“แฮ่ก ๆ ๆ นี่พวกนาย! ช่วยฉันด้วยมีคนกำลังไล่จับฉัน!” เ้าปั๊กกี้ที่กำลังวิ่งหน้าตั้งหนีอะไรบางอย่างแผดเสียงะโขอความช่วยเหลือก่อนจะกระโจนเข้าไปสู่อ้อมอกของเกษม
หนุ่มแว่นโอบรับมันไว้พลางปลอบประโลมอย่างอ่อนโยนเพื่อทำให้เ้าหมาน้อยเกิดความอุ่นใจ “เฮ้ ๆ ๆ .. ตั้งสตินะ ไม่เป็ไรแล้วฉันจะช่วยนายเอง นายหนีอะไรมา?” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น
ส่วนทางฝั่งของเ้าปั๊กกี้ที่กำลังหวาดผวาสุดขีดจนหางหดงอเข้าไปใต้หว่างขาก็หันกลับไปมองสิ่งที่มันกำลังวิ่งหนีมา ซึ่งชายหน้าเนิร์ดก็ได้มองตามสายตาของน้องหมาไปด้วยความอยากรู้ว่าเกิดเื่อะไรขึ้น
และสิ่งที่เขาเห็นก็คือผู้ชายผิวขาวซีดสวมชุดสีแดงเืหมูพร้อมเสื้อคลุมสีดำและผ้าพันคอขาวที่ดูจากหน้าตาแล้วต้องไม่ใช่คนดีแน่ๆ กำลังวิ่งตามเ้าตูบมาก่อนจะหยุดยืนพร้อมจ้องสายตาอันร้ายกาจไปยังหมาน้อย
“นายเป็ใครน่ะ!? แล้วจะจับตัวเ้าปั๊กกี้ไปทำไม!?” เกษมถามด้วยเสียงแข็งกร้าวแต่แฝงไปด้วยความกลัวเล็กๆ และเขาก็คุ้นมาก ๆ กับการแต่งกายลักษณะแบบนั้นของชายหนุ่มแต่ก็ยังคงจำไม่ได้ว่าเคยพบกันตอนไหน
“ทำไมฉันต้องบอกชื่อให้คนอย่างแกได้รู้ด้วยล่ะ!? ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็แค่ส่งไอ้หมาตัวนั้นมาซะ!” ชายผิวขาวซีดพูดด้วยน้ำเสียงดูถูก
แต่ในขณะที่เกษมยังไม่ทันได้ตอบอะไรชายหนุ่มที่มีหน้าเหมือนตัวโกงอยู่ ๆ ก็ดันพลิกลิ้นกลับคำพูดของตัวเองซะเฉย ๆ
ชายแปลกหน้าเปลี่ยนบุคลิกของเขาจากหลังเท้าเป็หน้ามือในทันที “เอ้?.. เดี๋ยวก่อนนะ ผมว่าผมจำคุณได้คุณคือคนที่มีอวัยวะพิเศษคือตาใช่ไหมครับ?” เขาเอ่ยถามเกษมด้วยน้ำเสียงที่แสนจะสุภาพ
จนทำให้เกษมและผองเพื่อนทำใบหน้าฉงนออกมาพร้อมเพรียงกันโดยไม่ต้องนัดหมาย“ใช่! แล้วนายรู้เื่อวัยวะพิเศษของฉันได้ยังไง!?”หนุ่มหน้าเนิร์ดถามกลับด้วยความข้องใจ
“ว้าว.. ใช่จริง ๆ ด้วย ผมต้องขอโทษที่ทำกริยาไม่ดีกับคุณไปเมื่อสักครู่นะครับ ผมชื่อ ดันทัวร์ เทเปส (Dantură Tepes)” ชายผิวซีดแนะนำตัวของเขาด้วยความสุภาพจอมปลอม“ที่ผมรู้เื่พลังของคุณก็เพราะว่า วันปฐมนิเทศผมนั่งอยู่ข้างหลังของคุณยังไงล่ะครับ ผมเลยได้ยินเื่ที่คุณกับเพื่อนคุยกันทั้งหมด ดวงตาของคุณคือสิ่งที่เลอค่าเป็อย่างยิ่งเลยนะครับคุณผู้ชาย” ผู้รุกรานพูดด้วยน้ำเสียงที่หวานหยดย้อยจนน่าหมั่นไส้
