หลังจากนอนยิ้มอยู่นานสุดท้ายจึงดำดิ่งสู่ห้วงนิทราในเวลาต่อมา เมื่อเช้าวันใหม่มาถึงซิ่วอิงก็รุดหน้าไปที่ห้องปรุงยาทันที เขาสั่งให้แม่นางซ่งเตรียมสมุนไพรทั้งหมดเข้ามาและจัดการเทส่วนผสมทุกอย่างลงไปในหม้อเพื่อจะลองปรุงในฉบับตนเองดูเสียก่อน
สิงเทียนชะโงกหน้ามองลงไปก็ไม่เห็นจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงสักนิด ผงยาที่ถูดบดจนละเอียดยังคงมีสีเขียวก่ำดังเดิม มิได้ดูแตกต่างจากก่อนหน้าแต่อย่างใด
“ท่านถอยไปหน่อย”
คนรับใช้โบกมือไล่เขา สิงเทียนที่ยืนเอามือไพล่หลังก้มมองก้นหม้อก็รีบเปลี่ยนตำแหน่งในการชม เดินเลี่ยงไปอีกทางและยื่นหน้าไปมองเช่นเดิม
“คุณชาย ถอยออกไปหน่อยขอรับ”
คราวนี้สิงเทียนถอนหายใจเสียงดังอย่างรำคาญ พร้อมหันไปถามกับสตรีที่ยืนอยู่ข้างหลัง “เ้าเชื่อใจเขามากขนาดนี้เชียวรึ”
ซ่งหลินคล้ายกับทำตัวไม่ถูกที่อีกฝ่ายชวนคุยเช่นนี้ นางว่า “ข้าไม่ติดปัญหาใดอยู่แล้ว บิดาข้ายังทำหม้อปรุงยาพังตั้งหลายใบเลย เขาขลุกตัวอยู่ในนี้นานหลายปีก็ยังทำไม่สำเร็จ หากซิ่วอิงทำไม่สำเร็จอีกคนก็คงไม่ใช่เื่แปลก”
ซิ่วอิงหัวเราะลั่นห้องพร้อมว่า “เชื่อฝีมือข้าสิ สูตรยาของพ่อเ้าน่ะใกล้จะสำเร็จแล้ว รบกวนช่วยหากระปุกแก้วมาให้ข้าทีสิ ที่ตั้งอยู่ในห้องครัวเ้าน่ะ”
นางพยักหน้ารับทราบ รีบวิ่งออกจากห้องปรุงยาไปในทันที ซิ่วอิงหันกลับมามองคนในห้องที่ขณะนี้กำลังสนอกสนใจหม้อปรุงยาของเขาอย่างถึงที่สุด เขากวักมือเรียกสิงเทียนให้เข้ามาใกล้ก่อนจะฉวยโอกาสเอื้อมมือดึงเส้นผมเส้นหนึ่งออกมาจากศีรษะอย่างรวดเร็ว
“โอ้ย ซิ่วอิง!”
สิงเทียนใบหน้าแดงก่ำ โทสะพวยพุ่งจนร้อนแรงเทียบเท่าเปลวไฟใต้หม้อปรุงยาเลยทีเดียว สายตาจ้องเขม็งมาทางเขาราวกับจะฆ่ากันให้ตายตรงนี้อย่างไรอย่างนั้น
ซิ่วอิงหัวเราะลั่นลอบกุมท้องตนเอง “ฮ่าๆ ๆ ข้าขอผมเส้นเดียวนะคุณชาย นี่น่ะวัตถุดิบชั้นดีเชียวล่ะ”
ทางนั้นถลึงตาใส่ “เหิมเกริมขึ้นทุกที!”
