บทที่ 5
เรียกตัว!
“เออ...คือ...อ้า...ผู้ชนะคือ ปราณ!”
กว่าที่พิธีกรสนามจะพูดออกมาได้ก็คงอึ้งและงงพอสมควร สักพักถึงจะมีเสียงปรบมือกึกก้อง คลายความตื่นตะลึงเมื่อครู่
ท่านเ้าเมืองตบขาฉาดใหญ่สีหน้าไม่พอใจ ก่อนจะพยักหน้ากับตัวเองแล้วลุกขึ้นยืนพูด
“เอาล่ะ...เอาล่ะ ผลสรุปคือเ้าเป็ฝ่ายชนะลูกชายของข้า ดังนั้นเดิมพันที่วางไว้เ้าจะได้ตามที่ข้าลั่นวาจาไปแล้ว”
เสียงปรบมือและชื่นชมยินดีกับปราณแต่เ้าหนูปราณกลับไม่ได้รู้สึกดีใจแม้แต่น้อย
ท่านเ้าเมืองเรียกปราณให้เขาไปหาพร้อมมอบถุงเงินจำนวน 1,000 เหรียญทองให้เป็รางวัล
“เอาล่ะเ้าหนูปราณ ไม่ต้องคิดมาก ข้าพูดคำไหนเป็คำนั้นและเ้าอาจจะสงสัยในตัวข้าเหมือนๆ กับที่ชาวบ้านสงสัย โดยเฉพาะข่าวไม่ดีเกี่ยวกับตัวข้าข้าไม่สนใจหรอกนะกับเื่ที่มันไม่ใช่ความจริงข้าหวังเพียงแต่้าให้บ้านเมืองสงบสุข การปกครองจะต้องมีทั้งพระเดชและพระคุณจึงไม่ต้องแปลกใจที่มีทั้งคนรักและชังข้า”
ท่านเ้าเมืองตบบ่าปราณเบาๆแล้วลุกขึ้นไปยังรถม้า โดยสั่งให้ทหารติดตามอุ้มเทวาตามไปด้วย
**********
หลังจากการประลองชาวบ้านต่างก็ดีใจกับชัยชนะของปราณ โดยเฉพาะป้าร้านขายผลไม้ ที่คอยดูแลปราณจากนั้นไม่นาน ปราณก็มาท้ายหมู่บ้าน มาพบท่านลุงตามปกติ
“ท่านเ้าเมืองไม่เห็นเหมือนที่เขาพูดกันเลยนี่ครับท่านลุง”
“หึหึหึ ปากคนก็พูดไปเรื่อยแหละ อะไรที่ถูกใจตัวเองก็ว่าดีอะไรที่ขัดใจตัวเองก็ว่าไม่ดี เราก็อย่าพึงเชื่ออะไรใครง่ายๆจนกว่าจะได้รู้ด้วยตัวเอง เห็นด้วยตาตัวเอง มีหลักอยู่ 10ข้อ ที่เ้าต้องพึงจดจำให้แม่น เพื่อจะได้ไม่ตัดสินใครโดยเ้ายังไม่รู้จักเขาดีพอ”
ปราณมองท่านลุงด้วยความตั้งใจเขารู้แน่ว่าสิ่งที่ท่านลุงแนะนำหรือสอนเขาเป็สิ่งที่ดีแม้ในวันนี้เขาอาจจะไม่เข้าใจ แต่ได้พิสูจน์แล้วว่าในอนาคตเขาจะเข้าใจได้เอง
“หลักสิบประการนี้เรียกว่า หลักกาลามสูตร ๑๐ ได้แก่ ๑) อย่าเชื่อโดยฟังตามๆกันมา ๒) อย่าเชื่อโดยการสืบต่อกันมา ๓) อย่าเชื่อโดยการเล่าลือของคนหมู่มาก ๔)อย่าเชื่อโดยการอ้างตำราหรือคัมภีร์ ๕) อย่าเชื่อโดยตรรกะเหตุผลอย่างเดียว ๖)อย่าเชื่อเพราะการอนุมานคาดเดาเอาเอง ๗)อย่าเชื่อเพียงเพราะเห็นด้วยตาหรือลักษณะอาการที่เห็น ๘)อย่าเชื่อเพราะถูกจริตในใจตน ๙) อย่าเชื่อเพราะคนพูดดูน่าเชื่อถือ ๑๐)อย่าเชื่อเพียงเพราะเป็ครูหรือผู้สอนเรา”
“ถ้าเช่นนั้นสิ่งที่ข้าได้ยินรวมไปถึงสิ่งที่ผู้คนพูดเกี่ยวกับท่านเ้าเมืองมันก็อาจจะไม่ใช่เลยสิครับ?”
