ทลายสวรรค์ กลืนพิภพ

    ตอนที่ 90 โลกแสนสวยนี่ม้ันยังไง

    ทุกคนจับจ้องไปที่ข้อความดังกล่าวกลุ่มผู้ใช้พลังทุกคนล้วนแต่เป็นคนเหนือมนุษย์ สมองคิดฉับไว ปฏิกิริยาตอบสนองรวดเร็ว เริ่มวิเคราะห์ว่าข้อความต้องการจะสื่อสารอะไร

    ผู้ใช้พลังที่มีความสามารถลอยตัวได้ เริ่มพุ่งตัวขึ้นกลางอากาศสำรวจภูมิประเทศจากที่สูงทันที

    กลุ่มพลังสายธรรมชาติเริ่มใช้ประโยชน์จากพื้นที่เพื่อเข้าถึงขอบเขตภูมิประเทศ

    ชายสวมหน้ากากแมวก็เป็นอีกหนึ่งคนที่มองภูมิประเทศเหล่านี้จากจุดสูงสุดบนอากาศ

    นาฟสัมผัสกับบางสิ่งได้ อยู่ๆเกิดเส้นแสงสีเขียวรูปสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นที่ภูเขาลูกใหญ่ลูกหนึ่งอยู่ในทิศทางเบื้องหน้าของนาฟห่างไปราวๆ 10 กิโลเมตร

    “ฟู่!” จู่ๆ มีแรงดึงดูดขนาดมหาศาลก่อตัวขึ้นดึงนาฟตกจากที่สูงอย่างรวดเร็ว นาฟรีบตั้งสติคาดการณ์ความเร็วที่ตกถึงพื้นเหยียบอากาศก่อนถึงพื้นช่วงเสี้ยวนาทีสุดท้าย “ฟุบ!” ลงพื้นได้อย่างฉิวเฉียด

     

    “ตุบ!”  “อ๊ากกก!” เสียงคนตกจากที่สูงร้องระงมดังมาจากหลายพื้นที่

    แรงดึงดูดเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ “ฟุด!”ๆ นาฟดมกลิ่นสัมผัสกับชั้นบรรยากาศที่เริ่มบีบรัดลงเรื่อยๆเริ่มมองเห็นม่านปราการโปร่งแสงสีแดง จากรอบๆพื้นที่ ค่อยๆหดตัว 

    ผู้ใช้พลังที่อยู่ละแวกใกล้ๆเริ่มต่อต้านกับแรงดึงดูดไม่ไหวบางส่วนเริ่มทิ้งตัวลงไปนอนกับพื้นอย่างทรมาน

    นาฟไม่รอช้าเป้าหมายอยู่ที่เส้นสี่เหลี่ยมสีเขียวที่อยู่บนภูเขาลูกนั้นกำหนดเส้นทางและองศาการของกระโดด

    “ตูม!” พุ่งตัวไปได้ไม่ถึง 200 เมตรก็ทนแรงดึงดูดไม่ไหวตกลงพื้นทันทีกระแทกไถลไปกับพื้นหญ้า “ไม่ไหวกว่าจะเคลื่อนตัวไปถึงคงหมดแรงก่อนแน่ โชคร้ายจริงๆตำแหน่งนี้ อยู่ไกลเกินไป

    นาฟหันไปสังเกตความเร็วการหดตัวของม่านปราการนี้ที่เริ่มจะหดตัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ  แรงดึงดูดก็เพิ่มตาม

    เราจะมายอมแพ้แค่นี้ไม่ได้ทำยังไงถึงจะต่อสู้กับแรงดึงดูดเหล่านี้ได้กันนะ

       “เอ๊ะ! จู่ๆนาฟก็สังเกตเห็นสัตว์ป่าบริเวณนี้ ต่างก็ใช้ชีวิตอย่างปกติเหมือนไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากปรากฏการณ์นี้

    นาฟตัดสินใจกระโดดขึ้นบนอากาศอีกครั้งถึงจะกระโดดได้ไม่สูงมากแต่ก็เพียงพอจะเห็นสัตว์ป่าบริเวณนี้ได้ทั้งหมดมองเห็นม้าป่าอยู่ตัวนึงห่างไปไม่ไกลมาก 

     

    รีบยกแขนเล็งไปที่ม้าตัวนั้นจากนั้นปล่อยร่างกายตกลงมาตามแรงดึงดูด พร้อมปลดปล่อยความสามารถดึงดูดเพื่อให้ร่างกายพุ่งไปหาม้าตัวนั้นทันที

    “หมับ!” นาฟคว้าไปที่คอม้าป่าทันที จัดระเบียบร่างกายค่อมตัวไปบนหลังม้าป่าตัวนั้น

    “ฮี่!ๆๆ ม้าป่าที่เรี่ยวแรงเยอะไม่ยอมง่ายๆยกขาหน้าขึ้นพยายามสลัดมนุษย์ตนนี้ ออกจากตัวให้ได้

    นาฟใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดกดร่างม้าป่าพยศตนนี้อย่างสุดแรง   มือซ้ายกดลงที่ต้นคอเพื่อกำหนดทิศทางมือขวาตีไปที่สะโพกเพื่อบังคับให้วิ่งไปข้างหน้า

    “ฮี่!”ๆๆ ไม่นานสัตว์ป่าดังกล่าวก็ยอมทำตามคำสั่งมนุษย์บนหลังของมัน  ควบผ่านพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว

