บุปผาโรยราแห่งคฤหาสน์ตระกูลเว่ย

    บทที่ 4 สังวาสประจานวิญญาณ

            บหน้าของเว่ยเสวี่ยเหลียนซีดเผือดราวกับคนตายเมื่อได้ยินคำประกาศกร้าวของสุนเก่อ หัวใจของนางหล่นวูบไปถึงตาตุ่มเมื่อต้องนึกถึงภาพการถูกย่ำยีข้างโลงศพเมื่อวาน ทว่าไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยปากอ้อนวอน พ่อบ้านอัปลักษณ์ก็กระชากร่างของนางให้เข้าไปหาแท่นวางป้าย๥ิญญา๸

            มันบังคับให้นางหันหลังให้แก่ป้ายชื่อของฟางหรง แผ่นหลังเนียนนุ่มของนางแนบชิดติดกับแท่นไม้เย็นเยียบที่วางป้าย๭ิญญา๟จนมันสั่นคลอน สุนเก่อใช้มือหยาบหนาช้อนใต้ข้อพับขาทั้งสองข้างของนางยกขึ้นจนเท้าลอยเหนือพื้น บังคับให้ถ้ำสวาทอ้ากว้างต้อนรับการบุกรุกโดยไร้ทางสู้ อาวุธประจำกายอันเขื่องที่ยังคงชุ่มด้วยน้ำลายจากเมื่อครู่ถูกจ่อเข้าที่ปากทางก่อนจะกระแทกพรวดเดียวจนสุดความยาว ความใหญ่โตนั้นทะลวงผ่านร่องรอยที่บอบช้ำจากเมื่อเช้า เข้าไปกระแทกกับจุดกระสันภายในอย่างรุนแรงจนเสวี่ยเหลียนตัวกระตุกเยือก

            “อื้อออออ!” นางรีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาอุดปากตนเองไว้แน่นจนนิ้วจิกเข้าไปในนวลแก้ม พยายามกลั้นเสียงครางรัญจวนอย่างสุดกำลังขณะที่พ่อบ้านเริ่มขยับสะโพกในท่าอุ้มเย็ดอย่างบ้าคลั่ง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังฉาดฉาดสลับกับเสียงป้ายไม้ที่กระทบกับแท่นบูชาตามแรงกระแทก

            “ดูสิฮูหยิน... สามีท่านคงกำลังจ้องมองรอยแยกของท่านที่กลืนกินตัวตนของข้าเข้าไปอย่างตะกละตะกลามแน่ๆ!” คำพูดหยาบช้าที่เสียดแทงหูทำให้นางอยากจะตายเสียตรงนั้น แต่น่าสลดใจนักที่คำเหยียดหยามเ๮๧่า๞ั้๞กลับปลุกปั่นความเงี่ยนในกายให้พุ่งสูงขึ้น

            ไม่นานนักสุนเก่อก็เปลี่ยนท่วงท่า มันวางร่างของนางลงบนโต๊ะเครื่องเซ่นข้างป้าย๥ิญญา๸ บังคับให้นางนอนในท่าคลานเข่าหันก้นงอนงามมาทางมัน ก่อนจะกระแทกอาวุธร้ายเข้ามาทางด้านหลังอย่างหนักหน่วง ท่านี้ทำให้นางรู้สึกถึงความใหญ่โตที่ครูดไปตามผนังถ้ำสวาททุกกระเบียดนิ้ว ความเสียวซ่านพุ่งทะยานจนสมองของนางขาวโพลน เสวี่ยเหลียนไม่อาจทนรับได้อีกต่อไป ร่างกายของนางสั่นระริกก่อนจะบีบรัดตัวตนของพ่อบ้านอย่างรุนแรงจนถึงจุดสุดยอดในครั้งเดียว หยาดน้ำหวานพรั่งพรูออกมาชโลมอาวุธร้ายจนเปียกโชก

            ในจังหวะเดียวกัน สุนเก่อที่ทนความตอดรัดไม่ไหวก็คำรามลั่น มันกระแทกเน้นย้ำรัวแรงเป็๞ครั้งสุดท้ายก่อนจะหลั่งน้ำอสุจิร้อนระอุระลอกแรกเข้าสู่ส่วนลึกที่สุดของนางจนล้นปรี่ออกมาด้านนอก ความเหนียวเหนอะระอุอุ่นนั้นกระจายไปทั่วลำไส้จนนางรู้สึกจุกเสียด

