หวนคืนสู่ห้วงฝัน

    อันดับหนึ่งของการประลอง

            บนสนามประลองร่างของซวนหยวนป้าไม่ได้มีบาดแผลมากนักแต่โลหิตกลับไหลออกมาจากทวารทั้งเจ็ดอย่างต่อเนื่องอาการบาดเจ็บภายในยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงดวงจิตก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสเกรงว่าต่อให้ได้เข้าไปในพื้นที่ลับก็คงต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ในการรักษาตัว

            “เจ้าเด็กสารเลว”ผู้นำฝ่ายคุมกฎกำมือแน่นแววตาที่มองจางซวนเต็มไปด้วยจิตสังหาร

            ร่างของซวนหยวนป้าลุกขึ้นมาอย่างต่อเนื่องหลังถูกโจมตีสติของซวนหยวนป้าเริ่มไม่อาจควบคุมได้ทันใดนั้นเองหอกปีศาจก็ระเบิดปราณปีศาจออกมายึดครองอำนาจในการควบคุมร่างกายและสติของซวนหยวนป้าทันที

            “แย่แล้ว”ผู้ตัดสินเผยสีหน้าตกใจ

            ร่างของซวนหยวนป้าเต็มไปด้วยปราณปีศาจแววตากลายเป็นสีแดงฉานทำให้ผู้คนพากันหวาดกลัว

            “แย่แล้วซวนหยวนป้าถูกครอบงำแล้ว”

            “แล้วแบบนี้จะเอายังไงยังจะประลองต่ออีกเหรอเห็นได้ชัดว่าซวนหยวนป้าตอนนี้ไม่ใช่ซวนหยวนป้าอีกต่อไปแล้ว”ผู้อาวุโสหลายคนมองหน้ากัน

            “ข้าว่าการประลองควรจะหยุดได้แล้ว”หลิงจวินกล่าว

            “อืมซวนหยวนป้าควบคุมสมบัติปีศาจไม่ได้แล้วและตอนนี้สมบัติปีศาจก็ครอบงำร่างของซวนหยวนป้าไปแล้วควรจะถูกตัดสิทธิ์ไปได้แล้ว”ผู้นำฝ่ายหอตำรากล่าว

            “ไร้สาระการประลองจะยังไม่จบจนกว่าจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแพ้หรือหมดสติ” ผู้นำฝ่ายคุมกฎคำรามออกมา

            “สหายหยุดแต่พอควรเถอะ หากยังดื้อดึงพวกเราก็คงไม่มีทางเลือก” ผู้นำคนอื่นๆแผ่กลิ่นอายบนร่างออกมา

            “ตูม!!!!!!”ซวนหยวนป้าพุ่งเข้าหาจางซวนปราณปีศาจกลายเป็นอสรพิษสีดำอ้าปากหมายจะกลืนร่างของจางซวนเข้าไป

            จางซวนดีดตัวถอยออกไปก่อนจะหมุนตัวกลางอากาศแล้วฟาดกระบองสั่นวิญญาณไปที่ปราณปีศาจทันที

            “เปรี้ยง!!!!!!!!!!”ปราณปีศาจสั่นสะเทือนและแตกสลายไปร่างของซวนหยวนป้าที่ถูกหอกปีศาจครอบงำมองไปยังกระบองสั่นวิญญาณด้วยแววตาตื่นตระหนก

            “ที่แท้ก็เป็นสิ่งนี้ปล่อยไว้ไม่ได้ จะต้องฆ่าเจ้าให้ได้” ร่างของซวนหยวนป้าพุ่งเข้าหาจางซวนอีกครั้งหอกในมือส่งเสียงร้องราวกับเสียงของปีศาจด้านหลังของซวนหยวนป้ามีร่างเงาปีศาจตนหนึ่งเผยกายออกมา

            “อาซวนคู่ต่อสู้ของเจ้าไม่ใช่ซวนหยวนป้าอีกต่อไปแต่เป็นหอกปีศาจหากอยากจะเอาชนะเจ้าจะต้องโจมตีไปที่หอกปีศาจซ้ำไปซ้ำมาด้วยพลังของกระบองสั่นวิญญาณจะต้องทำให้หอกปีศาจเสียหายได้แน่”เสียงของอี้ดังขึ้น

            จางซซนหรี่ตาลงก่อนจะผลัดเปลี่ยนลมหายใจและพลังปราณในร่างดวงตาของจางซวนเย็นชาอย่างถึงที่สุดเขาไม่อยากจะช่วยเหลือซวนหยวนป้าและอยากให้ถูกหอกปีศาจครอบงำและถูกสังหารให้ตายไปซะแต่สถานการณ์นี้ดูเหมือนหากเขาไม่ลงมือก็ไม่อาจล้างแค้นให้กับหลิงซินได้

