บทที่ 1
ฝนตกหนักที่เมืองเชียงใหม่เป็เื่ธรรมดาใน่ฤดูฝน แสงแดดที่มักจะส่องสว่างหายไป ทิ้งให้เมืองอยู่ภายใต้เมฆหนาทึบและเสียงฝนที่กระทบหลังคาเสียงดังเป็จังหวะ ในเมืองนี้มีโรงเรียนมัธยมปลายชื่อว่า "วัฒโนทัยพายัพ" ซึ่งเป็สถานที่ที่นักเรียนต่างมุ่งมั่นในการเรียนและกิจกรรมต่าง ๆ สำหรับฉัน, ส้ม, เด็กสาวปีสองที่มีนิสัยเงียบขรึมและรักสันโดษ โรงเรียนเป็เพียงสถานที่ที่ฉันต้องผ่านไปวัน ๆ เท่านั้น
ฉันเติบโตมาในครอบครัวที่มีปัญหา พ่อแม่หย่าร้างกันเมื่อฉันยังเด็ก ทำให้ฉันต้องย้ายมาอยู่กับป้าที่เชียงใหม่ การใช้ชีวิตในเมืองใหม่เป็เื่ยากสำหรับฉัน ฉันมักจะใช้เวลาในการวาดภาพดอกไม้เพราะมันช่วยให้ฉันรู้สึกสงบและสามารถลืมความเ็ปในอดีตได้ ฉันมักจะนั่งอยู่ที่สวนหลังโรงเรียนหรือในห้องศิลปะ วาดภาพดอกไม้หลากหลายชนิดที่ฉันเห็นรอบ ๆ ตัว
วันหนึ่งในระหว่างที่ฝนตกหนัก ฉันเดินเข้าไปในห้องสมุดโรงเรียนเพื่อหลบฝน ห้องสมุดที่นี่เป็สถานที่เงียบสงบและเต็มไปด้วยหนังสือมากมาย ฉันชอบที่นี่เพราะมันทำให้ฉันสามารถหลบหนีจากความวุ่นวายของโลกภายนอกได้ ที่นั่น ฉันได้พบกับเด็กสาวคนหนึ่งที่ย้ายมาใหม่ชื่อว่า มะลิ เธอเป็คนสดใสและเป็มิตรกับทุกคน ซึ่งเป็สิ่งที่ตรงข้ามกับฉันอย่างสิ้นเชิง
"ขอโทษนะคะ คุณมีคำแนะนำเกี่ยวกับหนังสือเรียนวิชาประวัติศาสตร์บ้างไหม?" มะลิยิ้มอย่างสดใสขณะที่เธอถามฉัน
ฉันมองเธอด้วยสายตาสงสัยและระวังตัว "ฉันไม่แน่ใจนะ ลองหาดูที่ชั้นนั้นน่าจะมีค่ะ" ฉันตอบอย่างระมัดระวัง
"ขอบคุณมากค่ะ! คุณชื่ออะไรคะ?" มะลิถามด้วยน้ำเสียงเป็มิตร
"ฉันชื่อส้มค่ะ" ฉันตอบเบา ๆ และหันหน้าหนี
"ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ส้ม ฉันชื่อมะลิ" เธอยิ้มและยื่นมือมาเพื่อจับมือฉัน
ในหัวของฉัน มีเสียงในใจคอยเตือนตัวเองว่า "อย่าไว้ใจเธอมากไปนัก เธออาจจะทำร้ายเราเหมือนคนอื่น" หลังจากนั้นฉันก็พยายามหลีกเลี่ยงมะลิ ไม่้าเปิดใจให้เธอมากนัก แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ มะลิยังคงพยายามเข้ามาพูดคุยและทำความรู้จักกับฉันอยู่เรื่อย ๆ
วันหนึ่งหลังจากกิจกรรมชมรมศิลปะที่ห้องศิลปะโรงเรียน มะลิได้เห็นฉันวาดภาพดอกไม้ในสวนโรงเรียน "สวนสมเด็จพระนางเ้าสิริกิติ์" เธอรู้สึกประทับใจในความสามารถของฉันและเริ่มเห็นความงามในตัวฉัน
"ว้าว ส้ม เธอวาดภาพสวยมากเลย! นี่เป็ดอกไม้ที่เธอชอบเหรอ?" มะลิเดินเข้าไปใกล้และนั่งข้าง ๆ ฉัน
ฉันเงยหน้ามองและยิ้มเล็กน้อย "ใช่ค่ะ ฉันชอบดอกไม้และการวาดภาพมันช่วยให้ฉันรู้สึกสงบ"
มะลิและฉันเริ่มพูดคุยกันบ่อยขึ้น เธอค้นพบว่าฉันเป็คนอบอุ่นและมีจิตใจดี แต่ซ่อนตัวตนไว้เพราะความเ็ปจากอดีต ฉันเคยมีเพื่อนสนิทที่ทรยศฉัน ทำให้ฉันไม่ไว้ใจใครอีกเลย มะลิพยายามเป็กำลังใจให้ฉันและช่วยฉันเปิดใจ