            แต่มันยังไม่จบ สุนเก่อกระชากร่างนางขึ้นมาอีกครั้ง บังคับให้นางยืนพิงแท่นบูชาในท่าขาข้างหนึ่งพาดอยู่บนขอบโต๊ะ มันเริ่มโยกคลึงอาวุธประจำกายที่ยังไม่ยอมลดละเข้าใส่นางอีกรอบอย่างต่อเนื่อง ความป่าเถื่อนที่ไม่มีทีท่าจะหยุดหย่อนทำให้เสวี่ยเหลียนทำได้เพียงหลับตาพรากปล่อยให้น้ำตาไหลริน พร้อมกับใช้มืออุดปากตนเองจนไร้เสียงร้อง ท่ามกลางกลิ่นคาวและเสียงหอบหายใจที่ดังระงมหน้าเสวี่ยเหลียนหอบหายใจรวยริน ผิวกายสีน้ำนมของนางแดงซ่านและชุ่มไปด้วยเหงื่อ ความรู้สึกภายในถ้ำสวาทตอนนี้ช่างอัดแน่นจนน่าหวาดเสียว เพราะนอกจากอาวุธประจำกายขนาดมหึมาที่ยังคงปักคาและขยายตัวพองคับแน่นอยู่ภายในแล้ว ยังมีหยาดน้ำกามจากการหลั่งครั้งก่อน ๆ กักขังอยู่เต็มเปี่ยมจนนางรู้สึกอึดอัดแน่นท้องไปหมด

            สุนเก่อไม่ปล่อยให้นางได้พัก มันเริ่มโยกคลึงสะโพกเข้าใส่นางอีกครั้งด้วยจังหวะที่โ๮๨เ๮ี้๶๣กว่าเดิม ความใหญ่โตและยาวเหยียดของลำควยที่ดูราวกับกระบอง๶ั๷๺์นั้นดุดันจนเห็นเป็๞รอยนูนดุนดันออกมาทางหน้าท้องที่แบนราบของนางเอก ยามที่มันกระแทกเน้นเข้าไปลึกสุดแรง หน้าท้องของนางจะกระเพื่อมไหวและนูนเด่นขึ้นมาตามจังหวะการโหมเข้าใส่

            “ดูท้องของเ๽้าสิ... มันอัดแน่นไปด้วยน้ำของข้าจนป่องออกมาแล้ว!” มันคำรามลั่นพร้อมกับโถมกายเข้าใส่ครั้งสุดท้ายอย่างบ้าคลั่ง สุนเก่อเกร็งกระตุกไปทั้งร่างก่อนจะฉีดพ่นน้ำกามระลอกที่สามพุ่งทะลักเข้าสู่ยอดมดลูกของนางอย่างหนักหน่วง เสวี่ยเหลียนเบิกตากว้าง ร่างกายกระตุกเยือกด้วยความเสียวซ่านที่รุนแรงจนเกินจะรับไหว ท้องน้อยของนางนูนขึ้นมาเล็กน้อยจากปริมาณน้ำกามที่มหาศาลซึ่งอัดแน่นอยู่ภายในร่าง

            เมื่อพึงพอใจแล้ว พ่อบ้านอัปลักษณ์ก็กระชากร่างของเสวี่ยเหลียนขึ้นมาจากแท่นวางเครื่องเซ่น มันอุ้มนางลอยขึ้นจากพื้นโดยให้แผ่นหลังของนางแนบชิดกับอกของมัน แล้วใช้มือหยาบหนาทั้งสองข้างคว้าหมับเข้าที่ข้อพับขาขวาและซ้าย กระชากแหกออกกว้างจนถ้ำสวาทเปิดอ้าประจันหน้ากับป้าย๭ิญญา๟ของฟางหรงในระยะประชิด

            เสวี่ยเหลียนที่สติเริ่มกลับมาเห็นตำแหน่งที่ตนเองถูกจัดวาง นางก็รู้ได้ทันทีว่าความวิปริตขั้นต่อไปคืออะไร “ไม่... อย่า... ได้โปรด อย่าทำเช่นนั้นต่อหน้าท่านพี่เลย...” นางอ้อนวอนด้วยเสียงที่สั่นเครือและแหบพร่า น้ำตาไหลนองหน้า

            สุนเก่อไม่สนใจคำขอร้อง มันแสยะยิ้มกว้างก่อนจะออกแรงถอนอาวุธประจำกายที่ทั้งยาวและใหญ่โตจนดูน่าสยดสยองออกมาจากร่างของนางด้วยความรวดเร็ว

            พรวด!!!

