“ไม่จำเป็ต้องประจบประแจงเตรียมระดมกำลังพลของสำนัก ยึดครองแผ่นดินเป่ยหวง!”
“ถือโอกาสขยายอาณาเขตของสำนักว่านโซ่วเสียหน่อย!”
เซียนจื่อซานกล่าวเสียงแ่
แม้จะเป็ไปไม่ได้ที่จะกลืนกินแผ่นดินเป่ยหวงทั้งหมดทว่าเพียงครึ่งเดียวกอปรกับตระกูลซู ก็ถือเป็ประโยชน์อย่างยิ่ง
ท้ายที่สุดแล้วอาณาเขตมักจะนำมาซึ่งทรัพยากรและประชากรจำนวนมหาศาล
ครึ่งหนึ่งของแผ่นดินเป่ยหวงผนวกกับตระกูลซู ด้วยการพัฒนาเพียงไม่กี่พันปีก็เพียงพอที่จะทำให้อิทธิพลของสำนักว่านโซ่วขยายตัวขึ้นถึงหนึ่งในสาม
“ขอรับ!”
ดวงตาของผู้นำสำนักว่านโซ่วเป็ประกายหัวใจเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น
“เซียนเอ๋ย นานแล้วที่ไม่ได้สังหาร!”เซียนจื่อซานไม่ได้สนใจผู้นำสำนักว่านโซ่วอีกต่อไป ทว่ามือกลับลูบไล้คันศรขนาดใหญ่ดวงตาเปล่งประกายแผ่รังสีเย็นวาบ
บนใบหน้าที่หยาบกร้านและแก่ชรานั้น เผยร่องรอยของความโเี้และกระหายเือยู่เลือนราง
เขารอไม่ไหวแล้วที่จะใช้คันศรปลิดชีพเซียนสังหารซูฉางเซิง!
.........
อีกด้านหนึ่ง ตระกูลซู ณ เมืองเทียนหยวน
“ขอเชิญเ้าบ่าวเ้าสาวขึ้นมาบนเวที!”
ซูอวิ๋นยืนอยู่บนเวที ทำหน้าที่เป็พิธีกรเสียงทุ้มก้องกังวานไปทั่ว์และพิภพ
ส่วนเถ้าแก่หรือ
แน่นอนว่าไม่มีเลย
ครอบครัวของกู้ชิงเกอ รวมถึงคนในตระกูลของนางถูกสังหารโดยผู้นำตระกูลกู้ทั้งหมด
ส่วนซูฉางเซิง บัดนี้อายุหกพันปีแล้ว คนรุ่นราวคราวเดียวกันนอกจากจะมีไม่กี่คนแล้ว ภายใต้การกัดเซาะของกาลเวลา ก็ไม่มีผู้ใดเหลือรอดเลยตั้งนานแล้ว
ดังนั้นพิธีการที่ควรจะมีจึงถูกยกเลิกไป
ไม่นานนัก กลีบดอกไม้ก็โปรยปรายลงมาแสงศักดิ์สิทธิ์นับล้านดวงสาดส่อง รัศมีเซียนปกคลุม เงาของัในตำนาน หงส์ะรวมถึงเซียนและธิดา์มากมายปรากฏขึ้น
หมอกเซียนอันบริสุทธิ์แผ่ซ่าน ดวงดาวทอประกายพร่างพรางดอกราชพฤกษ์แบ่งบาน ธิดา์โปรยดอกไม้ เทพและปีศาจต่างสวดมนต์ ช่างเป็ภาพอันน่าอัศจรรย์มากมายที่ปรากฏขึ้นณ ที่แห่งนี้
ขับเน้นสถานที่จัดงานแต่งแห่งนี้ให้ดูราวดินแดนแห่งเซียน
“ช่างเป็ภาพอันน่าทึ่งจริงเสีย!”
“เหมือนจริงเสียนี่กระไร เราที่เป็ถึงระดับกึ่งเซียนนักบุญยังแยกไม่ออกว่าจริงหรือเท็จเลยทีเดียว!”
“ไม่ ภาพเช่นนี้คือของจริงแสงเซียน ดอกราชพฤกษ์ และดอกไม้์ ล้วนเป็แก่นสารสำคัญของพลังอันศักดิ์สิทธิ์ที่รวมตัวกันซึ่งบรรจุพลังมหาศาล หากผู้ฝึกตนระดับนิรันดร์ทั่วไปดูดซับก็ได้รับประโยชน์มิน้อย!”
“สำหรับผู้เยาว์นี่คือโอกาสอันยิ่งใหญ่ สามารถชำระล้างร่างกาย และสร้างประโยชน์ต่อการบำเพ็ญเพียรอย่างมาก!”
บนแท่นสูง ผู้นำและผู้ทรงพลังจากทุกสำนักล้วนตกตะลึง
นี่คือฝีมือของเซียนนักบุญหรือ
“เยี่ยมจริง!”