เราเริ่มสนิทกันมากขึ้นเมื่อมะลิชวนฉันไปทานข้าวกลางวันด้วยกันที่ร้าน "ภูฟ้า คาเฟ่" ซึ่งเป็ร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่มีบรรยากาศอบอุ่นและอาหารอร่อย เรานั่งคุยกันเป็เวลานาน มะลิเล่าเื่ราวเกี่ยวกับชีวิตของเธอที่บ้านเก่า การย้ายมาเชียงใหม่ และความฝันของเธอในการเป็ศิลปิน
"ส้ม พรุ่งนี้ไปทานข้าวกลางวันด้วยกันไหม? ฉันรู้จักร้านอร่อย ๆ อยู่" มะลิยิ้มและตบไหล่ฉัน
ฉันลังเลเล็กน้อยแล้วพยักหน้า "ได้ค่ะ มะลิ"
จากนั้น เราก็เริ่มเที่ยวด้วยกันมากขึ้น เราไปเที่ยวสวนสัตว์เชียงใหม่ เดินชมดอกไม้ที่สวนราชพฤกษ์ และเล่นน้ำตกที่น้ำตกแม่สา ความสัมพันธ์ของเราก็พัฒนาอย่างเป็ธรรมชาติ ฉันเริ่มรู้สึกว่ามะลิเป็คนที่ฉันสามารถไว้วางใจได้ แต่ความกลัวในใจฉันยังคงมีอยู่
บทที่ 2
เมื่อความสัมพันธ์ของเราสองคนเริ่มพัฒนา ฉันก็เริ่มรู้สึกกลัวว่าเธอจะทำร้ายฉันอีกครั้ง ฉันเริ่มหลีกเลี่ยงมะลิ มะลิรู้สึกสับสนและเสียใจ แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ เธอพยายามหาทางทำให้ฉันเข้าใจว่าเธอจริงใจและไม่้าทำร้ายฉัน
"ส้ม ทำไมเธอหลีกเลี่ยงฉัน่นี้? ฉันทำอะไรผิดหรือเปล่า?" มะลิถามด้วยน้ำเสียงเป็ห่วงและเสียใจ
ฉันเงียบสักครู่แล้วพูดเบา ๆ "ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอก มะลิ ฉันแค่...กลัว"
มะลิจับมือฉันและมองตาฉัน "กลัวอะไรเหรอ? ฉันอยากให้เธอรู้ว่าฉันอยู่ตรงนี้เพื่อเธอนะ"
ในหัวของฉัน เสียงในใจคอยเตือนตัวเองว่า "อย่าให้ความหวังกับตัวเองมากนัก เธออาจจะจากเราไปเหมือนคนอื่น"
ฉันเล่าเื่ราวในอดีตที่ทำให้ฉันเ็ป ฉันเล่าว่าเพื่อนสนิทที่เคยไว้ใจที่สุดได้เผยความลับของฉันทำให้ฉันถูกล้อเลียนและถูกหักหลัง มะลิฟังเื่ราวด้วยความเข้าใจและยืนยันว่าเธอจะอยู่เคียงข้างฉันไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
"ฉันเข้าใจแล้ว ส้ม แต่ฉันไม่ใช่คนแบบนั้น ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำให้เธอเสียใจ" มะลิกอดฉันและพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ในขณะเดียวกัน นักเรียนคนหนึ่งชื่อว่า ต้น เป็คนที่ไม่ชอบเห็นคนอื่นมีความสุขมากนัก เขามักจะพูดจาเสียดสีและพยายามขัดขวางความสัมพันธ์ของฉันและมะลิ ต้นเริ่มสังเกตเห็นว่าฉันและมะลิสนิทกันมากขึ้น เขารู้สึกไม่พอใจและพยายามหาทางขัดขวางความสัมพันธ์ของเรา
วันหนึ่ง ต้นเข้ามาหาฉันใน่พักเที่ยงที่สวนโรงเรียน
"ส้ม เธอคิดว่ามะลิเป็เพื่อนแท้ของเธอจริงเหรอ?" ต้นยิ้มเยาะและพูดด้วยน้ำเสียงเ็า
ฉันมองเขาด้วยสายตาสงสัย "ทำไมเธอถามแบบนั้น?"
