เมื่อได้ของติดไม้ติดมือกลับมาแล้วหูหลันเยวี่ยกับถิงถิงก็เก็บข้าวของเตรียมตัวเดินกลับบ้าน
หูหลันเยวี่ยแย่งถือเสื้อผ้าทั้งหมดไว้เองปล่อยให้ถิงถิงถือปลาทั้งสามตัวที่ตกมาได้
แค่ครึ่งวันสองพี่น้องก็สนิทสนมกันอย่างเหลือเชื่อ
ทว่าในชาติที่แล้วกระทั่งหูหลันเยวี่ยตายจากไปความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับหูถิงถิงก็แทบไม่ต่างอะไรจากคนแปลกหน้า
ทั้งที่เป็พี่น้องแท้ๆแต่กลับห่างเหินเหมือนคนไม่รู้จักกัน หูหลันเยวี่ยรู้ดีว่าถิงถิงไม่ได้ผิดอะไรคนที่ผิดคือพี่สาวอย่างเธอ
ขณะที่หูหลันเยวี่ยเดินตามหลังถิงถิงพลางครุ่นคิดเื่ราวมากมายในหัว ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงระคายหูดังขึ้น
"พี่รอง ดูพี่สาวกับยัยหมูตอนสิ พี่สาวถือปลาอยู่ในมือด้วย" เสียงที่พูดนั้นแหบแห้งเล็กน้อย
แค่ได้ยินแว่วๆหูหลันเยวี่ยก็รู้ทันทีว่าเป็เสียงใคร
หูถิงถิงที่เดินอยู่ข้างหน้าก็ได้ยินเช่นกัน"พี่คะ หูหลิงหลิงด่าว่าพี่เป็หมูตอน หนูจะไปต่อยมันให้"
หูหลิงหลิงที่ถิงถิงพูดถึงคือลูกสาวของอารองหู
บ้านอารองหูมีลูกสามคนคนโตเป็ผู้ชายชื่อหูเจี้ยนเซ่อ คนเล็กเป็ลูกแฝดชายหญิงที่อายุห่างจากคนโตห้าปีชื่อหูหลิงหลิงกับหูเจี้ยนผิง
ไม่ใช่เพียงสะใภ้รองหูคลอดลูกชายได้เท่านั้นแต่ยังคลอดลูกแฝดได้อีกด้วยแน่นอนว่าสะใภ้ที่เก่งกาจเช่นนี้ย่อมได้รับความเอ็นดูจากแม่สามีเป็พิเศษ
ด้วยบารมีของลูกชายสะใภ้รองหูจึงข่มเหงรังแกจ้าวหงเหมยที่คลอดลูกชายไม่ได้มาตลอดหลายปี
ด้วยเหตุนี้เด็กๆ ในบ้านสะใภ้รองหูจึงไม่ได้มีความเกรงใจต่อบ้านใหญ่เลย
การปกป้องของถิงถิงทำให้หลันเยวี่ยรู้สึกอบอุ่นไปทั้งใจน้องสาวคนนี้น่ารักน่าเอ็นดูเสียจริง "ถิงถิงเขาแค่ด่าว่าหมูตอน ไม่ได้ด่าฉันนี่นา"
หูหลันเยวี่ยไม่ได้จะหลีกเลี่ยงปัญหาเธอแค่รู้สึกว่าไม่จำเป็ต้องเสียเวลาโต้เถียงกับคนที่ไม่ได้สำคัญ
แต่ไม่คิดว่าหูหลิงหลิงกับพี่ชายของเธอหูเจี้ยนผิง จะเป็ฝ่ายเข้ามาหาเื่ก่อน
เป้าหมายของสองพี่น้องคือปลาสามตัวในมือของหูถิงถิง
ถึงแม้ว่าในแม่น้ำจะไม่ขาดแคลนปลาแต่ก็ใช่ว่าใครไปจับก็จะจับได้เสมอไป
ในยุคที่ข้าวยากหมากแพงการได้กินปลาสักตัวถือเป็ชีวิตที่หรูหราอย่างยิ่ง
"พี่สาว มีปลาตั้งสามตัว ขอบ้านหนูสักตัวสิ" หูหลิงหลิงพูดออกมาหน้าตาเฉยราวกับเป็เื่ที่สมควรได้รับอยู่แล้ว
หูถิงถิงซ่อนปลาไว้ข้างหลังโดยสัญชาตญาณ"ปลาที่พี่กับฉันอุตส่าห์ตกมาได้ ทำไมต้องยกให้เธอด้วยล่ะ"
หูหลิงหลิงไม่คาดคิดว่าหูถิงถิงที่ปกติเป็คนเรียบร้อยจะพูดจาโต้ตอบกับเธอเช่นนี้"ขี้เหนียวจริงๆ แค่ปลาตัวเดียวก็ให้ไม่ได้"
จากนั้นสายตาของหูหลิงหลิงก็เหลือบไปเห็นหูหลันเยวี่ยที่อยู่ข้างหลังถิงถิง"ยัยหมูตอน แกใช่ไหมที่สั่งไม่ให้ถิงถิงยกปลาให้พวกเรา"
หูหลันเยวี่ยกลอกตาใส่หูหลิงหลิงที่กำลังแผดเสียงขู่แต่ไม่ได้พูดอะไร
การที่หูหลันเยวี่ยไม่พูดอะไรยิ่งทำให้หูหลิงหลิงได้ใจยิ่งกว่าเดิม"ยัยหมูตอน ฉันเรียกแกอยู่นะ ไม่ได้ยินเหรอ?"
