ตอนที่ 4
ผ่านไปเป็เดือนอัญชิสาจึงมีโอกาสดีติดต่อหาแฟนเก่าเมื่อยุทธนาต้องเข้ากะดึก
“สวัสดีค่ะ นี่อัญนะ”
“อัญหรือ ผมนึกว่าคุณจะไม่โทรมาแล้วเสียอีก”
น้ำเสียงของภาธรฟังดูดีใจเป็อยากมากเขาคงคิดว่าเธอจะไม่โทรหาเหมือนที่ผ่านมากระมัง
“ผมคิดถึงคุณรู้ไหม”
ชายหนุ่มพูดออกมาตรง ๆ ทำเอาหญิงสาวตั้งตัวไม่ถูกยกมือขึ้นปิดปากตัวเองก่อนจะเผลอยิ้มออกมา ใช่จริง ๆ ด้วยภาธรยังคงรักเธออยู่ไม่เสื่อมคลาย
“คุณหยุดงานวันไหนหรือ?”
“วันพุธค่ะ”
“งั้นดีเลย เราไปดูหนังกันนะ เอ่อ...จริงสิผมลืมถามไปว่าคุณสะดวกหรือเปล่า”
“สะดวกค่ะ อัญสะดวก” รีบตอบออกไปเพราะกลัวเขาเปลี่ยนใจ
ปฏิบัติการทวงคืนแฟนเก่าของหญิงสาวจะต้องสำเร็จผล แต่ก่อนอื่นนั้นเธอจะต้องรีบหาวิธีตีตัวออกห่างจากยุทธนาแต่เนิ่นๆ ใจหนึ่งนั้นก็รู้สึกผิดไม่น้อยหวนคิดถึงเพลงที่ชายหนุ่มเคยพาไปร้องคาราโอเกะท่อนที่ว่า เปรียบกับพี่เป็แค่ขอนไม้ต่อให้รักเ้ามากเพียงไหน ผุพังไป พึ่งพาก็ได้ไม่นาน
เขาคงไม่รู้ว่าเพลงที่ตนชอบร้องจะกลายมาสอดคล้องกับชีวิตจริงแต่จะทำอย่างไรได้ โลกมันก็เป็แบบนี้แหละ อัญชิสาไม่ใช่คนบูชาความรักเธอเคยทำให้ภาธรและคนอื่นเ็ปมาแล้วเพราะความเห็นแก่ตัวของเธอเองคราวนี้จะทำกับยุทธนาอีกสักคนจะเป็ไรไป
หญิงสาวขอสัญญาว่านี่จะเป็คนสุดท้ายที่เธอจะทำนิสัยอย่างนี้พอได้ลงเอยกับภาธรสำเร็จเมื่อไหร่จะปรับปรุงตัวเป็คนใหม่ทันที
อัญชิสาบอกยุทธนาในตอนเช้าเมื่อเขากลับมานอนที่ห้องว่า ตนจะกลับไปอยู่บ้านสักพักเพราะแม่โทรตามชายหนุ่มก็ไม่ว่าอะไร กลับยินดีด้วยที่หญิงสาวจะได้ไปปรับความเข้าใจคืนดีกับคนในครอบครัว
ชุดแมกซี่เดรสปาดไหล่สีขาวพิมพ์ลายดอกไม้หวาน ๆส่งเสริมภาพลักษณ์ให้อัญชิสากลับมาดูเหมือนเป็ลูกคุณหนูอีกครั้งไม่ใช่พนักงานบริการระดับล่างเหมือนวันทำงาน
“วันนี้คุณสวยมากเลยครับ”
ภาธรยิ้มชมอย่างแจ่มใส แล้วยื่นมือไปให้เธอจับรู้สึกว่าอัญชิสาจะมีความน่ารักขึ้นเป็กอง เธอคล้องแขนเขาไว้ตลอดที่อยู่ในโรงไม่มีความถือเนื้อถือตัวเหมือนกับแต่ก่อน ลองแกล้งล้วงถุงป๊อบคอร์นเลยไปบริเวณขาอ่อนแต่หญิงสาวก็ไม่มีท่าทีปฏิเสธแต่อย่างใดทำให้ใจชื้นขึ้นเป็กอง เมื่อเอื้อมแขนไปโอบไหล่เธอก็เอียงคอมาซบได้กลิ่นน้ำหอมโชยแตะจมูกทำให้เขาเริ่มคิดไปไกลมากกว่าภาพยนตร์ที่ดู