"ฉันเห็นมะลิคุยกับคนอื่นที่บอกว่าเธอไม่สนใจเธอจริง ๆ แค่ทำตัวดีเพื่อเล่นสนุก" ต้นพูดและทำท่าทางเหมือนกำลังเปิดเผยความลับ
คำพูดของต้นทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจและเริ่มสงสัยในตัวมะลิ แต่ฉันพยายามไม่ให้ความสำคัญกับสิ่งที่ต้นพูด
วันต่อมา ฉันเห็นมะลิกำลังพูดคุยกับต้นอยู่ที่มุมหนึ่งของโรงเรียน ทั้งสองดูสนิทสนมและหัวเราะกันอย่างมีความสุข ฉันรู้สึกเหมือนโดนหักหลัง
"ทำไมมะลิถึงไปสนิทกับต้นได้ขนาดนั้น? เธอไม่รู้หรือว่าต้นพยายามขัดขวางความสัมพันธ์ของเรา?" ฉันคิดในใจและรู้สึกโกรธและเ็ป
ฉันหลีกเลี่ยงมะลิอีกครั้ง แต่คราวนี้มะลิดูสับสนและไม่เข้าใจว่าทำไมฉันถึงทำเช่นนั้น
"ส้ม ทำไมเธอหลีกเลี่ยงฉันอีกแล้ว? ฉันทำอะไรผิดหรือเปล่า?" มะลิถามด้วยน้ำเสียงเศร้า
ฉันไม่สามารถทนเห็นมะลิอยู่กับต้นได้ ฉันตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว "เธอทำอะไรกับต้น? ทำไมเธอถึงไปสนิทกับเขา?"
มะลิดูใและสับสน "ฉันแค่พูดคุยกับเขาเพราะเขามาขอโทษสำหรับการกระทำของเขา เขาบอกว่าเขาเสียใจที่ทำให้เราเ็ป"
ฉันรู้สึกสับสนและไม่แน่ใจว่าจะเชื่อมะลิได้หรือไม่ ในหัวของฉัน เสียงในใจคอยเตือนตัวเองว่า "อย่าไว้ใจเธอมากไปนัก เธออาจจะทำร้ายเราเหมือนคนอื่น"
ความสัมพันธ์ของเราตึงเครียดมากขึ้น เราไม่พูดคุยกันเหมือนเดิมและฉันหลีกเลี่ยงมะลิอย่างต่อเนื่อง แต่ความรู้สึกภายในใจของฉันยังคงมีความผูกพันกับเธอ ฉันเริ่มสังเกตเห็นความเศร้าในสายตาของมะลิเมื่อเธอพยายามเข้ามาคุยกับฉันแต่ถูกฉันปฏิเสธ
บทที่ 3
เวลาผ่านไปหลายสัปดาห์ ความสัมพันธ์ของเรายิ่งแย่ลง ฉันรู้สึกเครียดและกดดันมากขึ้นเรื่อย ๆ ฉันไม่สามารถหาคำตอบได้ว่าควรทำอย่างไร ฉันเริ่มใช้เวลานั่งคนเดียวในสวนหลังโรงเรียน มองดอกไม้ที่ฉันวาดภาพบ่อย ๆ แต่กลับไม่รู้สึกสงบเหมือนเคย
"ทำไมทุกอย่างถึงเป็แบบนี้? ฉันควรทำอย่างไรดี?" ฉันคิดในใจและรู้สึกหมดหวัง
มะลิก็เช่นกัน เธอพยายามเข้ามาพูดคุยกับฉันหลายครั้งแต่ถูกปฏิเสธ ทำให้เธอรู้สึกท้อแท้และสิ้นหวังเช่นกัน
"ส้ม ฉันคิดถึงเธอ ฉันไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรเพื่อให้เธอเข้าใจว่าฉันไม่ได้มีอะไรกับต้น" มะลิพูดกับแก้วในห้องสมุด
แก้วพยายามให้กำลังใจมะลิ "มะลิ บางทีการให้เวลาส้มอาจเป็วิธีที่ดีที่สุด เธอต้องเข้าใจและรู้สึกมั่นใจในความจริงใจของเธอ"
แต่แก้วไม่ได้เป็เพียงเพื่อนที่คอยให้คำปรึกษาแก่ฉันและมะลิเท่านั้น เธอยัง้าช่วยให้เรากลับมาคืนดีกันจริง ๆ แก้วเริ่มจัดกิจกรรมร่วมกันให้เราได้ใช้เวลาร่วมกัน เช่น การจัดทริปไปเที่ยวดอยปุยและดอยสุเทพ
หนึ่งในทริปที่ฉันและมะลิตัดสินใจไปเที่ยวคือที่ดอยปุย ดอยปุยเป็ูเาที่มีวิวทิวทัศน์สวยงามและอากาศเย็นสบาย ที่นั่นเราได้เห็นหมอกที่ปกคลุมูเาและดอกไม้ป่าหลากหลายชนิดที่บานสะพรั่ง มะลิและฉันตื่นเต้นกับการเดินป่าผ่านเส้นทางที่ล้อมรอบด้วยธรรมชาติที่งดงาม