“ส่วนเื่ที่ผม้าน้องสุนัขสุดน่ารักตัวนั้น ก็เพราะว่าผม้าจะรวบรวมทีมเหล่านักศึกษาออแกเนียนที่แข็งแกร่งขึ้นมา เพื่อที่จะได้มีทีมอันเปี่ยมไปด้วยคุณภาพ ซึ่งจะสามารถช่วยผมในการทำบททดสอบของคุณเอ็ดเวิร์ดได้ โดยทีมของผมในตอนนี้นั้นยังขาดผู้ที่มีอวัยวะพิเศษในสายการค้นหาอยู่ และผมคิดว่าน้องสุนัขตัวนั้นจะต้องนำผมไปพบกับเ้าของของน้องซึ่งมีอวัยวะพิเศษคือจมูกได้แน่” ดันทัวร์แจงเหตุผลที่เขา้าตัวเ้าปั๊กกี้
“แต่ว่า.. ตอนนี้ผมไม่สนใจคุณจมูกนั่นแล้วล่ะ เพราะคนที่ยืนอยู่ต่อหน้าผมในตอนนี้นั้น เปรียบเสมือนกับเพชรเม็ดงามของเหล่าออแกเนียนสายค้นหา ผมจะพูดตรง ๆ เลยนะ ผมอยากได้คุณมาร่วมทีมกับผมเป็อย่างมาก ถ้าคุณมาอยู่กับผม ผมจะสอนคุณเกี่ยวกับเทคนิคต่าง ๆ ในการใช้พลัง และรับรองได้ว่าคุณจะต้องเป็ออแกเนียนที่เก่งและมีออแกเนียนออร่าที่สุดยอดมากแน่ ๆ คุณสนใจมาร่วมทีมกับผมไหมครับ?” เขาโปรยคำหวานใส่เกษมชุดใหญ่
“การเข้าร่วมกลุ่มของผมนั้นไม่ยากเลย เพียงแค่คุณยื่นคอมาให้กับผม แล้วผมก็จะมอบความพิเศษให้กับคุณ” ดันทัวร์พยายามพูดให้หนุ่มแว่นคล้อยตามแล้วก็ค่อย ๆ เดินตะล่อมเข้าไปใกล้ตัวของชายหนุ่ม..
จากนั้นมันก็ได้อ้าปากกว้างง้างขากรรไกรอันน่าสยดสยองหวังจะฝังเขี้ยวลงคอหนุ่มหน้าเนิร์ดให้จงได้!
แต่ในจังหวะนั้นเองมันก็ทำให้เกษมนึกอะไรบางอย่างขึ้นได้.. “เ้านี่มันคนที่เราเห็นว่ากำลังจูบกับผู้หญิงก่อนตอนปฐมนิเทศนี่หน่า” เขาคิดอยู่ในหัว พลันไหวตัวทันว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตราย ซึ่งในจังหวะนั้นมันก็สายเกินไปเสียแล้วที่จะขยับเขยื้อนตัวเพื่อหลบคมเขี้ยวอันชั่วร้าย
“เฮ้ย!! จะทำอะไรวะ!?” โจเซฟโผตัวเข้าผลักดันทัวร์ออกไปจากเกษมได้อย่างทันท่วงที ในขณะที่ชายผู้มีตาสองสีกำลังยืนแข็งทื่อพร้อมกับเ้าปั๊กกี้ที่เขาอุ้มอยู่ในอ้อมอก
หลังจากโดนหนุ่มเดรดล็อคขัดขวาง ดันทัวร์ก็หัวเสียเป็อย่างมาก! เขาจึงะโออกมาอย่างบ้าคลั่งราวกับเป็คนละคนกับเมื่อสักครู่! “ในเมื่อชวนดี ๆ ไม่ยอมก็ต้องใช้กำลังกันหน่อยล่ะวะ!! งั้นเริ่มที่แกก่อนเลยไอ้กระจอก!! แส่ไม่เข้าเื่!!” ชายเขี้ยวยาวลั่นวาจาอย่างคลุ้มคลั่งราวกับคนสติหลุดก่อนจะพุ่งเข้าไปหวังจะทำร้ายโจเซฟ
ทางฝั่งหนุ่มละตินผู้พี่ที่ยังใช้พลังของอวัยวะพิเศษไม่ได้ ก็ย่อมใในความน่ากลัวของดันทัวร์เป็ธรรมดา เขาก้าวถอยหลังอย่างร้อนรนไปได้สี่ถึงห้าก้าว ก่อนที่จะเสียหลักล้มก้นจ้ำเบ้าลงไปนั่งกับพื้น ในขณะที่ความบ้าคลั่งของดันทัวร์พุ่งเข้ามาใกล้!