     

    ตลอดเส้นทางนาฟสังเกตเห็นผู้ใช้พลังบางส่วนเริ่มยอมแพ้กับการต่อสู้กับแรงดึงดูด นอนทรุดกายแนบไปกับพื้นร้องอย่างทรมาน

     

    ผู้ใช้พลังบางคนที่คิดได้เริ่มทำตามนาฟ หาสัตว์ป่าบริเวณใกล้เคียงกันอย่างวุ่นวาย

    นาฟที่เดินทางมาสักระยะก็สัมผัสได้ถึงแรงดึงดูดที่เริ่มเบาบางลง คงใกล้ถึงที่หมายแล้ว

    ถ้าใครที่อยู่บริเวณนี้แต่ต้นก็คงไม่ยากในการไปที่ภูเขาลูกนั้น แสดงว่าตำแหน่งพื้นที่สี่เหลี่ยมจะถูกสุ่มขึ้นมาจากแผนที่ แล้วแต่ว่าใครจะโชคดีอยู่ใกล้แค่ไหน

    ไม่นานนาฟก็มาถึงตีนเขาลูกดังกล่าวเริ่มมองเห็นกลุ่มคนที่เข้าไปอยู่ในภูเขาหลายสิบคนแล้ว

    นาฟปล่อยม้าป่าไป รีบเร่งแทรกตัวเข้าไปอยู่ภายในพื้นที่ภูเขาทันทีมองจากภายในป่าเห็นกลุ่มคนคุ้นเคยอยู่ หลายคน 

    “คนกลุ่มดังกล่าวก็พากันมองลงไปยังบริเวณตีนเขาเห็นผู้คนหลายคน ขับขี่สัตว์ป่าหลากหลายชนิดวิ่งตรงเข้ามาในพื้นที่อย่างรีบเร่ง

    เบื้องหลังคนเหล่านี้มีม่านปราการสีแดง บีบตัวไล่หลังเข้ามาอย่างกระชั้นชิด

    “เปรี้ยง!” ชายคนที่อยู่ท้ายขบวนขับขี่หมูป่า เคลื่อนตัวได้ไม่เร็วพอ ถูกม่านปราการที่ไล่หลังมาคลุมหายไปต่อหน้าต่อตา คนทั้งหมดที่เฝ้ามองอยู่

    คนทั้งหมดแทบจะไม่อยากคาดเดาว่าถ้าหนีมาไม่ทันจะมีสภาพเป็นเยี่ยงไร

     

     คนทั้งหมดที่เข้ามาในภูเขาได้ทัน บางคนถึงกลับทรุดกายแผ่หลาลงกับพื้น ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ ตื่นตกใจกับปรากฏการณ์ดังกล่าว ที่เกือบจะเอาตัวรอดไม่ทันเป็นช่วงเวลาเดียวกับ ม่านปราการสีแดงก็หยุดลงที่ขอบของกรอบสี่เหลี่ยมพอดี

    ทุกคนทั้งหมดต่างกระจายอยู่ทั่วทั้งภูเขาลูกนั้นนาฟที่ไม่อยากเป็นจุดสนใจก็แฝงตัวอยู่ภายในป่าแห่งหนึ่ง คอยเฝ้าสังเกตคนทุกคนที่เหลือรอดมา

    “น่าเหลือคนอยู่ราวๆ 60 กว่าคน กลุ่มสถานศึกษา      นอร์ทเทิร์น และเวสเทิร์นยังอยู่กันครบกลุ่มชายฉกรรจ์ชุดดำทั้ง 7 ที่ลงมาเป็นกลุ่มแรกจับกลุ่มยืนอยู่อีกฟากของภูเขา  กลุ่ม 3 คนของสถานศึกษากลางยืนเหม่อมองฟ้าอยู่ที่จุดสูงสุดของภูเขา

    ที่เหลือเป็นคนจากกลุ่มสมาคมตระกูลที่อยู่กระจัดกระจายไปทั่ว

     

        “ประธานโลกแสนสวยนี่มันยังไงกัน ของทุกอย่างล้วนเป็นของจริงทั้งหมด 

       “ใช่! ข้าเกิดมาก็พึ่งจะเคยเห็นท้องฟ้าที่สดใส อาทิตย์ดวงเดียว ภูเขาสูงทุ่งหญ้า ผืนป่าที่เขียวขจี มีสัตว์ป่าและพืชพันธุ์อยู่เต็มไปหมด

    ที่สำคัญ“แม่น้ำลำธาร!” ตั้งแต่โตขึ้นมาพวกข้าไม่เคยพบเจอเลยสักครั้ง เคยเห็นแต่ในรูปภาพจากหนังสือสมัยก่อนโลกโลกาวิบัติ

    กลุ่มนักศึกษาเวสเทิร์นต่างจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ กันอย่างเคร่งเครียด

    เอโรซ่าก็ครุ่นคิดในสิ่งที่ตนเห็นประกอบกับความรู้ที่ถ่ายทอดมาจากต้นตระกูลของนาง ก็คลับคล้าย คลับคลาว่าเคยมีสิ่งเหล่านี้อยู่บนโลกใบนี้ก่อนยุคโลกาวิบัติ

      

    คล้ายกับเรื่องทลายสวรรค์ กลืนพิภพ ที่คุณอ่าน