ย้อนเวลาไปเป็นคุณแม่ลูกสามผู้แสนดีของคุณทหารคลั่งรักในยุค 70

    บทที่ 10 สั่งสอนจางอวี้

    บทที่ 10 สั่งสอนจางอวี้

      

    เจียงเยว่มองดูการแสดงของจางอวี้ เธอไม่ได้ส่งเสียงอะไรออกมาเลย

     

    ตอนนี้จางอวี้กำลังลืมตัว อีกเดี๋ยวก็จะร้องไห้แล้ว

     

    มองดูในชามที่แดงฉาน รูปร่างหน้าตาสวยงามเหลือเกิน ได้กลิ่นหอมฟุ้ง จางอวี้อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลาย เธอยกชามขึ้น ดื่มน้ำซุปหม้อไฟในชามอย่างรวดเร็ว

     

    พอเข้าปาก จางอวี้ก็รู้สึกว่ามันเผ็ดมาก สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว อยากจะคายออกมา แต่นึกถึงราคาของสิ่งเหล่านี้ เธอก็เสียดาย จึงพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะกลืนลงไป

     

    “แค่ก ๆ”

     

    ใบหน้าของจางอวี้แดงขึ้นทันที ในลำคอก็รู้สึกร้อนวาบ มี๰่๥๹หนึ่งที่เธอรู้สึกว่าหายใจลำบาก

     

    ทำไมถึงได้เผ็ดขนาดนี้

     

    จางอวี้หอบหายใจ น้ำตาไหลออกมาทันที

     

    “เผ็ดจนจะตายอยู่แล้ว แค่ก ๆ ๆ”

     

    จางอวี้มองไปยังน้ำซุปหม้อไฟที่เหลืออยู่ในชาม ตอนนี้เธอไม่กล้าที่จะกินต่อแล้ว เธอถือชามแล้ววิ่งกลับบ้านทันที


    เจียงเยว่เห็นจางอวี้วิ่งด้วยความเร็วเหมือนแข่งวิ่งร้อยเมตรก็อดหัวเราะไม่ได้

     

    เธอมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังห้องนั่งเล่น ตอนนี้ห้าโมงเย็นแล้ว เธอหุงข้าวไว้แล้ว จึงตัดสินใจทำหม้อไฟก่อน

     

    เจียงเยว่ใส่เนื้อแห้ง หัวไชเท้า และส่วนผสมอื่น ๆ ลงไปก่อน ส่วนเนื้อหมูและเนื้อวัวที่ซื้อมา จะใส่ตอนใกล้สุก

     

    ไม่นานนัก นอกจากกลิ่นหอมของหม้อไฟแล้ว กลิ่นของเนื้อแห้ง หัวไชเท้า และผักอื่น ๆ ก็ลอยออกมา เจียงเยว่ซื้อฟองเต้าหู้ เห็ดหูหนู ลูกชิ้น เนื้อสไลด์ เธอตัดสินใจตอกไข่ใส่ลงไปอีกสองสามฟอง เพราะเธอต้มไข่ไว้สิบกว่าฟองตอนต้มเนื้อแห้ง

     

    เจียงเยว่ยังพบเห็ดหูหนูและเห็ดหอมแห้งที่มุมห้อง เธอแช่น้ำร้อนไว้ก่อนหน้านี้ ตอนนี้ใส่ลงไปในหม้อหมดแล้ว

     

    หม้อใบใหญ่เต็มไปด้วยของกิน

     

    พี่สะใภ้คนอื่น ๆ ที่มาดูกลับไปแล้ว ตอนนี้เหลือแค่ถังจาวตี้ หลินหลิง หยางหง และโจวเฉียว สี่คน

     

    หยางหงเป็๲ภรรยาของรองผู้บัญชาการกองร้อยหยาง โจวเฉียวเป็๲ภรรยาของรองผู้บัญชาการกองร้อยโจว ทั้งคู่เป็๲ลูกน้องของลู่อวี้

     

    เห็นเจียงเยว่ทำอาหารมากมายขนาดนี้ ถังจาวตี้และหลินหลิงก็รู้สึกเป็๲ห่วงอยู่บ้าง

     

    “สหายเจียง พวกนี้แพงมาก”

     

    “ไม่แพงหรอก ฉันอยากให้พวกเธอทานกันอย่างมีความสุข”

     

    ถังจาวตี้ หลินหลิง และคนอื่น ๆ มองดูแล้วเดินออกไป ไม่นานนัก แต่ละคนก็ถือของบางอย่างเข้ามา

     

    “สหายเจียง นี่...”