            “จงคิดว่ากระบองในมือของเจ้าคือกระบี่และร่ายรำวิชากระบี่พื้นฐานด้วยความแม่นยำสูงสุด”จางซวนกล่าวกับตัวเอง

            จางซวนตั้งท่าก่อนจะทะยานเข้าหาศัตรูจางซวนหลบการโจมตีของซวนหยวนป้าและฟาดฟันกระบองในมือด้วยท่ากระบี่พื้นฐานปะทะกับตัวหอกร่างของซวนหยวนป้าสั่นสะท้านวิญญาณปีศาจด้านหลังเริ่มสั่นไหวทันทีเสียงกรีดร้องด้วยความโกรธดังขึ้นแต่จางซวนในตอนนี้มุ่งสมาธิทั้งหมดไปที่การโจมตีหอกปีศาจ

            “อย่าบอกนะว่าหยุดมือเดี๋ยวนี้” ผู้นำฝ่ายคุมกฎเผยแววตาตื่นตระหนกกำลังจะทะยานร่างออกไปแต่ด้านหลังกลับมีจิตสังหารเกิดขึ้น

            “หลิงจวินเจ้าคิดจะทำอะไร”ผู้นำฝ่ายคุมกฎคำราม

            “เจ้าต่างหากคิดจะทำอะไร”หลิงจวินดวงตาเผยจิตสังหารที่เข้มข้นออกมา

            “เจ้า.....”ผู้นำฝ่ายคุมกฎมองไปยังหอกปีศาจที่ถูกจางซวนโจมตีไปยังจุดเดิมอย่างต่อเนื่องวิญญาณปีศาจเริ่มเรือนรางก่อนจะหายไป

            “ครั้งสุดท้ายแล้ว”จางซวนที่ใช้พลังกายทั้งหมดจนไม่เหลือแล้วโจมตีครั้งสุดท้ายสองมือกำกระบองสั่นวิญญาณฟาดลงไปที่หอกปีศาจหอกปีศาจปลิวกระเด็นออกไปนอกสนามประลองพร้อมกับมีรอยร้าวปรากฏขึ้นที่ตัวหอก

            ร่างของซวนหยวนป้าที่หลุดออกจากการควบคุมของหอกปีศาจก็กำลังจะล้มลงแต่หนึ่งหมัดของจางซวนก็ปล่อยออกมาปะทะกับใบหน้าของซวนหยวนป้าเข้าอย่างจังต่อยจนร่างของซวนหยวนป้าลอยขึ้นไปปะทะกับที่นั่งข้างๆผู้นำฝ่ายคุมกฎ

            “เจ้าเด็กสารเลว”ผู้นำฝ่ายคุมกฎโกรธแค้นจนร่างสั่นอย่างรุนแรง

            ผู้ตัดสินอ้าปากค้างเช่นกันเขาไม่คิดว่าจางซวนจะลงมือหนักขนาดนี้ต้องรู้ก่อนว่าซวนหยวนป้าหมดสติไปแล้วแต่จางซวนก็ยังไม่คิดจะปล่อยโอกาสไปหนึ่งหมัดเมื่อครู่ทำลายฟันทั้งหมดบนปากของซวนหยวนป้าไปแล้ว

            สภาพของซวนหยวนป้าหัวปักลงไปที่นั่งของเหล่าผู้อาวุโสเมื่อร่างถูกดึงออกมาก็พบว่าซวนหยวนป้าลิ้นห้อยออกมาปากเต็มไปด้วยโลหิตสภาพยับเยินกระดูกทั่วร่างแตกหักต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งปีในการรักษาและดวงจิตแทบฉีกขาดสาหัสไม่ต่างจากร่างกายอาจจะใช้เวลาอย่างน้อยอีกครึ่งปีหากมีเม็ดยารักษาแต่หากไม่มีเม็ดยาคุณภาพสูงเช่นนั้นก็อาจจะใช้เวลาเป็นปีแต่คนที่ปรุงยารักษาระดับสูงได้ในสำนักมีเพียงหลิงจวินเท่านั้น

            “ผู้ชนะการประลองจางซวนจากฝ่ายปรุงยา” ผู้ตัดสินได้สติแล้วกล่าวขึ้น

            “สุดยอดยอดเยี่ยมมาก”

            “เป็นการต่อสู้ที่ดีมาก”

            “ไม่คิดเลยว่าเด็กอายุ12 ปีจะเอาชนะอัจฉริยะของฝ่ายต่างๆที่มีอายุ 18-20 ปีได้ ยอดเยี่ยม” ผู้คนพากันปรบมือแม้พวกเขาจะไม่มีใครคาดคิดว่าจางซวนจะมาถึงจุดนี้ได้แต่การต่อสู้ตลอดมาของจางซวนก็ขาวสะอาดและน่าทึ่งอย่างมาก

