หลังจากที่เสวี่ยเหวินหลงพูดจบก็มีเสียงปรบมือดังขึ้น ผู้นำในแต่ละตำบลต่างมองไปที่ ซือเจิ้นเฉียงด้วยความอิจฉาที่แสดงผ่านทางสายตา ไม่มีใครคิดว่าในน้ำท่วมครั้งใหญ่นี้ ขณะที่ทุกคนกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์จากเทศมณฑล แต่ทางกวนซานและซือเจิ้นเฉียงกลับได้รับการชมเชย ตอนนี้มีการกล่าวอีกว่ารองผู้ว่าการกำลังเกษียณอายุ ถือเป็่เวลาที่ดีของซือเจิ้นเฉียงที่มีผลงานและได้รับการยอมรับ ทำให้เขาอาจเลื่อนตำแหน่งขึ้นแทนรองผู้ว่าการเทศมณฑลคนเก่า
ในขณะที่ปราศรัย หัวหน้าคณะกรรมาธิการเทศมณฑลก็ได้นำเสนอ ทีมผู้นำของกวนซานเป็ตัวอย่าง ภายใต้รางวัลทีมรับมืออุทกภัยยอดเยี่ยม ทำให้สมาชิกในทีมตำบลกวนซานต่างรับถ้วยด้วยรอยยิ้ม ยกเว้นฉินรุ่ยเจีย เธอรู้ดีว่า สาเหตุที่กวนซานไม่มีคนตายในภัยพิบัติครั้งนี้ 80% เกิดจากหลิวชิงหยู่ ส่วนอีก 20%เกิดจากตัวเธอเอง ดังนั้นใน่เวลาแห่งเกียรติยศ เมื่อไม่มีเงาของหลิวชิงหยู่เ้าของผลงานตัวจริง ฉินรุ่ยเจียจึงไม่พอใจต่อความน่ารังเกียจของซือเจิ้นเฉียงอย่างมาก เธอชื่นชมหลิวชิงหยู่ที่ดิ้นรนต่อสู้อยู่ในแนวหน้ายามประสบอุทกภัย แต่เพราะเธอเป็รองเลขาธิการคณะกรรมการพรรคประจำตำบล แม้จะมีภูมิหลังในฐานะลูกหลานตระกูลนักการเมือง แต่เธอก็ไม่สามารถพูดอะไรได้มาก เธอรู้ว่าทางเลือกที่ดีที่สุดคืออยู่เฉยๆ มิฉะนั้นเธอจะกลายเป็ศัตรูของคนหมู่มาก ในขณะที่ทุกคนหัวเราะและถ่ายรูป มีแค่ฉินรุ่ยเจียที่ดูเศร้าหมอง
หลังจากได้รับรางวัล รางวัลทีมรับมืออุทกภัยยอดเยี่ยม แล้วก็ถึงคราวมอบรางวัลรายบุคคล ซึ่งรางวัลแรกก็มอบให้ซือเจิ้นเฉียงที่มีผลงานดีที่สุด การที่ผู้ว่าการเสวี่ยกล่าวยกย่องแบบนี้มันคล้ายกับกำลังปูทางเลื่อนตำแหน่งให้ซือเจิ้นเฉียง รางวัลที่สองเป็ หู่ กวงหยวน รองนายกตำบลกวนซาน เสวี่ยเหวินหลงไม่ลังเลเลยที่จะยกยอปอปั้นเขา หลังจากเลื่อนตำแหน่งซือเจิ้นเฉียงเป็รองผู้ว่าการประจำเทศมณฑล จากนั้นเขาก็คิดจะดันหู่กวงหยวนขึ้นมารับตำแหน่งเลขาธิการพรรคประจำตำบลแทน เพื่อควบคุมสถานการณ์ของตำบลกวนซานต่อไป ต่อมาก็มีผู้ช่วยรองนายกอีกสองคน กับผู้ช่วยรองเลขาธิการประจำตำบล แต่คำชมเชยเ่าั้ดูเป็รองก่อนหน้านี้อย่างมาก ทำให้คนเหล่านี้ไม่สามารถส่งผลกระทบต่อตำแหน่งรองผู้ว่าการของซือเจิ้นเฉียงได้
