620 ปีก่อน
ซ่า ซ่า ซ่า เสียงสัญญาณไม่ชัดเจนดังขึ้น
เทส…เทส…อ่า…โอเค…ใช้ได้แล้ว…ละมั้ง?
เอิ่ม…จะเริ่มยังไงดีเนี่ย…เอาเป็ว่า
นี่เป็เทปบันทึกเื่ราว
เื่ราวของอะไรน่ะเหรอ?
อืม…รื่องราวการเริ่มต้นของหายนะครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ฉัน นักวิทยาศาสตร์ของสถานีวิจัยที่ 27 ขอส่งต่อข้อมูลนี้ไปยังทุกคนที่พบเจอสิ่งนี้ สำหรับฉัน คงไม่มีโอกาสแล้วล่ะนะ
เทปนี้ จะบอกเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้น มันเกิดอะไรขึ้น เรารู้อะไร เราทำอะไรไป มันน่าจะมีประโยชน์นั่นแหละนะ อืม…ฉัน…เชื่อมั่นว่า
สักวัน จะมีคนเห็นจะคุณค่าของสิ่งนี้
สักแห่งหน จะต่อยอดเื่ราวนี้
และ สักคน จะทำได้สำเร็จ
ขอส่งความหวัง สู่อนาคต
——————————
เหนือฟากฟ้ายามราตรี ในค่ำคืนที่ดวงดาราส่องแสง มีสิ่งๆหนึ่งที่ส่องประกาย กำลังพุ่งลงมา ทะลุชั้นบรรยากาศ ตัดอากาศด้านหน้า ร่วงหล่นด้วยด้วยความเร็วสูง กล่องเหล็กสีขาวรูปทรงกรวยคล้ายจรวจนับไม่ถ้วน ได้พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ตกกระทบดาวดวงนี้ในทุกหนทุกแห่ง
บ้างก็ตกที่ทะเลทราย บ้างก็ตกที่มหาสมุทร บ้างก็ที่บึงหนองลำเนาไพร บ้างก็กลางเมืองหมู่บ้าน
สิ่งนี้ มาจากอวกาศอย่างไม่ต้องสงสัย มันมาจากที่อันแสนไกลโพ้นเป็แน่แท้ ซึ่งวัตถุแปลกปลอมนี้ไม่อาจหาได้จากที่ใด บนดาวดวงนี้
…
วู้วววววววว-หวู่! วู้วววววววว-หวู่!
เสียงไซเรนดังจ้าละหวั่น ท่ามกลางฝูงคน และไทยมุงจำนวนมาก ที่ยืนอยู่รอบๆ เทปกั้นเขตสีแดงสลับขาวที่ขึงยาวไว้
“โปรดออกจากพื้นที่นี้ด้วยค่ะ”
“ถอยไปครับ พื้นที่นี้มันอันตราย”
ตำรวจและทหาร กำลังวางกำลังกันฝูงชนที่มามุงดูอย่างจ้าละหวั่น
ทันใดนั้นเอง ก็มีคนๆหนึ่งในชุดลำลองกางเกงขายาวสไตล์ตะวันออก เสื้อสีขาวเอวลอยโชว์สะดือ พร้อมหางของงูแสงอาทิตย์สีน้ำตาลไปทางดำส่องประกายสีรุ้ง วิววับ ทำหน้าเหมือนเพิ่งจะตื่นขึ้น
อืออออออ…
“มาถึงแล้วครับ คุณเร็น(Ren)” คนขับรถส่งเสียงเรียกว่าถึงที่หมายแล้ว
“งั้นเหรอ…ถึงแล้วเหรอเนี่ย…”
ตึก…ตึก…เธอคนนี้ก้าวลงมาจากรถบรรทุกปฏิบัติการเคลื่อนที่สีดำ ผมสั้นสีฟ้าครามเข้มคมด้านนอก ลมพัดเผยให้เห็นด้านในมีสีชมพูเหมือนกุหลาบ ตรงคอมีโชคเกอร์สีดำ ที่แขนขวามีรอยสักสมการที่งดงามที่สุดของโลกไว้* และดวงตาสีเขียวมินต์ไม่ยี่หระใคร คิ้วขมวด แววตาดูเหมือนคนอดหลับอดนอน และเสียงที่เหมือนจะเบื่อหน่ายไปกับทุกสิ่ง แต่ถึงอย่างนั้นก็ชอบกินโกโก้เป็ที่สุด
——————————
*สมการที่งดงามที่สุดของโลก คือ สมการที่ว่าเอกลักษณ์ของออยเลอร์(Euler’s Identity) มีการเชื่อมโยงค่าคงที่พื้นฐานที่สุด 5 ตัวไว้ในสมการเดียวกัน
“นี่มัน…อะไรกันเนี่ย?…”
หลุมขนาดใหญ่นี่มัน น่าจะกว้างสัก ยี่สิบถึงสามสิบเมตรเห็นจะได้ แล้วตรงกลางนั่นมันอะไรกันนะ…อืม..กล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีประตูตรงกลาง ไม่มีหน่าต่าง คล้ายๆกับ…ตู้คอนเทนเนอร์งั้นเหรอ?
“นี่…ไอ้เ้านี่ มันมาจากอวกาศ งั้นเหรอ?” เร็นหันไปถามกับทหารคนหนึ่งที่ยืนถือปืนอยู่
“ครับ มันพุ่งลงมาทุกที่บนดาวเลยครับ” ทหารคนนั้นตอบกลับมา
“เห…”
ตึก…ตึก…เสียงเดินเบาๆ ค่อยๆ เดินลงไปค่อยๆเข้าไปใกล้เ้ากล่องนั้น…
กล่องจากอวกาศงั้นเหรอ ขนาดใหญ่ซะด้วยสิ ข้างในนั่น น่าจะมีของแปลกๆจากอวกาศแน่ๆ…แต่ก็ ช่างมันเถอะ…เื่ยุ่งยากแหงมๆ อยากกลับไปนอนจัง
“อ่ะ…สวัสดีครับ คุณเร็น ตรงนี้ปลอดภัยดีครับ แต่อย่าเข้าไปข้างในนะครับ ตอนนี้กำลังตรวจ สอบอยู่ อาจจะมีเชื้อโรค หรือไวรัสได้ครับ”นักวิทยาศาสตร์ในชุดกันรังสี สีเหลือง กระจกหน้าใส พร้อมถังอากาศติดอยู่ ทำท่าเหมือนกำลังจะเดินเข้าไป
“แล้ว…เปิดได้หรือยังเนี่ย?” เร็น เดินมาใกล้ กับกล่องสี่เหลี่ยมทรงจรวจนั้น อยู่ข้างหน้าเทปสีแดงสลับขาว ก่อนถึงประตูราวๆสิบห้าเมตร
“ครับ พวกเราเปิดได้แล้วครับ ตอนนี้ คุณคามาล(Kamal) และคนอื่นๆ กำลังอยู่ข้างในครับ”
“อืม…งั้นเหรอ…แล้วนั่น จะเข้าไปเหมือนกันสินะ…”
“ครับ แล้วคุณเร็น จะเปลี่ยนชุด แล้วเข้าไปไหมครับ?” นักวิทยาศาสตร์ในชุดกันรังสีชี้ไปยังห้องเปลี่ยนชุดที่อยู่ไม่ไกลมากนัก
“...ไม่ล่ะ…” ฉันกวาดสายตามองไปรอบๆ รู้สึกไม่ดีชอบกลแฮะ…ของแบบนี้นะ
“ครับ ถ้าอย่างนั้น ผมขอตัวก่อนนะครับ” นักวิทยาศาสตร์คนนั้นได้เดินเข้าไปในกล่องสี่เหลี่ยมนั่น
เหวอ นะ นี่มัน!
จู่ๆก็มีเสียงดังขึ้นมาจากข้างในกล่องนั่น พวกเขาพบอะไรกันนะ? วัตถุต่างดาว…อุปกรณ์ประหลาดที่ไม่เคยพบ…แร่โลหะที่หาไม่ได้…หรือ…
ตึง ตึง ตึง เสียงวิ่งหน้าตั้งของนักวิทยาศาสตร์ในชุดกันรังสีดังขึ้นมา
“ขะ ข้างใน ข้างในนั่น! มีของที่น่าเหลือเชื่ออยู่ด้วยครับ!”
