บทที่ 7
หว่าหวาหาย
@ เช้าวันต่อมา
หว่าหวา talk
อร๊ายยย ตีห้า สี่สิบห้านาที!!!!
" สายแล้วต้องไปทำงาน " ฉันเด้งตัวจากที่นอน เมื่อสะดุ้งตื่นในเช้ามืดของอีกวัน มองนาฬิกาตีห้ากว่าแล้ว ฉันลนลานรีบหยิบกระเป๋าเพราะวันนี้ฉันมีงานที่ต้องส่งให้กับหัวหน้าตอนเช้า ตอนแรกก็ลังเลว่าจะปลุกเฮียเบนดีมั๊ย สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจไม่ปลุกดีกว่าเดี๋ยวจะคุยกันยาวทำให้ฉันเสียเวลา เอาไว้ค่อยไปหาเขาตอนเที่ยงที่บริษัท คิดได้แบบนั้นฉันก็วิ่งออกจากผับตรงกลับคอนโดทันที
มาถึงคอนโดฉันก็รีบอาบน้ำแต่งตัวไปทำงาน ฉันจะสายไม่ได้เพราะพึ่งมาทำงานได้ไม่กี่วันเอง ถ้าสายมีหวังโดนว่าไม่มีชิ้นดีแน่ๆว่าแล้วฉันก็รีบขับรถออกไปบริษัททันที
ฉันมาถึงบริษัทอย่างปลอดภัยแม้จะเหยียบคันเร่งเร็วอย่างไม่คิดชีวิตก็ตาม มองดูเวลายังเหลือพอจะหาข้าวกิน ฉันก็เลยตรงไปที่โรงอาหาร
“น้องหว่าหวาสวัสดีคร๊าบ วันนี้สวยจัง สวยกว่าทุกวัน” คุณชินเลขาของเฮียเบนเดินเข้ามาทักทาย ฉันก็ได้แต่ยิ้มเขินให้เขา
“ขอบคุณค่ะคุณชิน”
“เรียกเฮียชินก็ได้ครับ ” เขาบอก ก่อนที่เราจะคุยกันเล็กน้อยและแยกย้ายกัน ทำไมเลขาท่านประธานถึงมาคุยกันฉัน แถมหน้าตาเขายังยิ้มแปลกๆเหมือนมีลับคมคมใน ช่างเถอะหาข้าวกินดีกว่า คิดได้แบบนั้นฉันก็เดินไปซื้ออาหารมานั่งทาน
(ชิน talk : เมื่อคืนหว่าหวาอยู่กับเฮียเบนไม่ใช่เหรอวะ ทำไมมาทำงานเช้าจัง เฮียเบนปล่อยมาคนเดียวได้ไง กูพลาดอะไรไปเหรอ ไม่ต้องสงสัยนะครับเื่ของเ้านายผมรู้ทุกอย่าง )
@ 10.00 น.
เบน น่านฟ้า talk
" อื้ม " ผมรู้สึกตัวตื่นควานหาร่างบางไปทั่วเตียงก็ไม่เจอมองไปรอบๆห้องก็ไม่มี
"ไปไหนวะบัดซบเอ๊ย " ผมสบถด้วยความหัวเสียทันที เมื่อคืนก็คุยกันแล้วว่าไปไหนมาไหนจะบอก หว่าหวาจะไม่ทำอีก แล้วนี่คืออะไร ตื่นเช้ามามึงล่องหนหายไปเลย หึ กูเชื่ออะไรได้บ้างวะเนี่ย
"โมโหโว๊ย คำพูดกับการกระทำแม่งสวนทาง" ผมลุกจากเตียงอย่างอารมณ์เสีย หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ข้อความสักข้อความจากแฟนหมาดๆก็ไม่ฝากไว้ แทนที่จะโทรมาหรือส่งข้อความบอกกูก็ได้แต่มึงกลับเงียบ กล้ามากนะที่ท้าทายผมเป็ครั้งที่สอง เมื่อคืนผมใจดีนะ แต่ตอนนี้ไม่แล้วเตรียมตัวรับสิ่งที่ทำไว้ได้เลย ผมรีบแต่งตัวตรงไปที่บริษัท
