ในค่ำคืนที่มืดมิด คินเดินไปยังทางเข้าดันเจี้ยนโดยที่เขาซ่อนตัวในเงามืด เขามองซ้ายขวาอย่างระมัดระวัง เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครเห็นและไม่มีเ้าหน้าที่อยู่บริเวณนั้น การลงทะเบียนเข้าไปในดันเจี้ยนใช้เวลานานและมีคิวมากมาย ซึ่งทำให้คินตัดสินใจเลือกเส้นทางลัดนี้แทน
“ถ้าฉันรอการลงทะเบียน มันจะสายเกินไป” คินพึมพำกับตัวเองขณะค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าใกล้ทางเข้า เขาเตรียมตัวอย่างดี พกกระเป๋าเป้ที่เต็มไปด้วยอาวุธและอุปกรณ์สำรวจ รวมถึงไฟฉายและแผนที่ที่ได้จากซื้อมา เขาไม่สามารถพึ่งพาอาวุธปืนได้ในดันเจี้ยน ดังนั้นเขาจึงมีดาบและมีดพกติดตัวมาแทน
เมื่อเขาเข้ามาในดันเจี้ยน คินรู้สึกถึงความเงียบสงัดและความหนาวเย็นที่แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ แสงไฟจากไฟฉายของเขาทำให้เห็นทางเดินหินที่ทอดยาวและซับซ้อน เขาต้องเดินผ่านทางที่เต็มไปด้วยรอยแตกและแยกออกจากกัน
“ต้องระวังตัวให้มาก” คินกระซิบขณะเดินอย่างระมัดระวัง “ที่นี่มีอะไรที่เราไม่รู้แน่ๆ”
เมื่อเขาลึกเข้าไปในดันเจี้ยน คินเริ่มสังเกตเห็นผู้คนบางคนเดินสวนทางมา บ้างกำลังสำรวจ บ้างก็ถืออาวุธเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ ทุกคนดูมีสีหน้าเคร่งเครียด
“เห็นเขากันไหม?” หนึ่งในนักสำรวจถามเพื่อนร่วมทีมของเขาขณะที่เขาผ่านคินไป “มีมอสเตอร์อยู่ข้างหน้าแน่ๆ”
คินเดินต่อไปได้ไม่ไกลนัก ก่อนจะเจอผู้คนกลุ่มหนึ่งกำลังต่อสู้กับมอสเตอร์ก็อบลิน พวกเขาส่งเสียงะโและมีเสียงดาบปะทะกันดังขึ้น
“ระวังตัว!” หนึ่งในนักรบะโเมื่อเห็นมอสเตอร์กระโจนเข้าใส่เพื่อนของเขา
คินยืนนิ่ง ดูเหตุการณ์การต่อสู้อย่างสงบ ไม่เข้าไปช่วยแต่เก็บข้อมูลการต่อสู้ของพวกเขาไว้ เขาสังเกตเห็นวิธีการต่อสู้ของนักรบและความแข็งแกร่งของมอสเตอร์ก็อบลิน
“ที่นี่ไม่เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีความพร้อม” คินคิดขณะที่เขามองเหตุการณ์ต่อสู้
เมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลง เขาเห็นกลุ่มนักรบกำลังเก็บอาวุธและเตรียมตัวเดินต่อไป คินจึงใช้โอกาสนี้เดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่ให้ใครสังเกตเห็น เขามุ่งหน้าไปยังเส้นทางที่เขาเชื่อว่าจะนำไปสู่ส่วนลึกของดันเจี้ยน