ราวกับมีแรงดึงดูดมหาศาลระหว่างชายหญิงที่เคยเป็แฟนกันใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้หญิงสาวไม่เลี่ยงหลบขัดขืนปรือตาลงเผยอรับจุมพิตหวานฉ่ำ ชายหนุ่มรู้สึกดีมาก ๆ คลอเคลียอยู่ครู่ใหญ่กว่าจะผละออกจากแม้ภายในโรงจะมืดแต่เขาก็เห็นว่าเธอก้มหน้าเขินอาย ชายหนุ่มอยากจะพาเธอไปต่อที่อื่นแต่อัญชิสาบอกยังไม่พร้อมจึงจบแค่การไปทานข้าวกับเดินชอปปิ้งก่อนกลับ
หญิงสาวหิ้วถุงเสื้อผ้ากระเป๋าและรองเท้าที่เขาซื้อให้เข้าไปเปิดดูในห้องอย่างดีใจนี่สิสมกับเป็ผู้จัดการโรงแรมหรู ถูกแล้วที่เธอเลือกเขามากกว่ายุทธนาภาธรสามารถเลี้ยงดูเธอได้ดีกว่านี้แน่นอน
อัญชิสากลับไปที่คอนโดของยุทธนาเพื่อเก็บข้าวของกลับมาอยู่บ้านตนเองอย่างถาวร
“อัญจะไม่กลับมาที่นี่แล้วหรือ?”
“มาสิคะ แต่อาจจะค้างเหมือนเดิมไม่ได้ ตอนนี้พ่อกำลังป่วยอัญคงต้องอยู่ดูแล” คำโกหกโดยอ้างบุพการีขึ้นมาทำให้คนมีความกตัญญูอย่างยุทธนายอมเชื่อง่ายดาย
“แล้วถ้ามีปัญหาทะเลาะกันแล้วแม่ไล่ออกจากบ้านอีกล่ะ”
“ไม่มีแล้วค่ะ เราพูดคุยปรับความเข้าใจกันแล้วเพื่อเห็นแก่พ่อต่อให้ทะเลาะกันอีกอัญก็จะอดทน”
“ผมคงคิดถึงคุณมาก”
ชายหนุ่มเดินเข้ามาโอบเอวคอด ส่วนอีกมือหนึ่งก็ดึงสายเดี่ยวที่มัดเป็โบว์ตรง่ไหล่ออกหญิงสาวรู้ได้ทันทีว่าเขามีความ้าอะไร ใจหนึ่งก็อยากตัดความสัมพันธ์ทิ้งไปโดยไวเพราะไหนๆ เธอก็เลือกภาธรแล้ว แต่เพราะเห็นแก่ความดีของเขาที่ผ่านมาจึงยอมให้มีการร่ำลากันเป็ครั้งสุดท้าย
ผู้จัดการใหญ่กับพนักงานระดับล่างแอบนัดพบกัน่วันหยุดเรื่อยมา แรก ๆ ก็จบลงที่การดูหนัง ชอปปิ้งและทานอาหารมา่เดือนสุดท้ายก่อนครบสัญญาจ้างที่อัญชิสายอมให้ภาธรพามาจบลงในโรงแรมม่านรูด
“อัญยังไม่รู้เลยว่าจะไปหางานที่ไหนดี”
“งั้นทำที่นี่ต่อไหมล่ะครับผมจะให้ฝ่ายบุคคลจ้างพวกคุณเป็พนักงานประจำต่อเลย”
“พวกคุณ? หมายถึงจ้างทั้งหมดห้าคนหรือคะ”
“ใช่ครับถ้าจ้างคุณคนเดียวเดี๋ยวจะมีคนสงสัยเพราะอัญก็ไม่ได้เก่งหรือโดดเด่นอะไร”
นี่เขาจะบอกว่าเธอทำงานไม่ได้เื่งั้นสิ!
