เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอมีชีวิตรักที่ดีกว่าเดิม [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 1 ตอนที่ 23 ดูแคลน

            แววตาหนีเจียเอ๋อร์แน่วแน่น้ำเสียงหนักแน่นไม่ลังเล “ไม่มีเหตุผลใดทั้งสิ้นข้าแค่ไม่ชอบสวีเพ่ยหรานเท่านั้น ชั่วชีวิตนี้ ข้าจะไม่แต่งงานกับเขา”

            นายท่านหนีอ้าปากหมายจะเอ่ยบางอย่างแต่เว่ยอี๋เหนียงส่งสายตาปรามเอาไว้ จึงได้แต่กลืนคำพูดเกลี้ยกล่อมลงคอไป แล้วเปลี่ยนเ๹ื่๪๫“กินก่อนแล้วค่อยคุยกัน”

            หลังผ่านมื้อเย็นไปอย่างเงียบเชียบนายท่านหนีก็เรียกเสี่ยวเอ้อร์ให้มาเก็บสำรับ

            หนีเจียเอ๋อร์ลุกขึ้นทำความเคารพแต่ยังไม่ทันจะเดินกลับเข้าห้องก็ถูกรั้งเอาไว้เสียก่อน “เสี่ยวเอ๋อร์ อย่าเพิ่งไปมาคุยกันก่อนเถอะ”

            เว่ยอี๋เหนียงจูงมือนางกลับมานั่งที่เก้าอี้ข้างหน้าต่างหญิงสาวมองมารดาอย่างเชื่อฟัง พลางถามด้วยรอยยิ้ม “อี๋เหนียง มีอะไรจะพูดกับข้าหรือเ๽้าคะ?”

            ผู้เป็๞มารดาแตะแก้มนางอย่างทะนุถนอมพลางมองหน้าบุตรสาวด้วยแววตาอ่อนโยน “เวลาช่างเดินเร็วนัก พริบตาเดียว เสี่ยวเอ๋อร์ของข้าก็ถึงวัยออกเรือนแล้ว”

            หนีเจียเอ๋อร์เลิกคิ้วขึ้นพอกลับมามีชีวิตอีกครั้งนางก็กลัวการแต่งงานจับใจ ยิ่งกว่านั้น ตอนนี้ยังไร้ซึ่งเบาะแสของผู้บงการฆ่าล้างครอบครัวในชาติก่อนแล้วตนจะยอมถูกผูกมัดด้วยการแต่งงานได้อย่างไร!

            หญิงสาวจึงจับมือเว่ยอี๋เหนียงเบาๆ“อี๋เหนียงท่านพี่ของข้ายังไม่ออกเรือน ในฐานะน้องสาวจะแต่งงานก่อนพี่ชายได้อย่างไร ผู้คนคงจะหัวเราะเยาะว่าข้าอยากแต่งงานจนแทบรอไม่ไหวเป็๞แน่”

            นายท่านหนีเดินเข้ามาพูดด้วยสีหน้าจริงจัง“สมัยก่อนก็มีน้องสาวแต่งงานก่อนพี่ชายมากมาย ทั้งยามนี้ พี่ของเ๽้ายังต้องติดตามองค์ชายรัชทายาทไปเป็๲สหายเล่าเรียน คงไม่อาจแต่งงานได้ในเร็ววัน นอกจากนี้ หว่านเอ๋อร์กับเ๽้าที่ห่างกันแค่ไม่กี่ปีก็ยังเป็๲โสดอยู่”

            “เดิมทีข้ากับพ่อของเ๯้าตกลงกันว่าจะจัดงานมงคลระหว่างเ๯้ากับนายน้อยสวีในฤดูใบไม้ร่วงปีหน้า ซึ่งในเวลานั้น ท่านพี่ของเ๯้าก็ออกจากวังมาพอดีแต่ใครจะไปคิดว่าเ๯้าจะปฏิเสธการแต่งงานเช่นนี้” เว่ยอี๋เหนียงถอนหายใจเบาๆก่อนเปลี่ยนเ๹ื่๪๫ “แล้วเ๯้าคิดอย่างไรกับชิงหวา?”

            ริ้วสีแดงพาดผ่านแก้มนวลของหญิงสาวหนีเจียเอ๋อร์ใจเต้นรัว ไม่อาจตอบคำถามไปชั่วขณะ

            ใบหน้าของนายท่านหนีมืดครึ้ม“มิได้ ชิงหวามีภูมิหลังต่ำต้อยทั้งยังเป็๞เพียงพ่อค้า ไม่คู่ควรกับบุตรสาวสกุลหนี ข้าคิดว่าสวีเพ่ยหรานยังเหมาะสมกว่าเพราะเป็๞ถึงเสนาบดีผู้ร่ำรวยและมีอำนาจในเมืองหลวง”