ทันใดนั้นเอง!.. ซีรินญ่าก็ได้กระโจนเข้ามาขวางหน้าโจเซฟ แล้วเธอทำท่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง
แต่ทว่า.. ยังไม่ทันที่จะได้ทำอะไร ก็มีบุคคลลึกลับะโลงมาจากต้นไม้ขวางหน้าซีรินญ่าอีกที! เขาสวมชุดนินจาสีดำปกปิดครอบคลุมทุกส่วนของร่างกาย โดยเหลือไว้ให้เห็นเพียงแค่ดวงตาสีน้ำตาลเข้มคู่สวย
เมื่อนินจาปริศนาลงมาถึงก็ใช้แรงที่ดันทัวร์โถมเข้ามาใส่ให้ย้อนกลับไปทำร้ายตัวมันเอง โดยการเอี้ยวตัวหลบและใช้มือผลักเพียงเล็กน้อย จนทำให้ชายผิวซีดกลิ้งล้มลงไม่เป็ท่า
“หลบออกไปก่อน!” คุณนินจาหันกลับมาบอกโจเซฟและซีรินญ่าที่อยู่ด้านหลังด้วยเสียงโทนต่ำก่อนที่จะะโถอยหลังออกมาจากดันทัวร์เพื่อตั้งหลัก
“เกลียดจริง ๆ ไอ้พวกที่ชอบทำร้ายคนไม่มีทางสู้เนี่ย” นินจาจาชุดดำเอ่ยต่อ
ดันทัวร์ที่เพิ่งหน้าคะมำลงไปเมื่อครู่ได้ผลักตัวลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว “แล้วแกจะรู้ได้ยังไง ว่าแกจะมีทางสู้ฉันได้ ไอ้นินจากระจอก!! ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ” เขาะโอย่างเสียสติก่อนจะพุ่งกระโจนเข้าใส่ผู้ที่เข้ามาขัดจังหวะอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง
“..” นินจาปริศนานิ่งเงียบพลางตั้งท่าป้องกันก่อนจะขว้างอะไรบางอย่างออกจากมือไปอย่างรวดเร็ว!
โดยฝ่ายเกษมที่ยืนดูการต่อสู้อยู่ห่าง ๆ นั้นก็ได้สังเกตเห็นว่าสิ่งที่นินจาเสียงทุ้มได้ปาออกไป มีแสงเปล่งประกายเหมือนกับประกายแสงของอวัยวะพิเศษ เขาจึงรู้ทันทีเลยว่านินจาปริศนาคนนี้ คือคนเดียวกันกับที่ช่วยชีวิตของอลันเอาไว้ในตอนปะทะกับกับไทรซ์ ฟาน เดอร์ อาร์ม “ไอ้ดันทัวร์ แกเสร็จแน่! โดนอวัยวะพิเศษของคุณนินจาเข้าไปแกไม่มีทางหลบทันหรอก!” เดอะไซท์สตีลเลอร์คนลูกแอบคิดในใจอย่างมีความหวัง
แต่เหตุการณ์มันกลับไม่เป็ไปดั่งที่หนุ่มแว่นคิด ดันทัวร์ไม่ได้เกรงกลัวสิ่งที่นินจาปริศนาปาใส่เขาเลยแม้แต่น้อย ชายผิวซีดพุ่งกระโจนเข้าหาอาวุธเ่าั้ก่อนจะใช้ฟันของเขากัดทำลายทิ้งไปอย่างสบาย ๆ
“คุณนินจาอวัยวะพิเศษของมันคือฟัน!! ระวังฟันของมันให้ดีครับ!!” เกษมรีบะโบอก หลังจากเห็นฟันของดันทัวร์เรืองแสงวิบวับขณะที่กัดอาวุธนินจาจนแตกละเอียด
ทันทีที่ได้ยินสิ่งที่เกษมเตือน สายตาของบุคคลปริศนาชุดดำกลับแสดงให้เห็นว่าไม่ได้เกรงกลัวดันทัวร์เลยแม้แต่น้อย ดวงตาภายใต้ผ้าโพกหัวจ้องเขม็งไปยังปิศาจในร่างคนที่กำลังบ้าคลั่งก่อนที่จะตั้งท่ารอรับมือ
และเมื่อดันทัวร์พุ่งเข้ามาถึงตัว! เขาก็ได้เอาเล็บจากมือซ้ายเข้าไปปะทะกับคมเขี้ยวอันน่ากลัวก่อนในจังหวะแรก ก่อนที่จะใช้เล็บที่นิ้วมือขวาตวัดโจมตีไปที่ท้อง! แต่ทางฝ่ายดันทัวร์เองก็มีสัญชาตญาณความเป็นักสู้อยู่พอสมควรจึงสามารถหลบกรงเล็บนั้นไปได้อย่างเฉียดฉิว!!
