ปราพกแห่งนิรมล

    ตอนที่ 1 ปราพก

    แสงแดดอ่อนยามเช้า บ่งบอกถึงการเริ่มต้นใหม่ที่ดี สำหรับวันนี้ หญิงสาวในชุดนอนส่ายเดียวผ้าละตินสีเทาบาง เธอกำลังเหยียดกายบนที่นอนขาวสะอาด ผิวชมพูเนียนละเอียด แค่มองก็รู้สึกถึงความนุ่มนิ่มแล้ว ไม่ต้องบอกก็พอจะเดาออกถึงการบำรุงรักษามันอย่างดี นิ้วยาวเรียวสวยกรีดกรายขยำลงบนหมอนที่วางอยู่ด้านข้างเบาๆ สายลมหนาวพัดผ่านเข้ามาด้านในห้องนอนกว้างใหญ่ มันกระทบกับดอกไม้งามที่วางอยู่ตรงระเบียงห้อง และหอบเอาความหอมหวานมาเสิร์ฟสาวงามถึงบนเตียง ริมฝีปากอวบอิ่มชมพูแลดูเป็นธรรมชาติ กระตุกรอยยิ้มขึ้น ตอบรับคำเชิญชวนสุดอัศจรรย์นั่นช้าๆ วันนี้ก็คงเป็นอีกวัน ที่ธรรมชาติจะใจดีกับเธอ ... หัวใจที่กำลังเพลิดเพลินกับกลิ่นหอม ในขณะที่กำลังหลับตา กลีบดอกไม้แสนสวยก็จรดลงบนแก้มเนียนนุ่มเบาๆ ก่อนมันจะถูกเลื่อนขึ้นลงเรื่อยๆ ราวกับกำลังหยอกล้อกัน กลีบกุหลาบสีเหลืองสดค่อยๆ เลื่อนลงไปตามลำคอขาวของหญิงสาว รอยยิ้มหวานยังคงแต่งแต้มไปทั่วใบหน้าของเธอ และเมื่อสัมผัสอุ่นๆ ก้มลงมาสูดดมกลิ่นหอมที่แท้จริงก็ทำให้ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้น ดวงตากลมโตนนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่ารอยยิ้มนั่นจะอยู่ที่ปากของเธอ แต่มันกลับส่งผลมาถึงดวงตาคู่นี้ด้วย .. "ดอกกุหลาบดอกนี้สดใสกว่าดอกอื่นเลยนะครับ"คนฟังยิ้มออกมาด้วยความเขินอายก่อนเจ้าของคำพูดจะก้มลงมามอบสัมผัสอบอุ่นให้เธออีกครั้ง ความหอมหวานที่ยากจะละความสนใจไปได้ จนมือเล็กต้องเลื่อนขึ้นมาห้ามปรามเบาๆ "อินซา สายแล้วนะคะ" "ผมยังคิดถึงคุณอยู่เลยนี่ครับ พัคแซน " "ฮ่าๆ ไม่เอาสิคะ ประชาชนรอ ท่าน สว. คนใหม่ไปช่วยเหลือประเทศอยู่นะ" "ฮ่าๆ ผมมาอยู่ตรงนี้ได้ก็เพราะคุณนะครับที่รัก " "ไม่ใช่สะหน่อย เพราะความสามารถของคุณเอวต่างหากละคะ" หญิงสาวดันตัวขึ้นมานั่ง มือเรียวสวยแตะลงบนใบหน้าคมเข้มของชายที่นั่งอยู่บนเตียงตรงหน้าเบาๆ  "คุณเก่งมากเลยนะคะอินซา ทำดีแล้วนะ" "นั่นก็เพราะผมมีภรรยาที่คอยเป็นกำลังใจให้เสมอนี่ไงครับ" อินซาโน้มตัวลงมาหอมแก้มพัคแซนอีกครั้งก่อนจะดันตัวลุกขึ้น ในขณะที่สาวสวยเองก็ลุกขึ้นยืนเพื่อจัดระเบียบร่างกายให้ท่าน สว.  "คุณพัค คุณอยากได้อะไรเป็นพิเศษรึป่าวครับ?" เขาถามในขณะที่กำลังมองหน้าภรรยาสาวที่เพิ่งกลายเป็นทองแผ่นเดียวกันไม่นานนัก  "ไม่ล่ะค่ะ ฉันมีทุกอย่างที่ต้องการแล้ว" คุณหนูผู้สูงศักดิ์ มีทรัพย์สมบัติเหลือกินเหลือใช้ตลอดทั้งชีวิต ไหนจะกิจการอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัวที่เธอได้รับหุ้นส่วนมาเกินครึ่ง การทำงานที่ใช้แค่ปากเท่านั้น คนอย่างเธอยังจะต้องการอะไรจากผู้ชายที่จ้องทะเยอทะยานกว่าจะมีถึงจุดนี้อย่างเขาอีก.. "นั่นสินะ.. ผมจะหาอะไรมาทดแทนสิ่งที่คุณมีได้ละ "น้ำเสียงปนน้อยอกน้อยใจ นั่นทำให้คนตัวเล็กยิ้มออกมา  "ไม่เอาสิคะ อินซา ฉันมีคุณคนเดียวก็ไม่ต้องการอะไรแล้วนะคะ  " มือใหญ่เลื่อนขึ้นมาลูบไล้ค์ปลายผมสวยเบาๆ ก่อนจะโอบกอดเอวบางเล็กช้าๆ "ขอบคุณนะครับ คุณพัค ที่เลือกฝากชีวิตไว้กับผม ผมจะดูแลคุณให้ดีที่สุด"  หญิงสาวเอนตัวลงมาในอ้อมกอดใหญ่ พร้อมกับเปิดรับความอบอุ่นที่เขามอบให้อย่างเต็มที่ ..  "ฉันรักคุณนะคะ อินซา " "ผมก็รักคุณครับ พัคแซน " . . . . 13.00 น.  เรือนเบญจมาศ เรือนดอกไม้ของคุณหนูพัคแซน ที่พักผ่อนย่อนใจ ในเวลาที่ต้องการอยู่เงียบๆ คนเดียว .. สำหรับเวลาว่างของเศรษฐีนีหมื่นล้าน กิจกรรมนันทนาการของคนที่มีเวลาเหลือทั้งชีวิต คงจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ หากไม่ใช่ศิลปะและดนตรี ..  ช่วงเวลาสันทนาการของพวกคนรวย การได้ดื่มด่ำกับศิลปะและธรรมชาติ ควบคู่กับการฟังเสียงไวโอลิน .. และรสชาติของไวน์ขาวราคาแพงที่ต้องทานคู่กับชีสเนื้อนุ่มถึงจะเข้ากัน ช่างเป็นช่วงเวลาของชีวิตโดยแท้จริง..  มือเรียวสวยกำลังสร้างสรรค์ผลงานศิลปะลงบนผืนผ้าที่ถูกขึงตรึงกับกรอบไม้ขนาดไม่ใหญ่นัก  และภาพต้นแบบตรงหน้าก็คงต้องเป็นสวนดอกไม้ที่เธอปลูกเอง ..  "คุณหนูใช้คู่สีสวยมากเลยค่ะ " คนรับใช้คนสนิท  ที่ตามมาจากบ้านหลังใหญ่ คนของม๊าที่ทำงานจนให้ความไว้เนื้อเชื่อใจได้อย่างไม่มีอะไรติดขัด  "ฉันชอบสีชมพู กับสีขาว " เสียงหวานใสดังขึ้นในขณะที่กำลังมองภาพของตนด้วยความภาคภูมิใจ  "ดิฉันเองก็ชอบเหมือนกันค่ะ" "ใช่ไหมละ.. เธอหลงรักมันแล้วน่ะสิ" "ฮ่าๆ ใช่แล้วค่ะคุณหนู สีของมันนุ่มนวลและอ่อนหวานเหมือนคุณหนูเลยค่ะ "  "รู้ไหม ... มันเป็นสีของดอกไม้นะ"  "จริงหรอคะ คุณหนู ดอกอะไรคะ? "บทสนทนาของเจ้านายที่ต้องสร้างความสนอกสนใจมากเป็นพิเศษ  "ฉันเองก็จำไม่ได้ .. ฉันรู้แค่ว่ามันเป็นสีของดอกไม้.. " "จำไม่ได้ก็ไม่เป็นไรค่ะคุณหนู