“ของ…ที่น่าเหลือเชื่อ…?” อืม…ยุ่งยากซะแล้วสิ แบบนี้มีหวังได้อดนอนอีกแน่ๆ…แย่จริงๆ ไม่อยากรับรู้เลยแฮะ กลับเลยดีไหมเนี่ย…
——————————
ฉึบ ฉึบ เสียงของแขนที่พุ่งผ่านเสื้อ
“เสื้อกาวน์นี่…ยาวชะมัดเลยแฮะ…ไม่อยากใส่เลยให้ตายสิ…” ฉันสวมเสื้อกาวน์ และหยิบเอกสารการสำรวจในกล่องที่มาจากอวกาศนั่น อ่านไปแล้วนิดๆหน่อยๆ
ตึก ตึก ตึก เสียงเดินดังสะท้อนไปทั่ว
ที่นี่สถานีวิจัยที่ 27 มีทางเดินทอดยาวออกไป ไฟสีขาวติดเรียงรายเต็มเพดาน ระหว่างทางมีห้องแลปมากมาย แต่กลับไม่มีใครอยู่เลย
ที่นี่เป็อาคารขนาดกลางๆ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองราวๆสิบกิโลเมตรเห็นจะได้ แถมรอบๆมีแต่ทะเลทราย ทำไมถึงมาสร้างอะไรแถวนี้กันนะ? สร้างมาได้เสียเปล่าเป็บ้า ไปหาคนมาช่วยลดภาระงานฉันหน่อยเซ่…
ระหว่างที่กำลังคิดนั่นเอง ก็มีเสียงดังขึ้น
“ยะฮะโฮ่~ เร็น หน้าบอกบุญไม่รับเหมือนเดิมเลยนะ”
“หือ…โลทอส(Lotos)เองเหรอ…ก็…เื่เดิมๆ เื่ยุ่งยากงี่เง่าอีกตามเคยละมั้ง…”
ยัยนี่ ผู้หญิงผมสีเขียวมรกตไม่ยาวมาก ผมด้านในสีเหลืองเหมือนสีกล้วยอ่อนๆ ทำผมทรงสว่านยาวด้านขวา ดวงตากลมโตเหมือนแมวขี้เล่นสีเหลืองบัตเตอร์สก็อตช์อ่อนๆ ชอบส่งเสียงดังก็จริง แต่เห็นแบบนี้ก็เป็นักวิจัยชั้นยอด…ที่ชอบทำแต่เื่ปัญญานิ่มอะนะ
“งานในคราวนี้ มันน่าสนใจจริงๆนะเออ ไม่เคยมีมาก่อนเลยด้วย ไม่อยากจะคิดเลยว่าชีวิตนี้จะได้เจอกับสิ่งๆนั้นได้”
“งั้นเหรอ…ฉันสังหรณ์ใจว่าจะยุ่งยากแน่ๆ”
“น่าสนุกดีนะเออ คราวนี้จะทำอะไรกับมันดีน้าาาา” โลทอสส่งเสียงดีใจยกใหญ่
“อืม…อย่าไปทำอะไรงี่เง่าแบบคราวก่อนละ”
“ทำไมอ่า~! ตัดต่อพันธุกรรมให้ฉลามมีฟันเหมือนฮิปโปโปเตมัส ครีบหางเหมือนจิงโจ้ แล้วครีบอกยิงได้เหมือนกุ้งไกปืน* มันแย่ตรงไหนกัน?”
โลทอส ทำท่าโมโหเล็กน้อย แก้มป่อง
“...จำได้ไหม ว่ามันทำอะไรไปบ้าง”
“ว่ายแสดงโชว์แสนน่ารัก ร่วมกับโลมาในอควาเรียม”
“ยิงโลมาตายหมดบ่อ กัดคนแสดงจนเข้าโรงพยาบาล พร้อมะเิแท้งก์อควาเรียม…”
——————————
*กุ้งไกปืน(Pistol Shrimp) เป็ กุ้งขนาดเล็ก แต่จะมีก้ามที่ขนาดไม่เท่ากัน ใช้การ ดีดก้าม เพื่อให้น้ำสร้างคลื่นกระแทกไปข้างหน้าเพื่อสังหาร หรือทำให้สลบ
“อย่างน้อย เนื้อมันก็ไม่เหม็นแอมโมเนียแบบฉลามทั่วไปน้า~”
“แกกินไปด้วยเรอะ…”
“หิหิหิ…แน่นอน เมื่อสร้างมาแล้วก็ต้องเรียนรู้ทุกสิ่งเกี่ยวกับมันนั่นแหละ ถึงจะเป็นักวิทยาศาสตร์” โลทอส บอกด้วยท่าทางภูมิใจ
“เหรอ…งั้นบอกหน่อย…แกได้เรียนรู้อะไรจากการทำตู้เย็นไดเอทแบบฮาร์ดโหมด…”
“ได้รู้ว่าการกินมื้อดึกเป็สิ่งไม่ดีต่อสุขภาพ มันจะนำพามาซึ่งหายนะได้”
“ช่าย…หายนะเลยแหละ…แกเล่นติดปืนไฟให้เผาใครก็ตามที่เปิดมันหลังสามทุ่ม…”
ถ้าจำไม่ผิด…น่าจะสักสามสิบหลังมั้ง…ที่โดดเผาไปน่ะ…
นอกจากนี้ ตู้เย็นนั่น ยังะโด่าคนเปิดตู้เย็น ที่หยิบน้ำอัดลม ขนมขบเคี้ยว ได้อีก จนมีคนต่อยกับตู้เย็น แล้วโดนกระทืบคาห้องครัว แล้วโดนหามส่งพยาบาลไปหลายร้อยคน…ตกลงแล้ว…มันจะติดปืนไฟ ไม้พลอง กระบองตำรวจไว้ทำไมกันแน่นะ?...
อ๋อ…ใช่ ถ้าเข้าโรงพยาบาลก็ไม่ได้กินของพวกนี้ เดี๋ยวน้ำหนักก็ลดลงเองสินะ อืม อืม สองร้อยไอคิวจริงๆแฮะ ยัยนี่
“กินแล้วนอนจะกลายเป็ได้วัว*ได้นะ!”
“เป็ที่ไหนเล่า…อีกทั้ง กุหลาบกลิ่นกระเทียม ต้นกล้วยอะโวคาโดกินแมลงเหมือนหม้อข้าวหม้อแกงลิง สุนัขสามหัวตัวเท่าช้าง…”
“แล้วก็ ไก่ที่คอยาวเหมือนบราคิโอซอรัส** ปลาทองไฟฟ้าแสนโวลต์ใกล้ชายหาด ทานตะวันปรสิตยึดร่างลิง และล่าสุด แมมอธพ่นไฟได้พร้อมงายาวสิบแปดเมตร ที่กำลังอาละวาดทางตอนใต้” โลทอส เอานิ้วชี้ถูจมูกไปมา พูดอย่างน่าภูมิใจ
“เวร…นี่ต้องไปตามเช็ดตามล้างอีกแล้วเรอะ”
——————————
กินแล้วนอนจะกลายเป็ได้วัว* เป็ กุศโลบายสมัยก่อน ที่มีไว้เตือนเื่สุขภาพ เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงโรคกรดไหลย้อน และอาหารไม่ย่อยได้
บราคิโอซอรัส** เป็ ซอโรพอดขนาดใหญ่คอยาวประมาณครึ่งหนึ่งของลำตัว ลำตัวยาว 23-30 เมตร สูง 13-15 เมตร และหนักประมาณ 70-80 ตัน
“สร้างแล้วก็หัดจัดการ ให้มันดีๆหน่อย…” เร็นเอานิ้วจิ้มไปที่หน้าผากของโลทอส
“ไม่เอาน่า! อุบัติเหตุกับวิทยาสตร์ มันเป็ของคู่กันนะ~”
“คู่กันกับผีน่ะสิ…”
ให้ตายสิ…ยัยนี่ชอบสร้างแต่ของแปลกๆ นิสัยอยากรู้อยากเห็นเกินไปนี่อันตรายแฮะ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ…เครื่องสังเคราะห์อาหารจากคาร์บอน ปุ๋ยเร่งโตของพืช และอื่นๆอีกมากมาย ก็เป็ฝีมือยัยนี่ล่ะนะ เก่งจริง…แต่ก็เฮงซวยจริงเหมือนกัน
“นี่ นี่ แต่ว่านะ ของครั้งมันสุด~ยอดไปเลยนะ สุดยอดกว่าครั้งไหนๆเลยนะ” โลทอส ส่งเสียงดี้ด้าดีใจใหญ่ เหมือนเด็กพบของเล่นใหม่
“อ่า…”
ชู่ว…เสียงประตูอัตโนมัติที่อยู่ลึกสุดเปิดออก ไอเย็นลอยต่ำตามพื้น ความเย็นเข้าเกาะผิวกาย
“ครั้งนี้…มันสุดยอด…”
เบื้องหน้าทั้งสอง มีกล่องสีฟ้าขนาดใหญ่ทรงเหมือนแคปซูลยา น่าจะเป็ถังแช่รักษาสภาพ ในนั้นมีสิ่งๆหนึ่งที่ถูกหุ้มด้วยแก้วใสๆ ทำให้ดูคล้ายหุ่นขี้ผึ้งใส บรรจุอยู่
“สุดยอด…”
สิ่งๆนั้นคือ ร่างของสิ่งมีชีวิต ที่มาจากอวกาศ รูปร่างมันเหมือนกับเผ่าพันธุ์ของเรา มีส่วนที่น่าจะเป็ แขน ขา หน้าอก ช่องท้อง บนศีรษะมีเส้นอะไรสักอย่างที่ไม่ยาวมากนักสีดำ บนใบหน้า มีสิ่งที่เหมือนจะเป็อวัยวะที่ใช้รับแสง รับกลิ่น และรูอะไรสักอย่าง ที่น่าจะนำพลังงาน หรืออาหารเข้าสู่ร่างกายได้จากตรงส่วนศีรษะนี้
มันช่าง…เหมือนกับพวกเรา อย่างกับแกะ เพียงแต่ว่า…มันไม่มีหูสัตว์ และหางสัตว์ ที่แสดงถึงเผ่าพันธุ์แบบพวกเรา
“เ้านี่แหละ งานวิจัยใหม่ของฉัน!”