            “เรือนกายขอบเขต3พรสวรรค์ด้านการฝึกวรยุทธของเด็กคนนี้สูงมากแต่สำนักไผ่น้อยของพวกเราไม่ได้มีผู้เชี่ยวชาญด้านนี้เขาฝึกฝนได้อย่างไรโดยไม่มีคำชี้แนะ”ผู้อาวุโสบางคนเกิดความสงสัย

            หลิงจวินเงียบและไม่ได้กล่าวอะไรเขาเองก็ไม่รู้เช่นกันในตอนที่พบกับจางซวนตอนนั้นจางซวนก็อยู่ขอบเขตหนึ่งเกือบทะลวงขอบเขตสองแล้วหลังจากรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บจางซวนก็กลายเป็นขอบเขต2 แล้ว เมื่อกลับมายังสำนักกับตนเวลาสองปีแล้วจางซวนจะมาถึงขอบเขต 3 ก็ไม่แปลก

            “ข้าคงต้องหาวิชาหมัดเหมาะๆให้กับเขาสักชุด”หลิงจวินคิด

            อันดับได้ถูกจัดขึ้นจางซวนได้ที่หนึ่ง ที่สองคือซวนหยวนป้าที่ตอนนี้มีสภาพอนาถอย่างมากอันดับสามเหม่ยหนิง อันดับสี่หลิงซินและก็เรียงตามลำดับ

            หลังจากที่การประลองจบทางสำนักก็แจกจ่ายรางวัลให้กับศิษย์ทั้ง10 คนแรกและในอีก 10 วันทั้ง 10คนจะถูกพาเข้าไปยังพื้นที่ลับเพื่อปิดด่านบ่มเพาะเป็นเวลา 4 ปี

            จางซวนเดินออกมาจากสนามประลองไม่สนใจบาดแผลที่ถูกปราณปีศาจกัดกร่อนแค่ปลดปล่อยปราณภายในที่ดุร้ายราวกับมังกรเพลิงออกมาปราณปีศาจก็ถูกทำลายไปหมดแล้วสำหรับสิ่งชั่วร้ายปราณภายในของผู้ฝึกเรือนกายคือพลังตรงกันข้ามที่สามารถใช้ขจัดปราณมารหรือปราณปีศาจได้แม้แต่ภูตผียังต้องหลีกหนีหากเจอกับผู้ฝึกวรยุทธที่มีปราณหยางทรงพลัง

            “น้องชายตัวน้อยวันนี้เจ้าทำได้ดีมากสมกับเป็นชายชาตรีมากกว่าหลายๆคนเสียอีก” เหม่ยหนิงเอ่ยชม

            “ใช่แล้ววันนี้ชื่อเสียงของเจ้าจะกระจายไปทั่วสำนักและต่อจากนี้คงมีสาวๆมากมายเข้ามาหาเจ้าแน่”จิงเหลียนกล่าว

            “ศิษย์น้องจางอย่าลืมแวะมาที่ฝ่ายเลี้ยงสัตว์อสูรละทางพวกเรามอบโอกาสให้เจ้าได้เลือกสัตว์อสูรไปเลี้ยงดูข้าคิดว่ามันจะต้องเป็นประโยชน์ต่อเจ้าในอนาคตแน่”เหมาเสี่ยวที่ได้สติกล่าวขึ้น

            “แน่นอนข้าจะต้องไปอย่างแน่นอน” จางซวนกล่าว

            “อาซวนกลับกันเถอะ”หลิงจวินเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

            “ขอรับท่านอาจารย์”จางซวนโบกมือลาพวกเหม่ยหนิงก่อนจะตามหลิงจวินกลับไปที่ฝ่ายปรุงยา

            ส่วนคนอื่นๆก็แยกย้ายกันกลับฝ่ายของตัวเองในเมื่อได้รับรางวัลแล้วที่เหลือก็รออีก10 วัน จางซวนที่กลับมาถึงฝ่ายปรุงยาก็รู้สึกผ่อนคลายทันที

            “วันนี้เจ้าทำได้ดีมากดีมากจริงๆเกินกว่าที่ข้าคาดเอาไว้เสียอีก” หลิงจวินกล่าว

            “ข้าแค่บังเอิญทะลวงขั้นได้เท่านั้น”จางซวนยิ้ม

            “อาซวนเจ้าเคยคิดหรือไม่ว่าหากเจ้าเลือกเดินบนเส้นทางวรยุทธเจ้าจะไปได้ไกลกว่ามาฝึกฝนเส้นทางแห่งเซียนกับข้า”หลิงจวินกล่าว

            “สำหรับข้าแล้วทั้งสองเส้นทางคือสิ่งจำเป็นอีกอย่างข้าไม่อาจละทิ้งเส้นทางเซียนไปได้” จางซวนกล่าว

