ตอนที่73 ทำยังไงกับครั้งแรกดี
ครูอักษรไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลยจริงๆ ที่ๆมีคนอยู่เยอะแยะ เสียงอึกทึกครึกโครมที่ดังให้ได้ยินในร้านเหล้า ทำให้เธอรู้สึกปวดหัว แต่นี่คือการเข้าสังคม ครูอักษรย่อมไม่อาจทำตัวเป็นอีกาดำที่ถูกแบ่งแยกจากฝูงได้ เธอต้องพยายามทำตัวให้กลมกลืนกับกลุ่มเข้าไว้ เขาจะได้ไม่รู้ว่าเนื้อแท้เธอนั้นเป็นอย่างไร
“เฮ้อ...น่าเบื่อจริงๆ ถ้าหากยังอยู่โรงเรียนเดิมละก็คงดีกว่านี้...มั้งนะ” ครูอักษรถอนหายใจ พลางคิดถึงช่วงเวลาที่อยู่โรงเรียนดอนมด ครูบ้านนอกเป็นกันเอง ต่างจากครูในเมืองที่ใส่หน้ากากเข้าหากัน พวกเขาใส่ของแพง นาฬิกาหรู โทรศัพท์มือถือเครื่องละเป็นหมื่น ชอบออกรถป้ายแดงมาอวด เป็นแบบนี้อยู่เรื่อยไป
ครูอักษรรู้สึกเหนื่อย แต่อย่างใดก็ตามไม่ใช่ว่าเธอจะเข้ากับคนอื่นไม่ได้ เพราะเธอเองก็เป็นคนเมืองอยู่แล้ว พริบตาจึงเริ่มลืมเลือนบ้านนอกที่เคยไปสอน กลับเป็นคนเมืองเช่นวันวาน
เสียงเพลงเหงาอกหักอาจจะกระแทกใจใครหลายต่อหลายคน แต่สำหรับครูอักษรแล้ว เพลงแบบนี้ทำให้เธอนึกถึงนักเรียนที่อยู่ในปีนั้น...บาส...คนที่เคยพาเธอไปจับอึ่ง กินข้าวด้วยกัน ชิดใกล้แนบเนื้อจนเห็นเสื้อที่เปียกปอนรัดติ้วไม่รู้เพราะเหตุใด อาจเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ก็เป็นได้ จึงทำให้ใบหน้าของครูอักษรขึ้นสีแดงแจ๋ คล้ายกับผลเชอร์รี่....
“ครูอักษร...” กลุ่มครูอีกกลุ่มหนึ่งเข้ามาร่วมวงด้วย พวกเขาเป็นกลุ่มครูผู้ชายที่มาทีหลัง แต่ละคนมีแต่ชายวัยกลางคนมีลูกมีเมียกันหมดแล้ว แต่ยังมีบางคนเหมือนกันที่ยังโสดอยู่ แต่หน้าตาไม่ค่อยรับประทานเท่าไหร่
“ครูประหยัด ..” คนที่เข้ามาทักครูอักษรคือครูประหยัด สวมเเว่นกรอบหนา หัวโล้นน่าเกลียด ฟันเหลืองคล้ายกับไม่ได้แปรงมาหลายปี หากไม่ใส่ชุดสูทคงคิดว่าเขาเป็นคนเก็บขยะข้างทาง
ครูผู้หญิงที่อยู่ในกลุ่มรู้สึกรังเกียจครูประหยัดอย่างเห็นได้ชัด ไม่มีใครอยากอยู่ใกล้เขานัก เพราะว่าเขาชอบทำตัวน่ารังเกียจ สายตาของครูประหยัดที่มองมาเหมือนกับอสรพิษร้าย ดูกระหายใคร่อยากกลืนกินเหยื่อ...
