หลังจากที่ต้องนอนพักรักษาตัวฟื้นฟูร่างกายจากพิษไข้หวัดใหญ่อยู่บนเตียงกว้างมาสองวันเต็มๆ เช้าวันนี้ข้ามหอมลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเบาสบายตัวกระปรี้กระเปร่าอย่างเต็มที่
อาการไข้ที่เคยรุมเร้าหนักอึ้งเมื่อคืนก่อนหน้าหายไปจนหมดเเล้ว ไม่มีอาการคัดจมูกหรือมึนหัวอีกเลย แสงแดดยามเช้ายังคงส่องผ่านผ้าม่านขาวเข้ามาในห้องนอนอันแสนสงบเงียบ
พ่อกับแม่ยังคงทำงานติดต่องานอยู่ที่ต่างประเทศอีกนานหลายเดือน แต่แปลกดีที่ผมกลับไม่รู้สึกเหงาเลยสักนิด นั่นก็น่าจะเป็เพราะหัวใจดวงน้อยของผมได้รับการดูแลและใส่ใจอย่างดีเยี่ยมจากพี่ชายข้างบ้านแสนดีตลอดสองวันที่ผ่านมา
พอนึกย้อนไปถึงอ้อมกอดอุ่นๆ และใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มของพี่ธันวายามเช้าวันนั้น หัวใจในอกของผมก็พลอยเต้นโครมครามขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ เพื่อเป็การตอบแทนคุณพี่ชายข้างบ้านที่ยอมอดตาหลับขับตานอนคอยเช็ดเนื้อเช็ดตัว ป้อนน้ำป้อนยา และนอนเฝ้าผมจนรุ่งเช้า
ผมจึงเกิดความคิดกล้าที่จะเข้าครัวทำอาหารเช้าแสนอร่อยไปกำนัลเขา ทว่าทักษะการทำครัวของผมค่อนข้างเข้าใกล้ศูนย์อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ถึงกระนั้น ความพยายามที่จะทำเมนูพื้นฐานแสนง่ายอย่าง 'แกงจืดไข่น้ำหมูสับ' ก็พุ่งทะยานสูงขึ้นจนห้ามไม่อยู่
แป๊นๆ!
เสียงแตรรถพุ่มพวงขายกับข้าวสดเคลื่อนตัวเข้ามาจอดที่บริเวณรั้วหน้าบ้านดึงสติของผมให้กลับมา ผมรีบสวมรองเท้าแตะและวิ่งเร็วรี่ออกไปชะเง้อหน้ามองข้ามกำแพงประตูรั้วเหล็ก ทันใดนั้นรถกระบะคันเก่าที่ดัดแปลงเป็ร้านขายของชำเคลื่อนที่ของ 'ลุงสมเกียรติ' ก็จอดเทียบท่าอย่างพอดิบพอดี
"อ้าว! น้องข้าวหอม วันนี้ตื่นแต่เช้าออกมารอซื้อของเองเลยเหรอครับ คุณพ่อคุณแม่ไม่อยู่ยาวเลยสิเรา”
ลุงสมเกียรติเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงเป็กันเองและรอยยิ้มกว้างขวางอันเป็เอกลักษณ์
