บทที่20
ที่ดินแปลงแรก
พื้นดินอันอุดมสมบูรณ์ฝ่ามือของจางหยวนลงไปััผิวดินที่ยามนี้มันเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์
ร่างกายที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นค่อยค่อยลุกขึ้นมาอย่างช้าๆดวงตากวาดไปมองที่ดินที่ตนเองเพิ่งซื้อมา
หลังจากการสนทนาในวันนั้นการซื้อขายที่ดินอีกฝ่ายตกลงในเงื่อนไขนั้น
โดยเงื่อนไขที่ได้รับมาตระกูลโม่ให้เงื่อนไขมาว่าทางด้านของสกุลโม่จะซื้อขายที่ดินโดยที่ขายให้ราคาที่ถูกกว่าราคาปกติ
แต่เพียงว่า้าเพิ่มเงื่อนไขตรงที่ซื้อขายต่อรอบเป็ประมาณสองส่วนจากผักทั้งหมด
แน่นอนว่าจางหยวนยินดี
หลังจากที่ตกลงเกี่ยวกับการซื้อขายได้เรียบร้อยแล้วตอนนี้การซื้อขายสำเร็จเสร็จสิ้น
มันทำให้ได้ที่ดินผืนนี้มาตรงที่ดินผืนนี้เป็ที่ดินแถบชานเมืองอยู่ห่างออกมาจากเมืองประมาณนึง
จุดเด่นของสถานที่แห่งนี้คือเต็มไปด้วยความสงบแถมที่ดินที่อยู่บริเวณรอบๆก็ยังเป็ของตระกูลโม่ที่ไม่ได้ปล่อยขาย
มันเลยทำให้ล่วงรู้ว่าพื้นที่บริเวณนี้จะไม่ค่อยมีผู้คนเดินทางเข้ามาอย่างแน่นอน
เขาซื้อที่ดินผืนนี้มาในราคา150 ตำลึง แต่แน่นอนว่าด้วยราคาขนาดนี้เค้าไม่มีทางที่จะมีเงินมากพอที่จะจ่ายอย่างแน่นอน
ที่ดินผืนนี้มีความกว้างประมาณห้าหมู่
จุดเด่นที่ทำให้ที่ดินผืนนี้มันมีราคาขนาดนี้มันเองก็เป็เพราะว่าเมืองแห่งนี้เป็เมืองที่มีขนาดใหญ่แถมยังตั้งอยู่ใกล้เมืองหลวงแม้ว่าจะเป็ที่ดินบริเวณชานเมืองก็ยังมีราคาสูง
แน่นอนว่าในราคานั้นกับเงินที่มีอยู่มีไม่เพียงพอที่จะจ่ายอย่างแน่นอน
แต่ก็ทำสัญญาในการซื้อขายเป็การผ่อนชำระโดยภายในสัญญาระบุเอาไว้ว่าจะผ่อนจ่ายเงินให้กับตระกูลโม่ทุกๆเดือน
กำหนดเงื่อนไขการผ่อนจ่ายเป็อย่างต่ำเดือนละสามสิบตำลึง
อันที่จริงแล้วการที่ผู้ออกสัญญาหรือว่าการซื้อขายมันมีราคาขนาดนี้มันก็เป็ของว่าตระกูลนี้ไม่ได้ตั้งใจจะขายที่ดินแปลงนี้ั้แ่แรก
พวกมันตั้งใจจะซื้อเก็บเอาไว้เพราะว่าในวันข้างหน้าคิดว่าอย่างไรเสียมันเองก็ยังได้กำไรกับการขายที่ดินแถวนี้อย่างแน่นอน
ยุคสมัยพัฒนาขึ้นเรื่อยเรื่อยมันเองก็เป็ตัวบ่งบอกด้วยว่าที่ดินบริเวณแถบนี้อีก 10 ปีข้างหน้าคงจะมีมูลค่าสูงครึ่ง
การที่อีกฝ่ายไม่อยากจะปล่อยขายออกมาแต่จำเป็จะต้องปล่อยขายออกมาเพราะคำขอร้องของเขา
เพราะแบบนั้นราคาที่มันได้รับมาแน่นอนว่าย่อมมีราคาที่สูงตามไปด้วย
แต่สำหรับจางหยวนแม้ว่าราคาที่ดินผืนนี้จะมีราคาสูงแต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไรมันก็มีแต่คุ้ม
ในตอนนี้ขยับขยายพื้นที่ให้กว้างขวางมากขึ้นพื้นที่แถบนี้ไม่ได้เปลี่ยนภายในป่าอีกแล้วแน่นอนว่าการเดินทางและการทำหลายหลายอย่างก็คงจะสะดวกมากขึ้นเช่นเดียวกัน
ไม่เพียงเท่านั้นหนึ่งสิ่งที่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจนเลยก็คือที่ดินแถบนี้เป็ที่ดินของตระกูลโม่