เมื่อจอมวายร้ายเริ่มเสียเหลี่ยม.. ก็ได้มีสายอะไรบางอย่างคล้ายแส้ พวยพุ่งเข้ามาโจมตีคุณนินจาจากทางด้านหลัง!
นินจาชุดดำที่กำลังจดจ่ออยู่ในการต่อสู้กับทายาทตระกูลเทเปสจนไม่ทันได้ระวังตัว ก็จวนเจียนที่จะพลาดท่า แต่ด้วยปฏิกิริยาตอบสนองที่ยอดเยี่ยมจึงสามารถะโหลบออกมาได้อย่างรวดเร็ว!
แต่ทว่า!.. มันก็ไม่เร็วพอที่จะพลิ้วหนีการโจมตีทั้งหมดได้ โดยแส้ที่ตวัดมานั้นเฉี่ยวไปโดนเข้ากับชุดนินจาบริเวณคอจึงทำให้ส่วนที่คลุมหัว,ปกปิดใบหน้านั้นหลุดออก
และสิ่งที่ทุกคนในที่นั้นเห็นก็คือ.. ผมสีดำนิลยาวพลิ้วปลิวสลวย ก่อนที่เส้นผมอันงดงามเ่าั้จะร่วงหล่นลงตามแรงโน้มถ่วงของโลกและเข้าทรงอย่างพอดี ผมทุกเส้นเรียงตัวกันเป็ระเบียบสวยงาม และมีความยาวเท่ากันทั้งหมด จรดที่กลางหลัง
เมื่อมองไปยังใบหน้า ก็จะได้พบกับหน้าตาอันขาวเนียน ละอ่อนจิ้มลิ้ม ปากนิดจมูกหน่อย ภายใต้ทรงผมหน้าม้าเต่อของหญิงสาวในคราบนินจาที่เป็คนละขั้วกับเสียงทุ้มต่ำที่เธอจงใจดัดเสียง ซึ่งมันทำให้พวกของเกษมแปลกใจเป็อย่างมาก
หลังเสร็จจากการจู่โจม.. ก็มีเสียงเจื้อยแจ้วดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของนินจาสาว “ว้า!.. เสียดายจังพลาดไปนิดเดียวเอง”
ทุกคนต่างมองไปตามเสียงที่เอ่ยขึ้น จึงพบเข้ากับหญิงสาวสุดสวยหุ่นเซ็กซี่ผู้มีผมสีบลอนด์ทองสยายยาวถึงน่อง แต่งตัวด้วยชุดหนังรัดรูปสีดำและกำลังถือแส้สีทองอร่ามอยู่ในมือ ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ เดินไปหาดันทัวร์และจูบกันอย่างดูดดื่ม
“โถที่รัก.. เจ็บมากไหม?” สาวสวยทรงงามถามอาการยอดทูลหัวด้วยน้ำเสียงออเซาะ
ก่อนที่แม่หญิงผมยาวจะตวัดแส้ชี้ไปที่หน้าของนินจาวัยละอ่อนอย่างฉุนเฉียว “นี่แก!!! บังอาจมาทำร้ายที่รักของฉัน! ยกโทษให้ไม่ได้!!”