คิดถึงยัยชะนีพวกนั้นที่ชอบจิกหน้าใส่แถมยังแอบนินทาลับหลังแล้วเธอก็เกลียดเข้าไส้อยากจะบอกว่าฉันไม่ได้เกิดมาเหมาะสมกับงานประเภทนี้เท่ากับพวกหล่อนก็เลยทำไม่ถนัดยิ่งตอนเห็นส่งสายตาหวานหยดย้อยให้กับภาธรแล้วเธออยากจะฟ้อนเล็บใส่เข้าไปแสดงความเป็เ้าของให้รู้แล้วรู้รอดไปจะได้เลิกมั่นหน้ามั่นโหนกกันเสียที
“ไม่เอาค่ะ อัญไม่อยากอยู่หลบ ๆ ซ่อน ๆ แบบนี้อีกแล้ว กฎบ้าบออะไรก็ไม่รู้ทำไมถึงต้องห้ามคนรักกันด้วย อัญอยากคบกับคุณแบบเปิดเผยนะคะ”
“หรือครับ” มือจับที่คางสีหน้าครุ่นคิด“ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่นี่หรืออยู่ที่ไหนความสัมพันธ์ของเราก็ต้องเป็แบบนี้อยู่ดี”
“ทำไมล่ะคะ” ถามอย่างไม่เข้าใจ
“อยู่ที่นี่ก็ต้องทำตามกฎถ้าไม่ทำตามกฎคุณก็ต้องออกไปอยู่ที่อื่น ซึ่งเราก็คงต้องห่างกันอยู่ดีมันก็ไม่เห็นจะต่างกันเลย”
อัญชิสาอยากจะพูดว่าให้เขาขอเธอแต่งงานเสีย แต่ก็กระดากปากไม่กล้าบอกออกไปโต้งๆ กลัวภาธรคิดว่าเธอกำลังจะจับเขาอยู่ หล่อนยังอยากให้ตนดูเป็ผู้หญิงมีค่าในสายตาของชายหนุ่มอยู่เหมือนเช่นเดิม
ภาธรหยุดบทสนทนาด้วยการหันหลังลุกจากเตียงไปอาบน้ำระหว่างทางที่ขับรถมาเขาก็เอาแต่เงียบเหมือนคิดเื่อะไรในใจอยู่ไม่พูดไม่จากับเธอเลยสักคำ
หญิงสาวยืนมองตามไฟท้ายรถด้วยท่าทางเชื่องซึมก่อนจะเปิดประตูยุทธนาก็ขับมอเตอร์ไซค์มาจอดที่หน้าบ้านทำให้เธอใไม่น้อยเขาควรจะทำงานอยู่ที่โรงแรมนี่นา...แล้วมาได้อย่างไร
“ไปไหนมาหรืออัญ?”
เธอไม่ตอบคำถาม แต่ย้อนกลับว่าเขาไม่ได้เข้างานหรอกหรือ
“พอดีเราแลกเวร แล้วอัญล่ะ ไปไหนมาทั้งวันติดต่อก็ไม่ได้แล้วเมื่อกี้รถใครทำไมดูคุ้น ๆ”
คนมีชนักติดหลังแอบสะดุ้งโชคดีที่ยืนอยู่ในมุมมืดทำให้เขาไม่สังเกตเห็นใบหน้าเปลี่ยนสีของเธอ
“อะ เอ่อ เพื่อนเก่าน่ะ พอดีไปเจอกันโดยบังเอิญแล้วก็คุยสารทุกข์สุขดิบกันหลายเื่ เห็นว่าจะช่วยหางานใหม่ให้เราด้วยนะ”
ชายหนุ่มมองจ้องหน้านิ่งและนาน ไม่รู้จะเชื่อคำพูดของเธอหรือไม่มันทำให้อัญชิสารู้สึกอึดอัดเป็อย่างมาก แต่แล้วเขาก็พูดเสียงหวานเสียงอ่อยขึ้นมา
“อัญไปที่ห้องกับเราหน่อยได้ไหม”
หญิงสาวรู้ได้ทันทีว่าเขาหมายความว่าอะไรแต่เธอไม่อยากให้เื่มันค้างคาคาราคาซังนานเพราะกลัวภาธรจะรู้ระแคะระคายเข้าในสักวันหนึ่ง อัญชิสาไม่คิดจะห่วงความรู้สึกของยุทธนาเลยสักนิดกลับแคร์แฟนเก่าที่มีฐานะดีมากกว่าจึงต้องรีบตัดไฟราคะเสียแต่ต้นลม
“มันดึกแล้วพรุ่งนี้เราต้องเข้างานเช้า”
“ไม่นานหรอกแป๊บเดียวเองนะ นะ นะ”
ยุทธนาออดอ้อนน่ารักทั้งแววตาและน้ำเสียง ทั้งน่าสงสารและน่าเห็นใจไปพร้อมกันที่กำลังจะถูกหญิงสาวเขี่ยทิ้งโดยไม่รู้ตัว
“นะอัญนะ ครั้งนี้ครั้งเดียวครั้งสุดท้ายก็ได้เผื่ออัญได้งานใหม่ไม่รู้ว่าเราจะยังได้เจอกันอีกหรือเปล่า”