เมื่อเขามาถึงห้องวงกลมที่มีลวดลายแกะสลักบนผนัง คินหยุดและสำรวจรอบๆ เขาพบว่าห้องนี้ดูเหมือนเป็ห้องที่เคยมีการต่อสู้เกิดขึ้นมาก่อน มีรอยเืและเศษซากของสิ่งของกระจัดกระจายอยู่บนพื้น
“ดูเหมือนที่นี่จะมีคนมาแล้ว” คินคิดขณะตรวจสอบรอยเืและเศษซาก “พวกเขาต่อสู้กับอะไรบางอย่างที่นี่”
เขาเดินต่อไปยังอีกทางเดินหนึ่งที่ดูเหมือนจะลึกเข้าไปในดันเจี้ยนมากขึ้น ความมืดและความเงียบสงัดทำให้คินต้องเพิ่มความระมัดระวังอีกระดับ แต่ความมุ่งมั่นของเขาทำให้เขาไม่หยุดเดิน
เมื่อเขามาถึงทางแยกที่มีสัญลักษณ์แปลกๆ บนผนัง คินหยุดเพื่อสังเกตและจดจำเส้นทาง “ต้องจำทางกลับให้ดี ถ้าเกิดอะไรขึ้น”
ขณะที่คินเดินต่อไปในดันเจี้ยนที่มืดมิดและเงียบสงัด เขาเริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคย ความหนาวเย็นและความเงียบสงัดทำให้เขาต้องเพิ่มความระมัดระวังอีกระดับ แต่ความมุ่งมั่นของเขาทำให้เขายังคงเดินต่อไปในดันเจี้ยนที่ท้าทายนี้
ในที่สุด คินมาถึงห้องที่มีแสงสว่างเล็กน้อยจากคริสตัลที่ติดอยู่บนผนัง ห้องนี้ดูเหมือนเป็ที่เก็บสมบัติหรือที่ซ่อนของสิ่งของที่มีค่า เขารู้สึกตื่นเต้นและเริ่มสำรวจห้องนี้อย่างละเอียด
“นี่คือสิ่งที่ฉันกำลังหา” คินพูดด้วยความดีใจขณะค้นพบหีบสมบัติ แต่เมื่อเปิดดูข้างในกลับว่างเปล่า เพราะมีคนเข้ามาก่อนแล้วนำออกไป
คินเดินเข้าไปลึกอีก เขาหยุดเมื่อได้ยินเสียงคล้ายกับการเคลื่อนไหวเบาๆ เขาหันไปทางที่เสียงนั้นมาจาก พบกับแสงสว่างเล็กๆ ที่เคลื่อนที่อยู่ห่างออกไป คินรู้สึกถึงความตื่นเต้นและความกลัวที่เข้ามาในใจ แต่เขาตัดสินใจที่จะตามแสงนั้นไป
แสงนั้นนำเขาไปยังทางเดินแคบๆ ที่เต็มไปด้วยความลึกลับ คินต้องใช้ความระมัดระวังเป็พิเศษ เขาเดินตามแสงไปอย่างเงียบเชียบ จนกระทั่งมาถึงห้องที่มีประตูหินบานใหญ่ซึ่งมีลวดลายแกะสลักที่ซับซ้อน
เมื่อเขาเปิดประตูเข้าไป คินพบกับฉากที่ไม่คาดคิด ในห้องกลางดันเจี้ยน ธีร์ มินท์ และนนท์ กำลังต่อสู้กับโทรลล์ตัวใหญ่ โทรลล์นั้นมีิัสีเขียวเข้ม หน้าตาอัปลักษณ์และฟันแหลมคม มันสูงกว่า 2 เมตรและมีพลังที่น่ากลัว ทั้งสามคนดูเหมือนจะสู้ไม่ไหว คินรีบเข้าไปช่วย พุ่งเข้าประจันบานกับโทรลล์ทันที
"ใครน่ะ?" มินท์ะโด้วยความใเมื่อเห็นคิน
“ฉันมาช่วย” คินตอบเสียงเข้ม ขณะเขาใช้ดาบปัดการโจมตีของโทรลล์
ธีร์หันมามองคินด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยแต่ก็ยอมรับความช่วยเหลือในทันที “พยายามเข้าด้านข้าง มันป้องกันแถวหน้าได้ดี!”
