มรรคาสยบฟ้า ท้าลิขิตสวรรค์

    ตอนที่ 13: การทะลวงขั้นที่ห้า

    ภายในกระท่อมไม้เก่าซอมซ่ออันปลอดภัยด้วยม่านค่ายกลลวงตา หลินซานนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงไม้ผุพังอย่างเงียบสงบ เสียงลมหวีดหวิวของยอดเขาศาสตราวุธดับสูญเบาบางลงอย่างมากเมื่อเทียบกับภายนอก

    เบื้องหน้าของหลินซานคือหินวิญญาณระดับต่ำเกือบสองร้อยก้อน และขวดยาโอสถบำรุงปราณที่ยึดมาจากซ่งเหอ ทั้งหมดส่องแสงเรืองรองในความสลัวของยามค่ำคืน

    "ด้วยระดับพลังยุทธ์ขั้นที่สี่ในตอนนี้ มันยังไม่เพียงพอที่จะเผชิญหน้ากับหลี่เหวิน ยอดฝีมือขั้นเก้าสูงสุดได้... ข้าต้องเร่งสะสมรากฐานให้แข็งแกร่งกว่านี้"

    หลินซานเหยียดฝ่ามือขวาออกไป วังวนปราณมารสีดำทมิฬจากหอคอยบรรพกาลพลันปะทุขึ้นมาอย่างเงียบเชียบดุจดั่งเงามืดของพญามาร

    [ เปิดใช้งาน: เคล็ดวิชามารกลืนกิน! ]

    ฟู่!

    หินวิญญาณนับร้อยก้อนและโอสถบำรุงปราณสลายตัวกลายเป็นสายธารพลังงานสีขาวและเขียวปนดำอันหนาแน่น พุ่งทะลวงเข้าสู่รูขุมขนทั่วร่างของหลินซานอย่างบ้าคลั่ง พลังงานบริสุทธิ์ถูกบีบอัดและกลั่นกรองโดย ‘รากวิญญาณบรรพกาลกลืนสวรรค์’ ก่อนจะไหลเอ่อลงสู่ตันเถียนอย่างนุ่มนวลไร้ซึ่งความป่าเถื่อน

    เสียงกระดูกและเส้นชีพจรในร่างของหลินซานส่งเสียงกึกก้องแผ่วเบาราวกับมังกรกำลังขยับขยายตัว ทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยพละกำลังที่หนาแน่นขึ้น พลังปราณในร่างของเขาพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด!

    วิ้ง!

    [ ประสบความสำเร็จ: ทะลวงผ่านสู่ ‘ระดับรวบรวมลมปราณ ขั้นที่ห้า’! ]

    หลินซานลืมตาขึ้นช้าๆ นัยน์ตาสีดวงดาราทอประกายคมกริบดุจกระบี่ แม้พลังยุทธ์ที่แผ่ออกมาภายนอกจะยังคงถูกพรางไว้ด้วยฤทธิ์ของ ‘โอสถซ่อนชีพจร’ ให้เหลือเพียงระดับสอง แต่ความหนาแน่นของลมปราณภายในร่างของเขาในตอนนี้ กลับเหนือกว่าผู้ฝึกตนระดับเจ็ดทั่วไปเสียอีก!

    ทว่า ทันทีที่เขากำลังจะขยับตัว แผ่นอกด้านซ้าย—จุดที่เคยเป็นที่ตั้งของรากวิญญาณสวรรค์ที่ถูกพรากไป—พลันส่งความรู้สึกเสียวแปลบจางๆ ขึ้นมา

    "ตันเถียนได้รับการฟื้นฟูแล้ว แต่เนื้อหนังบริเวณอกของข้ายังคงเป็นจุดอ่อนที่บอบบางหากต้องเผชิญกับการโจมตีระดับสร้างรากฐานในวันข้างหน้า... ข้าจำเป็นต้องหลอมเครื่องป้องกันตัวชิ้นแรก"

    หลินซานก้าวเดินออกจากกระท่อมไม้ มุ่งหน้าไปยังใจกลางยอดเขาศาสตราวุธดับสูญ ท่ามกลางหมอกดำหนาทึบและเศษเหล็กนับแสนชิ้น นัยน์ตาคมกริบของเขาจับจ้องไปยัง 'แผ่นเกราะโบราณที่ชำรุด' สามแผ่นที่จมอยู่ใต้ดิน แม้เกราะเหล็กจะแตกร้าวและขึ้นสนิมเขรอะ ทว่าเนื้อโลหะกลับเป็น ‘เหล็กไหลพันปี’ ที่แฝงไปด้วยไอศาสตราวุธหนาแน่นที่สุด

    “เตาหลอมมารเก้าตะวัน... หลอมพวกมันซะ!”

    หลินซานทาบฝ่ามือขวาลงไป เปลวไฟสีม่วงดำทมิฬจากหอคอยบรรพกาลชั้นที่ 2 ปะทุพรึบขึ้นล้อมรอบเศษเกราะโบราณและแร่วิเศษที่เหลืออยู่ทั้งหมดในพริบตา!

    ครืนนนน!

    ของเหลวโลหะไหลสวรรค์สีทองคำขาวถูกกลั่นออกมา บีบอัดและถักทอเข้ากับลวดลายอักขระดูดกลืนวิญญาณจากหอคอยชั้นที่สอง หลินซานสะบัดปลายนิ้ว นำเอาแก่นแท้โลหิตที่สะสมจากร่างของซ่งเหอโยนลงไปในกองเพลิงมรณะเพื่อเป็น ‘จิตวิญญาณคุ้มครอง’ ของเกราะ!

    เสียงกรีดร้องของวิญญาณอาฆาตแผ่วเบาดังกังวานก้องยอดเขา เปลวไฟสีดำค่อยๆ หดตัวและควบแน่นเป็นรูปทรงเสื้อเกราะอกสีดำสนิท ไร้ลวดลายฉูดฉาด ทว่ากลับแผ่ออร่าความเงียบงันป่าเถื่อนน่าเกรงขาม

    [ หลอมรวมสำเร็จ: ได้รับ ‘เกราะกลืนปราณทมิฬ’ (ของวิเศษประเภทป้องกัน ระดับมนุษย์ขั้นสูงสุด)! ][ คุณสมบัติพิเศษ: สามารถลดทอนพลังโจมตีทางกายภาพและปราณคาถาของศัตรูได้ 40% และดูดซับพลังโจมตีที่เหลือเปลี่ยนเป็นพลังงานขับเคลื่อนให้กับหอคอยบรรพกาลชั่วคราว! ]

    หลินซานสวมเกราะสีดำลงบนร่างกายทันที เกราะเหล่านั้นพลันซึมหายเข้าไปใต้เสื้อผ้าป่านราวกับรวมเป็นเนื้อเดียวกับผิวหนังของเขาอย่างแนบเนียน ไม่มีใครสามารถตรวจสอบร่องรอยได้

    เด็กหนุ่มแหงนหน้ามองขอบฟ้าที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มสลัวของรุ่งอรุณ แววตาของเขาเยือกเย็นราวกับมีคมดาบซ่อนอยู่

    เวลาหนึ่งเดือนใกล้หมดลงแล้ว... และงานประลองสายนอกที่กำลังจะมาถึงนี้ จะต้องกลายเป็นเวทีล้างสังเวียนด้วยเลือดของพวกพาลอย่างแท้จริง!