากอาจารย์ทุกคน


    “ผมเคยสังเกตการติวของนักเรียนซ่งเย่แล้วพบว่าเธอมีวิธีการติวที่ง่ายและไม่ซับซ้อนเป็นทักษะที่น่าเรียนรู้ครับ”


    อาจารย์ถงพูดสนับสนุนซ่งเย่อย่างจริงจัง


    “ใช่ครับเธอสามารถติววิชาคณิตศาสตร์ให้กลายเป็นเรื่องง่ายและเป็นขั้นเป็นตอนทำให้นักเรียนคิดตามเธอได้อย่าง

    ง่ายดาย”อาจารย์อู๋พูดสนับสนุนเทคนิคการติวของซ่งเย่อีกคน


    “ผมคิดว่าพวกเราควรไปเรียนรู้เทคนิคจากนักเรียนซ่งเย่และนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับวิชาที่เรารับผิดชอบ”


    อาจารย์เล่อไน่ขยับแว่นตาให้เข้าที่พลางตอบอย่างมีเหตุผล


    เขาต้องการให้อาจารย์ทุกคนรู้จักการปรับปรุงเทคนิคการสอนของตัวเองให้ดีขึ้น


    โดยไม่ต้องห่วงภาพลักษณ์ที่จะต้องไปนั่งเรียนรู้เทคนิคการสอนจากนักเรียน


    ซึ่งดีกว่าให้นักเรียนซ่งเย่มาทำหน้าที่ติวเพื่อนนักเรียนคนอื่นแทนหน้าที่ของอาจารย์ที่พึงกระทำ


    “ฉันคิดว่าความคิดเห็นของอาจารย์เล่อมีเหตุผลและพวกเราควรปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้นเช่นกัน”


    อาจารย์จงหยูว่านหญิงวัยกลางคนที่รับผิดชอบสอนวิชาชีววิทยาพูดสนับสนุนความคิดของอาจารย์เล่อตามตรง


    “นักเรียนซ่งเย่สอนได้ดีจริงเหรอ?”


    อาจารย์หูพานหนี่อาจารย์สอนวิชาภาษาอังกฤษอีกคนถามอาจารย์เล่อและอาจารย์อู๋อย่างสงสัย


    “ผมแนะนำว่าให้พวกคุณลองไปนั่งสังเกตการณ์ดูการติวของนักเรียนซ่งเย่สักครั้งแล้วค่อยตัดสินใจอีกครั้งก็ได้”


    อาจารย์อู๋ตอบกลับอย่างสบายใจ


    เขาเชื่อมั่นว่าหากอาจารย์ทั้งหลายในห้องประชุมที่มีมากเกือบสามสิบคนสามารถเรียนรู้เทคนิคจากซ่งเย่ได้


    การสอนของอาจารย์จะได้รับการยกระดับให้สูงขึ้นและนั่นหมายถึงผลประโยชน์ของนักเรียนที่จะได้รับ


    ซึ่งผู้อำนวยการกงผานมีความคิดเห็นไม่แตกต่างจากอาจารย์ถงอาจารย์อู๋หรืออาจารย์เล่อ


    นั่นคือ หากนักเรียนมีความรู้ความเข้าใจในเนื้อหาวิชาต่างๆมากขึ้นย่อมทำให้นักเรียนมีโอกาสสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดัง

    ของประเทศได้มากขึ้นเช่นกัน


    ซึ่งเป็นการสร้างชื่อเสียงและเกียรติภูมิให้กับโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งเมืองกรีน


    “ตกลงพวกเราจะลองดู”


    อาจารย์เกือบทั้งหมดในห้องประชุมตกลงยอมรับเงื่อนไขให้ตนเองเข้าสังเกตการณ์การติวของซ่งเย่


    มีอาจารย์แค่สองคนที่ไม่เชื่อว่าเทคนิคของซ่งเย่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงใดๆได้เพราะเธอเป็นแค่นักเรียนเท่านั้น


    นักเรียนต้องเรียนรู้จากอาจารย์ถึงจะเก่งกาจได้ไม่ใช่ให้อาจารย์ไปเรียนรู้จากนักเรียน


    อาจารย์สองคนที่ไม่เห็นด้วยทำให้ผู้อำนวยการกงผานส่ายหน้าเล็กน้อย


    นั่นเป็นเพราะว่าอาจารย์ทั้งสองคนไม่ได้เป็นคนฉลาดที่ต้องรู้ว่าตนเองโง่ 


    ต่างจากนักเรียนซ่งเย่ที่ทำตัวเป็นผู้รอบรู้มักถ่อมตน ผู้โง่เขลามักยะโส 


    “เริ่มบ่ายวันนี้ในวิชาอิสระเลยแล้วกันผมรบกวนอาจารย์ถงช่วยประสานกับนักเรียนซ่งเย่และจัดเตรียมให้เธอมาติวเพื่อน