ชายผิวซีดมองจ้องไปยังเหยื่อของเขาพลางเอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง “ฉันจะให้โอกาสพวกแกครั้งสุดท้าย.. จะยอมแต่โดยดี หรือต้องให้ใช้กำลัง!?”
แต่ยังไม่ทันที่เ้าปิศาจจะพูดได้จบประโยคดี มีสท์ก็ได้ะโสวนกลับไปด้วยน้ำเสียงสั่นเทาที่แฝงไปด้วยความกลัว “ทำไมพวกเราต้องยอมแกด้วยหละ?” “ก็เพราะว่า ฉันคือดันทัวร์ เทเปส ดิ เอ็มเพอเรอร์ ‘The Emperor’ ผู้สืบเชื้อสายมาจาก วลาด เทเปส (Vlad Tepes) ผู้ยิ่งใหญ่ อันเป็ถึงเ้าผู้ครองแห่งแคว้นวาลาเคียยังไงล่ะ เพราะฉะนั้น.. อะไรที่ฉันอยากได้ ก็ต้องได้!!” ชายผู้บ้าอำนาจค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นด้วยสายตาอัมหิตพลางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยก่อนจะขึ้นเสียงในวลีสุดท้าย!
การปะทะยืดเยื้อกันอย่างยาวนาน จนถึงเวลาที่ดวงอาทิตย์ต้องร่วงหล่นจากท้องนภา และดวงจันทราตระหง่านขึ้นมาแทนที่ แสงจันทร์สาดส่องผ่องอำไพลงไปยังผืนลำธารที่ไหลเฉื่อย สะท้อนขึ้นมาเป็เงาภาพของชายผู้เหี้ยมโหดดั่งซาตาน
“ฉันเคยได้ยินมาว่า วลาด เทเปส ที่มันอ้างถึงน่ะ มีอีกชื่อที่พวกเราน่าจะรู้จักดีนั่นก็คือ แดร็กคูล่า ยังไงล่ะ” โสตไม่รอช้าที่จะเล่าข้อมูลที่เขารู้ให้เพื่อน ๆ ฟัง
“ห๊ะ!? แดร็กคูล่าก็เป็ออแกเนียนหรอเนี่ย? แล้วมันจะเป็เหมือนในตำนานที่บอกว่าเมื่อแวมไพร์ได้อาบแสงจันทร์พลังของมันจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลหรือเปล่า?” โจเซฟผงะ..
“นะ..น่าจะเป็อย่างนั้นจริง ๆ ด้วย” มีสท์พูดเสียงสั่นด้วยความสะพรึงหลังจากมองไปที่ร่างของดันทัวร์..
ร่างกายของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปทีละช้า ๆ ดวงตาของเริ่มแดงก่ำ ลายของเส้นเืภายใต้ิัอันขาวซีดเด่นชัดขึ้นมาเป็สาย ๆ ทั่วทั้งร่าง แต่ที่เห็นเด่นสุดก็คงไม่พ้นใบหน้า ฟันเขี้ยวและเล็บของมันเริ่มงอกยาวออกมาจนน่าขนลุก ใบหูเปลี่ยนรูปจากทรงธรรมดากลายเป็สามเหลี่ยมแหลมยื่นออกมาจากหัวอย่างเห็นได้ชัด กล้ามเนื้อทั่วร่างกายปูดโปนขึ้นจนทำให้ชุดสีแดงเืหมูที่ดูหลวมโครกในตอนแรกปริจนเกือบจะขาด
ทายาทแห่งตระกูลเทเปสพลันแสยะยิ้มด้วยความมั่นใจก่อนที่จะแผ่ออแกเนียนออร่าออกมาจำนวนมหาศาล!
