ป่าอสูรทางทิศตะวันตกของสำนักวายุจำรัสมีเขตแดนที่กว้างใหญ่อีกทั้งยังเชื่อมต่อกับเขตป่าทิศเหนือและทิศตะวันออกเพียงแค่ป่ารอบนอกก็มีพื้นที่ที่ใหญ่กว่าเขตกลางของสำนักวายุจำรัสกว่าพันเท่าพื้นที่ป่าอสูรแห่งนี้มีซอกหลืบลับตาซึ่งเหมาะสำหรับการบำเพ็ญตน ทั้งถ้ำ เงื้อมผาป่ารกชัฏที่ยังไม่มีใครสำรวจอย่างทั่วถึงทำให้ที่แห่งนี้คล้ายดินแดนสนธยาอันแสนจะลึกลับผู้ฝึกตนที่บรรลุถึงขั้นแรกมักจะเร้นกายและบำเพ็ญเพียรอยู่ในบริเวณป่าอสูรรอบนอกแห่งนี้
ขณะนี้ในป่าใหญ่ทางทิศตะวันตกมีเด็กชายตัวเล็กคนหนึ่งกำลังเดินเลาะเลียบไปตามขอบป่าทุกฝีเท้าของเขาก้าวย่างไปอย่างช้าๆและเต็มไปด้วยความระมัดระวังเสียงฝีเท้าของเด็กชายผู้นี้แทบจะไม่ปรากฏให้ผู้ใดได้ยินจะว่าไปแล้วถ้าไม่สังเกตให้ดีก็จะมองไม่เห็นร่างกายของเขาเช่นกันร่างเล็กๆนั้นมีกิ่งไม้สดพันติดไว้ตามร่างกาย ขณะนี้ตัวของจิวฟงดูคล้ายกับพุ่มไม้พุ่มเล็กๆก็ไม่ปานจิวฟงไม่ได้แค่พรางร่างกายอย่างเดียวเท่านั้นเขายังปิดบังพลังปราณภายในจนไม่มีผู้ใดััได้เ้าเปี๊ยกกลัวว่าเหล่าสัตว์อสูรที่จมูกไวจะได้กลิ่นไอปราณของเขา
“เถาวัลย์เจ็ดเกลียวกับดอกบัวสายยาวทำไมถึงหายากเช่นนี้นะนี่จะเรียกว่าพืชวิเศษหาง่ายได้อย่างไร” จิวฟงบ่นอย่างกับคนแก่เขาก้มเก็บเห็ดหมวกฟ้าที่ขึ้นตามขอนไม้ชื้นๆ จากนั้นก็นำไปใส่ในถุงวิเศษ
เขาได้พืชวิเศษห้าชนิดในปริมาณที่มากเกินพอแล้วแต่ส่วนประกอบหลักอีกสองชนิดที่เหลือเขายังไม่พบเลยสักครั้งเดียวนับั้แ่เข้าป่ามา แต่นั่นก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไรนักจิวฟงที่เอาแต่เดินอยู่ตามเส้นแบ่งแนวป่าโดยที่ไม่ยอมเข้าไปในป่าลึกไม่มีทางที่จะพบพืชทั้งสองชนิดซึ่งเื่นี้เขาเองก็รู้ดีแก่ใจเพราะเขาศึกษาสถานที่ที่พืชเ่าั้เจริญงอกงามได้อย่างจำขึ้นใจ
ั้แ่เหยียบเข้ามาในป่าอสูร จิวฟงก็ไม่พบกับสัตว์อสูรเลยสักตัวเห็นสัตว์ป่าบ้างก็เพียงประปราย แต่เขาก็ไม่ให้ความสนใจกับพวกมันเท่าไรนักอีกทั้งยังหลีกเลี่ยงที่จะทำให้พวกมันตื่นตระหนกอีกด้วย
“ข้าไม่เคยกลัวสัตว์ป่าหรือสัตว์อสูรแต่ข้ามาที่นี่เพื่อเก็บพืชวิเศษไม่ได้มาเพื่อเข่นฆ่าสังหารพวกมัน”จิวฟงค่อยๆเดินถอยหลังเมื่อถูกกระทิงป่าตัวใหญ่เขาโง้งจ้องมากระทิงป่าก็ไม่กล้าเข้าใกล้คนที่เข้ามาในเขตป่าอสูรคนตัวน้อยก็พยายามไม่ทำให้มันใเพราะกลัวจะไปกระตุ้นความสนใจของสัตว์อสูรที่ดุร้ายซึ่งอยู่ห่างออกไป
ในขณะที่เดินหลบกระทิงป่ามาอย่างเงียบๆจิวฟงก็ประหวัดนึกถึงตอนที่ปาหินใส่เ้าหมีหลังแดงสีหน้าของเขาพลันสลดขึ้นมาในทันใด ถ้ารู้ว่าเขาจะต้องเข้ามาในป่าอสูรเร็วเช่นนี้จิวฟงสาบานว่าวันนั้นเขาจะไม่แกล้งมันเป็อันขาด