คินใช้ดาบและมีดพกโจมตีโทรลล์อย่างรวดเร็ว เขาพุ่งเข้าไปด้านข้างของโทรลล์ ฟันดาบเข้าไปที่ขามันหวังจะลดความคล่องตัว ธีร์ะโขึ้นพร้อมกับเหวี่ยงดาบเข้าใส่แขนโทรลล์ แต่มันกลับใช้กำปั้นั์ทุบพื้นจนเกิดแรงสั่นะเื ทำให้ทั้งธีร์และคินต้องะโถอยหลัง
"นาย ยิงไปที่หัวมัน!" คินะโสั่ง นนท์พยักหน้าและง้างธนู ยิงลูกศรไปที่หัวโทรลล์ แต่โทรลล์ยกแขนขึ้นป้องกันทัน ลูกศรถูกแขนของมันแทน
มินท์พยายามใช้เวทมนตร์เพื่อสร้างกำแพงไฟขวางทางโทรลล์ แต่มันกลับพุ่งผ่านไปด้วยความโกรธ มันเหวี่ยงกำปั้นใหญ่เข้าหามินท์ คินเห็นทันจึงพุ่งเข้ามาขวาง ปัดการโจมตีด้วยดาบ แต่แรงจากการเหวี่ยงของโทรลล์ทำให้คินกระเด็นไปชนกับผนังห้อง
“มินท์ ระวัง!” ธีร์ะโเมื่อเห็นมินท์เกือบจะโดนโทรลล์จัดการ
มินท์ถอยหลังอย่างรวดเร็ว แต่โทรลล์ยังคงพยายามโจมตีอย่างดุร้าย คินลุกขึ้นมาใหม่และพุ่งเข้าไปโจมตีที่ขาโทรลล์อีกครั้ง ธีร์และนนท์ช่วยกันโจมตีจากด้านหน้าและด้านหลัง จนโทรลล์เริ่มอ่อนแรง
คินมองเห็นโอกาส เขาเรียกให้ทุกคนร่วมกันโจมตีในเวลาเดียวกัน “พร้อมกันเลย!”
ทั้งสี่คนร่วมมือกันโจมตีอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดโทรลล์ก็ล้มลงบนพื้นหินด้วยเสียงดังสนั่น
เมื่อโทรลล์ล้มลง หยาดเืและเศษซากของมันกระจายออกไป เหรียญและยาที่มีมูลค่าเริ่มปรากฏบนพื้น ใกล้กับที่โทรลล์ตายไป
เมื่อโทรลล์ มันปล่อย:
“เกือบไม่รอด” นนท์พูดพลางหอบเหนื่อย
“ขอบใจที่มาช่วย” ธีร์กล่าวพร้อมรอยยิ้ม แม้จะยังสงสัยในตัวคิน
“ไม่มีปัญหา” คินตอบ พลางมองเพื่อนร่วมทีมใหม่ด้วยความมุ่งมั่น
“ดูเหมือนว่าเราจะได้รางวัลจากการจัดการมัน” ธีร์พูด ขณะเก็บเหรียญทองแดงและยาที่ตกอยู่
“เหรียญทองแดง 5 เหรียญ และยารักษาเล็ก 1 ขวด” ธีร์ประกาศขณะเก็บสิ่งที่ได้จากโทรลล์
“ฉันชื่ออคิน เรียกสั้น ๆว่า คิน ก็ได้” เขากล่าว
ธีร์ยิ้มและแนะนำตัว “ฉันชื่อธีรศักดิ์ ชื่อเล่นว่าธีร์ นี่มินท์ หรือมินตรา และนนทกร พวกเราเรียกว่านนท์”
มินท์พยักหน้าและพูดเบาๆ “ขอบคุณจริงๆ ถ้าไม่ได้คุณ ฉันคงแย่แน่ๆ”