“แหะ ๆ นิดหน่อยน่าคุณชาย”
ครั้นได้วัตถุดิบชิ้นสุดท้ายมาแล้ว เขาก็โปรยมันลงไปในหม้อปรุงยาทันที กวนส่วนผสมจนเข้ากันสักพักยาในหม้อก็เปลี่ยนเป็สีเหลือง
เขายืนพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วเปิดส่วนผสมในแผ่นกระดาษดูอีกครั้ง รากไม้ ใบเขี้ยวแมว ผงสามสี ลูกบิดเบี้ยว น้ำสะอาดหนึ่งถ้วย และเส้นผม ไล่อ่านส่วนผสมทั้งหมดที่เพิ่มมาก็ตรงตามสูตรเป๊ะ แล้วทำไมตัวยาที่ได้จึงยังดูไม่สมบูรณ์อีก
ยืนนึกได้เพียงเสี้ยววิหนังหัวเขาก็กระตุกวูบและรู้สึกแสบจี๊ดขึ้นมา ข้างกายมีมือใหญ่ดึงผมเขาออกมากระจุกหนึ่งก่อนจะโปรยมันลงในหม้อ และแล้วก็เกิดแสงสว่างวาบแสบตาขึ้นมา เม็ดยาสีทองอร่ามลอยลิ่วขึ้นจากปากหม้อ เขารีบเอื้อมมือไปคว้าหมับก่อนจะหันมองสิงเทียนที่ยืนอยู่ข้างกัน
“สำเร็จแล้วคุณชาย! ได้เม็ดยามาแล้ว!”
สิงเทียนกลับมิได้ตื่นเต้นไปด้วย เพียงส่ายหน้าและพึมพำก่อนเดินออกจากห้อง “ไร้สาระสิ้นดี”
“…”
“ข้ามาแล้ว!”
ซ่งหลินที่เพิ่งกลับมาถึง ก็เห็นแค่ซิ่วอิงกำลังยืนกวนยาในหม้อลำพัง เดิมทีนางก็ไม่ได้สนใจเ้านายของอีกฝ่ายมากนัก จึงไม่ได้เอ่ยถามถึงอีกคนและตั้งหน้าดูวิธีปรุงยาต่อไป
ซิ่วอิงมอบกระดาษแผ่นน้อยให้นาง ในนั้นบอกสูตรและลำดับการใส่วัตถุดิบลงในหม้อปรุงยาทุกอย่าง เขากำกับทิ้งท้ายด้วยว่าเคล็ดลับมันอยู่ที่วัตถุดิบชิ้นสุดท้าย หากจะนำไปใช้รักษาผู้ใดก็ให้ใช้เส้นผมของคนผู้นั้นเป็ส่วนสำคัญ เพียงเท่านี้ก็จะได้ยาสูตรลับที่พ่อนางพยายามคิดค้นแล้ว
นางกอดกระดาษใบนั้นแแ่ ดวงตาสดใสคู่นั้นคล้ายจะหลั่งน้ำตาเต็มทน “ขอบใจเ้ามากเลยนะ ในที่สุดข้าก็ทำสำเร็จเสียที พ่อและแม่ข้าต้องภูมิใจมากแน่”
เขาเอ็นดูนางราวกับตนเองมีบุตรสาว ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาเห็นความเพียรพยายามนางมาตลอด มุ่งมั่นและตั้งใจสานต่อสิ่งสุดท้ายที่บิดาทิ้งไว้ให้สำเร็จ โดยไม่เคยย่อท้อต่ออุปสรรคใด ๆ เช่นนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นมาลูบหัวและกล่าวชม “เ้าเก่งที่สุดแล้ว พ่อแม่ของเ้าภูมิใจแน่”
“ฮืออ ท่านพ่อ..ท่านแม่..”
…
พอตกดึก ซิ่วอิงกลับมานอนที่ห้องก็รู้สึกแปลกใจขึ้นมา เขาหวนนึกหาสาเหตุแท้จริงที่สิงเทียนทำเช่นนั้นในห้องปรุงยา ทว่าคิดจนศีรษะแทบะเิก็คิดไม่ออกเสียที แม้ตนจะเป็ฝ่ายเริ่มก่อนด้วยความหมั่นไส้พระเอก แต่ใครจะรู้ว่าสิงเทียนกลับเอาคืนเขาในทันที ดึงผมหลุดมาเป็กระจุกจนหัวแทบล้าน มิหนำซ้ำเส้นผมของพวกเขากลับทำให้ปรุงยาออกมาสำเร็จอีก ช่างเหลือจะเชื่อ!