“...”
เ้าสิ่งนี้ เหมือนกับพวกเรามาก…มาก จนน่ากลัวเลยแฮะ
“ตอนนี้ เราได้ละลายแท่งแก้วใสรอบๆร่างเกือบจะหมดแล้วค่ะ”
เสียงนั้นเป็ของรุ่นน้องฉัน ชื่อว่า คามาล เป็สาวแว่นกลมใหญ่ ผมสีน้ำตาลอบเชย มีโพนี่เทลยาวไปถึงเข่า ส่วนบนใหญ่…แบบ ใหญ่ มาก มาก รูปร่างสูงปกติทั่วๆไป และมีหางของงูแมวเซาสีน้ำตาลขนาดเรียวยาว ขาอวบแน่น เต่งตึง และที่สำคัญ ซดกาแฟแทนน้ำเปล่าเป็เื่ปกติ
“แก้วใสๆรอบๆตัวมันนี่ คืออะไรเหรอคามาลจัง?” โลทอสถามขึ้นมา
“นี่แกไม่ได้อ่านเอกสารเลยสินะ…”
โลทอสทำหน้างี่เง่าตอบกลับ อยากเขกหัวมันจริงๆ
“มันคือ สารกันเยือกแข็งค่ะ รุ่นพี่โลทอส”
หืม…มันห่อหุ้มร่างด้วยวิธีไครโอนิกส์ (Cryonics)*เลยเหรอ เล่นของยากเหมือนกันแฮะ เ้าสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวนี่
——————————
ไครโอนิกส์(Cryonics)* เป็ วิธีการแช่แข็ง ร่างด้วยไนโตรเจนเหลวที่อุณหภูมิประมาณ -196 องศาเซลเซียส โดยหวังว่าในอนาคตจะสามารถรักษาร่าง และปลุกให้ตื่นขึ้นมาได้
“เธอเป็แรกที่เห็นมันสินะ คามาล…”
“ค่ะรุ่นพี่ มันน่าประหลาดใจมากเลยค่ะ ที่มีร่างของสิ่งมีชีวิต ที่ใกล้เคียงกับพวกเราอยู่ด้วย”
“แล้ว…เชื้อโรค แบคทีเรีย สสารสีแดงที่อยู่ข้างในกล่องนั่น ตรวจสอบหมดแล้วหรือยัง?”
“เราตรวจสอบแล้วค่ะ กำจัดจัดทำเอกสารในส่วนนี้อยู่”
“แล้ว…ผลว่าอย่างไรบ้างละ?”
“ไม่มีอันตรายค่ะรุ่นพี่ แต่ว่า…”
“แต่ว่า…?”
“สารสีแดงๆ ที่แห้งติดข้างในนั่น มันมีส่วนประกอบคล้ายกับ เื ของพวกเราเลยค่ะ”
เื…เืงั้นเหรอ ถ้าจะใส่สิ่งมีชีวิตแปลกๆมา หรือตั้งใจจะเก็บร่างนี้ไว้ ก็ไม่น่าจะมีคราบเือยู่นะ…
“ิัเ้านี้..ดูเหมือนมีรอยแผลเล็กๆ เต็มตัวเลยแฮะ..”
“เหมือนจะเป็รอยถลอก รอยแมวข่วนเลยค่ะ”
“แสดงว่า เราจับมันแยกส่วนได้แล้วสินะ”
เฮ้ย เฮ้ย ยัยหัวเขียวนี่ จะรีบร้อนอยากจะผ่าแยกส่วนมันเต็มแก่แล้วสินะ
“อย่าไปแยกส่วนมันล่ะ…” เร็นพูดขึ้น
“รู้แล้วน่า ต้องตรวจภายใน เอ็กเรย์ อัลตราซาวด์ ทดลองสิ่งต่างๆก่อนสินะ” โลทอสตอบกลับ
“อย่าลืมจดบันทึก และแบ่งบันข้อมูลให้กับสถานีวิจัยอื่นๆด้วยนะคะ” คามาลกระดกแว่นขึ้นเล็กน้อย
“นี่ นี่ แล้วถ้าตรวจหมดทุกอย่างแล้ว…”
“อ่า…จะต้มยำทำแกงยังไงก็เชิญ…”
“ฮี่ฮี่ฮี่”
ก็…มันหล่นมาทั่วดาว น่าจะมีอีกหลายตัวละมั้ง จะแยกส่วนซักตัวสองตัว ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร
“มาเริ่มกันเถอะค่ะ รุ่นพี่เร็น รุ่นพี่โลทอส”
“โอ้”
“...”
ถึงจะเป็เื่แปลกใหม่ก็เถอะนะ แต่เื่ยุ่งยากแบบนี้…ถ้าไม่ติดเื่เงิน…เขียนใบลาออกดีกว่ามั้ง ตัวฉัน?
——————————
ดวงตะวันได้ลับขอบฟ้าแล้ว ความืดปกคลุมไปทั่ว ท้องฟ้าโปร่งเห็นดวงดารา สามเดือนหลังจากที่เ้านั้นตกลงมาจากฝากฟ้า
นี่มัน…อะไรกันเนี่ยของที่เหมือนกับ ปอด ตับ ไต กล้ามเนื้อ หัวใจ…มันมีอวัยวะภายในเหมือนกับพวกเราขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ทั้งเส้นเื กระดูกก็ด้วย เหมือนกับว่า เ้าสิ่งที่มาจากนอกดาวดวงนี้ มันเป็ฝาแฝดของเรายังงั้นเหรอ เร็น โยนเอกสารปึกหนาลงบนโต๊ะเบาๆ
“มีเื่ลี้ลับแบบนี้ เกิดขึ้นด้วยแฮะ…”
“รุ่นพี่ค่ะ ผลการสังเกตและทดสอบออกมาแล้วค่ะ” คามาล หยิบเอกสารออกมา
“หลายๆ สถานีวิจัยได้ให้ความเห็นไปในทางเดียวกันค่ะ ว่าเ้าสิ่งนี้ น่าจะมีระบบของร่างกายต่างๆ เหมือนพวกเราค่ะ”
“อืม…ไม่ต่างกับที่พวกคิดไว้สินะ”
นั่นสินะ…ข้อมูลมันแสดงออกมาแบบนั้นจริงๆ ยิ่งน่าประหลาดใจเข้าไปใหญ่
ร่างของมัน นอนอยู่บนโต๊ะขนาดใหญ่ในห้องกระจกใส ภายในห้องที่ลึกและใหญ่ที่สุดของสถานีวิจัยนี้
“นี่ คามาล…” ฉันลุกขึ้นแล้วเดินไปยังหน้ากระจกใสนั่น
“คะ?...รุ่นพี่”
“คิดว่าเ้านี่…จะเคลื่อนไหวได้รึเปล่า…?”
สายตาของฉัน จ้องไปยังร่างนั้น ร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่
“จากข้อมูลแล้ว ไม่มีสัญญาณไฟฟ้าในร่างกาย ไม่มีการเคลื่อนไหวของเื กล้ามเนื้อ และการตอบสนองต่างๆ ไม่เกิดขึ้น ดังนั้นแล้ว…ฉันคิดว่า มันไม่น่าจะเป็ไปได้ค่ะ ที่จะเคลื่อนไหว”
“งั้นเหรอ…”
ก็จริง…ร่ายการของคนเราทำงานด้วย ไฟฟ้าเคมีในร่างกาย…การเติมสารอาหาร พลังงาน…การแลกเปลี่ยนก๊าซ…เป็สิ่งสำคัญที่ทำให้เรามีชีวิตได้
ถ้าอย่างนั้น มันจะใช้กระบวนการไครโอนิกส์กับร่างแบบนี้ไปทำไมกัน? มันมีความหมายว่ายังไงกันแน่…มันจะฟื้นขึ้นมา…ได้จริงๆเหรอ?
“หิวข้าวแล้วง่าาาาาาาา” เสียงท้องร้องของ โลทอส ดังขึ้น
“งั้น…กลับกันเถอะ”
คิดมากไปก็ไม่ได้อะไร…
“รุ่นพี่ค่ะ ไปแวะหาอะไรทานก่อนไหมคะ?”
“เอาสิ…”
“ราเม็ง ราเม็ง ราเม็ง”
เลือกไวแท้ แถมไม่คิดถามใครเลยด้วย
“อยากกินราเม็ง! ราเม็ง! ราเม็ง!”