ลืมมันไปก็ได้ค่ะ" ตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุ หลายต่อหลายครั้งที่เธอมีเรื่องราวที่อยากจะนึกให้ออก นั่นส่งผลให้เกิดอาการปวดศรีษะอยู่บ่อยๆ จนบางครั้งถึงกับต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลเนื่องจากไม่สามารถหยุดความคิดได้  เมื่อปลายปีก่อน .. อุบัติเหตุที่ทำให้เจ้าหญิงนิทราหลับใหลไปถึง 3 เดือน และตื่นมาพร้อมกับหัวใจที่ว่างเปล่า ..  เธอประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ การเดินทางที่ไม่มีใครรู้เลยว่าจุดหมายคือที่ไหน รู้เพียงแค่ว่า เธอไปไม่ถึง.. . พัคแซนขับรถด้วยความเร็วสูง เธอมีเพียงโทรศัพท์มือถือที่ติดตัวไปด้วยเท่านั้น และการเกิดอุบัติเหตุคราวนั้นก็ทำให้ทุกอย่างพัง ..  ชะตาฟ้าลิขิต ให้โอกาสเด็กสาวได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง  นั่นเพราะอะไร..  การตัดสินใจใหม่งั้นหรอ.. หรือว่า .. อุบัติเหตุนั่นก็เป็นแค่การตักเตือนเท่านั้น ..  เหตุการณ์ที่พลั่กดันให้จุดหมายปลายทางของเธอในวันนั้น ห่างไกลออกไปอีก ..  และเหมือนว่าวันนี้ เธอจะเปลี่ยนเส้นทางแล้ว .. ดอกกุหลาบสีแดงสด เปลี่ยนเส้นทางตามกระแสลม ที่พัดกระแทกเข้ามาในวันก่อนเรียบร้อยแล้ว..  "คุณหนู?" เสียงเรียกดึงคสามสนใจของสติที่กำลังเหม่อลอยอีกครั้ง ก่อนจะก้มลงไปมองคนรับใช้ "มีอาการปวดหัวรึป่าวคะ?" "ฉันสบายดี ฉันอยากจะเล่นไวโอลินสักหน่อย"  "ได้เลยค่ะ " "ช่วงเย็นจัดห้องประติมากรรมให้ฉันด้วยนะ .. ฉันคิดงานปั้นออกแล้ว" "ได้ค่ะคุณหนู" คนรับใช้ตกปากรับคำก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหยิบเครื่องดนตรีราคามา ..  สาวสวยอายุราว 21 ปี  เธอศึกษาเล่าเรียนในโรงเรียนที่เน้นการสันทนาการของพวกผู้ดี และการเข้าสังคมชั้นสูง .. แต่ในวันนี้ เธอไม่ได้ไปเรียนเนื่องจากไม่อยากไป..  พัคแซนดันตัวลุกขึ้น ขายาวย่างก้สวขึ้นมาบนศาลาริมแม่น้ำ แม่น้ำกว้างใหญ่ ที่เป็นของเรือนหอหลังนี้โดยเฉพาะ ..  สายตาทอดยาวไปไกลแสนไกล .. แม้ว่าเธอจะกลับมามีชีวิตที่สุขสบายอย่างที่ควรจะเป็น  ได้แต่งงานกับชายที่สมบูรณ์แบบ เพรียบพร้อมทั้งหน้าตา รูปร่าง และฐานะทางสังคม ซ้ำยังมีจิตใจที่ดี และรักเธอจนหมดหัวใจ ...  แต่ว่า ... ความอ้างว้างที่เกาะแน่นอยู่ในใจดวงน้อยนี่มันอะไรกัน  ความรักของเขาที่มอบให้เธอในทุกวัน มันไม่เคยรู้สึกอิ่มเลย .. หัวใจที่โหรงเหรงตลอดเวลา เหมือนเติมอะไรก็ไม่เข้าทั้งนั้น แม้ว่ามันจะหลวมกลวงอยู่..  "คุณหนู ไวโอลินค่ะ" พัคแซนหันกลับมารับไวโอลินที่คนรับใช้ส่งมาให้ ก่อนคนรับใช้จะเดินออกไป เนื่องจาก หลังจากนี้จะเป็นเวลาส่วนตัวของเจ้านายแล้ว..  หางม้าที่ถูกปรับให้พอดี เครื่องไวโอลินถูกยกขึ้นมาวางตั้งบนบ่าเล็ก ก้นของมันแตะชิดที่คอของเธอ ท่วงท่าที่แสดงความเชี่ยวชาญออกมาอย่างไม่ขาดตก ..  หางม้าถูกยกขึ้นมาทาบบนสายของเครื่องดนตรีช้าๆ.. ดวงตาคู่สวยทอดยาวออกไปอย่างไร้จุดหมายอีกครั้ง ก่อนจะเริ่มบรรเลง.. ท่วงทำนองที่สุดแสนจะไพเราะจับหัวใจ ไม่เพียงแค่สายไวโอลินที่สั่นไหว ซ้ำยังเป็นหัวใจของคนฟังอีกด้วย ..  แม้จะเป็นทำนองของเพลงรัก แต่มันช่างเป็นรักที่ขมขื่นสะจริง ..  เสียงดนตรีฟังดูแหลมสูงทว่าทำนองกลับสั่นสะเทือน นั่นแทนความสลดใจ .. ความโศกเศร้าอย่างแท้จริงของดอกไม้มิอาจปิดกั้นได้จากเสียงของธรรมชาติ  เสียงที่ยืดยาน บดขยี้ทุกตัวโน๊ต ที่เล็ดรอดออกมา ซ้ำยังฟังดูโหยหา ชอกช้ำสะจนไม่อาจทนฟังได้จนจบเพลง..  แม้ไม่เข้าใจในเสียงของดนตรี แต่คนรับใช้มากมายที่พากันน้ำตาคลอออกมาแทบทุกครั้ง ที่เครื่องดนตรีเริ่มทำงานด้วยมือของกุหลาบ ..  หัวใจดวงน้อยที่ไม่รู้ว่ายังสมประกอบดีรึป่าว ยังคงถ่ายทอดทำนองสุดแสนจะกล้ำกลืนต่อไป.. จนสิ้นสายแห่งไวโอลิน .. และปิดจบลงด้วยความเงียบงัน ทุกอย่างหยุดลง เว้นแต่สายลม  ดวงตาคู่สวยหลับตาลงเพื่อสัมผัสกลิ่นหอมจากธรรมชาติอีกครั้ง ..  เป็นอย่างไรบ้าง .. เสียงเพลงจากหัวใจของฉัน  สายลมโต้กลับเพียงบางเบา เหมือนก่อนหน้าที่จะเริ่มบรรเลง .. ทว่าความน่าพิสมัยคือการที่ลมหนาวเพียงใดก็ยังได้กลิ่นหอมรัญจวนใจอยู่ดี ..  มันเป็นการตอบรับ .. หรือ หัวใจดวงน้อยที่เนรมิตรกลิ่มหอมที่อยากจะได้กลิ่นขึ้นมาเอง ..  กลิ่นของดอกไม้..  "กลิ่มหอมจากทิศตะวันตก" เสียงหวานใสดังขึ้นมาเบาๆ..  เสียงฝีเท้าที่ดึงความสนใจกลับมา  "คุณหนู ฝนลงดอกแล้ว เข้าด้านในกันเถอะค่ะ" "ดินแดนทางทิศตะวันตกคือเมืองอะไร? " คนรับใช้หันไปมองยังปลายสุดของขอบแม่น้ำ ที่ไกลออกไปอีก "เมืองแล้งแค้น ไร้ผู้คนอาศัยอยู่ค่ะ"ใบหน้าสวยขมวดคิ้วขึ้นมาเล็กน้อย  ไม่จริง..  หากไม่มีสิ่งมีชีวิต แล้วดอกไม้จะเติบโตได้อย่างไร..  "ฉันอยากจะเดินทาง ไปตะวันตก"  "คุณหนู แต่สัปดาห์หน้ามีทริปไปฮัลนีมูนที่เกาะเชจูนะคะ"  "ใช่ ..แต่ เราจะเปลี่ยนแผนกัน" . . .