ซูอี้หว่านได้ยินเซียวจวิ้นอันกล่าวเช่นนั้นดวงตาก็เป็ประกายวาววับ
เดิมทีครอบครัวของเ้าของร่างเดิมทนทุกข์ทรมานจากซูไท่ไท่มาโดยตลอดถึงแม้ว่านางจะไม่ใช่เ้าของร่างเดิม แต่ในเมื่อได้ร่างของเขาแล้วก็ควรจะทวงคืนความยุติธรรมให้พวกเขา!
ตอนนี้ทวงคืนดอกเบี้ยทวงแค้นมาได้บ้างก็ยังดี!
"ดี! ก็ให้ตระกูลซูมาคุกเข่าขอโทษพวกเรา!"
"นังแพศยาน้อย! กล้าดียังไง!"
ซูไท่ไท่ได้ยินคำพูดของซูอี้หว่านก็โกรธจนหน้าแดงก่ำด่าทอด้วยคำหยาบคาย
"สงบปากสงบคำหน่อย!"
เมื่อเหล่าทหารได้เห็นความไร้ยางอายของซูไท่ไท่ทั้งที่วางยาพิษทำร้ายผู้อื่นแต่กลับไม่มีท่าทีสำนึกผิดต่อผู้ที่ถูกนางใส่ร้ายเลยแม้แต่น้อย
ทหารอดไม่ได้ที่จะตวาดเสียงดัง"ยังไม่คุกเข่าอีก! หรือว่าอยากให้ข้าจับพวกเ้าเข้าคุกทั้งหมดให้ท่านเ้าเมืองลงโทษพวกเ้า?"
ซูไท่ไท่ได้ยินคำพูดของทหารก็ยอมจำนนในทันทีอ้อนวอนขอความเห็นใจ
"ท่านเ้าคะ ได้โปรดปล่อยพวกเราไปเถิด! ข้าน้อยไม่กล้าแล้ว! ไม่กล้าจริงๆ!"
ทหารี้เีสนใจท่าทีเสแสร้งของซูไท่ไท่กล่าวเสียงเ็า "ในเมื่อรู้ว่าผิดแล้วทำไมไม่คุกเข่าขอโทษ?"
"ข้า..."
เมื่อเห็นเช่นนั้นซูไท่ไท่ก็ยังคงดื้อดึงไม่ยอมจำนน แต่ก็รู้ดีว่าถ้าไม่ทำตามเื่นี้ก็คงไม่จบลงง่ายๆ
มองไปยังทหารที่อยู่ด้านข้างนางทำได้เพียงกัดฟัน ค่อยๆ ย่อเข่าลง
ซูไท่ไท่เคลื่อนไหวช้าๆในใจยังคงมีความหวังอยู่บ้าง หวังว่าซูอี้หว่านจะเรียกให้นางหยุดกลางคัน
น่าเสียดายที่เื่นี้ไม่มีทางเป็ไปตามที่นางหวัง
ซูอี้หว่านเพียงกอดอกมองซูไท่ไท่ที่เสแสร้งอย่างเ็ามองนางเคลื่อนไหวช้าๆ จนกระทั่งเสียศูนย์ล้มลงกับพื้น
"ท่านย่า!"
ในขณะนั้นเองก็ได้ยินเสียงร้องอุทานดังขึ้น ซูอี้หว่านก็เห็นซูอี้ฉินรีบวิ่งมาทางนี้
เห็นซูไท่ไท่ล้มลงกับพื้นซูอี้ฉินก็รีบเข้าไปประคองนางขึ้น
"ท่านย่า ท่านเป็อะไรหรือไม่?"
"เสี่ยวฉิน ย่าไม่เป็อะไร..."
ซูไท่ไท่พูดเช่นนั้นแต่สีหน้ากลับแสดงออกถึงความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างยิ่ง
"อย่าขวางข้า ข้าจะไปขอโทษลูกพี่ลูกน้องของเ้า..."
"ท่านย่า ท่านพูดอะไรออกมา!"
ซูอี้ฉินได้ยินคำพูดของซูไท่ไท่ก็ขมวดคิ้วทันทีทำท่าทางไม่เข้าใจ นางเงยหน้าขึ้นถามซูอี้หว่าน "ซูอี้หว่าน เ้า้าอะไรกันแน่?"