“ความน่าสะพรึงนี้มันอะไรกันเนี่ย?” เกษมคิดในใจพลางกอดเ้าปั๊กกี้ไว้แน่น
“ถ้าเป็หนึ่งต่อหนึ่งก็คงอาจจะพอปกป้องและพาทุกคนหนีได้ แต่ถ้าผู้หญิงคนนั้นเข้ามาผสมโรงด้วยล่ะก็..” นินจาสาวตั้งท่ารอรับ แต่เหงื่อของเธอกลับแตกพลั่กออกมาอันเป็ภาษากายแสดงถึงความวิตก
โดยสถานการณ์ในตอนนี้นั้น เป็ฝ่ายของเกษมที่เสียเปรียบอย่างชัดเจน.. เมื่อเื่ราวดูจะไม่เป็ใจสุด ๆ มีสท์จึงตัดพ้อออกมาถึงบุคคลที่เธอคิดถึงเป็อันดับแรกถ้าหากเกิดเื่วุ่นวาย “ทำไมเกิดเหตุการณ์เลวร้ายขนาดนี้แล้ว คุณเวิร์ดยังไม่ปรากฏตัวออกมามาอีกนะ..”
“พวกแกไม่น่าทำให้เื่มันลามมาถึงขั้นนี้เลย ถ้าไอ้ดวงตานั่นยอมมาเป็พวกฉันั้แ่แรก ก็คงจะไม่เกิดโศกนาฏกรรมที่กำลังจะเกิดต่อไปนี้ก็ได้!” ดันทัวร์พูดด้วยน้ำเสียงที่แสนเย็นะเื โดยมีสาวผมยาวสีบลอนด์ส่งเสียงเชียร์อยู่ด้านหลัง “จัดการมันเลยที่รัก!!” เธอเอ่ยเสียงแจ้ว
และหลังจากนั้นเพียงชั่วพริบตา.. ไอ้ปิศาจกระหายเืไม่รอช้าที่จะพุ่งไปยังผู้มีสายเืแห่งตระกูลดวงตาวิเศษ! โดยมันหวังจะนำเขาเข้ามาเป็พรรคพวกให้จงได้!
ซึ่งในจังหวะที่ดันทัวร์จู่โจมนั้น นินจาสาวเองก็ไม่เร็วพอที่จะสามารถเข้าไปปกป้องเกษมได้ทัน เนื่องจากหนุ่มหน้าเนิร์ดได้เว้นระยะห่างออกไปพอสมควร เพื่อที่จะสังเกตการณ์การต่อสู้ได้โดยที่ไม่ให้ตัวเองเสี่ยงต่อการโดนลูกหลง
คมเขี้ยวแห่งความตายกำลังพุ่งเข้ามาหาชายผู้มีดวงตาพิเศษ..
แต่ในขณะนั้นเอง!! โจเซฟที่ยืนอยู่กับกลุ่มของพวกเกษม ก็ได้ะโขึ้น! “ทุกคน! อุดหู!”
และด้วยความใผสมกับปฏิกริยาตามสัญชาตญาณ เกษม มีสท์ โสต และนินจาสาว รวมถึงตัวโจเซฟเอง ก็ได้เอานิ้วขึ้นมาอุดหูอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ซีรินญ่าจะเปล่งเสียงของเธออกมา!!
เ้าปิศาจที่กำลังกระโจนเข้ามาจู่โจม เมื่อได้ยินเสียงของซีรินญ่าเข้าไป ก็ทำให้มันตกอยู่ในภวังค์และหลับใหลไปในทันที ซึ่งถือว่าเป็โชคดีที่สาวหน้าคมเปล่งเสียงได้ทันก่อนที่เขี้ยวของดันทัวร์จะฝังลงบนคอของเกษม
บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงจิ้งหรีดร้องในยามราตรี..