“อย่าจองเวรกันเลยนะเ้าหมี วันนั้นข้าแกล้งหยอกเ้าเล่นก็เท่านั้นเอง”เด็กชายตัวน้อยที่มีลักษณะคล้ายพุ่มไม้เตี้ยถอนหายใจยาวเขาค่อยๆคืบคลานเข้าไปยังป่าส่วนลึกอย่างกล้าๆกลัวๆ
เดินมาไม่ลึกเท่าไรนัก จิวฟงก็พบบึงหนึ่งน้ำในบึงนั้นใสเหมือนกับกระจก ในบึงเต็มไปด้วยดอกบัวนานาพันธุ์ข้างๆบึงมีธารน้ำตกขนาดเล็กอยู่อีกด้วย
จิวฟงรีบเก็บบัวสายยาวที่หาได้ง่ายมาเป็จำนวนมาก เสร็จแล้วก็เคลื่อนไหวไปอย่างช้าๆโดยไปหยุดตามแนวพุ่มไม้เพื่อพรางตัวแล้วเคลื่อนที่ไปยังน้ำตกด้วยฝีเท้าที่แ่เบาเขาดึงกระบี่สั้นที่เหน็บไว้ข้างเอวมาตัดเถาวัลย์เจ็ดเกลียวแล้วกองไว้ที่พื้นเขารวมกองเถาวัลย์จนสูงท่วมหัวแล้วจึงค่อยเก็บเข้าถุงวิเศษในคราวเดียว
“พืชวิเศษขนาดนี้คงเอาไปทำเป็ยาได้หลายหมื่นเม็ดถ้าวิชาหัตถ์ไร้ลักษณ์ไม่สูบเอาทรัพยากรอย่างบ้าคลั่งจนเกินไปคงอีกนานกว่าที่ข้าจะต้องเข้ามาในป่าอีกที”จิวฟงรีบโกยพืชวิเศษสายยาวเข้าไปในถุงอย่างเร่งรีบถ้าเก็บเถาวัลย์เจ็ดเกลียวหมดแล้ว เขาจะได้ออกไปให้พ้นเขตป่านี้สักที
ขณะที่กำลังลากเถาวัลย์สายยาวๆเส้นสุดท้ายเข้าไปในถุงจิวฟงก็สังเกตเห็นเงาดำแวบหนึ่ง เงานั้นพุ่งตรงมาที่เขาอย่างรวดเร็วไม่นานนักเขาก็เห็นร่างดำๆนั้นได้อย่างชัดเจน
“หง่าวววววๆๆๆ” เ้าแมวป่าสีดำร้องดัง มันวิ่งแหกปากร้องลั่นมาตลอดทางแมวป่าวิ่งตะบึงมาทางจิวฟงด้วยความเร็วเต็มฝีเท้าของมัน
“จะมาหาเื่ข้ารึไง...”ด้วยลักษณะเสียงและรูปร่างที่ไม่ต่างจากแมวป่าสีดำซึ่งเขาเจอที่ชายป่าเมื่อเช้าทำให้จิวฟงมั่นใจว่ามันต้องเป็แมวตัวเดียวกันเขารีบยัดเถาวัลย์เข้าถุงแล้วชักกระบี่เงาพรายออกมาขู่ แต่ถึงกระนั้นแมวป่าก็ยังไม่หยุดวิ่งเ้าแมวพุ่งตรงมายังจิวฟง และเมื่อมาถึงที่ด้านหน้าของเด็กชายตัวน้อยมันก็กระโจนข้ามหัวเขาและเผ่นแน่บไปในทันที
“มันจะรีบร้อนไปไหนของมัน”จิวฟงเหลียวหลังไปมองเ้าแมวอย่างสงสัย ครู่เดียวเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของฝูงสัตว์วิ่งกันจนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว
เสียงนั้นพุ่งตรงมาทางด้านที่จิวฟงยืนอยู่อึดใจเดียวเด็กชายก็รับรู้ได้ถึงไออสูรที่แผ่ออกมาอย่างรุนแรงขณะนั้นเองจิวฟงก็เห็นฝูงหมาป่าฝูงใหญ่วิ่งมาทางเขา
ดวงตาของพวกมันเป็สีแดงก่ำทั้งเขี้ยวทั้งเล็บแหลมคมดูแล้วน่าสยดสยอง ขนของสัตว์อสูรฝูงนี้เป็สีเงิน...พวกมันคือหมาป่าขนเงินสัตว์อสูรระดับหนึ่งที่มักจะรวมตัวล่าเหยื่อกันเป็ฝูง!