"สวัสดีครับลุงสมเกียรติ! ใช่ครับพ่อกับแม่ไปต่างประเทศครับ วันนี้ผมอยากได้วัตถุดิบทำแกงจืดครับ ขอซื้อเต้าหู้หลอด หมูสับ ผักกาดขาวสด แล้วก็ไข่ไก่ครึ่งแผงครับลุง"
ผมะโสั่งซื้อน้ำเสียงใสและกระตือรือร้นพลางหยิบเงินส่งให้อย่างเก้ๆ กังๆ
"ได้เลยครับคนเก่ง รอเดี๋ยวเดียวลุงจัดชุดสดๆ ใหม่ๆ ให้ทานนะ"
ลุงสมเกียรติบริการตักผักจัดเนื้อใส่ถุงพลาสติกส่งให้ ผมรับถุงของสดเดินฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีกลับเข้าสู่ห้องครัวบ้านสีขาวอันคุ้นตา
ผมเริ่มต้นขั้นตอนเตรียมวัตถุดิบด้วยการล้างใบผักกาดขาวอย่างทะนุถนอม เด็ดผักออกทีละใบอย่างตั้งอกตั้งใจ จากนั้นพยายามใช้มีดปลายแหลมหั่นเต้าหู้หลอดให้เป็ชิ้นพอดีคำ
แต่ด้วยความซุ่มซ่ามเต้าหู้กลับแตกเละเทอะจนแทบไม่มีชิ้นดี แต่ก็ไม่เป็ไร... จุดเด่นของแกงจืดไข่น้ำคือการทอดไข่เจียวให้ฟูกรอบหอมฉุยก่อน ผมเทน้ำมันพืชลงในกระทะเหล็กประมาณครึ่งทัพพีแล้วเปิดเตาแก๊ส
ทว่าผมดันบิดหมุนวาล์วเปิดแก๊สแรงเกินไปบวกกับจังหวะที่เทไข่ไก่ที่ตีแล้วลงในกระทะ น้ำมันที่ร้อนระอุพลันกระเด็นพรึ่บขึ้นมาปะทะเปลวไฟไฟลุกท่วมกระทะอย่างน่าสะพรึงกลัว!
"อ๊ะ! เห้ย! ไฟไหม้แล้ว!"
ผมร้องเสียงหลงด้วยความตระหนกใ ลนลานถอยหลังสะดุดล้มก้นกระแทกพื้นปูนครัวกะทันหัน ได้แต่ปัดป้องมือไม้ไปมาด้วยความใและกลัวประกายไฟลวกตัว
ปัง!
ประตูด้านข้างบ้านเปิดผางออกอย่างแรง เสียงฝีเท้าหนักหน่วงพุ่งตรงเข้ามาในห้องครัวบ้านผมทันที ร่างสูงใหญ่กำยำร้อยแปดสิบแปดเซนเมตรของพี่ธันวาข้ามกำแพงเตี้ยพุ่งเข้ามาในเวลาอันสั้น
ใบหน้าคมคายดุดันของเขาเต็มไปด้วยความใอย่างรุนแรง พี่ธันวาคว้าฝาหม้อสแตนเลสข้างเคียงปิดทับครอบกระทะที่ไฟกำลังลุกเพื่อตัดอ็อกซิเจนจนไฟดับสนิทอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ก่อนจะหันมาบิดปิดวาล์วถังแก๊สสนิท
ควันไฟสีเทาหม่นลอยอยู่ทั่วทั้งห้องครัว พี่ธันวาหันขวับมาจ้องมองผมที่นั่งกอดเข่าตัวสั่นระริกอยู่บนพื้นครัวด้วยสายตาคมกริบดุเดือดและน่าเกรงขามดั่งั์วัดโพธิ์
"ทำอะไรของเธอครับข้าวหอม! รู้ไหมว่ามันอันตรายมากขนาดไหน!"