“ก็ได้ ก็ได้…อย่าลืมปิดไฟด้วย…”
“ค่ะ”
“โอ้เย่ กินเสร็จแล้วก็กลับมาลุยกันต่อ”
ระ ระ รา รา ราเม็ง โลทอส ส่งเสียงเป็ทำนองออกมา
“วันนี้หมดเวลาแล้ว…ยังจะต่ออีกเรอะ…”
“แน่นอน เค้าน่ะ อยากจะเป็คนแรกที่รู้เกี่ยวกับมัน อยากจะรู้ว่ามันเป็ยังไง ทำอะไรได้ อยากจะคนแรกที่ไขปริศนาเกี่ยวกับมัน และจะต้องได้จารึกชื่อในประวัติศาสตร์ให้ได้เลย”
“ฉันเอง ก็อยากจะเป็คนแรกที่ได้ไปตั้งอาณานิคมต่างดาวเหมือนกันค่ะ เลยเข้าใจความรู้สึกของรุ่นพี่โลทอสนะคะ”
“ใช่ไหมแหละ! การเป็คนแรกที่ทำสำเร็จน่ะ มันสุดยอดไปเลยนะ ทุกคนจะได้จำชื่อฉันได้ ในหนังสือเรียนเองก็อาจจะมีชื่อฉันปรากฏอยู่ก็เป็ได้”
โลทอส ชูกำปั้นขึ้นมาอย่างมุ่งมั่น
“เห…”
“รุ่นพี่เร็นไม่อยากเหรอคะ?”
“ไม่เลย…” ฉันเอามือเกาหัวแกร่กๆ
เสียงปิดไฟจากรีโมทดัง ฟึ่บ ความมืดค่อยๆปกคลุมไปทั่วห้อง มีแสงสีขาวเล็ดลอดจากปลายทางเข้าประตู ทั้งสามกำลังจะเดินออกจากห้อง ความเงียบงันเข้าปกคลุม มีแต่เสียงร้อง รา รา ของโลทอส ความเย็นสั่นสะท้านไปทั่ว ไอเย็นล่องลอยตามทางเดิน เสียงฝีเท้าดังก้องในความเงียบ
ตึก…ตึก…ตึก…ตึก…
ทำไม…ทุกคนถึงมีเื่ที่อยากจะทำแบบนั้นกัน…ทำไมฉัน…ไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลยสักนิดเดียว
ฉัน…ไม่ได้อยากจะจารึกชื่อตัวเองลงบนหนังสือเรียนแบบโลทอส
ฉัน…ไม่ได้อยากจะไปตั้งอาณานิคมที่ห่างไกล แบบคามาล
ฉัน…ก็แค่อยากมีชีวิตไปเรื่อยๆ ไม่ได้สนใจชื่อเสียง ไม่ได้สนใจเงินทองมากมาย แค่อยู่ได้…แค่…มีชีวิตต่อไป..ก็พอแล้ว สำหรับฉันน่ะนะ
มีชีวิตไปวันๆ ทำงานไปวันๆ ไม่มีความฝันอะไรแบบนี้ ชีวิตแบบนี้ มันผิดหรือเปล่านะ? หรือบางทีฉัน…ก็แค่คนไม่ได้เื่เท่านั้นเอง แบบไหนคือสิ่งที่ถูกต้องกัน การไม่มีของเ่าั้ มันผิดรึเปล่านะ…
ฉันเหลือบกลับไปมองยังร่างในห้องกระจกนั่น
ฉัน…ไม่ชอบความรู้สึกนี้ ไม่ชอบ…ลางสังหรณ์ของตัวเอง มันไม่วิทยาศาสตร์…แต่มัน ไม่เคยพลาด
ความรู้สึกที่สัญชาตญาณกำลังบอก บอกให้ฉันหยุดลง มันกำลังบอก ให้ฉันถอยห่างจากมัน ถอยห่างจากสิ่งที่กำลังยุ่งเกี่ยวนี้
“นี่…นี่! เร็น ได้ฟังบ้างไหมเนี่ย?”
“หือ…อะ โทษทีๆ…”
นี่ฉันคิดบ้าอะไรอยู่ กันแน่นะ…
“เดี๋ยวพวกเราจะไปร้านราเม็งเ้าประจำ แล้วต่อด้วยร้านพาเฟ่ต์”
“งั้นเหรอ…”
“พอดีมีเมนูใหม่อยากลองน่ะคะ รุ่นพี่”
“อืม…”
ช่างเถอะ…
อย่าสนใจเลย…ตอนนี้ เดินออกไปกันดีกว่า
ตึก…ตึก…ตึก…ตึก…
อย่าหันกลับไป…
ตึก…ตึก…ตึก…ตึก…
อย่าได้ยินเสียง…
ตึก…ตึก…ตึก…ตึก…
อย่า…
ตึก…ตึก…ตึก…ตึก…
อย่าเปิดกล่องนั้น…กล่องแพนโดรานั่น…
แปะ…
เสียงเบาๆ ได้ดังขึ้น เสียงเหมือนมีอะไรบางอย่างหล่นลงมาจากที่สูง…
แกรก…แกรก…
ทั้งสามคนยืนนิ่งอยู่หน้าประตู อีกแค่ก้าวเดียว ก้าวเดียวเท่านั้น จะได้ออกจากห้องนี้ไป แต่เสียงนั้น เสียงนั้น มันคืออะไรกัน ดวงตาเบิกโพล่ง เหงื่อไหลซึมบนหน้าค่อยไหลๆลงมาอย่างเยือกเย็น ทั้งสามคน ยังนิ่งเงียบ สั่นไหวในความมืดนี้…
“โลทอส...เธอทำอะไรตกพื้นรึเปล่า…?”
“ไม่ใช่ฉัน”
“ฉันด้วยค่ะ รุ่นพี่”
ถ้าอย่างนั้น นั่นมันเสียงอะไรกันล่ะ เสียงนั้น เสียงที่เหมือน สิ่งมีชีวิตกำลังเดินช้าๆ มันกำลังใกล้เข้ามา
ตึ่ง…ตึ่ง…ตึ่ง…ตึ่ง…
เสียงอะไรบางอย่างชนกับผนังกระจก ทั้งสามคนจึงหันกลับไปและ…
“คามาล!”
“ค่ะ” เธอยื่นมือไปกดปุ่มเปิดไฟที่รีโมท
พึ่บ พึ่บ พึ่บ พึ่บ
นี่มัน…อะไรกัน นี่มันเื่อะไรกัน!?
แสงไฟสี่เหลี่ยมบนเพดาน ค่อยๆ กลับมาทีละดวงจากทางด้านประตู ทอดยาว ไปจนถึงห้องกระจกนั่น แสงสว่างสีขาวได้ขจัดความมืดของห้องนี้ไปแล้ว ภาพที่อยู่ตรงหน้านั้น มันคือ…
ร่างกายแห้งเหี่ยว ที่ลุกขึ้นยืนิัมังสาหุ้มกระดูกทั่วร่าง เล็บแหลมคมดูสกปรก ท่าเดินหลังคดคดงอ เืหนองไหลซึมจากปากแผล เท้าที่บิดเบี้ยวเดินไปเซไปมา ดวงตาขาวดำเบิกโพล่งไร้ชีวา ปากอ้าฟันแสนคมจมน้ำลาย
มัน…มันลุกขึ้นมาแล้ว…
ทั้งสามยืนนิ่งด้วยความใ นั่นมัน นั่นมัน อะไรกัน
“…”
“นี่มัน…เื่อะไรกันแน่ค่ะ”
“สุด~ยอด นี่มัน…นี่มัน บ้าไปแล้ว!”
เ้านี้กำลังขยับอยู่อย่างงั้นเหรอ มันตื่นจากการหลับไหล ได้ยังไงกัน อะไรละที่ปลุกมันขึ้นมา
“หรือว่า…ที่ผ่านมามันอยู่ในสภาวะจำศีลสินะคะ รุ่นพี่?”
“ตะ แต่แบบนั้น ระบบต่างๆในร่างกายมันทำงานได้ยังไงกันล่ะ เราตรวจไปหมดแล้วนี่ ว่ามันไม่ทำงานซักอย่างเลย เืเอย ระบบต่างๆเอย มันไม่กระดิกซักนิดเดียวเลยนะ แล้วมันลุกมาได้ยังไงกัน!”
“เ้านี่…”
ทำไมกัน มือของฉันสั่นไม่หยุดเลย การสั่นนี่เป็เพราะความอยากรู้…หรือความกลัวกันแน่
“วันนี้ จะต้องถูกจารึกไว้เลยว่า สิ่งมีชีวิตจากต่างดาว ได้ฟื้นมาอยู่บนดินแดนเราแล้ว”
“ศุนย์หกศูนย์สองอย่าลืมซะล่ะ…”
“รุ่นพี่เร็น รุ่นพี่โลทอส…พร้อมจะทำโอทีรึเปล่าคะ?”
“โอทีฟรีงั้นเหรอ…”
“เวลาแบบนี้ก็ต้อง พิซซ่า”
“ไม่เอาราเม็งแล้วเหรอคะ รุ่นพี่?”
“ไม่! รับรองดัชนีพิซซ่า(Pizza index)* พุ่งกระฉูดแน่”
ทั้งสองคน เดินนำเข้าไปด้วยความตื่นเต้น
โลทอส เดินะโโลดเต้นไปข้างหน้า
คามาล กระดกแว่นแล้วเดินตาม
ฉัน…ยังยืนอยู่ตรงนี้ ฉันควรจะก้าวเข้าไปจริงๆเหรอ…ลางสังหรณ์บอกให้ฉันหยุดลง แล้วเดินจากไป…แต่สุดท้าย ความอยากรู้อยากเห็นก็ชนะฉัน…
ตึก ตึก ตึก…ฉันเดินตามเข้าไปอย่างช้าๆ
“ฉันจะเสียใจ…ในภายหลังไหมนะ?”