“หึหึหึ เ้าได้พูดคุยัักับท่านเ้าเมืองแล้วเป็ยังไงบ้างล่ะลองอธิบายให้ข้าฟังสิ?”
“อือ...ท่านเ้าเมืองก็เป็คนตรงๆ พูดก็ว่าถูก ผิดก็ว่าผิดไม่เคยให้ท้ายเทวาเหมือนที่ชาวบ้านพูดกัน พอได้พูดคุย ได้รู้จักข้าก็รู้สึกว่าท่านเ้าเมืองเมตตาข้ามากๆ”
“ท่านเ้าเมืองนิสัยเหมือนกับที่ชาวบ้านพูดกันไหมล่ะ?”
“ก็ไม่เลยนี่ครับ”
“ถ้าเ้าตัดสินไปแล้วว่าคนนั้นดีหรือไม่ดีด้วยการกระทำของพวกเขาเพียงไม่กี่ครั้ง โดยที่ยังไม่รู้จักตัวตนของเขาเลยแต่พอฟังคนพูดกรอกหูในเื่ไม่ดีของเขามากขึ้นเรื่อยๆเ้าอาจจะตัดสินคนผิดก็ได้จากความเชื่อนั้น และถึงแม้ตอนนี้เ้าจะรู้นิสัยจริงๆของท่านเ้าเมือง หากพยายามแก้ต่างให้คนเชื่อว่าท่านเ้าเมืองไม่ได้เป็คนเลวแบบที่คิดกัน...”
ท่านลุงลูบหัวเด็กน้อยด้วยความเอ็นดูแล้วแนะนำต่อ
“...ก็ไม่ได้หมายความว่าชาวบ้านจะเชื่อเ้า เผลอๆ เ้าเองนั่นแหละที่จะถูกเกลียดชังเพิ่มขึ้นด้วยอีกหนึ่งคน ดังนั้น ความคิดของคน เ้าไม่มีสิทธิ์ที่จะบังคับให้คิดตามได้แม้กระทั่งเ้าเองก็ไม่ควรเชื่อคำใส่ร้ายใครๆจนกว่าเ้าจะสามารถพิสูจน์ได้ด้วยตัวเอง ปล่อยวางสิ่งที่ไม่เกี่ยวกับเ้าใครจะคิดแบบไหน ยังไง ปล่อยเขาไป การไม่สร้างศัตรู คือสิ่งสำคัญที่สุดและถ้าหากเ้าอยากที่จะให้เขาเชื่อมั่นในตัวเ้า ต้องทำให้เขาศรัทธาเพราะความศรัทธาจะเป็จุดเริ่มต้นในการโน้มน้าวใจพวกเขาได้”
“ครับท่านลุง ข้าจะจำไว้ ไม่ตัดสินใครหากยังไม่รู้จักเขาดีพอ”
จากนั้นท่านลุงก็ฝึกฝนพลังหมัดให้ปราณต่อไปคราวนี้ปราณสามารถใช้พลังได้สุดแรงมากขึ้น เพราะพลังฌานในร่างกายมีการไหลเวียนพร้อมที่จะบ่มเพาะฝึกปรือให้พลังฌานก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง สิ่งสำคัญประการสุดท้ายหลังจากการฝึกฝน คือ การทำสมาธิ
“ต่อไปข้าจะสอนอานาปานสติ ๑๖ ให้กับเ้านั่นคือการกำหนดรับรู้ มีสติกับลมหายใจเข้าออกซึ่งแบ่งด้วยกันทั้งหมด ๔ ระดับได้แก่ กายานุปัสสนา เวทนานุปัสสนา จิตตานุปัสสนา ธรรมานุปัสสนา ระดับละ ๔ ข้อรวมทั้งหมด ๑๖ ข้อ การฝึกของเ้าในครั้งนี้ เป็การฝึกที่เรียกว่า กายานุปัสสนา ๔มีด้วยกัน ๒ คู่ คู่แรก มีสติรู้ลมหายใจเข้าออกยาวหรือสั้น คู่ที่สองมีสติรู้ขนาดลมหายใจที่หลั่งไหลเข้าไปอยู่ในกายของเ้าและค่อยๆ สงบลง จากนั้นเ้าจะรับรู้ถึงความนิ่งของร่างกาย ฝีกอย่างนี้ให้เคยชินแล้วการพัฒนาพลังฌานยุทธ์จะรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ส่วนระดับต่อๆ ไปข้าจะอธิบายหลังจากที่เ้าฝึกกายานุปัสสนา ๔ ได้จนเป็อัตโนมัติแล้ว