หลังจากนั้นก็เข้าสู่ไฮไลต์ของวันนี้ ซือเจิ้นเฉียงได้กล่าวรายงานออกไปว่า เขาและทีมของเขาพาผู้คนอพยพด้วยความเป็น้ำหนึ่งใจเดียวและมั่นใจว่าจะไม่มีคนตาย
ครั้งนี้ ซือเจิ้นเฉียงได้เตรียมความพร้อมมาดีมาก ไม่เพียงยืมอุปกรณ์ฉายภาพมาจากเทศมณฑล แต่เขายังยกลำโพงขนาดใหญ่ติดตั้งไปรอบๆ บริเวณเพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อเขาพูดในรัศมี หนึ่งกิโลเมตรผู้คนจะได้ยินกันทั้งหมด นอกจากนี้เขายังไปหาสมาคมนักเขียนประจำเทศมณฑล เพื่อให้นักเขียนที่นั่นร่างคำกล่าวสุนทรพจน์ที่น่าประทับใจและดูจริงใจให้เขาด้วย
ต้องบอกว่า ซือเจิ้นเฉียงมีพร์ในการแสดงสูงมาก เมื่อเขาก้าวขึ้นสู่เวที เขาก็อ่านรายงานชั้นสูงของเขาด้วยท่าทีอันน่าประทับใจ ขณะที่เขาอ่านออกเสียง ภาพของเลขาธิการและเหล่าคณะกรรมาธิการที่ไม่กลัวความยากลำบาก ผู้เสียสละก็ปรากฏขึ้นบนจอภาพฉาย
ในเวลาเดียวกัน ห่างออกไป 1 กิโลเมตร ชาวบ้านทั้งหลายที่รวมตัวกันเมื่อได้ยินคำพูดของซือเจิ้นเฉียง เทียนเหล่าซวนก็ขากเสลดออกมา แล้วพูดด้วยความโกรธว่า "ซือเจิ้นเฉียง เ้าคนไร้ยางอายนัก เขาเป็คนสร้างผลงานั้แ่เมื่อไหร่ วันๆ นอกจากหาเงินเข้ากระเป๋า เล่นกับผู้หญิง มันเคยทำสิ่งที่มีมนุษย์ธรรมซะที่ไหน สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดเป็ผลงานของนายกหลิวที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจ พวกเราไปกันเร็ว ก่อนที่ไอแก่ซือ จะพูดจบเราต้องไปกระชากหน้ากากเผยให้เห็นโฉมหน้าที่โสโครกของมัน!”
“เปิดโปงมัน! เปิดโปงมัน!” ชาวบ้านะโขึ้นด้วยความโกรธและความแค้น
คนหน้าด้านมักได้หน้า! คนไร้ยางอายมักได้ผลประโยชน์เสมอ! แต่ซือเจิ้นเฉียงคนนี้ไร้ยางอายเกินไป จนผู้คนไม่สามารถทนได้!
ความโกรธแค้นของผู้คนกำลังลุกโชน!