จิวฟงตะลึงพรึงเพริดพลันเมื่อรู้สึกตัวเขาก็รีบวิ่งตะลีตะลานเพื่อหนีให้พ้นจากฝูงสัตว์อสูรเกือบร้อยตัวฝูงสัตว์อสูรดาหน้าเป็แถวหน้ากระดานทำให้จิวฟงไม่อาจวิ่งไปยังทางออกของป่าได้ในเวลานี้เขาทำได้เพียงแค่วิ่งจ้ำตามเ้าแมวป่าสีดำไปอย่างสุดกำลัง
เมื่อเ้าเปี๊ยกออกวิ่งก็ทำให้กิ่งไม้ที่เหน็บไว้ตามตัวหลุดออกครู่เดียวกิ่งไม้สดที่ใช้พรางตัวก็หล่นออกหมดหมาป่าขนเงินที่วิ่งเข้ามาใกล้ได้กลิ่นและเห็นชัดว่ามนุษย์ที่อยู่เบื้องหน้าไม่มีพลังปราณพวกมันแยกเขี้ยวส่งเสียงขู่จนเกิดเสียงดังลั่นป่าใหญ่
“กรรรรร”
หมาป่าขนเงินไม่เพียงแค่ขู่อย่างเดียวมันยังวิ่งกรูเข้ามาเพื่อหมายจะเอาชีวิตมนุษย์ตัวกระจิริดจิวฟงหันหลังไปดูก็เห็นว่าใบหน้าของพวกมันมีเค้าแห่งความโหดร้าย
“พวกมันตั้งใจจะฆ่าข้าจริงๆ”
จิวฟงไม่รู้ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนเมื่อรู้ว่าชีวิตตกอยู่ในอันตราย ความเร็วของเขาก็เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวอึดใจเดียวเขาก็วิ่งแซงเ้าแมวป่าที่อยู่ด้านหน้าและทิ้งมันไปอย่างไม่เห็นฝุ่น
“หง่าวววว” เ้าแมวป่าวิ่งไปร้องไปพร้อมกับมองจิวฟงด้วยตาละห้อยมันกำลังร้องบอกให้จิวฟงรอมันก่อน อย่าได้ทิ้งมันไว้ตัวเดียวเช่นนี้
จิวฟงไม่ฟังเสียงใดๆทั้งสิ้นเสียงร้องของเ้าแมวดำเมื่อครู่เขาก็แทบจะไม่ได้ยินเขาวิ่งไปด้านหน้าให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ด้วยพลังของผู้ฝึกตนขั้นหนึ่งที่มีเสาปราณถึงสองเสาซ้อนกันอยู่ทำให้เขาวิ่งด้วยความเร็วที่ตนเองยังต้องตกตะลึงในตอนนี้หากดูเผินๆแล้วดูคล้ายกับเท้าของเขาไม่ติดพื้นมองไปประหนึ่งคล้ายกับเขากำลังลอยละลิ่วไปเบื้องหน้าราวกับลมพัด
