คนของท่านราชครูลอบตามดูตงซิงอีอยู่หลายวัน จนเมื่อเห็นว่าตงซิงอีเริ่มระแคะระคายเื่การหายตัวไปของท่านเทพโอสถแล้ว จึงรีบกลับไปรายงานท่านราชครูทันทีเพื่อทำตามแผนต่อไป
ตงซิงอีเรียนรู้เื่การค้าจากหลิวหยางมาจนหมดเปลือกแล้ว จึงได้มีเวลานึกถึงอาจารย์ของตน นางรู้ว่าท่านอาจารย์ชอบความสงบจึงไม่ค่อยไปเรียกหาเมื่อคุ้นชินกับเมืองนี้แล้ว แต่วันนี้นางลองไปเคาะเรียกอยู่นาน แต่กลับไม่มีใครออกมาเปิดประตูสักที นางจึงถือวิสาสะเข้าไป แต่นางกลับพบเพียงความว่างเปล่า เตียงนอนเย็นเฉียบเหมือนไม่เคยมีคนนอนบนเตียงมานานแล้ว เพียงคิดได้แค่นี้ ก็ยิ่งทำให้นางสงสัยใคร่รู้นักว่าท่านอาจารย์หายไปไหนกันแน่ ั้แ่ที่บอกนางครั้งสุดท้ายว่าจะไปหาสหายเก่าก็หลายวันแล้ว หลังจากนั้นนางก็แทบไม่ได้เจอท่านอาจารย์เลย สหายของท่านอาจารย์คือผู้ใดกัน!?
ยิ่งคิดก็ยิ่งทำให้นางห่วงใยท่านอาจารย์ของนางนัก ตงซิงอีรีบออกไปหาท่านอาจารย์ใช้วิชาตัวเบาะโดูไปทั่วทุกจุดที่น่าสงสัย นางวิ่งวุ่นไปทั่วทั้งเมืองแต่ก็หาท่านอาจารย์ไม่พบ ไร้เบาะแส เหมือนไม่ได้ถูกจับตัวไป แต่เป็การเต็มใจไป นางจะทำเช่นไรดี ท่านอาจารย์ของนางหากจะไปไหนนานๆ ย่อมต้องบอกกล่าวนางก่อน ไม่ใช่หายไปเช่นนี้!!
ตงซิงอีเคร่งเครียดจนหัวคิ้วขมวดชนกัน ท่านอาจารย์ของนางชราภาพมากแล้ว อายุ 60 กว่าปีแล้ว ซ้ำยังมาหายไปเช่นนี้ ยิ่งทำให้นางห่วงใยนัก แต่ก็จนปัญญาจะตามหา
“ท่านอาจารย์ ท่านอยู่ที่ใดกัน?”
นางรำพึงรำพันออกมาอย่างเลื่อนลอย ความวิตกกังวลทำให้ตงซิงอีแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ท่านอาจารย์ของนางตอนนี้จะเป็อย่างไรบ้าง
ฟิ้ว ปึ๊ก!!
อยู่ดีๆ มีมีดบินพร้อมกับกระดาษผูกอยู่ตรงด้ามมีดปักคาเสาในห้องพักของนาง ตงซิงอีรีบวิ่งออกไปดูยังทิศทางที่มีดนั้นซัดเข้ามาทันที แต่กลับไม่พบเจอสิ่งใดแล้ว นางรีบหยิบมีดออกมาและคลี่กระดาษออกดูทันที
“หากเ้าอยากให้อาจารย์ของเ้าปลอดภัย ให้มาเจอข้าที่กระท่อมร้างนอกเมืองทางทิศตะวันออกในยามเหม่าพรุ่งนี้!”