และเพราะแบบนั้นมันเลยไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามาย่างกายหรือวุ่นวายกับบริเวณนี้อย่างแน่นอนมันคงจะมีแต่ผู้คนออกห่าง และพวกโจรเองก็คงจะไม่ได้เข้ามาวุ่นวายกับสถานที่แห่งนี้
ถือว่าเป็ตัวช่วยส่งเสริมความปลอดภัยให้มากขึ้นการที่ขยับขยายออกมาจากพื้นที่ภายในป่าหนึ่งสิ่งที่เป็ผลประโยชน์เลยก็คือไม่ต้องกังวลสัตว์ป่าจะมาเหยียบพวกแปลงผัก
แต่มันเองก็มีข้อเสียเช่นเดียวกันว่าบางทีอาจจะมีโจรมาขโมยการซื้อที่ดินโดยที่ดินแถบนี้เป็ของตระกูลโม่ก็ถือว่าเป็การป้องกันได้อย่างนึง
การซื้อขายเสร็จสิ้นที่ดินผืนนี้มีบ้านเล็กๆเสียงหนึ่งตั้งอยู่ภายในที่ดินอันที่จริงแล้วที่ดินแถบนี้มันก็เป็ของพวกผู้คนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่บริเวณชานเมือง
พวกเขาเคยอาศัยอยู่บริเวณแถบชานเมืองแต่ก็มีหลายคนที่ย้ายไปอยู่เมืองอื่นเลยปล่อยขายทำให้มีบ้านหลังเก่าเก่าอยู่ภายในบริเวณที่ดิน
แน่นอนว่ามันสามารถใช้เป็ที่พักอาศัยได้แม้ว่ามันจะมีขนาดไม่ได้ใหญ่มากนักแต่ว่าในวันข้างหน้าก็สามารถขยับขยายได้
มองดูที่ดินที่ตนเองซื้อด้วยเงินน้ำพักน้ำแรงก้อนแรกได้ด้วยความภาคภูมิใจ
จานหยวนยืนแสดงรอยยิ้มเท้าเอวแล้วก็ควักมองดูพร้อมกับพยักหน้าขึ้นลง“ หลังจากการพยายามอย่างหนักมาเป็เวลานานตอนนี้ในที่สุดก็ได้สักที ”
“ แต่ว่าจะพูดอย่างนั้นก็ไม่ได้การที่ได้พวกมันมาแล้วในวันข้างหน้าก็จำเป็จะต้องพัฒนาและก็พยายามมากขึ้นไปอีก ”
เขากล่าวกับตนเองภายในใจพยายามกระตุ้นกับตัวเองให้มากที่สุด
ในวันข้างหน้าอย่างไรสิ้นท่าการขยับขยายก็ต้องเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกันการที่ซื้อที่ดินมากขึ้นมันก็แสดงว่าแปลงผักที่ต้องลงแรงก็ต้องมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน
หย่งคังเดินเข้ามาจากบริเวณด้านหลังหยุดเท้าของตนเองลงแล้วก็พูดขึ้น“ ข้าไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าพวกเราจะมีที่ดินใหญ่โตเช่นนี้ด้วย ”
ในตอนนี้ภายในดวงตาของหย่งคังเริ่มเปล่งประกายด้วยความหวัง
ตัวของมันเป็พรานป่าอาศัยอยู่ภายในป่าไม่มีที่ดินของตนเองการที่จะเอาชีวิตรอดไปแต่ละวันมันเองก็เป็เื่ที่ยากลำบากมากแล้ว
แต่ในตอนนี้เมื่อเห็นว่าตนเองสามารถเก็บเงินซื้อที่ดินที่มีจำนวนขนาดนี้ได้ย่อมดีใจ
“ นี่มันเพียงแค่เริ่มต้นเท่านั้นข้าบอกแล้วอย่างไรว่าพวกเราต้องยิ่งใหญ่มากกว่านี้ ”
“ เอาละขนของกลับเข้าไปภายในบ้านกันเถอะจัดเตรียมที่อยู่อาศัยก่อนในวันพรุ่งนี้ถึงจะเริ่มทำงาน”
จากนั้นพวกเขาทั้งสองคนก็ช่วยขนของจากที่อยู่อาศัยเก่ามายังบ้านหลังใหม่
ภายในบ้านแห่งนี้เต็มไปด้วยฝุ่นมากมายแถมมันยังมีขนาดเพียงแค่ประมาณสองห้องแถมไม้ที่ถูกนำมาสร้างตอนนี้มันเองก็หาดูผุพังมากขึ้นอีกด้วย
เป็เพราะว่าคนที่ขายที่ดินผืนนี้มาให้ก็ขายมานานพอสมควรแล้วก็ไม่มีใครเข้ามาดูแลภายในบ้านหลังนี้