ที่จริงซูอี้ฉินแอบซุ่มดูอยู่ไม่ไกลรู้ว่าแผนการของซูไท่ไท่ล้มเหลว มิหนำซ้ำยังไม่สามารถทำให้ซูอี้หว่านเสียหน้าแต่กลับถูกนางเปิดโปงความจริงออกมา
แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่รู้สึกว่าสิ่งที่ซูไท่ไท่ทำนั้นใจร้ายในสายตาของนาง การที่ซูอี้หว่านไม่ยอมแบ่งอาหารให้พวกนางคือความผิดนี่เป็แค่การสั่งสอนเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้นเหตุใดต้องทำให้เื่ราวใหญ่โตถึงเพียงนี้
"ซูอี้หว่าน เ้าถึงกับต้องเล่นงานท่านย่าเพราะช่วยขอทานคนหนึ่ง? ข้าว่าเ้าคงขาดผู้ชายไม่ได้จริงๆ!"
ซูอี้ฉินมองสภาพที่มอมแมมของเซียวจวิ้นอันดูราวกับขอทาน แถมตอนนี้ยังถูกพิษ สีหน้าเขียวคล้ำ ริมฝีปากซีดขาวไม่เข้าใจเลยว่าทำไมซูอี้หว่านถึงต้องเล่นงานซูไท่ไท่เพื่อผู้ชายคนนี้
"ท่านย่าบอกว่าเ้าเป็นังแพศยาตัวน้อย ช่างไม่ผิดจากความเป็จริงเลย!"
ซูอี้หว่านฟังคำเยาะเย้ยของซูอี้ฉินสีหน้ากลับไม่มีการเปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย
"พูดจบแล้วหรือยัง? พูดจบแล้วก็ลุกขึ้นข้ายังรอให้พวกเ้าคุกเข่าก้มหัวอยู่นะ!"
ซูอี้หว่านกล่าวด้วยสีหน้าเฉยเมยนางรู้มานานแล้วว่าคนในตระกูลซูไม่ใช่คนดีอะไรแต่การได้พิสูจน์ความคิดในใจอีกครั้งก็ยังทำให้นางรู้สึกขยะแขยง
"เ้าพูดอะไรไร้สาระ!"
ซูอี้ฉินไม่คาดคิดว่าคำเยาะเย้ยของตนจะไม่มีผลกระทบใดๆต่อซูอี้หว่านเลย นางโกรธจนใบหน้าบิดเบี้ยว
ที่จริงนางอิจฉาในรูปร่างหน้าตาของซูอี้หว่านมาโดยตลอดเป็คนในตระกูลซูเหมือนกัน ทำไมซูอี้หว่านถึงได้เกิดมามีรูปร่างหน้าตาสะสวยผิวพรรณขาวผ่องดุจหยก ส่วนนางกลับธรรมดาถึงเพียงนี้!
ซูอี้ฉินจ้องมองซูอี้หว่านด้วยความโกรธแค้นสายตาจับจ้องอยู่ที่เซียวจวิ้นอัน แค่นเสียงอย่างเ็า
"ถึงเ้าจะหยิ่งผยองเพียงใด สุดท้ายก็ต้องแต่งงานกับขอทานคนหนึ่งแถมดูท่าทางแล้วคงต้องเป็แม่ม่ายในเร็ววัน!"
"พูดจบแล้วหรือยัง?"
ถึงแม้ก่อนหน้านี้ซูอี้หว่านจะรู้สึกว่าซูอี้ฉินเสแสร้งจนไม่น่าคบแต่ตอนนี้ถูกนางวุ่นวายถึงเพียงนี้ ความรังเกียจของนางก็ยิ่งมากขึ้น
ตอนนี้มองซูอี้ฉินในสภาพเช่นนี้ความอดทนที่เหลือน้อยนิดของซูอี้หว่านก็หมดลง
"ถ้าเ้าไม่อยากให้ยายแก่คนนี้คุกเข่า ก็ไม่เป็ไรในเมื่อเ้ามีความกตัญญูมากนัก ก็จงรับเคราะห์แทนนางเสีย"
เสียงของซูอี้หว่านแ่เบาราวกับสายลมแต่เมื่อได้ยินเข้าไปในหูของซูอี้ฉินกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
"เ้าหมายความว่าอย่างไร!"
ซูอี้ฉินเบิกตากว้างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
"เ้าได้ยินชัดเจนแล้วไม่ใช่หรือ?"
ซูอี้หว่านตอบกลับอย่างเฉื่อยชาจากนั้นสายตาก็จับจ้องอยู่ที่ซูไท่ไท่
"เป็อย่างไร? ในเมื่อเ้าไม่ยอมคุกเข่าก็ให้ซูอี้ฉินมาคุกเข่าแทนเ้าก็ได้ ในเมื่อนางเป็หลานสาวของเ้า มิเช่นนั้นวันนี้พวกเ้าก็อย่าหวังว่าจะได้จากไปง่ายๆ เลย!"