โอฬารปฐีตัวน้อย พยักหน้าแล้วหลับตา กำหนดลมหายใจเข้าออกอย่างช้าๆ จนเขาเริ่มรับรู้ถึงพลังลมหายใจที่ผ่านเข้าสู่ร่างกาย ผ่อนหนักเบายาวสั้น รู้ได้ถึงขนาดของลมหายใจที่เป็กองรวมกันภายในร่างกาย ก่อนที่จะค่อยๆจางหายไป เขารู้สึกถึงจิตััที่เด่นชัดมากขึ้น แม้หลับตาแต่ในหัวเกิดภาพเงาลางๆ ของท่านลุงที่นั่งอยู่เบื้องหน้า
**********
รุ่งเช้ามีประกาศจากทหารยามรักษาการณ์ให้ปราณเข้าพบท่านเ้าเมืองทำให้พ่อค้าแม่ค้าและผู้คนในหมู่บ้านต่างพูดในแง่ร้ายต่างๆ นานาบ้างก็ว่าเื่ที่ปราณชนะการประลอง อาจจะทำให้ท่านเ้าเมืองโกรธและเงินรางวัลที่มอบ ก็อาจจะริบคืนได้ไม่มีใครสักคนที่พูดถึงท่านเ้าเมืองในด้านดี
ท่านลุงนั่งฟังอยู่ห่างๆก็ส่ายหน้า ‘คนเรานี่แปลก ไม่รู้จักเขาอย่าแท้จริงแต่กลับสร้างเื่ได้เป็วรรคเป็เวร ช่างเป็ความคิดที่ต่ำตมแท้ๆหวังว่าสิ่งที่ข้าพร่ำสอน เ้าปราณคงได้สติทุกขณะนะ อะไรจะเกิดก็ต้องปล่อยมันไปเ้าต้องยอมรับกับสิ่งที่เ้าเลือกอย่างไม่มีข้อแม้’
**********
ท่านป้าร้านผลไม้รีบวิ่งตาลีตาเหลือกมาเคาะประตูบ้านอย่างตื่นใ
“ปราณ ปราณเอ้ย! เกิดเื่ใหญ่แล้ว”
“ครับท่านป้า มีอะไรหรือครับ มาหาข้าแต่เช้าเลย”
“แย่แล้วสิ! ท่านเ้าเมืองไม่พอใจเ้าเื่เมื่อวานแน่ๆให้ทหารมาตามเ้าเข้าไปพบเดี๋ยวนี้เลย แย่แน่ๆ เ้าปราณใครต่อใครก็เตือนเ้าแล้วใช่ไหมว่าอย่าเอาชนะคุณหนูเทวา แล้วนี่จะทำยังไง? แล้วป้าจะบอกท่านพ่อกับท่านแม่ของเ้ายังไง? หา!!!”
ปราณถอนหายใจส่ายหัวเล็กน้อย เมื่อเห็นท่าทางตื่นตระหนกพูดไม่หยุดแบบคิดไปเอง ‘ท่านป้าเอ้ย!!!ท่านไม่รู้อะไรแต่ก็คาดเดาเอาเอง เหมือนที่ท่านลุงสอนข้าเกี่ยวกับหลักกาลามสูตร ๑๐เมื่อวานเลย’
“ครับท่านป้า เดี๋ยวข้าจะรีบไปพบท่านเ้าเมือง ขอบคุณครับ”
“ระวังตัวไว้ด้วยนะ ท่านเ้าเมืองจะทำยังไงกับเ้าต่อคงไม่มีใครช่วยได้แล้ว เ้าต้องจัดการเอง”
ปราณปิดประตูบ้านแล้วรีบเดินตามหลังท่านป้าไปอย่างไม่ยินดียินร้าย เมื่อเดินผ่านตลาดผู้คนต่างก็สอบถามกันยกใหญ่ ต่างก็พูดแค่เพียงให้ระวังตัวแต่ไม่มีใครสักคนที่จะเดินไปส่งเขาเลย
‘นี่แหละหนา พอเดือดร้อน ก็ไม่มีใครที่พอจะช่วยข้าได้สักคนข้าเข้าใจท่านพ่อกับท่านแม่แล้วทำไมท่านถึงไม่ค่อยกลับมาเยี่ยมหรือมาอยู่กับข้าให้เหมือนบ้านอื่นๆพอข้าเื่ช่วยเหลือตัวเองได้ ท่านก็จากข้าเข้าไปทำงานในเมืองวันนั้นข้าโกรธที่พวกท่านทิ้งข้าไป แต่วันนี้ข้าเข้าใจพวกท่านแล้ว ชีวิตของข้าข้าต้องกำหนดชะตาชีวิตและช่วยเหลืองตัวเอง จะหวังพึ่งพาใครไม่ได้’
น้ำตาของเด็กน้อยไหลอาบแก้มเป็น้ำตาจากความซึ้งใจ และเข้าใจ เขาปาดคราบน้ำตาจนเมื่อเดินห่างออกมาจากหมู่บ้านได้สักพัก มือหนาใหญ่โอบคอเขาทางด้านหลัง....