ใช้เวลาจัดเตรียมการบ้านหลังนี้เพื่อให้พอจะเป็ที่อยู่อาศัยได้ตลอดทั้งวัน
หลังจากที่พยายามตลอดทั้งวันพวกเขาก็มำจนเสร็จ
แม้ว่าบ้านหลังนี้จะเป็บ้านที่มีขนาดเล็กแต่ว่ามันเองก็ใหญ่กว่าบ้านของพวกเขาที่อยู่ภายในป่า
โดยภายในสถานที่แห่งนี้มีสองห้องแล้วก็มีหนึ่งห้องโถงถือว่าพวกเขาจะได้มีห้องนอนเป็ของตนเองมีพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น
แต่อย่างไรเสียก็ต้องทำการนำไม้มาซ่อมแซมบ้านซึ่งนั่นคือกำหนดการในวันพรุ่งนี้
…
วันถัดมาเริ่มลงมือทำการซ่อมแซมบ้านนำเอาไม้ภายในป่าที่ยังคงหลงเหลืออยู่จากบ้านหลังเดิมมาทำการแต่งเติมบ้านหลังนี้ซ่อมแซมให้มันดูดีขึ้น
ไม่เช่นนั้นถ้ายังคงใช้บ้านที่ผุพังเช่นนี้ยามที่ฤดูหนาวมาถึงพวกเขาจะหนาวตายอย่างแน่นอน
เพราะแบบนั้นในวันนี้พวกเขาเลยทำการซ่อมแซมบ้านทั้งวัน
เมื่อซ่อมแซมบ้านด้วยไม้ในตอนนี้บ้านก็ดูดีขึ้นในระดับนึงสามารถป้องกันความหนาวได้มากขึ้นแต่ก็ยังไม่ค่อยดีมากพอ
แต่เพียงแค่นี้พวกเขาทั้งสองก็สามารถอยู่ได้แล้วทำความสะอาดภายในจนเสร็จสถานที่แห่งนี้ก็เหมาะสมกับการเป็ที่อยู่อาศัย
ใน่ยามเย็นหลังจากที่ลงมือทำงานมาตลอดทั้งวันทั้งสองได้มานั่งทานอาหารบริเวณห้องโถงของบ้านหลังนี้
มันมีโต๊ะเล็กๆที่พอจะนั่งได้ประมาณสองถึงสามคนพอจะเป็โต๊ะทานอาหารได้
ทั้งสองนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันกำลังตักอาหารที่เป็เนื้อผัดด้านหน้ากินอย่างเอร็ดอร่อย
“ แล้วต่อจากนี้จะเอาอย่างไรจะขยับขยายแปลงเลยอย่างนั้นหรือ ”หย่งคังถามถึงกำหนดการถัดไป
“ พื้นที่ตอนนี้ภายในที่ดินมีพื้นที่ที่เหลือกว้างเป็อย่างมากแน่นอนว่าพวกเราจะทำการขยับขยายมองดูจากพื้นที่ในตอนนี้คงจะสามารถทำการเพราะปลูกผักิญญาได้เพิ่มขึ้นประมาณห้าถึงหกเท่าตัว”
“ แต่ว่าพวกเราเองก็จะเหนื่อยขึ้นเช่นเดียวกัน ”ตั้งหยวนกล่าวออกมาด้วยความหนักใจ
แน่นอนว่าเมื่อที่ดินบีเพิ่มขึ้นความเหนื่อยเน็ตในการลงมือทำเองก็จะหนักขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน
เข้าเพียงสองคนเกรงว่าจะไม่ไหว
“ พูดออกมาเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร? ”
“ ท่านมีคนงานแนะนำหรือไม่ ถ้าพวกเราอยากจะสบายอย่างไรเองก็ต้องรู้จักใช้คน” จางหยวนถาม
ในตอนนี้เริ่มขยับขยายสิ่งที่ตนเองทำมากขึ้นถ้าอยากจะขยับขยายและสามารถทำหลายหลายอย่างให้ได้มากขึ้นก็จำเป็จะต้องมีคนเพิ่มขึ้น
ขีดจำกัดในตอนนี้คือเื่จำนวนคนที่พวกเขามีเพียงแค่สองชีวิตเท่านั้นงานเองก็เพิ่มมากขึ้นเกรงว่าจะรับไม่ไหว
“ เอาคนที่ท่านสามารถไว้ใจได้แล้วก็รู้จัก ข้าอยากจะถามว่าพอมีอยู่หรือไม่ ”
หย่งคังเงยหน้าขึ้นไป้าเล็กน้อยแสดงท่าทางขบคิดก่อนที่จะพูดขึ้นมา “คนที่พอไว้ใจได้อย่างนั้นหรือมีอยู่ในวันพรุ่งนี้เดี๋ยวข้าจะพาเ้าไปพบ ”
“ ดี!! ในวันพรุ่งนี้จะไปพบกัน ”จางหยวนรู้สึกโล่งใจที่ภายในใจของอีกฝ่ายมีคนที่หมายตาเอาไว้
จบบท