——————————
*ดัชนี(Pizza index) เป็ ดัชนีชี้วัดแบบไม่เป็ทางการ ที่ใช้สังเกตความเคลื่อนไหวทางทหารหรือวิกฤตความมั่นคงของสหรัฐฯ โดยวิเคราะห์จากปริมาณการสั่งพิซซ่า่ดึกของพนักงานเพนตากอน
หลายวันผ่านไป
“แม่ง~เอ๊ย!”
เสียงมือสองทุบโต๊ะอย่างแรง แก้วกาแฟสั่นไหวจนหกออกมาเล็กน้อย
“ทำไมกัน…ทำไม! ทำไมมันไม่กินว้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา!”
ตอนนี้ ในห้องกระจกมีร่างของสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกนั่น ใกล้ๆมีโต๊ะอยู่ บนโต๊ะเต็มไปด้วยขาปูั์ย่าง แฮมจากหมูดำ ซุปเห็ดมัตสึทาเกะ ปลิงทะเลตุ๋นน้ำแดง แตงโมเปลือกดำ ชีสจากกวางมูส และอื่นๆอีกมากมาย
“ของแพงๆ ทั้งนั้นเลย นี่กูเจืยดเงินเดือนซื้อมาให้เลยนะโว้ย! ทำไมมันไม่กินฟระ! ไอ้หอกหักเอ๊ย!”
“อืม…มันไม่กินอะไรเลยแฮะ นับจากวันที่มันลุกขึ้นมา จะไก่สด หมูดิบ เนื้อวัว ปลา ผัก ผลไม้ มันไม่แตะอะไรเลยด้วย…”
“ดูเหมือนน้ำ หรือของเหลวอื่นๆ มันก็ไม่แตะเลยนะคะ”
“คอนยัคบ่มร้อยปีก็มีนะโว้ย! หยิบมากระดกสิว่ะ ไอ้หอยหลอดเอ๊ย!” โลทอส เอามือสองข้างเกาะตู้กระจกแล้วทุบแรงๆ
“...หรือมันจะกินแต่สิ่งมีชีวิตหรือเปล่า?” เร็น พูดพลางเอามาสเมโล่จุ่มโกโก้
“ไม่รู้เฟ้ยยยยย! เอาเงินกูคืนมาเลยนะ ไอ้สิ่งมีชีวิตต่างดาวเลือกกินนี่!”
“เคยลองเอาไก่ และปลาตัวเป็ๆมา แต่มันก็ไม่สนใจเลยค่ะ รุ่นพี่” คามาล กำลังจดข้อมูลในกระดาษ
“เห…”
ไม่กินอาหาร ไม่กินน้ำงั้นเหรอ ร่างกายจะเคลื่อนไหวได้ ก็ต้องใช้พลังงาน นับั้แ่มันลุกขึ้นมา ยังไม่มีอะไรเข้าร่างกายมันเลยนะ มันเคลื่อนไหวได้ยังไงกัน…
“เลือกกินแบบนี้ เดี๋ยวแม่ตีนะโว้ย ไอ้ขี้ก้างเสียบไม้นี่!”
ก็เข้าใจที่ยัยนี่หัวเสียอยู่หรอกนะ ข้อมูลทั้งแปลกประหลาด สะเปะสะปะมากเกินไป เป็ใครก็ไม่เข้าใจทั้งนั้นล่ะ
“คามาล…อวัยวะภายในมันทำงานหรือเปล่า?”
“ค่ะ…แต่ว่า มันทำงานได้บ้าง ไม่ได้บ้าง สลับกันมั่วไปหมดเลยค่ะ”
“คามาลจัง! แล้วสถานีวิจัยอื่น เป็ยังไงบ้าง คืบหน้าอะไรบ้างไหม? มีใครแซงหน้าไปไหม?”
“ทางตันเหมือนกันค่ะ”
จากเอกสารข้อมูลสรุปนี่ มันตื่นขึ้นพร้อมๆกัน ในวันเดียวกัน เวลาเดียวกันด้วย แปลก…แปลกมากเหมือนกับตั้งเวลาไว้อย่างไงอย่างงั้นเลยแฮะ…
เร็น นั่งครุ่นคิดอยู่ ในขณะที่ โลทอส ส่งเสียงโวยวาย คามาล นั่งกินขนมพร้อมบันทึกไปด้วย ทันใดนั้นเอง ก็ได้สังเกตเห็นสิ่งๆหนึ่งขึ้นมา
“นี่….ไอ้เ้านี่…มันมองพวกเราอยู่หรือเปล่า?” โลทอสพูดขึ้นมา
ทั้งสามนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แล้ว เร็นก็เดินไปใกล้ๆ ตู้ฝั่งซ้ายบ้าง ขวาบ้าง
“ไม่ทันสังเกตมาก่อนแฮะ…”
“ตอนพวกเราเข้าไปในห้องกระจก พวกเราใส่ชุดกันรังสีปิดหน้า กลิ่นจากตัวเราก็ไม่ออก มันเลยไม่เห็นเราตรงๆสินะคะ”
อืม…มันเดินชนห้องกระจก มองมาทางพวกเรางั้นเหรอ ตอนแรกที่มันเดินสะเปะสะปะ พอเข้าใกล้ มันก็สนใจพวกเราอย่างนั้นเหรอ
“คามาล เ้านี่…มันมีประสาทััอะไรหรือเปล่า?”
“ค่ะ เราทดลองหลายๆอย่างก่อนที่มันจะลุกขึ้นมาแล้ว ไม่ว่าจะตัดเศษเนื้อมาเผาไฟ ก็เผาไหม้ได้ไม่ต่างกับผิวของพวกเรา ลองหยดน้ำกรด ผิวก็ละลายไม่ต่างกับพวกเราเลยซักนิดเดียวค่ะ”
“ตอนจับมันมัดเพื่อดึงของเหลวออกจากร่างกายมัน ฉันลองเอามีดปอกผลไม้แทง ให้มันเกิดบาดเล็กๆด้วย แต่แผลของมันกลับไม่ฟื้นฟู หรือดีขึ้นแม้แต่นิดเดียว”
“อย่าไปแทงโดยไม่รับอนุญาตสิ…แถมนั่นมันมีดฉันด้วย ก็ว่าอยู่ว่ามันหายไปไหน…”
โลทอส แลบลิ้นเอามือโขกหัวตัวเองเบาๆแบบหยอกล้อ ไม่เหมือนคนสำนึกผิดแม้แต่นิดเดียว
“จากข้อมูลที่ได้ในตอนนี้ ไม่ว่าจะอวัยวะภายใน หรือภายนอก ก็ไม่ได้ตางจากพวกเรามากนัก มันต่างกับพวกเรา แค่ไม่มีหูกับหางเองค่ะ”
“ช่าย ผิวมันสีซีด และกลิ่นเหม็นน่าดูเลยนะ สงสัยไม่เคยอาบน้ำเลยมั้ง”
เหมือนพวกเราอย่างงั้นเหรอ…เหมือนกับพวกเรา…
“เอากาแฟไหมคะ? รุ่นพี่เร็น รุ่นพี่โลทอส”
“ไม่ละ…ขอบใจ”
“ขอน้ำตาลกับนมด้วยน้าาาาาาา”
“ได้ค่ะ”
คามาล ทำการเปิดถุงกาแฟ และเริ่มตักกาแฟชงบนโต๊ะใกล้ๆ กลิ่นกาแฟร้อนหอมๆลอยขึ้นมา
“นี่ นี่ มาตั้งชื่อให้เ้านี้ก่อนดีกว่า เรียก สิ่งมีชีวิตจากต่างดาว มันยาวจะตายไป”
นั่นสินะ โลทอส นานๆทีเสนอไอเดียแบบนี้ก็ไม่เลวแฮะ
“แล้ว…ยังไม่เคยมีใครตั้งเลยงั้นเหรอ?” เร็นถามขึ้นมา
“อืม…จากตอนนี้ ยังไม่มีค่ะ รุ่นพี่” คามาลเปิดเอกสารดูว่ามีหรือไม่
“งั้นมาตั้งชื่อกัน”
“แล้วจะตั้งชื่อมันว่าอะไรดีคะ?”
“โปจิ”
“หมาแถวบ้านรึไง…”
“โปจิโปจิ”
“ก็ยังหมาเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือเบิ้ลสอง…”
“จอห์น(John)*”
“ตกลงมันมีชื่อไหม?…”
“ดวงตาอันไร้ชีวา กายาที่แห้งเหี่ยว…มารุ”
“คงอดอยากมากเลยสินะ น่าสงสารจัง…”
“หุ่นเชิดไร้ลมหายใจ ผู้ร่ายรำใต้แสงจันทร์และหมู่ดาว โดดเดี่ยวบนดวงดารา ท่ามกลามความวิลาสสีทอง…ซีน่าที่สาม(Xena the 3rd)”
“ที่หนึ่ง ที่สอง มันไปไหน?…”
“ผู้ส่งสารแห่งความมืดมิด ที่บรรจุความสิ้นหวังลงในทุกฝีก้าว กายเน่ากายาเปื่อยนี้ จักไล่ล่าทุกสิ่งอัน…ทงคัตสึ” โลทอสเอามือปิดตาตัวเองข้างหนึ่ง
“โอเค งั้นมันชื่อ วอล์คเกอร์(Walker)”
“ไหงงั้นเล่า!”