“นี่คือความกรุณาจากเซียนฉางเซิง!”
“รีบดูดซับเร็วเข้า!”
เหล่าอัจฉริยะและผู้ทรงพลังจากทุกสำนักต่างตื่นเต้นนอกจากการสรรเสริญแล้ว พวกเขายังได้โอกาสดูดซับพลังเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง
ทว่าไม่นานนัก พวกเขาก็พบว่าสิ่งเหล่านี้มิอาจดูดซับได้เลยอาจเพียงดูดซับได้เฉยๆ เท่านั้น แต่ประโยชน์หาได้มีไม่
ดังนั้นด้วยความผิดหวัง ทุกคนจึงเลิกดูดซับ และหันความสนใจกลับไปยังพิธีอีกครั้ง
ในขณะนี้ ซูฉางเซิงและกู้ชิงเกอขึ้นมาบนเวทีแล้วและกำลังเตรียมตัวดำเนินพิธีการ
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่ซูฉางเซิงก้าวขึ้นไปบนเวทีเสียงโลลิต้าผู้แสนเ็าและฟังดูเหมือนเครื่องจักรก็ดังขึ้นทันที
[ติ๊ง! ตรวจพบฮูหยินที่ตรงตามมาตรฐาน ‘ไป๋เยวี่ยเกอ’ บุตรสาวของราชวงศ์ไป๋อวิ๋นมีพร์ขั้นสูงสุด ในร่างกายมีรอยประทับจิติญญาของจักรพรรดินีไท่ยิน [ระดับทองคำ] แนะนำให้แต่งเป็ฮูหยิน!]
ยังคงเป็เสียงโลลิต้าที่เต็มไปด้วยความเ็าอันคุ้นเคย
ไป๋เยวี่ยเกอหรือ
รอยประทับจิติญญาของจักรพรรดินีไท่ยินหรือ
เมื่อได้ยินคำแนะนำของระบบ ซูฉางเซิงที่กำลังจะจับมือของกู้ชิงเกอก็ชะงักไปชั่วขณะรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
คาดไม่ถึงว่าจะมีฮูหยินที่ตรงตามมาตรฐานอีกนางหนึ่งยิ่งไปกว่านั้นยังมีความเกี่ยวข้องกับจักรพรรดินีด้วยหรือ
น่าสนใจ!
ซูฉางเซิงคิดในใจเมื่อมีผู้ที่ตรงตามมาตรฐานปรากฏขึ้น เขาไม่ปล่อยไปอย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น พลังจิตของเขานั้นน่ากลัวเพียงใดเพียงแค่คิดก็ครอบคลุมพื้นที่นับหมื่นลี้ รับรู้ถึงการดำรงอยู่ของบรรพชนไป๋อวิ๋น และเชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองได้
หลังจากคาดเดาเพียงเล็กน้อย ซูฉางเซิงก็เข้าใจเจตนาของบรรพชนไป๋อวิ๋นแล้ว
นี่คงเป็การอภิเษกเพื่อสร้างพันธมิตรทางอ้อมสินะ!
ซูฉางเซิงรู้สึกสนุกขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้สนใจมากนักหลังจากกวาดสายตามอง ก็เบนความสนใจกลับมายังกู้ชิงเกอที่อยู่เบื้องหน้า
ท้ายที่สุดแล้ว นี่คือฮูหยินที่ถูกต้องตามกฎระเบียบของเขา
แม้ว่าจะไม่ใช่คนเดียว ทว่าก็นับเป็คนแรกในตอนนี้โดยทั่วไปแล้ว เขาต้องให้เกียรตินาง
แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่เต็มใจก็ตาม ทว่าช่างประไร ยังไงซูฉางเซิงจะทำให้กู้ชิงเกอเต็มใจเอง
“ชิงเกอ!”
เมื่อคิดเช่นนี้ ซูฉางเซิงก็จับมือเล็กๆ ของนาง แล้วพลันััได้ถึงร่างกายที่แข็งทื่อเลยจ้องมองใบหน้าเล็กๆ ของกู้ชิงเกอด้วยสายตาที่อ่อนโยน ริมฝีปากเผยรอยยิ้ม
สายตาที่อ่อนโยนนั้นทำให้ร่างกู้ชิงเกอแข็งค้างและขนลุกเกรียวกราว
ฮูหยินของข้าช่างงดงามยิ่งนัก!