“ผมขอนั่งตรงนี้ได้มั้ยครับ” ครูประหยัดเป็นคนที่พูดเพราะคนหนึ่ง แต่น่าเสียดายที่หน้าตาเขากลับไม่ให้ความรู้สึกดี“เชิญค่ะ”“ขอบคุณครับ”
ครูอักษรไม่อาจปฏิเสธได้ ด้วยความที่เธอเป็นคนอัธยาศัยดีเข้ากับคนอื่นๆ เป็นเหตุให้ครูประหยัดหลงคิดไปเองว่าครูอักษรมีใจให้ กลิ่นหอมอ่อนของผู้หญิงทำให้ครูประหยัดเกิดอารมณ์ เพียงแค่นั่งใกล้ๆแล้วดื่มเหล้าเคล้าครูอักษรข้างๆ เขาพลันรู้สึกราวกับตัวเองได้ขึ้นสวรรค์
ครูอักษรเห็นเช่นนั้นจึงเว้นระยะห่าง รู้สึกขยะแขยงตาหัวล้านนี่จริงๆ เผอิญช่วงเวลานั้นสายตาเธอตกไปที่มุมร้าน เห็นใบหน้าของคนที่คุ้นเคย ซึ่งเป็นคนที่ครูอักษรไม่เคยคิดว่าจะได้เจอด้วยซ้ำ
“มีอะไรหรือเปล่าครับ?” ครูประหยัดมองไปตามครูอักษร อยากรู้นักว่าเธอมองใครอยู่ถึงได้มีสีหน้าแบบนั้น
ครูอักษรไม่ได้พูดอะไร เพียงลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่นั่งของบาส ครูประหยัดมีสีหน้าประหลาด ตอนนี้เขารู้แล้วว่าครูอักษรมองใครอยู่ และนั่นทำให้เขาไม่พอใจ
“ไอ้เด็กที่ดูเหมือนนักเลงนั่นคือสเปคเธอเหรอ? ที่จริงแล้วครูอักษรชอบคนแบบนี้...” ครูประหยัดพูดอะไรไม่ออก เพราะสิ่งที่เห็นมันทำให้เขาคิดได้แต่แบบนั้นจริงๆ
ใบหน้าของบาสบวมเป่ง ดูก็รู้แล้วว่าถูกอัดมาซะน่วม คงเป็นเด็กเกเรไม่เอาไหน เป็นได้แค่ผัวของสก๊อยยามราตรี แต่อย่างใดก็ตามไอ้เด็กนี่กลับเป็นที่หมายปองของครูอักษร นั่นทำให้ครูประหยัดโกรธจนตัวสั่น แต่ครั้นจะเดินเข้าไปต่อว่าก็ยังไงอยู่ เพราะเขาไม่ได้เป็นอะไรกับครูอักษร ทำได้เพียงนั่งมองอยู่ตรงนี้เท่านั้น
“ขอนั่งด้วยได้มั้ยคะ”
บาสที่นั่งฟังเพลงเบาๆช้อนตาขึ้นไปมอง คราวแรกว่าจะด่าผู้หญิงคนนี้ซะหน่อยที่เข้ามาไม่ดูเวลา แต่เมื่อเห็นว่าเป็นใครเขาถึงกับลุกขึ้นยืน “ครูอักษร...”“จะเรียกพี่ว่าครูอีกทำไมล่ะ ตอนนี้เราไม่ได้เป็นนักเรียนกับครูแล้วนะ ตอนนี้เราเป็นพี่น้องกันไม่ใช่เหรอ?” “โอ้..นั่นสินะพี่”
บาสเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ไม่ได้เป็นเด็กนักเรียนของเธออีกแล้ว และถึงแม้จะเป็นเช่นนั้นแต่เขากลับรู้สึกว่าเธอยังคงน่ากลัวเหมือนเดิม ยายครูจอมโหดประจำโรงเรียนสมัยเด็กๆ
“ว่าแต่จะให้พี่ยืนอยู่แบบนี้เหรอ หรือว่าบาสนั่งรอใครอยู่หรือเปล่าเอ่ย...” ครูอักษรไม่รู้ว่าตอนนี้บาสมีแฟนแล้วหรือยัง ถ้ามีเธอก็จะถอยให้ แต่ถ้าหากไม่มีก็จะนั่งลงตรงนี้ ถึงแม้จะโดนสายตาตำหนิจากพวกครูที่มาด้วย แต่ครูอักษรไม่เเคร์อยู่แล้ว