——————————
จอห์น(John)* เป็ ชื่อที่มีความหมายว่า พระผู้ช่วย หรือพระเ้าทรงเมตตา แต่เป็สแลงภาษาอังกฤษของผู้ชายทั่วไป ที่ไม่รู้จักชื่อ
“ยังจะถามอีกเรอะ…”
“ฟุง่าาาาาาาาาา”
โลทอส ลงคุกเข่า งอแงอยู่กับพื้น
“ถ้าอย่างงนั้น…ขอส่งชื่อนี้ไปให้ทุกสถานีวิจัยเลยนะคะ หากไม่มีเสียงคัดค้าน ก็ใช้เป็ทางการได้เลยค่ะ”
“ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย โปจิ”
เอาเถอะ เห็นมันเดินไปเดินมา ชื่อชั่วคราวตั้งส่งเดชไปก็พอ…
——————————
หลายวันผ่านไป
ไม่มีอะคืบหน้าเลย…ข้อมูลจากสถานีอื่นก็ไม่ได้คืบหน้าต่างจากพวกเราเลยสักนิดเดียว อะไรกันที่ยังขาดไป อะไรกันที่จะทำให้การวิจัยนี้ คืบหน้าไปได้
“เอากาแฟไหมคะ? รุ่นพี่”
“ไม่ละ…ขอบใจ”
“น่ นี่…ทำไมมันชอบเดินมาชนกระจก แล้วก็อ้าปากกว้างๆแบบนั้นกัน”
“หืม…”
“เหมือน…อยากจะกัดอะไรสักอย่างรึเปล่าคะ?”
“งืม งืม งืม…โอ้ยยยยยย คิดไม่ออก ขอตัวไปพักสมองข้างนอกก่อนนะ”
โลทอส ลุกเดินออกไปจากห้องนี้
“รุ่นพี่ เอาโกโก้ไหมคะ?”
“อืม…”
คามาล เดินไปชงโกโก้ร้อนที่โต๊ะข้างๆ
“นี่…คามาล เธอคิดว่า…เราควรจะทำสิ่งนี้ต่อไป หรือเปล่า?”
“หมายความว่ายังไงคะ?” คามาล เอียงคอเล็กน้อย
“เปล่า…ไม่มีอะไร…”
ฉัน…จ้องมองเงาสะท้อนในโกโก้ของตัวเอง มันสะท้อนภาพของฉันออกมา…ฉัน ไม่ได้ยิ้มเลย…
“ตอนนี้ ทุกที่กำลังหาวิธี และเรียนรู้วอล์คเกอร์อยู่ บางทีมันอาจจเป็ตัวอย่างของสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญา หรืออาจจะมีวิธีใช้พลังงานแบบหมีน้ำก็ได้นะคะ มันน่าสนใจดีออกค่ะรุ่นพี่”
“อืม ประหลาดดีจัง…”
“ในเอกสารก็มีการทดลองต่างๆพอสมควรเลยคะ”
“แล้ว โลทอส ยัยนั่นได้อ่านเอกสารอะไรบ้างไหม?” ถ้าให้เดา ท่าทางจะไม่…
“ค่ะ แทบจะไม่หยิบเลยค่ะ”
“งั้นเหรอ…แล้ว…คิดว่าเ้านี่ จะทำอันตรายกับพวกเราไหม?” เร็นชี้ไปทางวอล์คเกอร์ในห้องกระจก
“ก็…น่าจะนะคะ มันมองมาทางเราแบบนี้ แถมยังดูน่ากลัวด้วย”
ฉันหยิบเอกสารขึ้นมา ในนั้นสรุปสั้นๆว่า ยังไม่เคยมีใครเข้าไปหามันด้วยตัวเปล่าๆเลย ทุกคนใส่ชุดป้องกัน เดินเข้าไป วิจัย แล้วก็ออกมา
“…ไม่ว่าใคร ก็กลัวทั้งนั้นสินะ”
“หืม มีอะไรรึเปล่าคะ? รุ่นพี่”
“เปล่า…ไม่มีอะไร…”
ใช่…ไม่มีอะไรหรอก ฉันโยนเอกสารนั้นทิ้งไว้บนโต๊ะ แล้วลุกไปหยิบมาสเมโลมาใส่ในโกโก้ร้อน
——————————
ท้องฟ้าตอนนี้่หัวค่ำ หมู่ดาวสุกสกาว ส่องสว่างไปทั่วท้องฟ้า ทันใดนั้นเองมีดาวตกพุ่งผ่านดวงตา
“จะทำยังไงดีน้าาาาาาาาาาาา”
โลทอส ยืนอยู่ด้านนอกสถานีวิจัย พร้อมกับความคิดในหัว
พวกนักคิด นักประดิษฐ์สมัยก่อนนี่ คงเจอเื่แบบนี้เป็ปกติสินะเนี่ย ถึงทางตัน ไปต่อไม่ได้ แล้วพวกเขา…ทำยังไงกันนะ
เปลี่ยนแนวทางเหรอ?
หาอย่างอื่นทำเหรอ?
ไม่สนใจมันเหรอ?
เปลี่ยนวิธีคิดเหรอ?
อะไรกันแน่นะ ที่ทำให้พวกเขาไปต่อได้ ต้องปรับวิธีคิดสินะ…รวบรวมข้อมูลที่ได้มา แม้จะเล็กน้อยเกี่ยวกับมัน…เกี่ยวกับวอล์คเกอร์อย่างนั้นเหรอ
มันเดินสองขาได้ มันวิ่งได้ มันเห็นได้ แล้วก็…
“โอ้ยย…”
จะทำยังไงดีละ ไม่เข้าใจอะไรกับวอล์คเกอร์เลยสัดนิด ทำไมมันถึงลุกได้ล่ะ ทำไมมันถึงเดินได้ล่ะ ทำไม ทำไม ทำไม…อะไรล่ะ ที่ยังไม่ได้ลอง
“หืม…ลองเหรอ…”
โลทอส จ้องมือตัวเอง
“มีอะไรบ้างล่ะ ที่ยังไม่มีใครเคยลอง อืม…”
ในเอกสารเองก็…เอิ่ม ยังอ่านไม่ครบนี่นะ ถึงจะเป็คนที่ทำให้รู้ว่า มันมองเห็นได้แบบพวกเรา หูก็ฟังเสียงเข้าขั้นดี ิัไม่ฟื้นฟู แล้วก็…
“...”
อะไรล่ะ ที่พวกเรายังไม่รู้ อะไรล่ะที่พวกเรายังไม่ได้ลอง คิดไม่ออกแฮะ…
“เอาก็เอา!…กลับไปอ่านเอกสารก็ได้! ตอนนี้หัวก็โล่งแล้วด้วย!”
โลทอส เดินกลับเข้าไปในสถานีวิจัย
——————————
“หืม…กลับมาแล้วเหรอ”
เธอมีสีหน้าดีขึ้นแฮะ สายตาจริงจังมาก การผ่อนคลายเป็สิ่งจำเป็นี่นะ
“หืม…เอกสารนี่…ของใหม่เหรอ?” โลทอส หยิบเอกสารบนโต๊ะขึ้นมา
“ใช่ค่ะ เป็สรุปรายงานที่พวกเราและคนอื่นๆทำมาจนถึงตอนนี้น่ะคะ”
“...”
ความรู้สึกแปลกๆมันกลับมาอีกแล้ว ฉันเป็อะไรกันแน่นะ…เกิดอะไรขึ้นกันแน่…
“ขออ่านหน่อยนะ”
“เชิญค่ะ”
“...”
โลทอส นั่งอ่านเอกสารนั่นเงียบๆ ด้วยสายตามุ่งมั่น จดจ่อ
“เอากาแฟไหมคะ? รุ่นพี่โลทอส”
โลทอส หมกมุ่นกับเอกสารนั้น ตั้งใจอ่านจนไม่สนสิ่งใด
“...”
พึ่บ…พึ่บ…เสียงเปิดเอกสารอย่างรวดเร็ว สายตามองไม่กระพริบ
เวลาค่อยๆผ่านไป พวกเราทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป ต่อไป และต่อไป…
“โลทอส…โกโก้หน่อยไหม?” ฉันเดินถือแก้วโกโก้ไปยังโต็ะที่โลทอส นั่งอ่านเอกสารอยู่
พึ่บ…พึ่บ…เสียงเปิดเอกสารยังคงดังอยู่ เธอยังคงไม่สนใจสิ่งใดๆ
“นี่…โลทอส…”
ตึง…โลทอส อ่านเอกสารจบหมดแล้ว แหงนหน้ามองขึ้นไปบนเพดาน ดวงตาเป็ประกาย อ้าปากเล็กน้อย ในมือค่อยๆปล่อยเอกสารนั่นลงกับโต๊ะ
“ฉันรู้แล้วล่ะ…”
“…”
“อือ ฉันรู้แล้วล่ะ…รู้แล้วล่ะ…”
ตึก..ตึก…โลทอส เดินไปหน้าประตูของห้องกระจก
“…”
“จะทำอะไรเหรอคะ? รุ่นพี่”
ฉันอ่านเอกสารนั่นแล้ว เอกสารนั่นบอกไว้แล้ว…มันเหลือแค่อย่างเดียวเท่านั้น ที่ยังไงมีใครเคยทำ
“...”