เราออกเดินทางจากเชียงใหม่โดยรถบัสที่สถานีขนส่งอาเขตเชียงใหม่ การเดินทางใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมง ฉันและมะลินั่งข้างกันในรถบัส เราพูดคุยกันเื่ต่าง ๆ เพื่อคลายเครียดจากความกดดันในโรงเรียน
"ส้ม เธอเคยมาเที่ยวดอยปุยมาก่อนไหม?" มะลิถามขณะที่เธอมองออกไปนอกหน้าต่าง
"ไม่เคยเลย มันเป็ครั้งแรกของฉัน" ฉันตอบด้วยความตื่นเต้น
"งั้นเธอจะต้องชอบแน่ ๆ ดอยปุยสวยมากเลย โดยเฉพาะใน่เช้าที่มีหมอกลง" มะลิกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
เมื่อเราถึงดอยปุย เราเดินผ่านเส้นทางเดินป่าที่ล้อมรอบด้วยต้นไม้ใหญ่และดอกไม้ป่าสวยงาม เราถ่ายรูปกันและมะลิพยายามหยอดมุขตลกเพื่อทำให้บรรยากาศสนุกสนาน
"ดูสิ ส้ม ดอกไม้พวกนี้สวยมากเลย!" มะลิกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
"ใช่ มะลิ ฉันชอบที่นี่มาก มันทำให้รู้สึกสงบและผ่อนคลาย" ฉันตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม
"เธอรู้ไหมว่าดอกไม้พวกนี้เรียกว่าอะไร?" มะลิถามขณะที่เธอมองดอกไม้สีม่วงสดใส
"ไม่รู้สิ แต่ฉันคิดว่ามันควรจะเรียกว่า 'ดอกไม้แห่งความสุข' เพราะมันทำให้ฉันรู้สึกดีมาก" ฉันตอบพร้อมหัวเราะ
"ถ้างั้นฉันขอตั้งชื่อมันว่า 'ดอกไม้ส้ม' ละกัน" มะลิพูดพร้อมหัวเราะ
"แล้วดอกไม้นี้ล่ะ จะตั้งชื่อว่าอะไร?" ฉันถามพร้อมชี้ไปที่ดอกไม้สีชมพู
"ฉันขอตั้งชื่อมันว่า 'ดอกไม้มะลิ' ละกัน" มะลิกล่าวพร้อมรอยยิ้มหวาน
เราเดินเล่นและถ่ายรูปกันที่ดอยปุย ตลอดทางเราพูดคุยและหัวเราะอย่างสนุกสนาน การได้ใช้เวลาร่วมกันในธรรมชาติทำให้ความสัมพันธ์ของเรายิ่งแน่นแฟ้นขึ้น
อีกหนึ่งทริปที่เราไปคือดอยสุเทพ ดอยสุเทพเป็สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีวัดพระธาตุดอยสุเทพซึ่งเป็วัดที่มีความสำคัญทางศาสนา เราเดินขึ้นบันได 306 ขั้นไปยังวัด ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบและวิวทิวทัศน์ที่งดงามของเมืองเชียงใหม่จากมุมสูง
เรานั่งรถสองแถวแดงจากในเมืองเชียงใหม่ขึ้นไปยังดอยสุเทพ รถสองแถวแดงเป็วิธีการเดินทางที่สะดวกและเป็ที่นิยมของนักท่องเที่ยว ระหว่างทางเรามีโอกาสได้พูดคุยและหยอดมุขตลกกัน
"ส้ม เธอเคยขึ้นรถสองแถวแดงมาก่อนไหม?" มะลิถามขณะที่เรานั่งบนเบาะหลังของรถสองแถว
"เคยสิ แต่ทุกครั้งที่ขึ้น ฉันรู้สึกเหมือนกำลังนั่งรถไฟเหาะ" ฉันตอบพร้อมหัวเราะ
"จริงเหรอ? งั้นฉันว่าฉันต้องจับเธอไว้ให้แน่น ๆ ละกัน" มะลิพูดพร้อมยิ้มและจับมือฉัน
เมื่อเราถึงดอยสุเทพ เราเดินขึ้นบันไดไปยังวัดพระธาตุดอยสุเทพ ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบและวิวทิวทัศน์ที่งดงามของเมืองเชียงใหม่จากมุมสูง