    นักเรียนที่ห้องประชุมนี้แทน”ผู้อำนวยการกงผานสั่งการเสียงเข้มจริงจังกับอาจารย์ทุกคนในห้อง


    จากนั้นผู้อำนวยการกงผานส่งสัญญาณให้อาจารย์แผนกวิชาการที่รับผิดชอบด้านเทคนิคและการปิดประกาศผลสอบและ

    อัพโหลดข้อมูลผลสอบขึ้นเว็บไซต์โรงเรียน


    หลังจากเลิกประชุม


    อาจารย์ถงเดินตรงไปยังห้องเรียนที่สามเพื่อแจ้งข่าวและนัดหมายการปรับเปลี่ยนสถานที่ติวชั่วคราว


    “อาจารย์ถงมาแล้ว” เพื่อนนักเรียนที่นั่งใกล้กับประตูเหลือบมองเห็นอาจารย์ถงกำลังเดินมา


    เขารีบส่งเสียงบอกเพื่อนๆในห้องที่กำลังส่งเสียงโวยวายอย่างไม่พอใจที่ไม่สามารถเข้าดูผลการสอบประจำเดือนได้


    “นั่งประจำที่ให้เรียบร้อย” ตันจิ่วส่งเสียงเตือนเพื่อนๆอย่างหวังดี


    “สวัสดีนักเรียนทุกคนวันนี้อาจารย์มีข่าวมาแจ้งให้ทุกคนรับรู้ไว้ว่าการติวของซ่งเย่ในบ่ายนี้จะเปลี่ยนห้องไปใช้ห้องประชุม

    ของโรงเรียนแทนหนึ่งวัน”อาจารย์ถงประกาศเสียงดังเมื่อเดินมายืนอยู่หน้าห้องเรียน


    ซ่งเย่สบตากับอาจารย์ถงด้วยใบหน้าเรียบเฉยเย็นชา


    เธอคาดเดาได้ว่าเป็นเพราะผลการสอบวิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนห้องสามที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน


    ทำให้กระตุ้นความสนใจของอาจารย์คนอื่นๆ แต่ในเมื่อมันเป็นผลดีกับนักเรียนคนอื่นๆเธอจึงไม่ขัดข้องแต่อย่างใด


    “ตกลงค่ะ” ซ่งเย่ตอบรับอาจารย์ถงอย่างเข้าใจ


    ทำให้เพื่อนนักเรียนพยักหน้ายอมรับอย่างไม่เข้าใจ


    ทำไมอาจารย์ต้องให้พวกเขาย้ายสถานที่ติว?


    “ดีแล้ว อีกครู่หนึ่งพวกเธอสามารถตรวจสอบผลการสอบประจำเดือนได้แล้ว”


    อาจารย์ถงพยักหน้ายิ้มอย่างพอใจและแจ้งข่าวการประกาศผลสอบให้กับนักเรียนห้องสามโดยตรง


    เขารู้สึกภาคภูมิใจที่ซ่งเย่เป็นนักเรียนในห้องสามและทำให้เขาได้รับการยอมรับจากเพื่อนอาจารย์คนอื่นๆ


    หลังจากที่อาจารย์ประกาศเช่นนั้นและเดินออกจากห้องเรียนไปแล้ว


    นักเรียนบางคนวิ่งออกไปดูบอร์ดที่ติดคะแนนผลสอบประจำเดือนเพราะต้องการเห็นผลสอบของห้องอื่นๆด้วย


    นักเรียนบางคนหยิบโทรศัพท์ของตนเองออกมาดูกันอย่างคึกคักมีชีวิตชีวา


    “เย้ ฮ่ะฮ่าฮ่า คะแนนของฉันสูงขึ้นจริงๆด้วย”


    หวางอ้ายตะโกนขึ้นอย่างยินดีเมื่อพบว่าคะแนนคณิตศาสตร์ของตนเองสูงขึ้นเมื่อเทียบกับที่คาดเดาไว้