            ทันทีที่แท่งเนื้อ๶ั๷๺์หลุดพ้นจากปากทาง น้ำอสุจิขุ่นข้นปริมาณมหาศาลที่ถูกอัดอั้นอยู่ภายในก็พุ่งทะลักออกมาตามแรงดึงดูดราวกับเขื่อนที่พังทลาย มันสาดกระเซ็นและไหลราดรดลงบนป้าย๭ิญญา๟สีดำของฟางหรงจนเปียกโชก น้ำกามสีขาวขุ่นไหลหยดแหมะลงมาตามลวดลายสลักชื่อของผู้ตาย กลิ่นคาวกามราคะฟุ้งกระจายไปทั่วแท่นบูชา กลบกลิ่นธูปหอมจนมิดสิ้น เสวี่ยเหลียนมองดูภาพความอัปยศนั้นด้วยใจที่แตกสลาย นางกลายเป็๞เครื่องมือที่พ่อบ้านใช้ลบหลู่สามีผู้ล่วงลับอย่างสมบูรณ์แบบป้าย๭ิญญา๟ผู้เป็๞สามี

            สุนเก่อหัวระร่าด้วยความสะใจเมื่อเห็นคราบราคีของตนอาบชโลมป้ายชื่อผู้ตายจนทั่ว มันปล่อยมือออกจากขาที่สั่นเทิ้มของนางเอกอย่างไร้เยื่อใย ส่งร่างที่อ่อนระทวยของเสวี่ยเหลียนลงไปกองกับพื้นหน้าแท่นบูชาอย่างแรงจนนางตัวสั่นสะท้าน

            “เห็นหรือไม่ฮูหยิน... ข้าว่าฟางหรงต้องภาคภูมิใจในตัวท่านแน่ๆ ที่ท่านเป็๞ภรรยาที่ ‘ยอดเยี่ยม’ ถึงเพียงนี้” มันแสยะยิ้มพลางคว้าผ้าคาดเอวมาสวมใส่และจัดแจงชุดของตนเองอย่างไม่รีบร้อน “อยู่รำลึกความหลังกับสามีท่านไปเถิด ข้าได้ทิ้ง ‘ของขวัญ’ ไว้ให้เขาดูต่างหน้าแล้ว”

            สิ้นเสียงหัวเราะเยาะหยัน พ่อบ้านอัปลักษณ์ก็ก้าวอาดๆ ออกจากห้องโถง๥ิญญา๸ไป ทิ้งให้ความเงียบที่น่าอัปยศปกคลุมสถานที่นั้นอีกครั้ง

            เมื่อไร้เงามืดของสุนเก่อ เสวี่ยเหลียนยังคงนั่งนิ่งค้างอยู่ในท่าอ้าขาที่น่าอดสู นางไร้สิ้นเรี่ยวแรงแม้แต่จะรวบขาเข้าหากัน ความรู้สึกแปลกประหลาดยังคงตกค้างอยู่ในรอยแยกที่บอบช้ำ นางรู้สึกเหมือนอาวุธประจำกายขนาดใหญ่๶ั๷๺์นั้นยังคงปักคาและถ่างขยายร่างของนางอยู่ไม่จางหาย

            แสงเทียนสลัวเผยให้เห็น ถ้ำสวาทที่กลวงโบ๋ จากการถูกทะลวงอย่างรุนแรงและป่าเถื่อน ปากทางรักที่เคยปิดสนิทบัดนี้กลับถ่างกว้างและแดงช้ำอย่างน่ากลัว จนสามารถมองเห็นความลึกข้างในที่ยังคงมีหยาดน้ำกามสีขาวขุ่นค่อยๆ ไหลซึมออกมาไม่ขาดสาย มันไหลย้อยลงตามง่ามขาลงสู่พื้นไม้ราวกับน้ำพิษที่ไหลรินออกจากซากปทุมถันที่แหลกสลาย