นนท์ยิ้มและเสริม “ยินดีที่ได้รู้จักคิน คุณมาได้ทันเวลาเลย”
บรรยากาศในห้องสงบลงเล็กน้อย หลังจากที่โทรลล์ถูกจัดการ ทุกคนต่างหายใจด้วยความเหนื่อยล้า แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกโล่งใจที่รอดพ้นจากสถานการณ์อันตรายนี้ไปได้
“เราไปต่อกันเถอะ ยังมีอีกหลายส่วนที่เราต้องสำรวจ” ธีร์พูดขณะมองไปรอบๆ
คินพยักหน้า “ไปด้วยกันเถอะ เราจะปลอดภัยกว่าถ้าเราร่วมมือกัน”
คิน, ธีร์, มินท์, และนนท์เดินทางผ่านทางเดินที่ซับซ้อนของดันเจี้ยน แต่ละก้าวเต็มไปด้วยความระมัดระวัง หลังจากการต่อสู้กับโทรลล์ พวกเขายังคงมุ่งหน้าไปข้างหน้า โดยแต่ละคนรู้ดีว่าทางข้างหน้ายังเต็มไปด้วยอันตราย
ระหว่างทาง พวกเขาพบกับกับดักหลายรูปแบบ ทั้งหลุมพรางที่มีหอกแหลมคม และธนูที่ยิงออกมาจากผนัง มินท์ใช้ความสามารถในการตรวจจับเวทมนตร์เพื่อช่วยหาตำแหน่งของกับดักเ่าั้ ขณะที่นนท์ใช้ความแม่นยำในการยิงธนูเพื่อทำลายกับดักก่อนที่พวกเขาจะเดินผ่านไป
ขณะที่พวกเขากำลังเดินผ่านทางแคบๆ ธีร์สังเกตเห็นเงาเคลื่อนไหวอยู่ในความมืด เขาชะงักและยกมือขึ้นเป็สัญญาณให้ทุกคนหยุด
“ดูเหมือนจะมีบางอย่างอยู่ข้างหน้า” ธีร์กระซิบ
คินพยักหน้าและดึงดาบของเขาออกมา เขาเดินเข้าไปข้างหน้าเพียงเล็กน้อยและส่องไฟฉายไปในความมืด เผยให้เห็นก๊อบลินกลุ่มหนึ่งที่ซุ่มโจมตีอยู่ พวกมันมีฟันแหลมคมและถืออาวุธเล็กๆ ในมือ
“เตรียมตัวให้พร้อม พวกมันมาแล้ว” คินพูดเบาๆ และเตรียมตัวสู้
ทันใดนั้น ก๊อบลินพุ่งเข้ามาโจมตี พวกมันเคลื่อนที่รวดเร็วและพยายามที่จะล้อมรอบพวกเขา คินฟันดาบไปที่ก๊อบลินตัวหนึ่ง ทำให้มันล้มลง ธีร์ใช้ดาบของเขาเพื่อป้องกันการโจมตีจากด้านข้าง
มินท์ยืนอยู่กลางการต่อสู้ ขณะที่ก๊อบลินพุ่งเข้ามาใกล้ เธอรวบรวมพลังเวทย์และเริ่มร่ายคำพูดอย่างรวดเร็ว
“อิกนิส โปรเท็คทัส!”
ขณะที่มินท์ร่ายคำเวทย์ เส้นแสงสีแดงและทองเริ่มปรากฏจากมือของเธอ เธอจินตนาการถึงกำแพงไฟที่ลุกลามอย่างร้อนแรงและขยายออกไปเพื่อสร้างเกราะป้องกัน
“อิกนิส มูรัส!”