“บาสไม่ได้รอใครหรอก นี่ก็มานั่งคนเดียว นั่งสิพี่เจน” “ขอบใจนะ” “แล้วพี่มาได้ยังไง อย่าบอกนะว่าเดี๋ยวนี้หัดเป็นสาวนักดื่มแล้ว”
บาสนั่งลงบนเก้าอี้ตัวเดิม เขามองครูอักษรแปลกๆ ถึงแม้บาสจะย้อนเวลากลับมาแต่ไม่รู้ทั้งหมด รู้เพียงแค่ว่าครูอักษรเสียลูกแล้วกลายเป็นบ้า เรื่องส่วนตัวอย่างเป็นสาวนักดื่มหรือชีวิตส่วนตัวของเธอเขาไม่เคยรู้
“หน้าพี่เหมือนผู้หญิงแบบนั้นเหรอ?”“ไม่รู้สิ ยิ่งอยู่ที่นี่ด้วย พี่เลยยิ่งดูเข้ากับแสงไฟแปลกๆ”“จริงเหรอ? ความจริงแล้วพี่ไม่ได้ชอบมาที่แบบนี้หรอกนะ แต่ที่มาเพราะกลุ่มครูตรงโน้นชวนพี่มา”
บาสหันไปมองกลุ่มครูที่ว่า มีคนมองมาทางนี้เหมือนกัน สงสัยอยากจะรู้ว่าเขาเป็นใครจนเนื้อตัวสั่น
“ว่าแต่เราเถอะ เป็นอะไรเนี่ย อย่างกับเพิ่งไปมีเรื่องกับใครมาแน่ะ” หากเป็นคนอื่นครูอักษรคงไม่กล้าถามแบบนี้ แต่บาสเคยเป็นนักเรียนของเธอ จึงรู้สึกเป็นห่วงอย่างบอกไม่ถูก
บาสเอามือลูบหน้าที่ช้ำด้วยหมัดหนักๆ ก่อนจะแสยะยิ้มเยาะเย้ยตัวเอง
“ไม่มีอะไรหรอกพี่ แค่หมามันกัดน่ะ”“งั้นก็ดีแล้ว” ครูอักษรไม่อยากซักไซ้ให้เสียบรรยากาศ เพราะถึงอย่างไรนี่ก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา ถ้าเขาอยากจะพูดก็คงพูดออกมาเอง“แล้วพี่ทำไมถึงมากับกลุ่มครูตรงนั้นได้ ดูยังไงก็ไม่น่าใช่ครูจากโรงเรียนดอนมดนะ”“อ๋อ...คือว่าพี่ย้ายที่สอนแล้วน่ะ”“หา...? ย้ายแล้วเหรอ”“ใช่ ทำไมเหรอ”“เปล่าหรอก ไม่มีอะไร”
“ที่จริงพี่ก็ไม่อยากย้ายหรอกนะ แต่พ่อพี่น่ะสิ เห้อ...ดันหาผู้ชายมาให้พี่ซะได้ พี่เลยต้องกลับมาที่เมืองแบบนี้ หาที่ทำงานใหม่ โชคดีที่ได้เส้นสายของแม่ พี่เลยได้โรงเรียนดีๆน่ะ แต่อย่างที่เห็นครูหนุ่มแทบไม่มีเลยมีแต่อะไรไม่รู้” น้ำเสียงของครูอักษรค่อนข้างเศร้า แต่ใบหน้าเธอเวลานี้ดูมีเสน่ห์อย่างน่าประหลาด
“อ๋ออย่างนี้นี่เอง แล้วพี่ตกลงหรือเปล่าละ”“เรื่องอะไรหรอ”“ก็...ผู้ชายที่พ่อหามาให้ไง”“อ๋อ เรื่องนั้นนั่นเอง พี่จะทำอะไรได้ล่ะบาส งานแต่งก็ถูกกำหนดไว้แล้ว พี่มีแต่ต้องทำตามเท่านั้นแหละ”
บาสไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี พ่อของครูอักษรดูเหมือนจะเป็นตาแก่เผด็จการ ชอบสั่งลูกทำนู่นทำนี่ และการเป็นครูนี่ดูๆแล้วคงเป็นความคิดของพ่อเธอแน่ๆ ครูอักษรคงเก็บกดตั้งแต่ยังเด็ก จนมาถึงเหตุการณ์สูญเสียลูกเธอจึงกลายเป็นบ้า เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เธอที่ดูมีอนาคตสดใสกลับกลายเป็นหญิงวิปริตที่อยู่ในโรงพยาบาลจิตเวชตลอดชีวิต