“แหง่ววววววว” เ้าเหมียวร้องดังฝูงหมาป่านับร้อยตัวไล่กระชั้นตามหลังมาทุกที มันถอนหายใจหนักๆ สายตาของมันเต็มไปด้วยแววแห่งความเสียดายสุดท้ายมันก็ตัดสินใจเคี้ยวของชิ้นหนึ่งที่อยู่ในปากทันทีที่เศษเสี้ยวของของสิ่งนั้นลงคอไป ร่างกายของมันก็เต็มไปด้วยพลังครู่เดียวมันก็วิ่งตีตื้นมาคู่กับจิวฟง
จิวฟงมึนงงไม่น้อยที่เห็นแมวป่าธรรมดาสามารถวิ่งด้วยความเร็วเทียบเท่าผู้ฝึกตนขั้นที่หนึ่งเช่นเขาจิวฟงมองปากเ้าแมวดำก็เห็นว่ามันกำลังเคี้ยวอะไรบางอย่างอยู่ของในปากเ้าเหมียวดูคล้ายกับเศษเนื้อหัวสมองอันปราดเปรื่องของจิวฟงประมวลผลอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวเขาก็รู้ว่าเนื้อที่อยู่ในปากมันไม่ใช่เนื้อธรรมดา
“เนื้อของสัตว์อสูร!” จิวฟงร้องดังแม้จะไม่รู้เื่สัตว์อสูรมากก็ตามแต่จิวฟงก็เดาได้ไม่ยากว่าเนื้อที่เพิ่มพลังให้สัตว์ป่าธรรมดาๆต้องเป็เนื้อของสัตว์อสูรอย่างแน่นอน และเ้าแมวป่าสีดำตัวนี้ก็ไม่มีทางที่จะสังหารสัตว์อสูรลงได้ด้วยตัวของมันเอง
“แก! ไอ้แมวหน้าด้าน! แกไปขโมยเนื้อที่พวกหมาป่าล่ามาได้ใช่ไหมไม่เช่นนั้นมันคงไม่ตามแกมาเป็ฝูงเช่นนี้หรอก!”จิวฟงะโใส่หน้าแมวที่วิ่งตีคู่มากับเขาอย่างโกรธแค้น
จิวฟงเดาไม่ผิดเนื้อที่อยู่ในปากเ้าเหมียวคือเนื้อของสัตว์อสูรแต่มันไม่ใช่เนื้อของสัตว์อสูรกระจอกธรรมดา หากเป็เนื้อของสัตว์อสูรระดับสองที่ฝูงหมาป่าขนเงินเสี่ยงชีวิตรวมฝูงเข้าไปล่าในเขตป่าชั้นรองและนี่จึงเป็เหตุผลที่ฝูงหมาป่าขนเงินโกรธแค้นและวิ่งไล่ล่าเ้าแมวเหมียวอย่างสุดชีวิต
“โอ๊ย เ้าแมวทุเรศ! เ้าแมวไม่มียางอาย! ขโมยของคนอื่นเช่นนี้ไม่ละอายใจบ้างรึไง!” จิวฟงด่าแมวป่าอย่างสาดเสียเทเสีย
“อย่ามาวิ่งใกล้ข้า ข้ารังเกียจพฤติกรรมของเ้าจริงๆไปให้ห่างจากข้าเดี๋ยวนี้เลยไป!”เขารีบไล่แมวป่าไปเพราะไม่อยากโดนฝูงหมาป่าไล่ตามอย่างไม่หยุดไม่หย่อนเช่นนี้
“เป้าหมายของพวกมันคือเ้า อย่าให้ข้าต้องซวยไปด้วยวิ่งไปทางโน้นเลยไป เ้าแมวขี้ขโมย!”