ไฟสีทองแดงเริ่มลุกโชติ่และสร้างเป็กำแพงหนาแน่น พันรอบพื้นที่ที่มินท์้าป้องกัน ทำให้ก๊อบลินที่พยายามเข้ามาใกล้ต้องหยุดชะงัก
การสร้างกำแพงไฟนี้ช่วยป้องกันไม่ให้ก๊อบลินเข้ามาใกล้และทำให้การต่อสู้ง่ายขึ้นสำหรับพวกเขา
นนท์ยิงธนูอย่างรวดเร็ว ทำให้ก๊อบลินหลายตัวล้มลง แต่ก็ยังมีจำนวนมากที่พุ่งเข้ามา พวกเขาต้องร่วมมือกันและใช้ทักษะของแต่ละคนเพื่อจัดการกับก๊อบลินทั้งหมด
“ดูเหมือนเราจะมีรางวัล!” ธีร์พูด ขณะเดินไปเก็บสิ่งที่ตกลงมา
เมื่อก๊อบลิน มันปล่อย:
“เหรียญและยาเพิ่มเข้ามาให้เรามากขึ้น” คินพูดขณะตรวจสอบสิ่งที่เก็บได้ “และเรายังได้คทาไม้ที่อาจจะมีประโยชน์สำหรับมินท์”
“ใช้สิ่งที่เรามีให้เต็มที่” นนท์พูดขณะตรวจสอบคทาไม้ “คทานี้อาจเป็สิ่งที่เราต้องใช้ในการสำรวจครั้งต่อไป”
หลังจากการต่อสู้อันดุเดือด พวกเขายืนหายใจหอบเหนื่อย แต่ก็สามารถผ่านกลุ่มก๊อบลินไปได้
“อีกนิดเดียว เราใกล้จะถึงแล้ว” คินกล่าว
พวกเขาเดินต่อไปและในที่สุดก็มาถึงห้องใหญ่ที่มีแสงสว่างจากคริสตัลที่ติดอยู่บนผนัง ห้องนี้ดูงดงามและมีลวดลายแกะสลักบนผนังที่สะท้อนแสงจากคริสตัล ทำให้บรรยากาศดูเป็มหัศจรรย์
“นี่คือห้องสุดท้าย” ธีร์กล่าว
ในห้องนี้ พวกเขาพบหีบสมบัติขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง หีบนี้มีลวดลายประณีตและถูกปิดด้วยโซ่ทองคำ
“เราเจอสมบัติแล้ว” นนท์พูดด้วยความตื่นเต้น
คินก้าวไปข้างหน้าและพยายามเปิดหีบสมบัติ แต่เขาก็หยุดชะงักเมื่อเห็นกับดักที่ซ่อนอยู่ “ระวัง ยังมีกับดักอยู่”
มินท์ยกมือขึ้นในท่าทางสงบ ขณะที่พลังเวทย์เริ่มรวมตัวอยู่ในมือของเธอ เธอเริ่มร่ายเวทย์ด้วยเสียงที่มั่นคงและชัดเจน:
“เดสตรักชิโอเน!”
ขณะที่มินท์ร่ายเวทย์ แสงสีฟ้าอ่อนจากมือของเธอเริ่มส่องสว่างไปทั่วบริเวณรอบหีบสมบัติ พลังเวทย์ที่มินท์ปล่อยออกมาเริ่มทำลายกับดักที่มีอยู่ ทำให้ลวดลายลับที่ซ่อนอยู่เปิดเผยและพังทลายไป ขณะเดียวกันกับที่พลังเวทย์ทำให้กับดักทั้งหมดกลายเป็สิ่งที่ไม่เป็อันตราย
“ตอนนี้เราสามารถเปิดหีบสมบัติได้อย่างปลอดภัย” มินท์พูดด้วยรอยยิ้ม พร้อมพลังเวทย์ที่ยังคงกระจายไปทั่ว
คินเดินไปที่หีบสมบัติและเปิดมันออก เผยให้เห็นสมบัติที่มีค่าอยู่ข้างใน รวมทั้งอัญมณีทองคำและสิ่งของที่มีพลังเวทย์อยู่
“เยี่ยมมาก มินท์” คินกล่าวด้วยความ