     

    เมื่อเห็นสิ่งของที่พวกเธอถือมา เจียงเยว่ก็ปฏิเสธอย่างรวดเร็ว แต่ถังจาวตี้ หลินหลิง และคนอื่น ๆ ยืนกรานให้เจียงเยว่รับไว้

     

    ด้วยน้ำใจที่ไม่อาจปฏิเสธ เจียงเยว่จึงรับของมาด้วยรอยยิ้ม เธอตัดสินใจว่าเมื่อน้ำซุปแข็งตัวแล้ว เธอจะแบ่งให้พี่สะใภ้ละคนสี่ก้อน

     

    ตอนนี้คอของจางอวี้แสบร้อนจนทนไม่ไหว เธอดื่มน้ำเย็นไปเยอะมาก แต่ก็ยังไม่ดีขึ้น

     

    ตอนนี้ใบหน้าและร่างกายของเธอเริ่มคันและเจ็บ

     

    “เหอลี่ เว่ยเวย จางวั่ง…”

     

    ลู่อวี้เชิญคนสนิทมาแปดคนมา

     

    ตั้งใจกลับมาก่อนเวลา เพราะคิดว่าภรรยาคงทำอาหารไม่เป็๲ เขาจึงเรียกคนพวกนี้มาช่วยทำอาหาร

     

    ภรรยาของเขาซื้อของมามากมาย พอสำหรับให้คนเหล่านี้กินอิ่มหนำได้หนึ่งมื้อ พวกเขาอยากกินอาหารมื้อใหญ่ ก็ต้องลงแรงกันหน่อย ไม่อย่างนั้นจะทำให้ภรรยาเหนื่อย

     

    เหอลี่ เว่ยเวย และคนอื่น ๆ ได้ยินลู่อวี้บอกว่าจะเลี้ยงอาหารเย็น๻ั้๹แ๻่บ่ายแล้ว พวกเขารู้สึกประหลาดใจมาก

     

    “ผู้กองลู่ ได้ยินว่าพี่สะใภ้ซื้อของมาเยอะเลย พวกเราคงจะได้กินอาหารอร่อยแน่ ๆ”

     

    “พี่สะใภ้ช่างใจกว้างจริง ๆ”

     

    ทุกคนกำลังพูดคุยกันอย่างมีความสุข พอถึงหน้าประตูบ้านก็ได้กลิ่นหอมของหม้อไฟ

     

    “บ้านไหนทำอาหาร ทำไมหอมจัง”

     

    “หอมมากเลย”

     

    “กลิ่นนี้ชวนน้ำลายสอจริง ๆ”

     

    ลู่อวี้ได้กลิ่นหอมนี้ ดูเหมือนจะเป็๲หม้อไฟเสฉวน?

     

    ในบ้านพักทหารมีคนทำอาหารแบบนี้เป็๲ด้วยเหรอ?

     

    “พี่สะใภ้บ้านไหนทำอาหารอยู่เหรอครับ? ทำไมหอมจัง” จางวั่งถามภรรยาทหารที่อยู่ข้างถนนด้วยรอยยิ้ม

     

    “ภรรยาของผู้กองลู่กำลังทำอาหารอยู่น่ะค่ะ วันนี้ตอนบ่าย กลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วบริเวณที่พักเลยค่ะ”

     

    สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่ลู่อวี้

     

    อะไรนะ?

     

    พวกเขาไม่ได้ฟังผิดใช่ไหม?

     

    เจียงเยว่ทำอาหารงั้นเหรอ? ไม่ใช่ว่าเจียงเยว่เป็๲คนจากเมืองใหญ่ เป็๲คุณหนูที่ไม่เคยแตะงานบ้านงานเรือน แล้วจะทำอาหารที่หอมขนาดนี้ได้อย่างไร?