ในตอนนี้ซูอี้หว่านมีทหารคอยช่วยเหลืออยู่หากนางไม่พูดว่าจะให้พวกเขาจากไป ซูไท่ไท่ก็ไม่มีทางไปไหนได้
ซูไท่ไท่ได้ยินซูอี้หว่านพูดเช่นนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองทหารก็เห็นว่าพวกเขามีท่าทีรอชมเื่สนุกอยู่
ในใจรู้ดีว่าเื่นี้ต้องจบลงอย่างไรสักทางเจ็บเพียงครั้งเดียว ย่อมดีกว่าต้องทนทุกข์ทรมานซูไท่ไท่จึงกัดฟันหันไปทางซูอี้ฉินโดยตรง
"เสี่ยวฉิน ย่ารู้ว่าเ้าเป็เด็กกตัญญูถ้าอย่างนั้นเ้าก็ก้มหัวให้พวกเขาหน่อยเถิด"
"ท่านย่า!"
ซูอี้ฉินได้ยินคำพูดของซูไท่ไท่ก็หน้าซีดเผือดในทันทีท่าทางไม่อยากจะเชื่อ
"ท่านทำเช่นนี้ได้อย่างไร..."
"ทำไม? ถ้าเ้าไม่ยอม ก็ให้พ่อแม่ของเ้ามาแทนก็ได้"
ซูอี้หว่านไม่ทนที่จะยื้อยุดฉุดกระชากกับคนพวกนี้อีกต่อไปเห็นคนในตระกูลซูไม่ยอมก้มหัวลงยอมรับผิดสักที นางก็พูดออกมาตรงๆ
"เ้าจงเลือกมาสักคน"
"เสี่ยวฉิน เชื่อฟังนาง!" ซูฉงกวงได้ยินคำพูดของซูอี้หว่านก็รู้ว่าเื่นี้ไม่มีทางจบลงด้วยดี
แต่เขาไม่มีทางยอมก้มหัวให้ซูอี้หว่านพวกนั้นอย่างเด็ดขาดดังนั้นจึงทำได้เพียงบังคับให้ซูอี้ฉินยอมจำนน
"ท่านพ่อ ท่านย่า พวกท่าน..."
ในตอนนี้ซูอี้ฉินรู้สึกเสียใจจนแทบจะขาดใจนางไม่น่าออกมาเลย!
แต่สถานการณ์ตรงหน้ามองไปยังทหารที่จ้องมองอยู่ข้างๆ อีกทั้งซูไท่ไท่และซูฉงกวง นางก็จำใจต้องเลือก
ซูอี้ฉินรู้ดีว่านางที่เป็เพียงหญิงสาวคนหนึ่งหาก้ามีชีวิตรอดในยุคสมัยที่วุ่นวายเช่นนี้นางต้องไม่ทำให้ซูไท่ไท่โกรธเป็อันขาด
นางกัดริมฝีปากแน่นด้วยความขมขื่นในที่สุดภายใต้การบีบบังคับของซูฉงกวงและคนอื่นๆ นางก็ค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วคุกเข่าลงอย่างขอไปทีต่อหน้าพวกซูอี้หว่าน
"เ้าพอใจแล้วใช่ไหม!"
ซูอี้ฉินกัดฟันเค้นคำพูดออกมาอย่างยากลำบากจ้องมองซูอี้หว่านด้วยสายตาอาฆาต ราวกับจะฉีกร่างนางเป็ชิ้นๆ
เมื่อซูอี้ฉินจัดการทุกสิ่งเสร็จสิ้นนางก็รู้สึกร้อนผ่าวบนใบหน้า รีบลุกขึ้นวิ่งไปยังทิศทางที่จากมาซูไท่ไท่และซูฉงกวงเห็นดังนั้นก็รีบตามไปตระกูลซูทั้งครอบครัวก็หายลับสายตาของผู้คน
"เป็อย่างไร? สาแก่ใจเ้าแล้วหรือยัง?"
รอจนพวกซูไท่ไท่จากไปซูอี้หว่านถึงหันไปมองเซียวจวิ้นอัน ถามด้วยเสียงแ่เบา
เซียวจวิ้นอันได้ยินนางถามเช่นนั้นกลับยิ้มออกมาเล็กน้อย
"แล้วเ้าล่ะ?"