หยุดสิ…พูดออกไป…พูดออกไปสิ…ก่อนที่มันสายไป…
“เพื่อความก้าวหน้า”
ยื่นมือออกไปสิ…ยื่นมืออกไป…
วี้…เสียงประตูกระจกเปิดออก
โลทอส ยิ้มขึ้นมา ร้อยยิ้ม พร้อมสายตามุ่งมั่น
จากนั้น ก็เดินเปิดประตูเข้าไป ไม่ได้ใส่ชุดกันอะไรทั้งนั้น
สิ่งๆนั้นมันหันมา ปากอ้า ขากรรไกร ใหญ่ขึ้น ส่งเสียง อ่าาา…
“ออกมา!” เร็น ะโ และรีบลุกขึ้น
วอล์คเกอร์ตัวนั้นวิ่งเข้ามาใกล้โลทอส แล้วก็…
กร้วม!
วอล์คเกอร์นั่น กัดเข้าไปยังปลายแขนซ้ายของโลทอส อย่างรุนแรง ฟันเจาะทะลุิัที่นิ่มนวลนั่น
“อ้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาก”
ตึง ตึง ตึง เร็น วิ่งไปที่ห้องกระจกแล้วเปิดประตู
“คามาล ไปเอาขวานมา”
“คะ…ค่ะ”
เร็น รีบเดินไปถีบมันออกมา วอล์คเกอร์กระเด็นลมกลิ้งไถลตามพื้นไปอีกฝั่ง
“ชิ…”
“บะ…แบบนี้นี่เองสินะ แรงกัดที่รุนแรงนั่น… ฟัน…ฟันที่แหลมคมจนฝากคมเขี้ยวเอาไว้ได้… แขนที่แห้งติดหนังเหมือนกิ่งไม้นั่น กลับจับได้แน่นขนาดนี้ดวงตาที่ดูไร้ชีวิตนั่น…ตอนนี้ มัน..มัน..สนใจเรามากกว่าอาหารชั้นเลิศพวกนั้น”
“...”
วอล์คเกอร์ตัวนั้นเริ่มลุกขึ้นแล้วเดินเข้ามา
“มาแล้วค่ะ รุ่นพี่”
“อ่า…”
เร็น หยิบขวานจากมือแล้วจามไปที่หัวของมัน เืไหลกระเซ็นไปทั่ว มันกระเด็นเล็กน้อย แล้วก็ใช้ขา ถีบไปกลางลำตัว มันล้มลงไปกับพื้นในขณะที่ขวานยังอยู่ที่หัว
มันขยับ…มันสั่น…แล้วมัน…ก็หยุดนิ่ง
“มัน…ไม่ขยับแล้วค่ะ”
ทั้งสองลาก โลทอส ออกมาจากห้องกระจกแล้วปิดประตู
โลทอส หายใจถี่ขึ้น สายตาเหมือนคนสะลึมสะลือ เืไหลจากแขนออกมา แผลเป็รอยเหมือนเสือขย้ำเหยื่อ ยิ้มอย่างสุขใจ
นี่ละ ประสบการณ์ตรง หาไม่ได้ตามตำรา ไม่เคยมีใครทำมาก่อน สิ่งๆนี้จะทำให้การวิจัย ก้าวต่อไปได้แน่
“แฮ่ก…แฮ่ก…ฉันว่า…พวกเรานี่ล่ะคือสิ่งที่มัน้า”
“รุ่นพี่ เดี๋ยวฉันโทรแจ้งห้องพยาบาล ไม่สิ ห้องกักกัน”
“แฮ่ก…แฮ่ก…มัน…น่าจะเกี่ยวข้องกับพวกเราแน่ๆ มันมองเราด้วยสายตาแบบนั้น มันหิวกระหายเรา มันโหยหาเรา…”
“แกทำแบบนี้ไปเพื่ออะไรกัน…?”
“เพื่อให้วิทยาศาสตร์…ก้าวต่อไป”
“เพื่อให้ตัวแก ก้าวต่อไปมากกว่า…”
โลทอส สวมถุงมือ หยิบน้ำสะอาด และผ้าพันแผลมารักษาเบื้องต้น
แย่ล่ะสิ…เ้านี่ จะมีเชื้ออะไรมาบ้างก็ไม่รู้ ถ้าเป็โรคติดต่อจะเป็อย่างไร ถ้าระบบภูมิคุ้มกันของเรากันไม่อยู่จะทำอย่างไร…พวกแพทย์น่าจะยุ่งสุดๆเป็แน่แท้
“นี่ โลทอส…ความอยากรู้อยากเห็นจะฆ่าแมว*นะ…”
——————————
ความอยากรู้อยากเห็นจะฆ่าแมว(Curiosity killed the cat)* เป็สำนวนหมายถึง การที่ความอยากรู้อยากเห็น หรือการเข้าไปยุ่งเื่ของคนอื่นมากเกินไป อาจนำพาอันตรายหรือความเดือดร้อนมาสู่ตัวเองได้ และมีประโยคเต็มว่า Curiosity killed the cat, but satisfaction brought it back.
“แต่ถ้าไม่ทำ…ก็ไม่มีวันรู้หรอกนะ”
“น้ำลาย และเืของมันอาจจะทำให้ติดเชื้อได้ โรคประหลาด…อาจจะแพร่ไปได้…”
“แฮ่ก..แฮ่ก…ไม่ต้องห่วง เห็นแบบนี้ก็เถอะ เขาว่าคนบ้ามักไม่เป็หวัดนะ”
“ห้องกักกันเชื้อโรคกำลังซ่อมอยู่ แถมในตึกนี่ไม่มีหมอ ไม่มีอุปกรณ์ด้วยค่ะ”
“ต้องไปโรงบาลใหญ่ในตัวเมือง…ไม่สิ…”
“มันเสี่ยงเกินไปนะคะ”
“คามาล ไปแจ้งให้สถานีวิจัยอื่น ให้ไปกักกันที่นั่นแทน”
“ค่ะ” คามาลต่อสายถึงสถานีวิจัยอื่น
“ไม่เป็ไรน่า ยังลุกได้สบายๆเห็นไหมล่ะ เชื่อฉันสิ” โลทอส ส่งยิ้มแล้วชูนิ้วโป้ง แล้วหัวเราะออกมาอย่างร่าเริง
“อ้อ ใช่..อย่าลืมจดบันทึกไว้ด้วยล่ะ เร็น”
“อ่า…บันทึกไว้หมดแล้ว…”
ฉันเดิน โดยยกแขนของ โลทอส พาดบ่า แล้วเดินออกไปด้านนอกด้วยกัน และในระหว่างทาง…
“นี่…คุ้มค่ากับสิ่งที่ได้หรือเปล่า?...”
“แน่นอน…เชื่อฉันสิ หลังจากข้อมูลนี้แพร่ออกไป…จะต้องมีคน ที่ทำตามอย่างแน่นอน”
“ทำไมถึงคิดอย่างนั้น…”
“เพราะพวกเราเป็นักวิทยาศาสตร์ไง”
“คิดว่าทุกคนเป็เหมือนแกรึไง…”
“แฮ่ก แฮ่ก…แทบทุกคนน่ะ เหมือนฉันทั้งนั้นแหละ มีแค่เธอเท่านั้นแหละ ที่ต่างออกไป…”
“...”
“ความอยากสงสัย ความอยากรู้ ความฝันน่ะนะ…มันมาก่อนอยู่แล้ว”
“...พวกแกไม่คิดจะทำตามคู่มือความปลอดภัยเลยสินะ…”
“ฮี่ ฮี่ ฮี่ ไม่ล่ะ ก็ฉันมันเป็แบบนี้นี่นา และพวกที่เหลือ ก็ไม่น่าจะอดใจไหวหรอกนะ…”
“...แล้วแก…จะต้องเสียใจ”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
ตอนนี้มีรถคันใหญ่สีดำ มารับโลทอส ที่ด้านหน้าสถานีวิจัยที่ 27 นี้
“งั้นฉันไปก่อนนะ” โลทอส ยิ้มให้ทั้งสองคน
“ค่ะ เอาไว้เดี๋ยวจะไปเยี่ยมนะคะ”
“...”