"ส้ม ฉันชอบบรรยากาศที่นี่มาก มันทำให้รู้สึกสงบและคิดถึงสิ่งสำคัญในชีวิต" มะลิกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ฉันก็รู้สึกเช่นกัน มะลิ มันทำให้ฉันคิดถึงเื่ต่าง ๆ และรู้สึกขอบคุณที่มีเธออยู่เคียงข้าง" ฉันตอบกลับด้วยความซาบซึ้ง
เราสองคนใช้เวลาทำบุญและไหว้พระที่วัดพระธาตุดอยสุเทพ ก่อนที่จะเดินเล่นชมวิวและถ่ายรูปที่ระเบียงวัด ความงดงามของธรรมชาติและความศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ทำให้เราได้พบกับความสงบในใจ
บทที่ 4
หลังจากที่เราผ่านพ้นความขัดแย้งครั้งแรก ความสัมพันธ์ของเราก็แน่นแฟ้นมากขึ้น แต่ความท้าทายยังไม่จบ เราต้องเผชิญกับอุปสรรคหลายอย่างที่ทำให้เราต้องร่วมมือกันและเอาชนะมัน
่ปลายภาคเรียนที่มาพร้อมกับการสอบ เป็่เวลาที่เครียดสำหรับนักเรียนทุกคน ฉันและมะลิต่างพยายามเตรียมตัวเพื่อให้ได้ผลการเรียนที่ดีที่สุด แต่ความกดดันทำให้เราทะเลาะกันบ่อยขึ้น
"ส้ม ฉันไม่เข้าใจเลย ทำไมเธอถึงเครียดขนาดนี้? เราควรจะสนุกกับการเรียนไม่ใช่เหรอ?" มะลิพูดด้วยน้ำเสียงเป็ห่วง
"มะลิ ฉัน้าได้เกรดดีเพื่อให้ป้าภูมิใจ ฉันไม่มีเวลามาสนุกแบบเธอ" ฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
ความเครียดจากการเตรียมตัวสอบทำให้เราห่างเหินกัน มะลิพยายามเข้ามาให้กำลังใจฉันแต่ฉันกลับตอบโต้ด้วยความหงุดหงิด เพื่อนร่วมชั้นชื่อว่า แก้ว ซึ่งเป็คนที่เก่งวิชาการและใจดี สังเกตเห็นความตึงเครียดในความสัมพันธ์ของเรา
"ส้ม มะลิ ฉันคิดว่าถ้าเราช่วยกันเรียนและแบ่งเวลาให้เหมาะสม พวกเธอจะผ่านมันไปได้" แก้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม
แก้วเริ่มช่วยเราในการเตรียมตัวสอบโดยการจัดตารางเวลาให้เราแบ่งเวลาเรียนและพักผ่อนอย่างเหมาะสม แก้วยังจัดการเรียนเป็กลุ่มให้เราทั้งสามคนเพื่อให้สามารถแลกเปลี่ยนความรู้และช่วยเหลือกันในการเตรียมตัวสอบ
ในระหว่างที่เราทำการเตรียมตัวสอบ เราเริ่มกลับมาพูดคุยและหัวเราะกันอีกครั้ง มะลิยังคงพยายามเป็กำลังใจให้ฉันและช่วยฉันในการทำความเข้าใจบทเรียนที่ยาก แต่ความเครียดจากการสอบยังคงมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของเรา
คืนหนึ่งก่อนการสอบปลายภาคไม่กี่วัน ฉันรู้สึกกดดันและเครียดมากจนไม่สามารถนอนหลับได้ ฉันนั่งวาดภาพดอกไม้ในห้องนั่งเล่น ป้าของฉันเดินเข้ามาและเห็นสภาพของฉัน
"ส้ม หนูดูเหนื่อยมากนะ ลูก อย่ากดดันตัวเองมากเกินไปนะ" ป้าพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ฉันต้องได้เกรดดีค่ะป้า ฉันไม่อยากทำให้ป้าผิดหวัง" ฉันตอบกลับด้วยน้ำเสียงท้อแท้
ป้ากอดฉันและพูดว่า "ไม่ว่าผลจะเป็อย่างไร ป้าก็ภูมิใจในตัวหนูเสมอ จำไว้นะว่าความสุขของหนูสำคัญที่สุด"
คำพูดของป้าช่วยให้ฉันรู้สึกดีขึ้นบ้าง แต่ความกดดันยังคงอยู่ ฉันตัดสินใจที่จะพูดคุยกับมะลิเพื่อหาทางออก
วันรุ่งขึ้น ฉันไปหามะลิที่ห้องสมุดและขอโทษสำหรับการกระทำของฉัน