ตงซิงอีกำกระดาษแผ่นนั้นแน่น ปากเม้มเข้าหากันกัดฟันจนเืแทบไหลออกมา ใครกันกล้าเอาอาจารย์นางมาเป็ข้อแลกเปลี่ยนเช่นนี้ นางจะทำให้พวกมันอยู่ไม่สู้ตายแน่นอน
ทุกอย่างได้ถูกเตรียมการวางแผนเอาไว้ล่วงหน้าแน่นอน ตงซิงอีนำอาวุธในมิติออกมาตรวจสอบ ทั้งอาวุธลับ ยาพิษและะเิที่มารดาตนทำไว้ให้ เมื่อดูแล้วว่ามีครบนางจึงเก็บเข้ามิติ เมื่อจะใช้นางเพียงนึกคิดมันก็จะออกมาให้นางได้ใช้กำจัดคนชั่วเ่าั้ที่บังอาจจับตัวอาจารย์ของนางไป
เมื่อถึงเวลานัดหมาย ตงซิงอีแต่งกายด้วยชุดดำทั้งตัว นางใช้วิชาตัวเบาะโไปตามกิ่งไม้พลางมองหากระท่อมร้างที่เป็จุดนัดพบ สายตาสอดส่ายไปมาจนเจอกระท่อมที่คาดว่าจะเป็ที่นัดหมายแล้ว นางจึงค่อยๆ โรยตัวลงมาช้าๆ ไม่ใกล้ไม่ไกลกระท่อมหลังนั้น
พวกมันซุ่มอยู่ที่ใดกัน? หรืออยู่ด้านในทั้งหมดอย่างนั้นรึ? ในใจตงซิงอีเริ่มขุ่นมัว เมื่อไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ภายนอกกระท่อมเลย
นางค่อยๆ เดินไปยังประตูกระท่อมช้าๆ และค่อยๆ ผลักประตูเข้าไป มันถูกเปิดออกอย่างง่ายดาย ในนั้นมีชายแก่อายุไม่ต่างจากอาจารย์ของนางมากนักแต่หน้าตาท่าทางเ้าเล่ห์ รูปร่างใหญ่โต ผมสีขาวแซมดำนั่งอยู่บนเก้าอี้เพียงผู้เดียวพร้อมโต๊ะน้ำชาตรงหน้า ส่วนอาจารย์ของนางถูกจับขึงกับท่อนไม้อยู่ด้านหลังเขา อาจารย์ถูกโซ่ล่ามทั้งมือและขาตรึงเอาไว้ ร่างกายมีร่องรอยาแมากมาย ซ้ำยังมีเืไหลกลบปาก เป็ภาพที่ตงซิงอีแทบไม่อยากมอง นางเห็นอาจารย์ของนางในสภาพเช่นนี้แล้วแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่ แต่นางจะอ่อนแอไม่ได้ จิตใจนางเริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มือไม้สั่นไปหมด ด้วยเจอภาพของท่านอาจารย์นางเป็เช่นนี้
“เ้า้าสิ่งใด!? เหตุใดต้องจับตัวอาจารย์ข้ามาทรมานเช่นนี้!!”
“ข้าเพียงขอให้เขาพาเ้ามาเป็อนุของข้าเท่านั้น แต่เขาไม่ยอมร่วมมือกับข้า ข้าจึงต้องจับเขาไว้เช่นนี้อย่างไรเล่า แม่นางคนงามของข้า หากเ้าอยากให้ข้าปล่อยตัวเขา เ้าก็ยินยอมเป็ของข้าซะดีๆ แล้วข้าจะปล่อยเขาไป ตอนนี้ในร่างกายเขามีพิษ 7 ราตรี ข้าให้เขากินั้แ่วันแรกที่เขามาหาข้า จนถึงตอนนี้ก็คือวันที่ 7 แล้ว เ้าคิดว่าเขาจะทนได้นานแค่ไหน?”
“อาจารย์ข้าบอกว่าไปหาสหาย อย่าบอกนะว่าเ้าคือสหายของท่านอาจารย์ข้า เหตุใดเ้ากล้าทำกับคนที่นับเ้าเป็สหายเช่นนี้!!”
“ข้ากับเขาเคยเป็สหายกันสมัยยังหนุ่ม แต่ตอนนี้ห่างเหินกันไปนานมากแล้ว ข้าเห็นเขาเดินอยู่กับเ้าจึงได้เรียกเขามาพูดคุยเื่เ้าเท่านั้น ไม่ได้คิดคบค้ากับคนรักสันโดษเช่นนี้หรอก หากไม่ใช่เพราะเ้างดงามล่มเมืองถึงเพียงนี้ ข้าย่อมไม่คิดจะใส่ใจเขา ถึงแม้เขาจะเป็เทพโอสถแต่ก็ไม่ได้เก่งกาจอันใดอย่างที่คนเล่าลือเลย ถูกพิษของข้าแล้วยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เช่นนี้ เ้าคิดว่าเ้ายังจะนับถือเขาเป็อาจารย์อยู่อีกรึ ทั้งไว้ใจคนง่าย โง่งมจริงๆ”
“นี่เ้า! จะเกินไปแล้วนะ! เ้าลอบทำร้ายอาจารย์ข้าหน้าด้านๆ หากนับถือเป็สหายกันจริงย่อมเชื่อใจกัน แต่เ้าอาศัยความไว้ใจของอาจารย์ข้าลอบกัดเช่นนี้ ช่างไร้ยางอายจริงๆ”
“ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเลยนะแม่นางน้อย ช่างหาญกล้านัก หากอาจารย์เ้าตาย ใครจะช่วยเ้าได้อีก! ตอนนี้เ้าไม่ต่างกับอยู่ในกำมือข้า จะบีบก็ตาย จะคายก็รอด เ้ายังกล้าเหิมเกริมอีกรึ!”