ดันทัวร์หลับไหลลงไปพร้อมกับสาวผมบลอนด์คู่รักที่กำลังสนุกสนานกับการเชียร์อัพ จึงไม่ได้สนใจที่จะเอานิ้วขึ้นมาอุดหู รวมถึงเ้าปั๊กกี้ด้วยเพราะเ้าหมาน้อยไม่สามารถนำนิ้วบนแขนสั้น ๆ ของมันขึ้นมามาอุดหูได้จึงทำให้พลอยโดนลูกหลงไป
หลังจากเหตุการณ์สงบลง.. ทุกคนต่างมองไปที่หญิงสาวชาวสเปนิชเป็สายตาเดียวกัน
ก่อนที่เกษมจะหันไปพูดกับเพื่อน ๆ ด้วยใบหน้าที่นิ่งสงบ ทั้งๆ ที่เขาควรจะสติแตกเพราะนี่เป็ประสบการณ์การต่อสู้ครั้งแรกในชีวิตของเขา “เอาล่ะเพื่อน ๆ ทุกคน ตอนนี้ฉันคิดว่าแต่ละคนก็คงมีคำถามมากมายในหัว ทั้งเื่ซีรินญ่าเอย เื่คุณนินจาสาวปริศนาเอย เื่เ้าดันทัวร์กับคู่รักของมันเอย รวมถึงเื่ที่คุณเวิร์ดไม่ยอมปรากฏตัวมาจัดการกับเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทอีก รอไว้ไปคุยกันทีหลัง”
“ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณคุณนินจามาก ๆ นะครับ ที่ช่วยพวกเราไว้ถึงสองครั้งสองครา แล้วก็ขอบคุณซีรินญ่าด้วย ถ้าไม่ได้พวกเธอเราคงแย่ไปแล้ว” หนุ่มแว่นเป็ตัวแทนกล่าวขอบคุณ
ก่อนจะเกษมหันไปถามสาวหน้าคมต่อ “แล้วก็ต้องขอถามซีรินญ่าก่อนว่า พวกที่หลับไปนี่จะตื่นอีกทีเมื่อไหร่หรอ?”
พลันซีรินญ่าก็ได้ชูนิ้วชี้ขึ้นมาแสดงให้เห็นเป็เลขหนึ่ง.. “หนึ่งชั่วโมง?” หนุ่มแว่นถามย้ำ และซีรินญ่าก็พยักหน้าตอบรับในทันที
“โอเค! ถ้าอย่างงั้นเรา พาพวกนี้ไปหาคุณเวิร์ดที่ตึกผู้อำนวยการกันเถอะ แล้วระหว่างทางใครสงสัยอะไรก็ถามกันตามสบายเลยแล้วกันนะ” เกษมเสนอความคิดของเขาให้กับเพื่อน ๆ พลางชี้ไปยังดันทัวร์และแฟนสาวที่กำลังหลับอยู่
ทั้งหมดเห็นด้วยกับความคิดของหนุ่มแว่น และได้เริ่มเดินทางไปที่ตึกเมลฟิลด์ หรือที่เรียกกันว่า ‘ตึกทอง’ โดยระหว่างทางก็ได้พูดคุยถามไถ่สิ่งที่อยากรู้กันไปเรื่อย ๆ ซึ่งคำถามแรกที่เกิดขึ้นนั้น ออกมาจากปากของโจเซฟขณะกำลังแบกดันทัวร์อยู่บนหลัง
“ซีรินญ่า.. อวัยวะพิเศษของเธอคืออะไรหรอ?” หนุ่มเดรดล็อคเริ่มต้นคำถามที่ทุกคนต่างสงสัย
โดยสาวผมลอนก็ได้ชี้ไปที่บริเวณคอของเธอ
“คอหรอ?” โจเซฟเดาคำใบ้ แต่ซีรินญ่ากลับส่ายหัวส่ายหัว ก่อนจะทำมือเป็รูปสี่เหลี่ยม
“สี่เหลี่ยม??.. กล่อง??..” หนุ่มลูกครึ่งพยายามเดาต่อ ซึ่งในครั้งนี้สาวหน้าคมฉีกยิ้มขึ้นพร้อมกับพยักหน้าแรงและทำมือย้ำรูปสี่เหลี่ยม “กล่อง??.. กล่อง??..กล่องเสียง!!” โจเซฟทายคำตอบอย่างตื่นเต้น! และซีรินญ่าก็ได้พยักหน้าและยิ้มอย่างดีใจ ซึ่งก็เหมือนกับเป็การเฉลยคำตอบว่าถูกต้องไปในตัว
หนุ่มละตินที่กำลังได้ใจจึงถามต่อทันที “แล้วกล่องเสียงของเธอมีความสามารถอะไรล่ะ??” ก่อนที่ซีรินญ่าจะชี้ไปยังหูของโจเซฟ พลางนำมือทั้งสองข้าง มาประกบกันแล้ววางไปบริเวณแก้มพร้อมเอียงคอเล็กน้อยและหลับตาลง
โจเซฟที่ได้เห็นท่าทางการใบ้ของซีรินญ่า ก็ได้นำมาพิจารณากับอาการของดันทัวร์เลยเดาออกได้ในทันที “ใครที่ได้ยินเสียงของเธอจะต้องหลับ!?” หนุ่มเดรดล็อคทายและยิ้มอย่างมั่นใจ!