"มะลิ ฉันขอโทษที่ทำให้เธอรู้สึกไม่ดี ฉันเครียดมากกับการสอบ" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
มะลิยิ้มและกอดฉัน "ฉันเข้าใจส้ม เรามาช่วยกันผ่านมันไปนะ"
เราสองคนเริ่มวางแผนการเรียนที่ดีขึ้นและพยายามแบ่งเวลาให้เหมาะสม แม้ว่าความกดดันจะยังคงอยู่ แต่การมีมะลิอยู่เคียงข้างทำให้ฉันรู้สึกแข็งแกร่งขึ้น
บทที่ 5
วันหนึ่งมีข่าวลือแพร่กระจายในโรงเรียนว่ามะลิกำลังคบกับเพื่อนร่วมชั้นชื่อว่า มิกกี้ ซึ่งเป็หนุ่มหล่อและเป็ที่นิยมในโรงเรียน ข่าวลือนี้ทำให้ฉันรู้สึกหึงหวงและไม่พอใจ
"มะลิ เธอกำลังทำอะไรกับมิกกี้อยู่? ทำไมต้องใกล้ชิดกับเขาขนาดนั้น?" ฉันถามด้วยน้ำเสียงโกรธ
"ส้ม ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย มิกกี้แค่ขอคำปรึกษาเื่การเตรียมตัวสอบ" มะลิพยายามอธิบาย
ฉันไม่เชื่อมะลิและเริ่มห่างเหินอีกครั้ง ความรู้สึกของฉันเต็มไปด้วยความสงสัยและความหึงหวง
ข่าวลือยังคงแพร่กระจายไปทั่วโรงเรียนและทำให้ความสัมพันธ์ของเรายิ่งตึงเครียด ต้นซึ่งเป็คนที่มักจะพูดจาเสียดสีเข้ามาช่วยเราในครั้งนี้
"ส้ม ฉันรู้ว่าเธอไม่ชอบฉัน แต่ครั้งนี้ฉันอยากช่วย มะลิไม่ได้ทำอะไรผิด เธอควรให้โอกาสเธออธิบาย" ต้นกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ต้นเริ่มช่วยเราโดยการพูดคุยกับมิกกี้และหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข่าวลือที่แพร่กระจาย เขาพบว่าข่าวลือเป็เพียงความเข้าใจผิดและมิกกี้ไม่ได้มีความสัมพันธ์ใด ๆ กับมะลิ ต้นพยายามทำให้ฉันเข้าใจและให้โอกาสมะลิอธิบาย
ฉันฟังคำแนะนำของต้นและตัดสินใจพูดคุยกับมะลิอีกครั้ง
"มะลิ ฉันขอโทษที่ไม่เชื่อใจเธอ ฉันรู้สึกหึงหวงและสงสัยในตัวเธอ" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า
มะลิยิ้มและกอดฉัน "ฉันเข้าใจส้ม แต่ฉันไม่มีอะไรกับมิกกี้เลย เราแค่คุยเื่การสอบ ฉันรักเธอและไม่้าให้เธอรู้สึกไม่ดี"
การพูดคุยและการทำความเข้าใจช่วยให้เราผ่านพ้นอุปสรรคนี้ไปได้ แต่ความรู้สึกไม่มั่นคงยังคงอยู่ในใจฉัน
บทที่ 6
่ปิดเทอมฤดูร้อน มะลิต้องกลับไปเยี่ยมครอบครัวที่ต่างจังหวัด ซึ่งทำให้เราไม่ได้พบกันเป็เวลานาน ฉันรู้สึกเหงาและกังวลว่ามะลิอาจจะเปลี่ยนใจเมื่อกลับมา
"ส้ม ฉันสัญญาว่าจะกลับมาเร็วที่สุด เราจะติดต่อกันทุกวันนะ" มะลิกล่าวด้วยรอยยิ้ม
แต่เมื่อเวลาผ่านไป มะลิก็เริ่มติดต่อกลับมาน้อยลง ฉันรู้สึกไม่สบายใจและคิดมาก แต่มีเพื่อนร่วมชั้นชื่อว่า ฟ้า เข้ามาช่วยเหลือ ฟ้าเป็คนที่มีประสบการณ์เื่ความสัมพันธ์และให้คำแนะนำที่ดี
"ส้ม เธอต้องเชื่อใจมะลิ เธออาจจะมีปัญหาที่บ้าน เราควรให้เวลาและสนับสนุนเธอ" ฟ้ากล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ใน่เวลาที่มะลิกลับบ้าน ฉันรู้สึกท้อแท้และสิ้นหวังที่ไม่สามารถติดต่อกับเธอได้ตามที่สัญญาไว้ ฉันเริ่มใช้เวลาในการวาดภาพดอกไม้ที่เราชอบด้วยกัน แต่ความเหงาและความกังวลทำให้ฉันรู้สึกหมดแรง