ในตอนนั้นก็มีรถเก๋งสีแดงขับตามถนนตรงไปยัง ศูนย์ราชการของตำบล
ซึ่งตอนนี้รถคันนั้นห่างจากศูนย์ราชการ ไม่ถึง1.5 กิโลเมตร
ในตอนนี้ ผู้ว่าการเสวี่ยที่กำลังฟัง ซือเจิ้นเฉียงกล่าวรายงานด้วยความเพลิดเพลิน จู่ๆ โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น
เขาขมวดคิ้วพร้อมใบหน้าหมองหม่น ่เวลานี้คือ่สำคัญที่ซือเจิ้นเฉียงจะได้เล่าเื่ราวสู่เส้นทางที่จะกลายเป็เลขาธิการพรรคประจำตำบลผู้ซึ่งอุทิศเพื่อประชาชน แต่ความสุขใจของเขากำลังจะหายไปเพราะโทรศัพท์ที่ดังขึ้น ซึ่งเป็เวลาที่ไม่เอื้ออำนวยเลยจริงๆ
เขาที่ไม่อยากรับ จึงปล่อยให้โทรศัพท์ดังต่อไป แต่สุดท้ายเมื่อเขาทนไม่ไหวเขาก็หยิบโทรศัพท์ออกมากดรับโดยไม่มองหมายเลขนั้นแล้วพูดขึ้นด้วยความโกรธว่า “ใครกัน คุณไม่รู้หรือว่าผมกำลังปราศรัยอยู่”
ปลายสายได้ยินก็ผงะแล้วพูดขึ้นด้วยความโกรธว่า “เสวี่ยเหวินหลง ผมเลขารองนายกเทศบาลเมือง เฉินหยงฮ่าว ผมจะโทรมาแจ้งให้คุณทราบว่า ตอนนี้ ท่านถังเจี้ยนกั๋ว รองนายกเทศมนตรีและสมาชิกคณะกรรมาธิพรรคเทศบาลเมือง อยู่นอกเขตตำบลกวนซานแล้ว คุณจะได้พบเขาในเร็วๆ นี้.” พูดจบเขาก็วางสายทันที
ต่อจากนั้นเลขารองนายกเทศบาลเมืองเทศบาลเมือง เฉินหย่งฮ่าว ก็หันไปพูดกับรองนายกเทศมนตรีถังเจี้ยนกั๋วว่า “ท่านนายกถัง เสวี่ยเหวินหลงคนนี้ ไร้ยางอายจริงๆ แค่ได้รับการสนับสนุนจากรองเลขาธิการคณะกรรมการพรรคเทศบาลเมือง โจว เขาก็ไม่เห็นเราอยู๋ในสายตาเลย”
ใบหน้าของ ถังเจี้ยนกั๋วดูสงบนิ่งแล้วพูดเบาๆ ว่า “ไม่เป็ไร คนแถวนี้มักจะหยิ่งผยอง ผมคิดว่าพวกเขาคงไม่สนใจ ยกเว้นเลขาธิการเทศบาลเมือง” ในคำพูดของถังเจี้ยนกั๋วเห็นชัดว่ามีความไม่พอใจแฝงอยู่ ตัวเฉินหยงฮ่าว เป็เลขารองนายกเทศบาลเมืองที่อุทิศตัวเองทำงานรับใช้ ถังเจี้ยนกั๋ว ดังนั้นเมื่อเห็นเสวี่ยเหวินหลงปฏิบัติตัวแบบนี้ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจมาก
ในตอนนี้ เสวี่ยเหวินหลงได้ยินเสียงของ เฉินหยงฮ่าว ก็รู้ได้ทันทีว่าเขาทำเื่โง่ๆ ไปแล้ว แม้เขาจะไม่ได้สนใจถังเจี้ยนกั๋ว แต่สำหรับเส้นทางข้าราชการเขาก็ไม่ควรทำให้อีกฝ่ายขุ่นเคือง เพราะถ้าเป็เช่นนั้นแม้แต่ รองเลขาธิการพรรคเทศบาลเมืองและเทศบาลเมือง ก็ไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ยินว่า ถังเจี้ยนกั๋ว จะมาหาในเร็วๆ นี้ เขารู้ว่าการให้เกียรติในแวดวงข้าราชการสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งความประทับใจต่อผู้บังคับบัญชา หากเขาทำให้ผู้บังคับบัญชา ไม่พอใจหรือต้อนรับได้ไม่ดี มันจะเป็อุปสรรคต่อการเลื่อนตำแหน่งของเขาแน่นอน ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าเพิกเฉย ลุกขึ้นแล้วพูดเสียงดังว่า “เอาล่ะ หยุดพิธีไว้ก่อน ทุกคนตามผมมา ผมจะไปต้อนรับรองนายกถัง” เมื่อพูดจบเขาก็รีบเดินนำไปที่ประตูลานพิธีทันที