“เร็น”
“หืม…”
“ฉันไม่เสียใจหรอกนะ”
“อ่า…”
รถได้ขับออกไปแล้ว ไปยังเขตวิจัยที่หนึ่ง ที่อยู่ห่างออกไปไกลโขจากที่นี่
ทำไมตอนนั้น ฉันถึงไม่รีบเข้าไปห้ามนะ…ทำไมตอนนั้น ฉันถึงไม่ะโให้หยุด…ทำไม…
“เพราะพวกเราเป็นักวิทยาศาสตร์ไง”
…หรือว่าในใจของฉัน…ก็อยากรู้เหมือนกัน
“คามาล กลับไปเก็บกวาดกันเถอะ”
“คะ ค่ะรุ่นพี่”
บางที…อาจจะเป็อย่างหลัง เพียงแค่ฉัน…ไม่มีความกล้าเท่านั้นเอง
——————————
ฉันบันทึกข้อมูลทั้งหมด ทั้งภาพ เสียง เทปบันทึก และกำลังนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เพียงแค่กดปุ่มๆเดียว ข้อมูลนี้จะกระจายไปทั่วทุกสถานีวิจัย ทุกคนที่ทำงานอยู่ นักวิทยศาสตร์ทุกคน จะได้รับรู้สิ่งนี้…
ฉันนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น ข้างๆมีแก้วโกโกร้อนส่งไออุ่นออกมา มือของฉันไม่ขยับ นิ้วยังคงค้างอยู่ที่ปุ่มนั้น
ฉันควรจะส่งสิ่งนี้ออกไปจริงๆใช่ไหม…ข้อมูลนี้ทำให้ผู้คนปั่นป่วนไปหมด
มันจะต้องมีสักคน…ที่ทดลองกับสิ่งมีชีวิตอื่นที่ใกล้เคียงกับเรา
มันจะต้องมีสักคน…ที่ทดลองกับนักโทษปะา หรือคนชั่วช้า
มันจะต้องมีสักคน…ที่ทดลองกับกับคนที่ถูกหลอกมา
และมันจะต้องมีสักคน…ที่ทดลองกับตัวเอง… เหมือนกับยัยนั่น อย่างแน่นอน
“ช่างเถอะ…”
คลิก…ฉันกดปุ่มส่งข้อมูลไป พร้อมรายละเอียด คำเตือนว่าอย่าเข้าใกล้ และทำตาม แต่ว่า…
สุดท้ายนี้ มันก็จะมีคนเ่าั้อย่างแน่นอน… ต่อให้ โลทอสไม่ทำ เดี๋ยวมันก็จะมีใครสักคนทำแน่นอน
แต่ ก็จะมีคนอีกกลุ่มที่ใช้ข้อมูลนี้ เพื่อระวังตัวเป็แน่แท้
ฉะนั้น ไม่ว่าจะทางไหน…ก็ไม่ต่างกันเลย ไม่ต่างกันเลย ซักนิดเดียว
ฉันกดส่งข้อมูลไปยังส่วนกลาง แล้วเดินออกจากห้องไป…
——————————
“เออ..ข่าวด่วนครับ ตอนนี้ได้มีการอาละวาดของกลุ่มคนที่มีอาการประหลาดครับ กลุ่มคนพวกนี้ได้ไล่ทำร้ายคนไปทั่ว ตอนนี้ตำรวจกำลังห้ามปรามครับ…เอิ่ม…มีข่าวการเกิดเหตุแบบนี้ขึ้น…ทั่วพื้นที่ ทุกหนทุกแห่งครับ…”
คลิก…เสียงกดเปลี่ยนช่อง
“ตอนนี้ ผู้คนที่้หมือนจะไม่ได้สติออกอาละวาดไล่ทำร้าย และกัดผู้คนไปทั่วค่ะ ตำรวจกำลังเร่งจับกุมกลุ่มคนเหล่านี้อยู่ค่ะ…”
คลิก…
“ข่าวด่วยครับ ตอนนี้มีกลุ่มคนที่เสียสติไล่กัดคนอื่นไปเมือง นี้ๆ ครับ และโรงพยาบาลในเมือง นี้ๆ ไม่สารถรองรับผู้าเ็ได้พอครับ ดังนั้น…”
คลิก…
“...ในตอนนี้ ได้มีกลุ่มคนที่เสียสติ ไล่ทำร้ายผู้คนอยู่ทั่วทุกพื้นที่ คุณหมอคาดการณ์ว่า อาจจะเป็โรคใหม่ จึงขอความร่วมมือ อย่าออกจากบ้านค่ะ และตอนนี้คาดการณ์ว่า มีเมืองที่เกิดเหตุแบบนี้คิดเป็แปดสิบห้าเปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมดค่ะ”
คลิก…
เสียงเปลี่ยนช่องดังขึ้นไปเรื่อยๆ ทุกช่องมีรายงานเหมือนกันหมด เป็ข่างของอาการประหลาดที่กำลังเกิดขึ้น
ฉัน นั่งอยู่บนโซฟาในห้องรับรองของสถานีวิจัย มือสองข้างประสานกันข้างหน้า เหมือนคนใช้ความคิด หลังจากวันนั้น ผ่านมานานพอสมควรแล้วละนะ
“...เริ่มแล้วสินะ…โรคประหลาดจากต่างดาวนั่น”
ฉัน นั่งพิงโซฟา เงยหน้ามองไปยังเพดาน ยังคงคิดถึงตัวเองในวันนั้น
“นี่เหรอ…ราคาที่ต้องจ่ายให้กับความอยากรู้…ไม่สิ…จ่ายให้กับความกลัวมากกว่า”
ฉัน คิดถึงความผิดพลาดของตัวเอง ถ้าตอนนั้นยื่นมือออกไปคว้าแขนนั่นไว้ เื่แบบนี้ก็คงจะไม่เกิด…ไม่สิ มันก็คงเกิดนั่นแหละ แต่ว่า…
ตึก…ตึก…ตึก…เสียงเดินค่อยๆใกล้เข้ามา
“รุ่นพี่ค่ะ ฉันได้รับคำสั่งโยกย้ายโดยตรงจากหัวหน้าให้ไปยังเขตวิจัยที่ สองน่ะค่ะ”
“คุณพ่อก็ห่วงลูกสาวสินะ…”
“ที่เขตวิจัยที่สอง ยังเป็เขตที่ไม่มีการติดเชื้อค่ะ คุณพ่อ…หัวหน้าก็เลยเรียกรวมพลคนนักวิทยาศาสตร์ที่ยังเหลือค่ะ”
“...ดีแล้วล่ะ”
“ไปด้วยกันไหมคะ? รุ่นพี่”
ฉันคิดอยู่สักครู่หนึ่ง ภายในห้องนั้นเงียบลง ไม่มีเสียงใด นอกจากเสียงของข่าวที่ประกาศการอาละวาดของคนที่เสียสติไป
“...ฉันจะอยู่ที่นี่”
“แต่ที่นี่…ในเมืองก็กำลังมีการระบาดของโรคนั่นนะคะ”
“ใช่…ฉันกำลังรอคนของสถานีวิจัยอื่นมาน่ะ…”
“คนจากสถานีวิจัยอื่นเหรอคะ?”
“อืม…แล้วหลังจากนั้นค่อยไปที่สถานีวิจัยอื่น…”
“ค่ะ…”
ที่เขตวิจัยที่สอง…เป็เขตวิจัยอาวุธ…นี่นะ
“ดูท่า…ฉันจะต้องย้อนกลับไป หาสาเหตุที่มันลุกขึ้นมาได้ก่อน”
“ทางฉันเอง ก็อาจจะทดลองมันมันต่อไปค่ะ”
“อ่า…ได้อะไรดีๆ ก็ส่งมาบอกด้วยละกัน คามาล”
“ค่ะรุ่นพี่” คามาล ยิ้มออกมา
“อีกสักพัก รถจะมารับเธอแล้วสินะ…”
“...ค่ะรุ่นพี่ ขอบคุณสำหรับที่ผ่านมา แล้วจะติดต่อกลับไปค่ะ”
“อ่า…คามาล…”
นั่นน่ะสินะ…
“ชงกาแฟ…ให้สักถ้วยสิ…”
“...ด้วยความยินดีค่ะ” คามาลยิ้ม
เสียงเครื่องชงกาแฟทำงาน ช้อนสีเงินกระทบถ้วยกาแฟหรูหรา กลิ่นกาแฟลอยละล่อง ไออุ่นกระจายไปทั่ว
ฉัน แทบไม่เคยดื่นกาแฟเลย ไม่ชอบรสของกาแฟเลย แม้แต่นิดเดียว แต่วันนี้…
“อืม…อร่อยดีนะ”
“ค่ะ รุ่นพี่”
ผ่านไปสักพัก คามาล มีคนมารับแล้วจากไป
ส่วนทางด้าน โลทอส ไปรักษา และกักตัวที่เขตวิจัยที่หนึ่ง…แต่ก็ไม่ได้ข่าวอะไรกลับมาเลย
“เอาละ…จะทำยังไงต่อดี ตัวฉัน…”
จากวันนี้ ดาวดวงนี้น่าจะเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน เื่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา กำลังจะเกิดขึ้นแล้ว โดย…
คามาล ผู้ที่พบเจอมัน เป็คนแรก…
ฉัน ผู้ที่จัดการมัน เป็คนแรก…
และโลทอส ผู้ที่กลายเป็มัน เป็คนคนแรก…
.
ขอจบการบันทึกแต่เพียงเท่านี้