ซูฉางเซิงชื่นชมในใจ
แม้ว่าผ้าคลุมหน้าผืนสีแดงจะทำจากวัสดุทรงพลังระดับสูงสุดป้องกันการตรวจจับพลังจิตของเซียนนักบุญและปกปิดรูปลักษณ์ของเ้าสาวได้ แต่อย่างไรก็ปิดบังผู้ซึ่งเป็คนสร้างเองมิได้
โดยปกติแล้ว เขามองเห็นรูปลักษณ์ของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน
ต้องบอกว่ากู้ชิงเกอที่แต่งองค์ทรงเครื่องเป็เ้าสาวนั้นช่างงดงามหาคำเปรียบมิได้
งามล่มเมือง ทั้งยังงามล่มแผ่นดิน
“วันนี้เป็วันมงคลของเรา เ้าควรยิ้มให้มาก!”เมื่อมองไปยังกู้ชิงเกอที่มีสีหน้าแข็งทื่อ ร่างกายเกร็งไปทั้งตัว ซูฉางเซิงก็ยิ้มเหมือนมีเลศนัย
ต้องบอกว่าการได้เห็นจักรพรรดินีตัวแข็งและน้ำตาคลอเบ้าเช่นนี้
มันทำให้เขามีความสุขเหลือเกิน
มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะหยอกล้อ
หึหึ ไปตายซะ!
ไม่นานนัก ร่างกายของกู้ชิงเกอก็ผ่อนคลายลง สีหน้าเรียบเฉยและหัวเราะเยาะในใจ
นางจะจดจำความอัปยศนี้ไว้ในใจอย่างเงียบๆ แล้วสาบานว่าเมื่อใดพลังบำเพ็ญเพียรของนางเพิ่มพูน นางจะตบซูฉางเซิงให้ตาย!
ไม่สิ เช่นนั้นมันง่ายเกินไปสำหรับเขา
ต้องตีเขาจนเกือบตายก่อน แล้วค่อยทำให้เขากลายเป็ทาสรับใช้นางไปตลอดชีวิต!
ความแค้นภายในใจของกู้ชิงเกอในขณะนี้ไร้ซึ่งที่สิ้นสุดเสียแล้ว
“ไปกันเถิด ถึงเวลาพิธีอภิเษกแล้ว!”
ซูฉางเซิงจูงมือเล็กๆ ของกู้ชิงเกอ และเริ่มดำเนินพิธีสมรส
เนื่องจากซูฉางเซิงเป็เซียนนักบุญ พิธีการมากมายจึงถูกยกเลิกเหลือเพียงไม่กี่ขั้นตอน เช่น การคำนับซึ่งกันและกันของคู่บ่าวสาว!
“คู่บ่าวสาวคำนับซึ่งกันและกัน!”
ซูอวิ๋นะโก้อง ด้วยพลังบำเพ็ญเพียรระดับนิรันดร์ของเขาเสียงนี้ดังก้องไปทั่วเมืองเทียนหยวน กระทั่งแผ่ขยายไปทั่วพื้นที่นับหมื่นลี้
ผู้บำเพ็ญเพียรทั้งหมดที่เข้าร่วมงานเลี้ยง รวมถึงมนุษย์ธรรมดาต่างก็ได้ยินเสียงนี้ถ้วนทั่ว
ชั่วขณะหนึ่ง สายตามากมายมองจับมา
รวมถึงผู้นำสำนักที่เป็ระดับกึ่งเซียนนักบุญ เหล่าผู้ทรงพลังและเทพธิดาอัจฉริยะต่างๆจากทุกสำนัก
สมาชิกตระกูลซูยิ่งตื่นเต้นก็ยิ่งประหม่า
นี่เป็ครั้งแรกที่บรรพบุรุษฉางเซิงผู้ยิ่งใหญ่ของพวกเขาเข้าพิธีอภิเษก!
“หึๆ...”
ขณะที่ซูฉางเซิงมีรอยยิ้มในดวงตา กำลังจะคำนับพร้อมกับกู้ชิงเกอที่ใบหน้าแดงก่ำด้วยความขุ่นเคืองเสียงหัวเราะเยาะอย่างเ็าของชายชราก็ดังขึ้นทั่ว์และพิภพ
“คู่บ่าวสาวคำนับหรือ ไม่เป็ไร อีกไม่นานพวกเ้าก็จะกลายเป็คู่รักสิ้นชีพ!”
“ไปคำนับกันบนเส้นทางสู่อเวจีเถิด!”
ทันทีที่สิ้นเสียง
ตูม!
บารมีของเซียนผู้น่าเกรงขามอันไร้ขอบเขตพัดผ่านเข้ามาปกคลุมทั่วทั้งเมืองเทียนหยวน
ผู้บำเพ็ญเพียรและมนุษย์ธรรมดานับไม่ถ้วนต่างแสดงสีหน้าหวาดกลัว
ผู้นำสำนักระดับสูง เหล่าระดับกึ่งเซียนนักบุญต่างก็ลุกขึ้นยืนด้วยความใ ดวงตาล้วนสั่นไหว
มีเซียนนักบุญมาโจมตีหรือ!
สีหน้าของซูฉางเซิงพลันเย็นเยียบลงทีละน้อย ดวงตาเปล่งประกายรังสีอาฆาตน่าเกลียดน่ากลัว