    “ของฉันก็สูงขึ้นเหมือนกัน” ฟางซีซีพูดขึ้นอย่างตื่นเต้นยินดี


    “คะแนนคณิตศาสตร์ของผมทำไมเป็นแบบนี้?” เสว่หลงร้องตะโกนขึ้นอย่างตื่นตกใจ


    “มันเป็นยังไง?” เทาเอ้อที่นั่งอยู่ใกล้ๆกับเสว่หลงถามอย่างสงสัย


    “มันได้ตั้ง 12 คะแนนอ่ะ ผมไม่เคยได้ถึงสิบคะแนนสักที” เสว่หลงตอบพลางทำสีหน้าประหลาดใจกับคะแนนตน


    “โธ่เพื่อน นึกว่านายได้ครึ่งหนึ่ง” เทาเอ้อส่ายหัวเล็กน้อยที่พบว่าคำตอบของเสว่หลงไม่เป็นไปตามคาด


    ด้านหรูเพ่ยเพ่ยกำมือแน่นอย่างผิดหวังระคนไม่พอใจตนเอง “ไม่จริงฉันได้คะแนนแค่นี้จริงเหรอ?”


    เธอพบว่าคะแนนรวมทุกวิชาได้แค่ 110 คะแนนจากคะแนนเต็ม 300 คะแนนและคะแนนวิชาคณิตศาสตร์ของเธอได้แค่

    11คะแนนซึ่งต่ำกว่าเสว่หลงและต่ำกว่าเมื่อครั้งเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลายปีที่สอง


    นักเรียนส่วนใหญ่ของห้องสามส่งเสียงตื่นเต้นยินดีเมื่อมองเห็นคะแนนของตนเองสูงขึ้น


    เวลานี้มีนักเรียนชายคนหนึ่งที่วิ่งไปดูบอร์ดประกาศผลสอบซึ่งติดไว้หน้าอาคารวิชาการของโรงเรียน


    เหิงกังลุ่ยพูดส่งเสียงตะโกนอย่างตื่นเต้นดีใจและบอกกับเพื่อนๆด้วยเสียงอันสั่นจากอาการตื่นเต้นว่า


    “ห้องสามของพวกเราสุดยอดไปเลย เพื่อนนักเรียนซ่งเย่ได้คะแนนเกือบเต็มทุกวิชา”


    “เฮ้อาลุ่ยเกือบเต็มหรือ แล้ววิชาที่ไม่ได้เต็มคืออะไร?” ฟางซีซีแฟนคลับตัวยงของซ่งเย่ถามขึ้นอย่างสงสัย


    “เอ่อ วิชาภาษาประจำชาติหมวดเรียงความน่ะ ซ่งเย่ได้ 40 คะแนนจาก50 คะแนน” เหิงกังลุ่ยอธิบายตามจริง


    ซ่งเย่ที่เข้าดูผลสอบของตนเองในโทรศัพท์และทราบผลแล้ว เธอไม่ได้แสดงอาการพอใจหรือไม่พอใจแต่อย่างใด


    มีแค่สีหน้าเย็นชาเรียบเฉยอย่างเดียว


    คะแนนสอบวิชาต่างๆมีคะแนนเต็ม 50 คะแนน 6 วิชา รวมเป็น 300คะแนน


    คะแนนของซ่งเย่แต่ละวิชาดังนี้


    วิชาคณิตศาสตร์ ซ่งเย่ทำได้ 50 คะแนน วิชาฟิสิกส์ 50 คะแนนวิชาเคมี 50 คะแนน วิชาชีววิทยา 50 คะแนน


    วิชาภาษาอังกฤษ 50 คะแนน และวิชาภาษาประจำชาติ 40 คะแนน รวมทั้ง6 วิชา 290 คะแนน


    อีกสิบคะแนนที่หายไปคือการเขียนเรียงความในวิชาภาษาประจำชาติ


    “ซ่งเย่เธอไม่ต้องเสียใจหรอกนะ” ซูฉีหันมาปลอบใจซ่งเย่เมื่อเห็นเธอนิ่งเฉย


    ซ่งเย่เอียงคอเล็กน้อยและจ้องมองซูฉีอย่างไม่เข้าใจ


    นั่นเป็นเพราะว่าเธอไม่ได้รู้สึกเศร้าเสียใจกับคะแนนผลสอบนั่น


    เธอเข้าใจได้ว่าทัศนคติและบรรทัดฐานของอาจารย์อาจไม่ตรงกับเธอแค่นั้นเอง


    แต่เมื่อเห็นท่าทีใส่ใจของเพื่อนสนิทอย่างซูฉีซ่งเย่จึงตอบกลับให้เพื่อนสบายใจว่า “ไม่ต้องกังวล”


    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครานี้ข้าจะเหยียบย่ำพวกเจ้าเอง ที่คุณอ่าน

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440