@ กชกรกรุ๊ป
พอผมมาถึงบริษัทก็ขึ้นไปที่ห้องทำงานแต่ไม่อยากทำงานเลยสักนิด อารมณ์ไม่ดี
" เฮียมาเช้าจัง ว่าแต่ทำไมไม่มาพร้อมน้องหว่าหวาล่ะ เมื่อเช้าน้องหว่าหวามาแต่เช้าเลยนะ มาในชุดสีชมพูน่าร๊ากก " หึ พอมาถึงก็ได้รับรายงานเลยครับ
"มึงเป็เลขาหรือเป็พ่อกูวะ " ผมตีรวนพาลไปทั่ว
"ไปกินรังแตนไหนมาอะ" มันยังถามอีก
" อย่ามากวนตีนกู ไปไหนก็ไป ไป " ผมไล่มัน
"ได้เวลาประชุมครับผม " มาถึงมึงก็ประเคนงานมาเลย อะไรวะเนี่ย ยิ่งหงุดหงิดให้ยัยตัวแสบอยู่ด้วย
“เออ เออ รีบสิวะมึงนั่งทำไม ” ผมบอกมัน และเดินนำหน้าไปห้องประชุมผู้บริหาร
ในขณะที่ประชุมผมก็นึกโกรธยัยหว่าหวาไม่หาย นี่ปาไปกี่โมงแล้วแทนที่จะส่งข้อความมาหาผมบ้างก็ไม่มี นี่ถ้าตอนเที่ยงไม่เห็นหัวล่ะน่าดู เธอสัญญาว่าจะมาหาผมทุกพักเที่ยงและหลังเลิกงาน มาดูกันว่าเธอจะผิดสัญญาอีกมั๊ย
@ 13.00 น.
@ ห้องทำงานของน่านฟ้า
“หึ อีกแล้วนะหว่าหวา” ผมพึมพำพร้อมเงยหน้ามองเวลา ตอนนี้บ่ายโมงซึ่งหมายถึงมันเลยเวลาพักเที่ยงมาแล้ว และเธอเมินสิ่งที่สัญญาไว้กับผมอีกครั้ง เธอเห็นผมเป็ตัวอะไร
“เฮียกินข้าวมั๊ย”
“กูไม่กิน”
“งั้นนี่ครับงาน โปรดทำเพราะด่วน” ไอ้เวรเอ๊ย กูนึกว่าจะห่วงกูที่แท้เอางานมาให้กูทำ งานก็เยอะอารมณ์ก็เสีย อะไรวะ!!!
“เสร็จละ มึงออกไป แล้วไม่ต้องเอางานมาอีกนะ กูยังไม่ทำ ”
“อะไรของเค้า” ผมไล่ไอ้ชินออกจากห้อง จนมันต้องส่ายหัวไปมาและบ่นตามหลัง จากนั้นผมก็มานั่งเซ็งกับตัวเอง
(เสียงไลน์ข้อความของเบนจาก five dark sky ดังขึ้น )

เพื่อนๆผมแต่ละคน อยากรู้ไปหมดทุกเื่ อันที่จริงพวกมันก็เป็ห่วงแหละครับไม่เคยเห็นผมเป็บ้าแบบนี้ไง ไปผับก็ดีเหมือนกัน จะได้แก้เซ็งไปด้วย ถ้าอยู่คนเดียวคงฟุ้งซ่านน่าดู
ว่าแล้วผมก็อัพเดตสตอรี่ส่วนตัวเรียกสาวๆชาวราตรีสักหน่อยดีกว่า ช่วยเพื่อนๆทำงานหน่อย อีกอย่างถ้าคืนนี้ที่ผับอาหารตาเยอะผมอาจจะลืมเื่เครียดๆไปได้บ้าง ั้แ่เจอยัยหว่าหวาผมแทบไม่มองใครเลย

ปกติผมจะไม่ค่อยลงสตอรี่ส่วนตัว นานๆจะลงสักครั้ง แค่โอกาสพิเศษหรือมีอารมณ์อยากลงโซเชียลจริงๆเท่านั้นและไม่เปิดให้แสดงความคิดเห็นเพราะผมี้เีอ่าน วันนี้เป็วันที่พิเศษมาก คือวันเซ็งเซ็ง ผมก็เลยนึกอยากท่องโลกอินเตอร์เน็ต เฮ้อ หาอะไรทำไปอย่างนั้นแหละครับเผื่ออารมณ์จะดีขึ้น