ในเวลานี้คณะทำงานคนอื่น ๆ เห็นแบบนั้นก็รีบตามเสวี่ยเหวินหลงไปที่ประตู
เสวี่ยเหวินหลง และคนอื่นๆ เมื่อวิ่งไปถึงประตูก็เห็นรถสีแดงจอดอยู่ เมื่อประตูเปิดขึ้น ถังเจี้ยนกั๋ว และ เฉินหยงฮ่าว ก็เดินลงมาจากรถ
เสวี่ยเหวินหลง รีบตรงไปหา ถังเจี้ยนกั๋วอย่างรวดเร็วแล้วยื่นมือออกไปพร้อมพูดขึ้นว่า “ยินดีต้อนรับท่านรองนายกถังสู่จิงหลินครับ หวังว่าจะได้รับคำชี้แนะเพื่อเป็แนวทางให้พวกเรานำไปพัฒนา"
ถังเจี้ยนกั๋วััมือ เสวี่ยเหวินหลงเบาๆ แล้วพูดขึ้นอย่างแ่เบาขึ้นมา “เมื่อกี๊ผมได้ยินคนพูดตอนอยู่ในรถ คนพูดเป็ใคร เขาพูดได้ดีมากเลย”
เสวี่ยเหวินหลงรีบพูดตอบอย่างรวดเร็วว่า “เขาคือสหาย ซือเจิ้นเฉียง จากตำบลกวนซานครับ "
ถังเจี้ยนกั๋ว พยักหน้าแล้ว “ตอนแรกผมไปที่เทศมณฑล แล้วโทรหาเซี่ยเจิ้งเต๋อ เขาบอกว่าพวกคุณมาที่กวนซาน ที่ผมมาคราวนี้มีเื่เกี่ยวกับกวนซานพอดี ดังนั้นผมจึงมาที่นี่ ดูเหมือนว่ามันจะมีการประชุมครั้งสำคัญด้วยสินะ”
ถังเจี้ยนกั๋ว พูดขึ้นแล้วเดินเข้าไป เมื่อเขาเห็นป้ายบนเวทีก็พูดขึ้นว่า “หืม หัวข้อการประชุมของพวกคุณ บังเอิญเหมือนกับเหตุผลที่ผมมากวนซานเลย”
เสวี่ยเหวินหลงพูดขึ้นอย่างรวดเร็วว่า “เราพึ่งจะประชุมพอดี ท่านรองนายกมีคำแนะนำไหมครับ”
ถังเจี้ยนกั๋ว ไม่ได้ตอบแล้วชี้ไปที่ป้ายพร้อมพูดขึ้นว่า “เนื่องจากเป็การประชุมเพื่อชมเชยบุคลากรที่ทำงานได้ดีเยี่ยม ถ้าอย่างนั้นเรามาพูดถึงบุคลากรที่พวกคุณชมเชยคนนั้นเถอะ”
เสวี่ยเหวินหลงไม่กล้าละเลยหน้าที่เขาพูดรายงานอย่างรวดเร็ว “ ท่านรองนายก คำชมเชยของเราแบ่งเป็สองส่วนคือ รางวัลทีมรับมืออุทกภัยยอดเยี่ยม และรางวัลรายบุคคล ซึ่งผู้ที่ได้รับก็เป็คณะกรรมาธิการ และข้าราชการระดับสูงของตำบลกวนซานได้แก่ สหายซือเจิ้นเฉียง รองเลขาธิการพรรคประจำตำบล รองนายกเทศมนตรี หู่ กวงหยวน ผู้ช่วยรองนายกเทศมนตรีฝ่ายบริหารจัดการ หนิวลี่ผิง ผู้ช่วยรองเลขาธิการประจำตำบล ซานหลี่เหอ และผู้ช่วยรองนายกไป๋เทียนหู่”
หลังจากฟังจบถังเจี้ยนกั๋วก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วกล่าวด้วยเสียงทุ้มว่า “สิ่งที่ผมอยากพูดก็คือ ผมได้ยินสหายซือเจิ้นเฉียงพูดในรถ บอกตามตรง ผมเองก็ใจนนั่งไม่ติดเลยล่ะ”
ได้ยินแบบนั้น ซือเจิ้นเฉียงก็ตื่นเต้น หากเขาทำให้รองนายกเทศมนตรีถัง ประทับใจได้ เส้นทางในอนาคตของเขาคงทะยานขึ้นฟ้าแน่นอน
แต่ต่อจากนั้น ถังเจี้ยนกั๋วก็พูดขึ้นอีกครั้ง “สหายเสวี่ยเหวินหลง คุณได้ตรวจสอบดูหรือยังว่า การกระทำทั้งหมดเป็ของสหายซือเจิ้นเฉียงจริงหรือเปล่า”
……………………