"มะลิอยู่ที่ไหน ทำไมถึงไม่ติดต่อกลับมา?" ฉันคิดในใจและรู้สึกเสียใจ
มะลิก็เช่นกัน เธอมีปัญหาครอบครัวที่ต้องรับมือ แต่เธอก็พยายามหาเวลาเพื่อคิดถึงและเขียนจดหมายถึงฉัน
"ส้ม ฉันขอโทษที่ไม่ได้ติดต่อกลับมาตามที่สัญญา ฉันมีปัญหาที่บ้านและ้าเวลาแก้ไข ฉันคิดถึงเธอมาก" มะลิเขียนในจดหมาย
เมื่อฉันได้รับจดหมายจากมะลิ ฉันรู้สึกได้ถึงความรักและความห่วงใยของเธอ ฉันรู้สึกมั่นใจในความจริงใจของเธอและตัดสินใจให้เวลาและสนับสนุนเธอ
ในที่สุด มะลิกลับมาและเล่าเื่ราวที่บ้านให้ฟัง ครอบครัวของเธอมีปัญหาเื่การเงินและความสัมพันธ์ แต่เธอก็พยายามทำให้ทุกอย่างดีขึ้น
"ขอโทษที่ทำให้เธอกังวล ส้ม ฉันรักเธอและจะไม่ทิ้งเธอไปไหน" มะลิกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
เราสองคนสัญญาว่าจะสนับสนุนกันและกันไม่ว่าจะมีอุปสรรคอะไรเข้ามา เรารู้สึกว่าเราแข็งแกร่งขึ้นเมื่อผ่านพ้นอุปสรรคเหล่านี้ไปด้วยกัน
ความขัดแย้งระหว่างเรายังไม่หมดไป ทั้งสองคนเริ่มมีความไม่เข้าใจและทะเลาะกันบ่อยครั้งเกี่ยวกับเื่เล็ก ๆ น้อย ๆ
วันหนึ่งเราทะเลาะกันเื่การใช้เวลา ฉันรู้สึกว่ามะลิไม่ให้เวลาเพียงพอในความสัมพันธ์ของเรา
"มะลิ ทำไมเธอถึงไม่ให้เวลาฉันเลย? ทุกครั้งที่ฉัน้าคุยกับเธอ เธอกลับบอกว่าติดธุระ!" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
"ส้ม ฉันพยายามทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ฉันไม่ได้อยากให้เธอรู้สึกแบบนี้เลย" มะลิตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
"งั้นเธอก็ไม่ต้องพยายามอะไรเลย เธอแค่้าหลีกเลี่ยงฉันเท่านั้น!" ฉันพูดอย่างประชดประชัน
ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทำให้มะลิรู้สึกเหนื่อยและไม่อยากพูดคุยกับฉัน
หลังจากการทะเลาะครั้งนั้น มะลิเริ่มเล่นตัวและหลีกเลี่ยงการพูดคุยกับฉันมากขึ้น
ฉันรู้สึกเศร้าและท้อแท้ มะลิไม่ตอบข้อความและไม่รับสายของฉัน เราเริ่มห่างเหินกันมากขึ้น
"ทำไมทุกอย่างถึงต้องเป็แบบนี้? ฉันควรทำอย่างไรเพื่อให้เธอเข้าใจว่าฉันรักเธอจริง ๆ?" ฉันคิดในใจและรู้สึกหมดหวัง
มะลิก็เช่นกัน เธอรู้สึกท้อแท้และไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไรกับความสัมพันธ์ของเรา
บทที่ 7
วันหนึ่งฉันตัดสินใจไปหามะลิที่บ้านเพื่อพูดคุยและขอโทษ
"มะลิ ฉันขอโทษที่ทำให้เธอรู้สึกไม่ดี ฉันไม่อยากให้เราต้องห่างเหินกันแบบนี้" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ฉันก็ขอโทษที่ทำให้เธอรู้สึกแบบนั้น แต่ฉัน้าเวลาและพื้นที่ของตัวเองด้วย" มะลิตอบกลับด้วยน้ำเสียงเ็า
"ฉันเข้าใจ ฉันจะให้เวลาและพื้นที่ที่เธอ้า แต่ฉันอยากให้เราแก้ปัญหาด้วยกัน" ฉันพูดด้วยความจริงใจ
มะลิมองฉันด้วยสายตาสงสัย "เธอจะทำได้จริง ๆ เหรอ?"