     

    ลู่อวี้นึกถึงคำพูดของภรรยาวันนี้ เขาจึงเร่งฝีเท้าเร็วขึ้น

     

    ยิ่งเดินเข้าใกล้บ้าน กลิ่นก็ยิ่งหอมมากขึ้น

     

    ในบ้านมีเสียงคนพูดคุยกันหลายคน และยังมีเสียงเด็ก ๆ พูดคุยอย่างสนุกสนาน

     

    “ผู้กองลู่กลับมาแล้ว”

     

    ทันทีที่เข้าประตูมา ลู่อวี้ชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นเหล่าภรรยาทหารอยู่ในบ้าน เขาพยักหน้าทักทายทุกคน แล้วรีบเดินไปยังห้องครัว


    ในครัว เจียงเยว่ได้ใส่เครื่องปรุงทั้งหมดลงไป ตอนนี้พร้อมที่จะยกออกจากเตาได้แล้ว 

     

    “ภรรยา” 

     

    เมื่อได้ยินเสียงของลู่อวี้ เจียงเยว่จึงหันกลับมา

     

    “คุณกลับมาได้จังหวะพอดีเลย ช่วยตักของในหม้อนี้ลงในชามใหญ่บนโต๊ะหน่อย”

     

    เมื่อเห็นของในหม้อใบใหญ่ ลู่อวี้ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วรับผ้าเช็ดมือจากเจียงเยว่ ก่อนจะยกหม้อใบใหญ่เดินไปที่ห้องนั่งเล่น

     

    หลังจากตักอาหารลงในชามแล้ว ลู่อวี้ก็กลับเข้าครัว

     

    “ยังต้องผัดอะไรอีกไหม? ผมจะผัดให้” 

     

    ลู่อวี้เอ่ยถาม

     

    จางวั่งและคนอื่น ๆ เดินเข้ามาในครัวและพูดว่า “พี่สะใภ้ มีอะไรให้พวกเราช่วยทำบ้างครับ?”

     

    “เสร็จหมดแล้วค่ะ” เจียงเยว่พูดด้วยรอยยิ้ม “เชิญทานได้เลยค่ะ”

     

    เจียงเยว่ทำปลาราดซอสพริก หมูผัดพริกหยวก วุ้นเส้นผัดหมูสับ ผัดกะหล่ำปลี และหม้อไฟหมาล่าอีกหนึ่งหม้อใหญ่

     

    แม้จะมีเพียงห้าอย่าง แต่ปริมาณก็มากพอ เจียงเยว่ยังนึ่งซาลาเปาและหมั่นโถวด้วย


    เจียงเยว่ส่งชามให้พวกเขา

     

    ทุกคนมองดูอาหารบนโต๊ะด้วยความตะลึง

     

    “ฝีมือการทำอาหารของพี่สะใภ้ช่างยอดเยี่ยมจริง ๆ”

     

    “หม้อใหญ่นี่ดูน่าอร่อยมากเลย”

     

    “มีของกินเยอะแยะเลย”

     

    “ฝีมือทำอาหารของพี่สะใภ้สุดยอดจริง ๆ”

     

    เหอลี่และคนอื่น ๆ มองดูหม้อใหญ่บนโต๊ะ อดไม่ได้ที่จะชื่นชม

     

    พี่สะใภ้คนอื่น ๆ ก็พากันชื่นชม

     

    “ฝีมือของสหายเจียงดีกว่าพ่อครัวในภัตตาคารซะอีก”

     

    “กลิ่นหอมจริง ๆ”


    ลู่อวี้ฟังคำชมจากทุกคน สายตามองไปที่ภรรยาของตน

     

    เธอยืนอยู่ตรงนั้น ใบหน้ามีรอยยิ้ม กำลังพูดคุยกับทุกคนอย่างยิ้มแย้ม

     

    “ทุกคนทานอาหารกันเถอะค่ะ”

     

    เจียงเยว่มองไปที่ลู่อวี้ ลู่อวี้ยิ้มให้เจียงเยว่ แล้วก็เอ่ยปากเชิญทุกคน

     

    แล้วเธอก็ชงไมโลให้กับเด็ก ๆ