พี่ธันวาตวาดดุเสียงดังลั่นจนผมสะดุ้งตัวโยน น้ำตารื้นคลอเบ้าตาด้วยความกลัวทั้งเปลวไฟและกลัวพี่ข้างบ้านในโหมดเกรี้ยวกราดนี้
---
ธันวาได้ยินเสียงกรีดร้องด้วยความใของข้าวหอมดังแว่วมาจากทางห้องครัวบ้านสีขาว ขณะที่เขากำลังนั่งวิเคราะห์แผนงานเอกสารอยู่ที่ระเบียงหน้าต่างห้องทำงาน
หัวใจในอกหล่นวูบพังทลายลงในพริบตา ความตื่นตระหนกทำเอาสติแทบหลุดลอย ผมรีบโยนแท็บเล็ตในมือทิ้งะโก้าวข้ามกำแพงเตี้ยกั้นรั้วบ้านวิ่งฝ่าฝุ่นดินเข้ามาช่วยเหลือน้องในครัวทันที
ภาพที่ประกายไฟลุกท่วมกระทะและข้าวหอมนั่งล้มตัวสั่นเก้งก้างอยู่บนพื้นห้องครัวทำให้ผมต้องรีบดับไฟและปิดถังแก๊สให้สนิทอย่างรวดเร็ว เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ผมจึงหันขวับมาตวาดดุเด็กดื้อยกใหญ่ด้วยความหวั่นเกรงกลัวว่าน้องจะเป็อะไรไป
แต่เมื่อเห็นดวงตากลมโตสว่างใสที่ฉายแววชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตาและเรือนร่างบางที่กำลังสั่นระริกด้วยความกลัว อารมณ์ฉุนเฉียวของผมก็พลันสลายหายไปทันตา เหลือทิ้งไว้เพียงความอาทรหวงหาและกังวลใจ
ผมย่อตัวลงคุกเข่าบนพื้นตรงหน้าข้าวหอม ดึงมือนุ่มเรียวขวาของน้องขึ้นมาหมุนตรวจดูอย่างละเอียดก็พบรอยแดงจากน้ำมันร้อนกระเด็นลวกผิวอยู่บริเวณหลังมือเล็กน้อย
"เจ็บตรงไหนอีกไหมครับ หืม? หลังมือแดงหมดแล้ว มานี่สิครับเดินตามพี่มาที่อ่างล้างจานก่อน"
ผมใช้น้ำเสียงอ่อนลงอย่างชัดเจน ประคองหลังของน้องให้ลุกขึ้นเดินมาที่อ่างล้างจานในครัว
ผมเปิดก๊อกน้ำประปาปล่อยให้สายน้ำเย็นไหลผ่านหลังมือนุ่มสีแดงระเรื่อของข้าวหอมอย่างต่อเนื่องเพื่อบรรเทาพิษร้อนจากน้ำมันลวก มือหนาแทนเข้มของผมจับประคองมือน้องไว้ใต้สายน้ำเย็นฉ่ำ ลูบไล้หลังมือเล็กรวมถึงข้อนิ้วเบาๆ เพื่อผ่อนคลายความตื่นตระหนก
"พี่ไม่ได้อยากดุเราแรงๆ แบบนั้นหรอกนะครับข้าวหอม... แต่ถ้าเปลวไฟมันลวกหน้าลวกตา หรือไฟลามไหม้บ้านขึ้นมา พี่จะทำยังไงครับ หัวใจพี่แทบหยุดเต้นเลยรู้ไหมตอนได้ยินเสียงเราร้องลั่นเมื่อกี๊"
ผมพูดกระซิบน้ำเสียงทุ้มลึกแ่เบาพลางสบสายตากับดวงหน้าน่ารักของคนตัวเล็กที่ช้อนตามองผมตาแป๋ว
"ผม... ผมขอโทษครับพี่ธันวา ผมแค่อยากทำแกงจืดไข่น้ำมาตอบแทนที่พี่ธันวามานอนดูแลผมทั้งคืนเฉยๆ ครับ ไม่นึกเลยว่าจะเกิดเื่ไฟลุกน่ากลัวแบบนี้..."
ข้าวหอมก้มหน้าพูดงึมงำน้ำเสียงสั่นเครือแก้มใสขึ้นสีชมพูเข้มอย่างน่ารังแกชวนสติหลุด
ความใสซื่อแสนน่ารักกิริยาออดอ้อนโดยธรรมชาติของน้องกระตุ้นอารมณ์คลั่งรักในอกผมให้ทำงานหนัก ผมระบายลมหายใจยาวสลัดอารมณ์ดิบออกไป ก่อนจะก้าวเดินไปยืนชิดด้านหลังของข้าวหอม
ร่างกายสูงใหญ่อกสามศอกของผมแนบชิดโอบล้อมแผ่นหลังบางของข้าวหอมไว้ทั้งหมด สองมือหนาเอื้อมผ่านสีข้างไปจับประคองมือนุ่มของน้องที่ถือมีดเหล็กอยู่ กลิ่นกายสะอาดและความร้อนจากร่างกายของผมทำเอาข้าวหอมสะดุ้งตัวแข็งทื่อเกร็งจนหลังตรงแน่ว
"ขะ... พี่ธันวา มันใกล้ไปหรือเปล่าครับ..."