ในขณะที่ครูอักษรและบาสคุยกันอย่างออกรสออกชาติ ไม่รู้เหมือนกันว่าครูประหยัดไปเอาความกล้ามาจากไหนถึงเดินมาหาครูอักษร บางทีอาจเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ก็ได้ ถึงทำให้เขามีความกล้าแบบนี้
“ครูอักษร กลับไปนั่งโต๊ะของเรากันเถอะน่า คุณจะมานั่งอยู่กับไอ้เด็กนี่ทำไม ดูเนื้อตัวมันสิ มอมแมมเหมือนกับลูกหมา ดูก็รู้ว่าเป็นนักเลงข้างถนนชัดๆ” ครูประหยัดพูดไปแล้วก็กระดกเหล้าดื่มดังอึกๆ ใบหน้ายิ่งแดงเถือก
“ฉันจะนั่งตรงไหนมันก็เรื่องของฉันไม่เกี่ยวกับคุณ อีกอย่างการที่คุณดูถูกคนที่เพิ่งเจอกันนี่ออกจะเกินไปหน่อยมั้ย!” ครูอักษรเม้มริมฝีปากแน่น นี่คงเป็นครั้งแรกที่รู้สึกโกรธ โดยเฉพาะตอนนี้อีกฝ่ายทำตัวน่ารังเกียจ น่าขยะแขยงจนครูอักษรอยากจะหนีไปให้พ้นๆ
“ไม่เอาน่า ผมรู้นะว่าคุณมีใจให้ผม ถ้าไม่งั้นตลอดมาคุณคงไม่ยอมให้ผมนั่งข้างๆหรอก...จริงมั้ย”
“หึ! ที่จริงฉันก็ไม่อยากจะพูดหรอกนะ แต่ที่ฉันยอมให้คุณนั่งด้วยที่ผ่านมาเป็นเพราะความสงสารเท่านั้น เห็นว่าหน้าตาของคุณอมทุกข์ คล้ายกับคนที่ถูกเมียพาชู้มาเอาที่บ้าน ทำไม? อีแก่ที่บ้านไม่ให้อึ๊บหรือไงถึงได้ชอบเข้ามาใกล้ๆฉันฮะ!”
“นี่คุณ...!”
“โอ้เกือบลืมไป หัวของคุณน่ะมันโคตรจะอุบาทว์ ทำไมไม่หัดส่องกระจกดูตัวเองบ้าง วิกน่ะรู้จักมั้ย หัดซื้อมาใส่ซะบ้างสิจะได้ดูดี!” บาสถึงกับนั่งอึ้งไม่ต่างจากคนอื่นๆ โดยเฉพาะกลุ่มครูพวกนั้นแล้วนี่คงเป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์มาก พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าครูอักษรที่ดูเงียบๆติ๋มๆแบบนี้จะแรงถึงขนาดพ่นคำหยาบ เรื่องนี้เกินความคาดหมาย แต่ไม่มีใครไม่เห็นด้วยกับครูอักษร เพราะพวกเขารู้อยู่แล้วว่าครูประหยัดเป็นคนยังไง หมอนี่มันน่ารังเกียจจริงๆนั่นแหละ
“ไปกันเถอะบาส” ครูอักษรจับมือบาสออกจากร้านเหล้า ปล่อยให้คนข้างในอึ้งกันอยู่อย่างนั้น โดยเฉพาะครูประหยัด เวลานี้ดูเหมือนเขาจะสร่างเมาเรียบร้อยแล้ว
“อีดอกนี่! อย่าให้ถึงทีกูนะมึง พ่อจะจัดการให้สลบคาเตียงเลยคอยดู” ครูประหยัดไม่ได้กลับไปนั่งกับกลุ่มครู แต่เลือกขับรถจากไปด้วยความโกรธและอับอาย
ส่วนบาสที่งุนงงอยู่รู้ตัวอีกทีก็เข้ามาอยู่ในรถของครูอักษรแล้วความเร็วของรถพุ่งสูงขึ้นในอัตราที่น่ากล้ว โดยเฉพาะตอนนี้ครูอักษรอยู่ในอารมณ์ที่ไม่มั่นคง บาสจึงนั่งเกร็งจนฉี่แทบเล็ด“นี่.. ไหนๆพี่ก็จะแต่งงานแล้ว ครั้งแรกของพี่....พี่ควรจะทำยังไงกับมันดี” ครูอักษรหันมามองบาส..