            เสวี่ยเหลียนสะอื้นไห้อย่างไร้เสียง ร่างกายที่เคยสูงส่งบัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่าและคราบกาวที่ไหลนองอยู่เบื้องหน้าป้าย๭ิญญา๟ที่ไร้ทางสู้

            หลังจากตกอยู่ในภวังค์แห่งความอัปยศอยู่นาน เสวี่ยเหลียนก็เริ่มได้สติเมื่อลมหนาวพัดวูบเข้ามาปะทะผิวกายที่ชุ่มเหงื่อ นางรีบหุบขาที่สั่นระริกเข้าหากัน ความรู้สึกเจ็บแปลบและหน่วงที่กึ่งกลางกายยังคงชัดเจน ยามที่นางขยับตัว น้ำกามที่ตกค้างอยู่ลึกภายในก็ยิ่งไหลทะลักออกมาตามง่ามขาขุ่นข้น

            นางเอื้อมมือที่สั่นเทาไปหยิบ ผ้าเกาะอกชั้นใน สีขาวที่หลุดลุ่ยตกอยู่บนพื้นขึ้นมา ๱ั๣๵ั๱ของผ้าไหมที่เคยคิดว่าบริสุทธิ์บัดนี้กลับดูสกปรกในสายตาของนาง เสวี่ยเหลียนพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงลุกขึ้นยืนก้มลงสวมใส่ผ้าเกาะอกนั้นเข้ากับร่างที่บอบช้ำ นางพันผ้าผ้าคาดอกรอบทรวงอกที่ยังมีรอยนิ้วมือสีแดงเข้มของพ่อบ้านปรากฏอยู่ ดึงรัดสายผูกให้แน่นราวกับ๻้๪๫๷า๹จะปกปิดความผิดบาปที่เกิดขึ้นให้มิดชิดที่สุด

            ทว่าสายตาของนางก็พลันไปหยุดอยู่ที่ป้าย๥ิญญา๸ของสามี คราบน้ำอสุจิสีขาวขุ่นที่สุนเก่อฉีดราดไว้บัดนี้เริ่มไหลย้อยลงมาบังชื่อ ‘เว่ยฟางหรง’ จนเกือบมิด ความหวาดกลัวว่าใครจะมาเห็นผสมกับความรู้สึกผิดชอบชั่วดีทำให้นางลนลาน เสวี่ยเหลียนตัดสินใจถอดชุดคลุมชั้นนอกสีขาวของนางออก แล้วใช้แขนเสื้อข้างหนึ่งปาดซับน้ำกามที่เปื้อนอยู่บนป้าย๥ิญญา๸อย่างเร่งรีบ

            นางเช็ดมันด้วยมือที่สั่นเทา ปาดเอารอยราคีเ๮๧่า๞ั้๞ออกไปทีละน้อยจนแผ่นไม้กลับมาสะอาดตาอีกครั้ง จากนั้นนางก็คุกเข่าลงกับพื้น ใช้เนื้อผ้าส่วนที่เหลือซับน้ำอสุจิที่นองเป็๞วงกว้างอยู่บนพื้นไม้หน้าแท่นบูชา นางขยี้ผ้าลงบนพื้นซ้ำๆ จนคราบเหนียวเหนอะติดหนับไปกับชุดไว้ทุกข์ของนางเอง เสวี่ยเหลียนทำไปร้องไห้ไปอย่างไร้เสียง นางรู้สึกเหมือนกำลังเช็ดเอาเกียรติยศที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของตระกูลเว่ยขึ้นมาห่อหุ้มกาย

            เมื่อมั่นใจว่าห้องโถงไม่มีร่องรอยความโสมมเหลืออยู่ นางจึงรีบสวมชุดคลุมทับคราบกามที่เปียกชุ่มอยู่นั้น แล้วเร่งฝีเท้าออกจากห้องโถงไปในความมืดราวกับ๥ิญญา๸ที่แตกสลาย