“หึ ฝันไปเถอะ!”
ตงซิงอีรีบปล่อยะเิควันออกไปตรงหน้าของชายแก่ผู้นั้น แล้วรีบซัดมีดที่คมที่สุดของนางจากในมิติตัดโซ่ล่ามมือและขาของอาจารย์นางทันที เมื่ออาจารย์นางกำลังจะล้มลงกับพื้น ตงซิงอีรีบะโเข้าไปรับตัวทันทีอย่างว่องไว แม้นางจะร่างเล็ก แต่นางฝึกฝนวรยุทธทุกวันจนแข็งแกร่งยกหินก้อนใหญ่ได้สบาย เพียงอาจารย์ของนางผู้นี้ เหตุใดนางจะอุ้มไม่ได้ นางมองหน้าอาจารย์ที่สลบไม่รู้สึกตัวอย่างหดหู่ ดวงตาเห่อร้อนขึ้นมาทันที คราบเืเปรอะเปื้อนตามเสื้อผ้าท่านอาจารย์มากมาย นางรีบร้อนรีบพาอาจารย์ออกจากกระท่อม โดยไม่คิดหันหลังไปมองชายผู้นั้นอีก แต่เมื่อออกมาจากกระท่อม กลับมีกลุ่มคนชุดดำมากมายยืนล้อมรอบรอนางอยู่ด้านนอก!
“เ้าคิดว่าข้าจะปล่อยเ้าหนีไปง่ายๆ รึ ข้าเป็ถึงราชครูของแคว้นนี้ หากเ้าไปอยู่กับข้าย่อมสุขสบายไปตลอดชาติ เ้าแก่นี่ข้าก็จะให้ยาถอนพิษแก่เขาเอง เ้าจะว่าอย่างไร จะยินยอมไปดีๆ หรือไม่? หรือต้องให้ใช้กำลัง!”
ตอนนี้ตงซิงอีอุ้มท่านอาจารย์อยู่ สร้อยคอของนางมีเืวิเศษของมารดา แต่มือนางไม่ว่างที่จะถอดออกมาป้อนท่านอาจารย์ได้ ตอนนี้มีเพียงพาท่านอาจารย์หนีไปก่อนที่จะพ้นราตรีที่ 7 นี้ให้ได้ก่อนเท่านั้น คิดได้ดังนั้นตงซิงอีรีบอุ้มท่านอาจารย์ะโขึ้นสูงเพื่อใช้วิชาเหาะเหินเดินอากาศที่อาจารย์สอนนาง แต่มันกลับไม่ได้ผล เมื่อ้ามีตาข่ายั์ปกคลุมอยู่รอบๆ กระท่อมแห่งนี้
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ข้าคิดไว้แล้ว ว่าเ้าแก่นี่ต้องสอนวิชานี้แก่เ้า ตอนนี้เริ่มมืดแล้ว เ้าคิดว่าเ้าแก่นี่จะทนไปได้สักกี่น้ำกัน!”
ตงซิงอีได้แต่จ้องมองหน้าชายแก่ที่ยืนอยู่ทางด้านข้างนางไม่ไกลอย่างจะกินเืกินเนื้อ นางจะป้อนยาท่านอาจารย์อย่างไรดี ตอนนี้จะทันหรือไม่นะ แต่คนกลุ่มนี้จะปล่อยให้นางช่วยอาจารย์ได้รึ?
“เ้ามันชั่วช้า! เ้าต้องไม่ตายดีแน่”
ตงซิงอีได้แต่ระบายความอัดอั้นออกไปอย่างโกรธแค้น นางอายุเพียง 18 ปี ยังไม่เคยเจอเหตุการณ์ระหว่างความเป็ความตายเช่นนี้มาก่อน ทั้งกับคนที่นางห่วงใยเช่นนี้อีก นางคิดอะไรแทบไม่ออกได้แต่ระบายออกไปเช่นนั้น