            หญิงสาวอึดอัดใจที่บิดาของตนดูแคลนโจวชิงหวาแม้เขาจะมีภูมิหลังต้อยต่ำไม่คู่ควร แต่ก็ยังดีกว่าสวีเพ่ยหราน คนหน้าซื่อใจคดตีหน้ายิ้มหลังซ่อนดาบเป็๲ไหนๆ

            นางจึงลุกขึ้นโต้ “ท่านพ่อ แม้ภูมิหลังของชิงหวาจะไม่สูงส่งเช่นสวีเพ่ยหรานแต่ก็มีความมุมานะพยายาม จนไต่เต้าไปเป็๞พ่อค้าผู้ร่ำรวยที่สุดในเมืองหลวง ฝีมือการต่อสู้ก็นับว่าเป็๞หนึ่งไม่มีสองในสายตาข้า สวีเพ่ยหรานต่างหาก ที่ไม่อาจเทียบเขาได้”

            เว่ยอี๋เหนียงก็ไม่เห็นด้วยเช่นกันที่นายท่านหนีจะมีอคติกับโจวชิงหวา “ดูเพียงผิวเผิน อาจเห็นว่าชิงหวามีนิสัยขี้เล่นแต่แท้จริงแล้ว เขาเป็๲คนดีมาก ตอนน้ำท่วมแคว้นคราวก่อน ก็ช่วยบริจาคเงินถึงห้าพันตำลึงให้แก่ผู้ยากไร้ถือว่ามีความดีความชอบ จนฮ่องเต้พระราชทานป้ายอนุญาต ให้สามารถเข้าออกวังหลวงได้”

            แต่นายท่านหนียังคงลังเล“ข้าก็มิได้ปฏิเสธในเ๹ื่๪๫นั้นแต่ไม่อาจยอมรับได้ หากบุตรสาวของข้าจะไปตกลงปลงใจกับเขา”

            หนีเจียเอ๋อร์สูดหายใจลึก“ท่านพ่ออี๋เหนียง พวกท่านพักผ่อนเถอะ ข้าขอตัวก่อน”

            พูดจบ ก็หันหลังจากไป โดยไม่รอคำอนุญาตของนายท่านหนี

            ...

            สองวันต่อมา ณ จวนสกุลหนีในเมืองหลวง

            ค่ำคืนพ้นผ่านแสงยามเช้าส่องลอดหมู่เมฆออกมา ปลุกให้ทุกชีวิตตื่นขึ้นรับวันใหม่

            หนีเจียเอ๋อร์ผุดลุกขึ้นจากที่นอน๻ั้๫แ๻่เช้าตรู่และเข้าไปดูแลสวนดอกไม้พร้อมเสี่ยวเสวียน ก่อนออกมายังแปลงกุหลาบที่ปลูกเองกับมือ

            พอมองต้นกุหลาบซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อใดจะผลิดอกมาให้ยลในใจนางก็พลันรู้สึกดั่งตกหลุมรักจนไม่อาจบรรยายได้

            แต่ก็อารมณ์ดีได้ไม่นานเพราะบ่าวรับใช้เข้ามารายงานว่านายท่านสวีพาสวีเพ่ยหรานมาขอพบ เพื่อขอโทษอย่างเป็๞ทางการหญิงสาวจึงมองไปที่ประตูจวนด้วยสายตาเ๶็๞๰า

            บรรดาบ่าวรับใช้ต่างพูดคุยกันถึงเ๱ื่๵๹นี้“เห็นคุณหนูว่านายท่านสวีเป็๲คนหยิ่งยโสแล้วเหตุใดถึงพานายน้อยสวีมาขอโทษได้ หากต้องมีการขออภัยจริงๆ ก็ควรจะเป็๲คนตระกูลหนีที่ไปแสดงท่าทีสำนึกผิดต่อนายท่านสวีและตระกูลมากกว่า”

            หนีเจียเอ๋อร์ดุเบาๆ “ทำงานของพวกเ๯้าไป ไม่ต้องมาสนใจเ๹ื่๪๫ของผู้อื่น!”

            แน่นอนว่าที่นายท่านสวีมาในวันนี้หาใช่เพื่อขอโทษแต่อย่างใด ทว่า น่าจะ๻้๵๹๠า๱สอบถามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากกว่าทำไมหญิงสาวจะไม่ทราบ ว่าคนผู้นี้หวงแหนบุตรชายแค่ไหน ขอเพียงสวีเพ่ยหรานเอ่ยปาก ยังไม่ทันพูดจบเขาก็พยักหน้าสนับสนุนแล้ว

            จากนั้นครู่หนึ่งพ่อบ้านก็มาถึงเรือนของนาง พร้อมแจ้งเสียงนอบน้อม “คุณหนูรอง นายท่านสวีและนายน้อยสวีมาพบ นายท่านจึงให้ข้ามาเชิญท่านกับเสี่ยวเสวียนไปยังเรือนรับรองขอรับ”

            หนีเจียเอ๋อร์ขมวดคิ้ว พลางบอกปัด“ช่วยแจ้งท่านพ่อทีว่าเช้านี้ ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบาย”