            “งั้นเหรอดูเหมือนจะเป็นข้าที่คิดมากไปเองเจ้าแม้จะอายุยังน้อยแต่ก็ได้รับการสอนมาจากผู้มีความรู้เขาคงจะสอนเจ้ามาไม่น้อยแล้วดังนั้นจึงไม่มีสิ่งใดที่ข้าสอนได้มากมีเพียงการปรุงยาที่ข้าพอจะถ่ายทอดให้กับเจ้าได้”หลิงจวินกล่าว

            “ท่านอาจารย์จะถ่ายทอดวิชาปรุงยาให้กับข้างั้นเหรอ”จางซวนเผยแววตาตื่นเต้น

            “เจ้ากลับไปพักผ่อนสักวันก่อนเวลาอีก 9วันข้าจะเตรียมสมุนไพรและของที่จำเป็นให้เจ้าและสอนการปรุงยาที่จำเป็นสำหรับขั้นรากฐานทั้งหมดให้กับเจ้าในเก้าวันนี้เจ้าจะเรียนรู้ได้มากเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้วส่วนเรื่องของหลิงซินเจ้าไม่ต้องกังวลนางไม่เป็นอะไรแล้วอีก 10วันพวกเจ้าก็จะได้เจอกันเอง” หลิงจวินกล่าว

            “แค่พี่สาวหลิงซินปลอดภัยข้าก็พอใจแล้ว”จางซวนกล่าว

            จางซวนกลับไปที่ถ้ำของตนเองอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าและพักผ่อนแค่หัวถึงพื้นก็นอนหลับไปทันทีวันนี้คือวันที่เหนื่อยมากวันหนึ่งเลยตอนแรกผู้อาวุโสและศิษย์หลายคนอยากจะมาแสดงความยินดีกับจางซวนแต่หลิงจวินได้ออกคำสั่งห้ามเอาไว้เพื่อให้จางซวนมีเวลาพักผ่อน

            ส่วนอวี้เหอได้ดูแลหลิงซินอยู่อย่างใกล้ชิดแม้บาดแผลจะหายแล้วแต่ก็ยังต้องนอนพักผ่อนส่วนฝูหลางศิษย์คนที่สามได้ทำหน้าที่พิทักษ์อยู่หน้าประตูห้องบ่มเพาะของศิษย์คนแรกอย่างหวงติงหวงติงยู่ในช่วงสำคัญของการทะลวงขั้นปราณแท้เพราะด้วยวัยและอายุขัยของหวงติงทำให้ยากมากที่จะทะลวงขั้นได้สำเร็จ

            “ไม่คิดเลยว่าศิษย์น้องเล็กจะได้อันดับที่1 ในการประลองของฝ่ายต่างๆ” ฝูหลางกล่าวหลังจากได้ยินข่าวนี้ก็อดที่จะสะเทือนใจไม่ได้ ในบรรดาศิษย์ของหลิงจวินไม่มีใครเลยที่เชี่ยวชาญการต่อสู้มีเพียงหลิงซินที่พอจะต่อสู้เก่งในบรรดาศิษย์ทั้งหมดแต่ศิษย์คนเล็กอย่างจางซวนกลับเหนือกว่าหลิงซินเสียอีกแถมในด้านปรุงยาก็มีความคิดแปลกใหม่ไม่เหมือนใครอีก

             

            จางซวนตื่นขึ้นมาหลังจากหลบอย่างสบายใจไปหนึ่งวันเต็มแม้กำลังกายจะยังไม่ฟื้นฟูมาทั้งหมดแต่จางซวนก็ไม่สนใจล้างหน้าเสร็จก็รีบเตรียมตัวก่อนจะตรงไปหาหลิงจวินที่ตำหนัก

            หลิงจวินรออยู่ก่อนแล้วเมื่อเห็นจางซวนมาถึงก็พยักหน้าให้ก่อนจะยื่นแหวนมิติให้กับจางซวนข้างในแหวนมิตินอกจากสมุนไพรจำนวนมากและตำราอีกกองหนึ่งก็มีบันทึกประสบการณ์การปรุงยาชั่วชีวิตของหลิงจวินอีกด้วย

            “ของพวกนี้จะต้องมีประโยชน์ต่อเจ้าในช่วงเวลา4 ปีที่ฝึกฝนในพื้นที่ลับแน่” หลิงจวินกล่าว

            “ขอบคุณท่านอาจารย์”จางซวนดวงตาเป็นประกายสมุนไพรเหล่านี้เป็นสมุนไพรระดับกลางทั้งหมดหลังจากนั้นหลิงจวินก็เริ่มสอนถึงการปรุงยาสร้างรากฐานและเม็ดยาชนิดต่างๆที่จำเป็นให้กับจางซวน

    คล้ายกับเรื่องหวนคืนสู่ห้วงฝัน ที่คุณอ่าน