"ฉันสัญญา ฉันจะพยายามทำให้ดีที่สุด" ฉันตอบกลับด้วยความตั้งใจ
เราสองคนเริ่มพยายามแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นและปรับตัวเข้าหากันมากขึ้น มะลิเริ่มเปิดใจและเล่าเื่ราวที่ทำให้เธอรู้สึกเครียดและท้อแท้
"ฉันมีปัญหาหลายอย่างที่บ้าน ทำให้ฉันรู้สึกเหนื่อยและไม่อยากทำอะไรเลย" มะลิพูดด้วยน้ำเสียงเศร้า
"ฉันเข้าใจแล้ว เรามาช่วยกันแก้ปัญหาเหล่านี้นะ" ฉันตอบกลับด้วยความตั้งใจ
ความสัมพันธ์ของเรากลับมาแน่นแฟ้นขึ้น เราสัญญาว่าจะสนับสนุนกันและกันไม่ว่าจะมีอุปสรรคอะไรเข้ามา
เราสองคนเรียนรู้ที่จะรับฟังและเข้าใจกันมากขึ้น ทำให้ความสัมพันธ์ของเราแข็งแกร่งขึ้นเมื่อผ่านพ้นอุปสรรคเหล่านี้ไปด้วยกัน
หลังจากผ่านพ้นอุปสรรคและความขัดแย้งหลายครั้ง ความสัมพันธ์ของเราก็ยิ่งแน่นแฟ้นมากขึ้น เราเรียนรู้ที่จะรับฟังและเข้าใจกันมากขึ้น เรามีความมั่นใจในความรักและความผูกพันของเรามากขึ้น
เราตัดสินใจที่จะใช้เวลาร่วมกันมากขึ้นและทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน เช่น การเดินทางไปท่องเที่ยว การทำอาหาร และการดูหนัง การใช้เวลาร่วมกันทำให้เรารู้จักและเข้าใจกันมากขึ้น
"ส้ม ฉันรู้สึกว่าเราผ่านอะไรหลายอย่างมาด้วยกัน มันทำให้ฉันรู้สึกว่าความรักของเราแข็งแกร่งมากขึ้น" มะลิกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ใช่ มะลิ ฉันก็รู้สึกเช่นกัน เราจะผ่านทุกอุปสรรคไปด้วยกัน" ฉันตอบกลับด้วยรอยยิ้ม
ความทรงจำที่เรามีร่วมกันทำให้ความสัมพันธ์ของเรายิ่งแน่นแฟ้นขึ้น เรามี่เวลาที่สวยงามและมีความสุขร่วมกันมากมาย
"จำได้ไหมวันที่เราไปเที่ยวดอยปุย? มันเป็วันที่ฉันมีความสุขมาก" มะลิกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"จำได้สิ มะลิ มันเป็วันที่สวยงามและทำให้ฉันรู้สึกว่าเรามีความผูกพันกันมากขึ้น" ฉันตอบกลับด้วยความทรงจำที่อบอุ่น
ความรักของเรายิ่งใหญ่และไม่มีวันสิ้นสุด เราสัญญาว่าจะสนับสนุนกันและกันไม่ว่าจะมีอุปสรรคอะไรเข้ามา เรารู้สึกว่าเราเป็คู่ที่สมบูรณ์แบบและมีความผูกพันที่ลึกซึ้ง
"ส้ม ฉันรักเธอและจะรักเธอตลอดไป" มะลิกล่าวด้วยน้ำเสียงซาบซึ้ง
"ฉันก็รักเธอ มะลิ และจะรักเธอตลอดไปเช่นกัน" ฉันตอบกลับด้วยความรัก
ความรักของเราเป็การเริ่มต้นใหม่ที่ยิ่งใหญ่ เราเรียนรู้ที่จะรับฟังและเข้าใจกันมากขึ้น เรามีความมั่นใจในความรักและความผูกพันของเรามากขึ้น
เราตัดสินใจที่จะสร้างอนาคตที่ดีร่วมกันและทำให้ความรักของเราแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน
"ส้ม เรามาเริ่มต้นใหม่ด้วยกันนะ เราจะสร้างความทรงจำที่สวยงามและมีความสุขด้วยกัน" มะลิกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"ใช่ มะลิ เราจะสร้างอนาคตที่ดีด้วยกัน" ฉันตอบกลับด้วยความมั่นใจ
ความรักของเราไม่มีวันสิ้นสุด เรารู้สึกว่าความรักของเราแข็งแกร่งมากขึ้นทุกวัน เรามีความมั่นใจในความรักและความผูกพันของเรามากขึ้น
เราสัญญาว่าจะสนับสนุนกันและกันไม่ว่าจะมีอุปสรรคอะไรเข้ามา เรารู้สึกว่าเราเป็คู่ที่สมบูรณ์แบบและมีความผูกพันที่ลึกซึ้ง
"ส้ม ฉันรักเธอและจะรักเธอตลอดไป" มะลิกล่าวด้วยน้ำเสียงซาบซึ้ง
"ฉันก็รักเธอ มะลิ และจะรักเธอตลอดไปเช่นกัน" ฉันตอบกลับด้วยความรัก