เ้าเหมียวยังทำเป็หูทวนลมมันชายตามองจิวฟงอย่างไม่แยแสและวิ่งเคียงคู่เด็กชายตัวจ้อยไปอย่างอารมณ์ดีเพราะขณะนี้มันเริ่มทิ้งห่างฝูงสัตว์อสูรออกมาเรื่อยๆ
แต่วิ่งนำฝูงสัตว์อสูรสีเงินมาได้ไม่นานเท่าไรทั้งหนึ่งคนและหนึ่งตัวก็รู้สึกถึงความผิดปกติทั้งจิวฟงและเ้าเหมียวรับรู้ได้ถึงไออสูรที่พุ่งพรวดมาจากทางด้านหลังและเมื่อจิวฟงและแมวป่าหันหลังกลับไปดูก็เห็นว่าฝูงหมาป่าขนเงินกำลังวิ่งมายังพวกเขาด้วยความเร็วสูง
ไม่ใช่ว่าเ้าแมวจะมีชิ้นเนื้อของสัตว์อสูรระดับสองเพียงตัวเดียวพวกหมาป่าขนเงินก็คาบเนื้อไว้แถมยังมีขนาดใหญ่กว่าที่เ้าแมวอมไว้ในปากเสียอีกความเร็วของฝูงหมาป่าเพิ่มขึ้นถึงขีดสุดเมื่อกลืนชิ้นเนื้อของสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งเข้าไป
จิวฟงวิ่งมาไกลจนหอบแฮกๆแต่ดูเหมือนเ้าแมวป่าจะยังคงวิ่งด้วยอาการสบายๆในตอนนี้เ้าเหมียวที่ยังมีชิ้นเนื้อสัตว์อสูรอยู่ในปากวิ่งนำจิวฟงไปเล็กน้อยโดยที่ด้านหลังของเด็กชายมีฝูงหมาป่าเกือบร้อยตัววิ่งตามมาติดๆ
“ไม่ใช่ว่าพวกแกจะมีของเพิ่มพลังฝ่ายเดียว ข้าก็มีเหมือนกัน”เขาหยิบยาเม็ดขึ้นมาหนึ่งกำแล้วยัดเข้าปาก ครู่เดียวยาสีเขียวอมม่วงก็ออกฤทธิ์แล้วจิวฟงก็วิ่งตีคู่เ้าแมวสีดำอีกครั้ง
ทั้งแมวป่าและเด็กชายตัวเปี๊ยกวิ่งหนีฝูงหมาป่าอย่างสุดชีวิตเขาวิ่งวนและพยายามฉีกหนีหมาป่าขนเงินไปในทิศทางต่างๆเป็ระยะทางเกือบร้อยลี้ แต่ถึงกระนั้นก็ยังสลัดพวกมันไม่หลุดเนื้อสัตว์อสูรระดับสองชิ้นใหญ่ๆที่พวกมันกลืนลงไปทำให้ฝูงหมาป่าขนเงินแข็งแกร่งขึ้นเกือบเท่าตัว
จิวฟงคิดจะวิ่งหนีออกจากป่าอสูรแต่พวกหมาป่าก็พากันมาดักและโอบล้อมเส้นทางไว้ เขาคิดว่าจะวิ่งหนีเข้าไปในป่าชั้นรองแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าที่นั่นก็มีสัตว์อสูรระดับสองอาศัยอยู่จิวฟงหยิบยาเข้าปากอีกไม่รู้กี่สิบรอบตวาดไล่ฝูงหมาป่าและเ้าเหมียวไปไม่รู้กี่ร้อยครั้งแต่พวกมันก็ยังวิ่งตามเขาอยู่ไม่ห่าง
เด็กชายตัวเปี๊ยกเริ่มรู้สึกอ่อนล้า ตอนนี้พลังในตันเถียนเขาอ่อนลงไปมากเขาล้วงเข้าไปในถุงวิเศษแล้วหยิบเม็ดยา...
“...หมดแล้ว ซวยๆๆๆ!” จิวฟงร้องลั่นแล้วทำหน้าเหมือนกับจะร้องไห้เขาหันไปมองเ้าแมวที่วิ่งอยู่ข้างๆก็เห็นว่าความเร็วของมันตกลงไปเช่นกันเ้าแมวใช้พลังของเนื้อชิ้นเล็กๆที่มันกินเข้าไปจนหมดแล้ว
หมาป่าไล่จี้ทั้งแมวทั้งคนเข้ามาเรื่อยๆ จ่อเข้ามาใกล้ทุกทีๆจิวฟงเห็นเขี้ยวคมๆของพวกมันในระยะใกล้ก็รู้สึกสยองถ้าพวกมันเข้าถึงตัวเขาได้เมื่อไร แม้แต่กระดูกของเขาก็คงไม่เหลือเป็แน่
จิวฟงสูดลมหายใจเข้าแรงแล้วกัดฟันแน่นไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องมีชีวิตต่อไปให้ได้เขาเพิ่งค้นพบว่าการได้ใช้ชีวิตอยู่ในสำนักเซียนแห่งนี้สนุกมากเพียงไร เขาจะมาจบชีวิตในตอนนี้ไม่ได้!