และแม้ตอนนี้เขาจะรู้สึกขอบคุณทั้งอยากคลานเข่าไปขอโทษ แต่อีกใจก็เกลียดพระเอกคนนี้จริง ๆ ที่ชอบทำรุนแรงใส่ตน เขาควรจะแกล้งพูดขึ้นให้อีกฝ่ายเผยไต๋เื่วิธีปรุงยาหรือควรจะถามออกไปตรง ๆ เพื่อคลายความสงสัยนี้ดี แต่หลังจากนอนชั่งใจอยู่นานสุดท้ายก็มิได้กระทำสิ่งใดตามที่คิดไว้เลย
ค่ำคืนนั้นเขาข่มตานอนไม่หลับทั้งคืนจนกระทั่งใกล้รุ่งสาง เมื่อตะวันเริ่มโผล่พ้นขอบฟ้าคนในห้องจึงเริ่มเก็บสัมภาระอันน้อยนิดและเตรียมจะจากไป พวกเขากล่าวอำลาต่อแม่นางซ่งเสร็จก็มุ่งหน้าเดินทางต่อ
สิงเทียนเงียบมาตลอดทางั้แ่ออกจากโรงกลั่นยา กระทั่งสุดท้ายทนไม่ไหวจึงได้เอ่ยปาก
“ความจริงที่นี่ก็ไม่เลว บรรยากาศร่มรื่น ผู้คนใจดี”
ซิ่วอิงได้โอกาสจึงรีบว่า “ใช่ขอรับ! ที่นี่เป็หมู่บ้านที่ดีมากจริง ๆ หนุ่มก็หล่อสาวก็สวย มีแต่คนที่ดูดีทั้งนั้นเลยขอรับ”
เขาได้ใจไปหน่อยจนเผลอพูดสิ่งที่ไม่ควรออกไป สิงเทียนสีหน้ากลับมาเ็าดังเดิมแล้ว ไม่มีการกล่าววาจาใดเพื่อต่อบทสนทนาของเขา เพียงนั่งอย่างสง่าอยู่บนหลังม้าเท่านั้น
ในระหว่างทางเดินต่างมีเสียงโห่ร้องสรรเสริญไม่หยุดปาก ‘คุณชายผู้น้ำใจงาม’ ‘ผู้ผดุงคนชั่ว’ ‘บุรุษผู้เที่ยงธรรม’ และอีกหลายสิบคำชมที่ถูกคิดค้นเอามาพูดยกยอ ซิ่วอิงได้แต่แอบก้มหน้าอมยิ้มคิดอย่างคนมีชัย
‘เห็นไหมล่ะฉันบอกแล้วว่านายจะได้ความดีความชอบทั้งหมดไปครอง ถึงแม้ตัวประกอบอย่างฉันจะตะลุยน้ำหรือกระโจนลงไฟแทนนายก็เถอะ ผลสุดท้ายคนที่ได้หน้ามันก็คือนายอยู่ดีนั่นแหละ ผ่านมานานขนาดนี้จนฉันลืมไปแล้วแท้ ๆ แต่ตัวประกอบอื่น ๆ กลับยังจดจำวีรกรรมอันดีงามได้อยู่อีก เชิดหน้าแล้วน้อมรับคำชมจากชาวบ้านไปซะพ่อพระเอก!’
เส้นทางสายน้อยทอดยาวจนสุดลูกหูลูกตา หนึ่งบุรุษผู้องอาจนั่งบนหลังอาชาแกร่ง และอีกหนึ่งคนรับใช้ที่เดินแบกย่ามต้อย ๆ หลังผ่านเขตตีนเขาที่ครึกครื้นมาแล้ว พวกเขาก็เข้าสู่เขตหมู่บ้านแห่งใหม่ ที่นี่สภาพแวดล้อมดูชุลมุนวุ่นวายต่างจากสองสามหมู่บ้านก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง
ข้างซอกกำแพงผุพังมีแก๊งนักเลงยืนคุยธุรกิจค้ายากันอย่างเมามันส์พร้อมพ่นควันบุหรี่พวยพุ่ง ทั้งสักทั้งเจาะจนดูพิลึกชอบกล แต่ก็คงจะไม่แปลกเท่าไหร่เพราะนี่มันไม่ใช่โลกธรรมดา แต่เป็โลกในนิยายที่มั่วซั่วและมัดรวมทุกชนชาติให้มาอยู่รวมกันอย่างไรล่ะ