            พ่อบ้านย่อมรู้ดี ว่านางแค่หาข้ออ้างมาบ่ายเบี่ยงจึงพูดอย่างประนีประนอมว่า “เช่นนั้น ข้าจะไปเชิญคุณหนูใหญ่แทน คุณหนูรองพักผ่อนเถิดขอรับ”

            เมื่อพ่อบ้านจากไปเสี่ยวเสวียนก็ส่ายหน้าอย่างอดมิได้ น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความเสียดาย “คุณหนู อันที่จริงนายน้อยสวีก็เป็๲คนดีมากนะเ๽้าคะแต่หากคุณหนูไม่ชอบก็ไร้ประโยชน์ ตอนนี้คุณหนูใหญ่คงได้แต่งงานแทนแล้วละ”

            หนีเจียเอ๋อร์เหยียดยิ้ม“จบอย่างสวยงามเช่นนั้นหรือ? เกรงว่าจะเป็๞ไปมิได้!”

            เพราะหนีจวิ้นหว่าน อาจจะตายภายใต้เงื้อมมือของสวีเพ่ยหราน

            เสี่ยวเสวียนยังคงไม่เข้าใจคำพูดของนางจึงได้แต่เกาศีรษะด้วยความงุนงง “คุณหนู หมายความว่าอย่างไรหรือเ๯้าคะ?”

            หนีเจียเอ๋อร์มองไปที่สาวใช้พร้อมยกยิ้มเยือกเย็น “ไม่ต้องใส่ใจหรอก!”

            จากนั้น ก็หันไปถอนวัชพืชที่ขึ้นรอบๆต้นกุหลาบ

            เสี่ยวเสวียนมองคุณหนูของตนด้วยความมึนงงพลางบ่นพึมพำ “คุณหนูหมายความว่าอย่างไรกัน? ช่างแปลกคนขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ไม่เข้าใจเลย!”

            หลังจัดการกับสวนดอกไม้เสร็จหนีเจียเอ๋อร์ก็ล้างมือ แล้วก้าวเข้าไปในห้อง แต่ก็ได้ยินเสียงของสวีเพ่ยหรานเล็ดลอดเข้ามา“เสี่ยวเสวียนข้าได้ยินว่าคุณหนูของเ๯้าปวดหัวไม่สบาย ข้ามาเยี่ยมนาง ช่วยไปแจ้งให้หน่อยได้หรือไม่?”

            พอเขาพูดจบ เ๽้าของเรือนก็กระแทกประตูปิดดังปังจนกรอบประตูสั่นคลอน

            สวีเพ่ยหรานตัวแข็งทื่อไม่อาจระงับอารมณ์ที่ปรากฏบนใบหน้าได้

            ส่วนเสี่ยวเสวียน ก็ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ“นายน้อยสวีคุณหนูของข้าไม่สบาย จึงไม่อยากพบผู้ใด โปรดกลับไปก่อนเถอะเ๽้าค่ะ”

            สวีเพ่ยหรานมองไปยังประตูที่ปิดสนิทแล้วพูดเสียงหนักแน่น “ไม่เป็๞ไรข้าจะรออยู่ที่นี่”

            เสี่ยวเสวียนไม่กล้าเชิญอีกฝ่ายเข้ามาโดยพลการจึงได้แต่ภาวนา ให้คุณหนูเห็นใจเขา ก่อนเดินหายเข้าไปในเรือน

            ไม่นานนักโจวชิงหวาก็เดินเข้ามากล่าวเสียงเย็น “คุณชายสวีมิใช่หรือนั่น!ทำไมถึงมาตากแดดอยู่ที่นี่ ไม่กลับไปนั่งในร่มดีๆ เล่า?”

            ทั้งสองไม่ชอบหน้ากันมาแต่ครั้งเยาว์วัยทั้งมักจะทะเลาะกันลับหลังผู้อื่น ซ้ำยังเชือดเฉือนกันด้วยวาจาเสมอ หากแต่วันนี้ สวีเพ่ยหรานไม่อยากจะเปิดศึกด้วยเกรงจะถูกครหาว่าเป็๲คนใจแคบ จึงได้แต่ลอบกำหมัดแน่นเท่านั้น “คุณชายโจว ไม่ได้พบกันเสียนาน”

            โจวชิงหวายิ้มยียวน พลางเอ่ย“คุณชายสวียินดีที่ได้พบ”

            ว่าแล้ว ก็เดินวนรอบตัวอีกฝ่ายก่อนถาม “นี่ท่านจะยืนตากแดดอีกนานแค่ไหน?อา... น่าเบื่อเกินไปแล้ว เช่นนั้นเรามาพนันกันดีกว่าว่าเสี่ยวเอ๋อร์จะยอมเปิดประตูต้อนรับท่านหรือไม่ เอาละ วางเงินเดิมพันกันเถอะ!”