พอคิดได้ดังนั้นจิวฟงก็หันหลังกลับแล้วหยุดวิ่งในทันทีฝูงหมาป่าขนเงินใที่จู่ๆมนุษย์ตัวจ้อยหยุดวิ่งแล้วหันมาเผชิญหน้าพวกมันเหล่าสัตว์อสูรระดับหนึ่งที่โหดร้ายหยุดชะงักตามอาการของเด็กชายและทันใดเองนั้นมนุษย์ตัวจ้อยก็ะโดังใส่หน้าพวกมันว่า
“อย่ามายุ่งกับข้า...ข้าขอร้อง!”
สิ้นเสียงแหลมๆของจิวฟง พวกหมาป่าก็มองหน้ากันแล้วแสยะยิ้มพวกมันพากันกระโจนเข้าใส่เด็กชายตัวเปี๊ยก จิวฟงเห็นดังนั้นจึงออกวิ่งด้วยพลังทั้งหมดที่เหลืออยู่
“อย่ามายุ่งกับข้าๆๆๆ” จิวฟงะโลั่นไปตลอดทางด้วยความกลัวเขาจึงรีดพลังเฮือกสุดท้ายและวิ่งตามเ้าแมวดำไปอีกครั้ง
เรี่ยวแรงของจิวฟงใกล้จะหมดลงทุกที เ้าเหมียวก็เช่นกันทั้งสองเหนื่อยแทบจะขาดใจ แต่ที่ทั้งคู่ยังไม่หยุดวิ่งเพราะรู้ว่าเมื่อไรที่ขาหยุดเคลื่อนไหวเมื่อนั้นลมหายใจของพวกเขาต้องหมดลงทันที
ฝูงหมาป่าไล่กวดมาเรื่อยๆ จิวฟงคิดว่าถ้าเป็อย่างนี้ต่อไปชั่วเวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูป พวกมันจะต้องถึงตัวเขาแน่เขาวิ่งจ้ำพร้อมกับมองต้นไม้ใหญ่ที่อยู่รอบตัวด้วยสายตาครุ่นคิด ขณะนั้นเองเขาก็นึกอะไรบางอย่างออก
“ใช่แล้ว หมาป่าปีนต้นไม้ไม่ได้!”จิวฟงร้องดังเขาคว้าคอเ้าเหมียวเพื่อนร่วมชะตากรรมที่วิ่งเคียงข้างกันแล้วโยนมันขึ้นไปบนยอดไม้จากนั้นจิวฟงก็กระโจนขึ้นไปบนต้นไม้ต้นนั้นเช่นกัน
“หง่าวววววววว!”เ้าเหมียวร้องดังพร้อมกับดิ้นรนไปมา แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้เพราะขณะนี้ร่างของมันลอยคว้างและลงมาเกาะอยู่บนกิ่งไม้กิ่งใหญ่และครู่เดียวเด็กชายตัวจ้อยก็ปีนตามขึ้นมา
“หง่าววววๆๆๆๆ”เ้าเหมียวมองไปยังฝูงหมาป่าขนเงินที่ล้อมอยู่ด้านล่างด้วยสายตาตื่นตระหนก
“จะร้องอะไรนักหนา ไม่รู้หรือไงว่าหมาปีนต้นไม้ไม่ได้” จิวฟงที่นั่งเกาะกิ่งไม้เหลือบตามามองเ้าเหมียวอย่างรำคาญ
“หง่าวววว...” ยังไม่ทันสิ้นเสียงเ้าแมวป่าฝูงหมาป่าขนเงินกว่าร้อยตัวก็กระโจนเข้าใส่โคนต้นไม้มันใช้ฟันเขี้ยวอันคมกริบงับเข้าไปในเนื้อไม้แล้วกระชากไม้ออกมาเป็ชิ้นๆอย่างกับฉีกเศษผ้า
จิวฟงมองลงไปที่ด้านล่างพลันรู้สึกได้ว่าต้นไม้เอียงลงอย่างรวดเร็ว
“ฉิบหายแล้ว”