ซิ่วอิงเผลอสบตากับหนึ่งในนั้น เขาใกลัวจนต้องรีบเร่งฝีเท้าให้ทันคนด้านหน้า ในหัวภาวนาขอให้รีบผ่านหมู่บ้านพิสดารนี่ไปเร็ว ๆ แต่แล้วม้าที่เดินกุบกับด้านหน้าพลันหยุดนิ่ง เขาแหงนมองสิงเทียนก็เห็นว่าฝ่ายนั้นกำลังสนใจบางสิ่งบางอย่างที่ตั้งอยู่ริมทาง
เมื่อหันไปมองเขาก็ต้องอ้าปากหวอ ป้ายไม้หน้าร้านขนาดใหญ่เขียนว่า ‘หอเสพสุข’ มองเข้าไปก็เห็นว่าคล้ายร้านอาหารอยู่บ้าง สิงเทียนไม่พูดไม่จา ลงจากม้าและจูงมันเดินไปยังป้ายที่ว่า เหล่าพนักงานต้อนรับเมื่อเห็นบุรุษวัยหนุ่มหน้าตาดีเดินไปหา จึงต่างวิ่งกรูกันออกมารับแขกผู้มาใหม่ทันที
“เรียนเชิญเ้าค่ะ หอเสพสุขของเรามีดีมากกว่าอาหารอร่อยและสุราเลิศรสอีกนะเ้าคะ” น้ำเสียงอ่อนหวานพูดเย้าพลางเดินมาจูงแขนให้เข้าไปยังด้านใน
“เดี๋ยวคุณชาย นี่มัน!”
“เข้ามาก่อนเ้าค่ะ”
ซิ่วอิงยังไม่ทันได้เอ่ยห้าม ก็ถูกลากตัวเข้าไปด้านในด้วยกันเสียแล้ว สิงเทียนดูสนใจที่นี่อย่างมาก เดินไปก็หันมองภายในร้านไปด้วย อีกคนที่เดินตามมาได้แต่กรอกตามองบน เมื่อครู่ที่เขาพยายามจะเรียกอีกฝ่ายนั่นก็เพราะว่า สถานที่แห่งนี้มันมากกว่าร้านอาหารทั่วไปน่ะสิ
ชื่อหอเสพสุขก็เขียนอยู่ทนโท่ว่าเป็สถานที่แบบใด ทั้งพนักงานในร้านก็มีสตรีมากกว่าบุรุษเกินครึ่ง ไหนจะแต่งกายด้วยชุดสีฉูดฉาดบาดตา เพื่อดึงดูดลูกค้าให้ไปต่อกันในเื่อย่างว่าอีก
เมื่อนั่งรอที่โต๊ะได้สักพัก ซิ่วอิงจึงเอ่ยขึ้นแทรกเสียงเพลงที่ดังอึกทึกนั้น “คุณชาย! นี่ท่านเข้ามาทำอะไรในนี้รึ”
สิงเทียนตอบเขาด้วยน้ำเสียงปกติ ทว่าคำพูดเ่าั้กลับถูกเสียงเพลงกลืนหายไปจนสิ้น จึงได้แต่ขมวดคิ้วถามซ้ำไปมา ซิ่วอิงพยายามมองปากอีกฝ่ายว่าพูดสิ่งใดสุดท้ายก็พอจะเดาออกบ้าง
สิ่งที่คุณชายผู้นั้นบอกต่อเขาและพอจะจับใจความได้ นั่นก็คือ พาเขามาเลี้ยงฉลองให้กับเื่ที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านตีนเขา ทั้งอยากลองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ดูบ้าง อย่างการเที่ยวสถานเริงรมย์ หรือแม้แต่ดื่มสุราเหมือนอย่างในตอนนี้
ตัวเขานั่งกะพริบตาปริบ ๆ ในหัวคิดวนไปมาว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น ลำดับคำพูดมันสลับกันไหมนี่ หาประสบการณ์ควรใช้ั้แ่เริ่มเดินทางสิ มิใช่มาใช้ใ
นที่แบบนี้!
ก็ไหนว่ารักเหล่าบรรดาเมียนักหนาไงเล่า! ไหนว่าหวงแหนความบริสุทธิ์ไว้ให้คนรัก แต่เท่าที่เห็นน่ะมันสวนทางกันมากกว่านะ เพิ่งจากกันกับแม่นางซ่งหลินมาไม่นานก็พุ่งตรงเข้าใส่ร้านเหล้าเลยหรือ