สาวสวยหน้าคมพยักหน้าตอบรับอย่างกระตือรือร้นอีกครั้ง ก่อนที่ทั้งคู่จะแท้กมือกันอย่างทุลักทุเล เพราะโจเซฟนั้นกำลังแบกดันทัวร์อยู่บนหลัง “แหม ๆ ๆ .. สองคนนี้นี่เข้ากันดีจริง ๆ เลยนะ” มีสท์ได้ทีจึงแซวโจเซฟกับซีรินญ่าอีกรอบ ในขณะกำลังอุ้มเ้าปั๊กกี้ที่กำลังหลับปุ๋ย
ซึ่งนั่นก็ทำเอาหนุ่มเดรดล็อคหน้าแดงก่ำขึ้นในทันทีก่อนจะบอกปัดแบบเขิน ๆ “อะไรเล่า!!” ส่วนทางด้านของซีรินญ่าก็แอบมีอมยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากด้วยความขวยเขินด้วยเช่นกัน
“เอ.. ว่าแต่ทำไมอยู่ ๆ นายถึงะโให้ทุกคนอุดหูล่ะ? เหมือนรู้ว่าซีรินญ่ากำลังจะใช้พลังเลย” สาวผมเปียถามต่อ
“ก็ซีรินญ่าเห็นท่าไม่ดีั้แ่ตอนที่ดันทัวร์มันเริ่มแผ่ออแกเนียนออร่านั่นแหละ เขาเลยสะกิดฉันแล้วก็ใบ้ท่าทางเหมือนกับเมื่อกี้ที่ใบ้อวัยวะพิเศษเมื่อกี้ ก็เลยพอจะเดาออกว่าเธอ้าอะไร” โจเซฟอธิบาย
พลันที่ชื่อนั้นถูกเอ่ยขึ้นมา ท่าทีของมีสท์ก็เปลี่ยนไปในทันที “พูดถึงดันทัวร์.. มันน่ากลัวมาก ๆ เลยเนอะ แล้วใครจะไปนึกว่าแดร็กคูล่าที่อยู่ในเื่เล่าจะมีตัวตนจริง ๆ แล้วก็เป็ออแกเนียนเหมือนพวกเราด้วย” ม่านหมอกพูดเสียงสั่นแบบแหยง ๆ
“อย่างที่บอกนั่นแหละ อวัยวะพิเศษของดันทัวร์คือฟัน ส่วนพลังของมันก็น่าจะเป็ ถ้าได้กัดคอใครแล้วคนที่ถูกกัดจะต้องเป็พวกเดียวกับมัน เพราะฉันสังเกตจากคอของผู้หญิงผมบลอนด์ที่กำลังแบกอยู่เนี่ย มีรอยเขี้ยวฝังอยู่” เกษมวิเคราะห์ต่อจากข้อมูลที่เขามี
ซึ่งหลังจากจบประโยคนั้น ทุกอย่างก็เงียบลงไปชั่วขณะ..
แต่ก็เป็ทางด้านของเกษมที่ทำลายความเงียบนั้นลง “ทำไมเงียบจังเลยล่ะคุณนินจา แนะนำตัวให้พวกเราได้รู้จักหน่อยสิ” เขาหันไปชวนนินจาสาวปริศนาคุย
“เอาะ.. อ๋ออ สวัสดีค่ะ หนูชื่อ นามิคาชิ มิทาจิ ( Namikashi Mitachi )เดอะชูริเคน ‘TheShuriken’ ค่ะ อายุสิบหกปีเป็คนในตระกูลนินจามาจากเมืองอิงะ ประเทศญี่ปุ่นค่ะ” นินจาสาวหันขวับไปแนะนำตัวอย่างกระฉับกระเฉงด้วยน้ำเสียงน่ารักฉะฉานผิดกับบุคลิกสุดห้าวของเธอในตอนที่ยังใส่ชุดปกปิดหน้าตาอย่างสิ้นเชิง