เสียงหวานสั่นเครือถามกระซิบเบาหวิว
"ไม่ใกล้หรอกครับ เวลาจับมีดทำครัวต้องจับถนัดมือแบบนี้ครับ และผักกาดขาวต้องหั่นชิ้นพอดีคำ ค่อยๆ เลื่อนปลายมีดลงไปทีละนิดครับ"
ผมกระซิบตอบเสียงนุ่มขนานใบหู ััได้ถึงผิวกายที่เริ่มร้อนผ่าวของข้าวหอมซึ่งตอนนี้แก้มเนียนกลายเป็สีชมพูจัดเข้มลามลึกไปถึง่คอระหงและใบหู
ผมออกแรงประคองมือนุ่มของข้าวหอมค่อยๆ กดมีดหั่นผักกาดขาวลงบนเขียงไม้ทีละชิ้นอย่างประณีต ความใกล้ชิดที่เนื้อแนบเนื้อทำให้ผมได้รับกลิ่นแป้งเด็กหอมสะอาดฟุ้งกระจายจากกายบาง หัวใจดวงใหญ่ของผมเต้นหน่วงรัวเร็วด้วยความปรารถนาที่ต้องระงับไว้ใต้หน้ากากพี่ชายแสนดีจอมดุข้างบ้านอย่างที่สุด
---
แผ่นหลังบางของผมแนบชิดติดกับอกแกร่งหนาแสนอบอุ่นและมั่นคงของพี่ธันวาที่ขยับทาบทับโอบล้อมเข้ามาจากทางด้านหลัง แขนยาวแข็งแรงสองข้างกักขังและประคองมือของผมไว้จนรู้สึกอบอุ่นและใจสั่นระริกไปพร้อมกัน ลมหายใจร้อนผ่าวและน้ำเสียงทุ้มต่ำลึกที่กระซิบประชิดติดหูทำให้สมองผมเบลอไปหมดจนแทบไม่ได้มองใบผักกาดขาวตรงหน้าเลย
ท่าทางแบบนี้มันเหมือนพี่ธันวากำลังกอดผมจากข้างหลังทำครัวอยู่ชัดๆ เลยไม่ใช่เหรอครับ! ใบหน้าของผมร้อนผ่าวฉ่าราวกับพริกขี้หนูร้อยเม็ด เสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอเบาๆ ของเขาทำให้หัวใจดวงน้อยสั่นระรัวจนแทบะเิออก
"ใจเย็นๆ ครับข้าวหอม ค่อยๆ หั่นครับ ไม่ต้องตัวเกร็งขนาดนั้น พี่ไม่ได้จะดุหรือกินหัวเราหรอกนะตัวแสบ”
พี่ธันวาหัวเราะเบาๆ ข้างหูพลางประคองผมหั่นผักจนเรียบร้อย
หลังจากนั้น พี่ธันวาเป็คนจัดการลงมือเจียวไข่และตั้งหม้อต้มแกงจืดไข่น้ำต่อให้จนเสร็จสมบูรณ์ โดยมีผมนั่งหน้าแดงคอยดูอยู่บนเก้าอี้โต๊ะทานข้าวอย่างเรียบร้อยราวกับเด็กอนุบาล แกงจืดฝีมือพี่ธันวาอร่อยกลมกล่อมและอบอุ่นที่สุดในค่ำคืนนี้
และผมก็ยิ่งมั่นใจ... ว่าััโอบประคองแสนอ่อนโยนปนสองมาตรฐานของพี่ข้างบ้านคนนี้ มันกำลังเข้ามาป่วนหัวใจของผมจนไม่เป็สุขและใจเต้นรัวเร็วแล้วล่ะครับ!