หูหลันเยวี่ยยังคงเงียบหูหลิงหลิงจึงร้อนรน เธอปรี่เข้าไปจับแขนใหญ่ๆของหูหลันเยวี่ยที่เป็ชั้นหนาและนุ่มนิ่ม "ยัยหมูตอนแกเป็ใบ้หูหนวกไปแล้วหรือไง?"
แม้จะเป็แค่การจับแต่หูหลิงหลิงกลับออกแรงเต็มที่
เด็กผู้หญิงชนบทในยุคนั้นทำงานกันั้แ่ยังเล็กเพราะฉะนั้นจึงมีเรี่ยวแรงกันมากพอตัว
หูหลันเยวี่ยรู้สึกเจ็บจากการถูกบีบจึงรีบวางของที่อยู่ในมือลงจากนั้นก็คว้าคอเสื้อของหูหลิงหลิงอย่างรวดเร็ว
หลังจากคว้าคอเสื้อของหูหลิงหลิงได้แล้วหูหลันเยวี่ยก็ออกแรงกระชากขึ้นอีกเล็กน้อย บีบคอจนหูหลิงหลิงตาเหลือก"ถ้าแกยังกล้าไม่เกรงใจฉันกับถิงถิงอีก แกคอยดูแล้วกัน!"
เมื่อเห็นน้องสาวตัวเองถูกรังแกหูเจี้ยนผิงจึงรีบร้อนจะเข้ามาช่วย
"หูเจี้ยนผิง ถ้าแกกล้าเข้ามา ฉันจะบีบคอหูหลิงหลิงให้ตายเลยคอยดู"หูหลันเยวี่ยขู่เสียงเย็นขณะเดียวกันมือที่จับคอเสื้อของหูหลิงหลิงอยู่ก็ออกแรงมากขึ้นอีก
เมื่อเห็นพี่สาวจัดการหูหลิงหลิงได้อยู่หมัดเช่นนี้ถิงถิงก็ฮึกเหิมขึ้น
ถิงถิงที่ปกติยอมเชื่อฟังเมื่ออยู่ต่อหน้าพี่น้องคู่นี้ตอนนี้กลับกล้ายกหมัดขึ้นมาขู่หูเจี้ยนผิงที่ยังเตี้ยกว่าเธอ
"หูหลันเยวี่ย ฉันขอร้อง ปล่อยมือเถอะ! ฉันจะขาดใจตายอยู่แล้ว"หูหลิงหลิงที่เพิ่งจะโอหังต่อหน้าสองพี่น้องหลันเยวี่ยตอนนี้กลับยอมจำนนโดยง่าย
หูหลันเยวี่ยไม่ได้คิดจะทำอะไรหูหลิงหลิงจริงๆแค่อยากสั่งสอนสักเล็กน้อยก่อนจะปล่อยตัวไป จึงขู่ว่า"หูหลิงหลิง ขอเตือนแกไว้เลยนะอย่าคิดว่าเสือไม่คำรามแล้วจะดูเหมือนแมวป่วย"
ในที่สุดหูหลิงหลิงก็เป็อิสระเธอไอไม่หยุด ในดวงตาก็คลอไปด้วยน้ำตา
เธอไม่คิดว่ายัยหมูตอนที่กลับมาจากในเมืองจะกลายเป็คนโหดร้ายแบบนี้
หลังจากที่สองพี่น้องเดินไปไกลแล้วหูถิงถิงก็พูดขึ้นอย่างร้อนใจ "พี่คะถ้าหลิงหลิงเอาเื่นี้กลับไปฟ้องจะทำยังไงคะ? อาสะใภ้รองเข้าข้างลูกเป็ที่สุดแถมยังไม่ฟังเหตุผลอื่นด้วย"
หลันเยวี่ยแสดงสีหน้าไม่แยแส"ฟ้อง? ฟ้องเื่อะไร? ถิงถิง พวกเราทำอะไรหูหลิงหลิงเหรอ? ไม่ได้ทำนี่นา"
ทั้งๆที่สมควรตบหน้าหรือหยุมหัวให้สาแก่ใจแต่หูหลันเยวี่ยกลับเลือกที่จะดึงคอเสื้อของหูหลิงหลิงเท่านั้นเพราะวิธีนี้จะไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ยังไงละ
ต่อให้สะใภ้รองหูจะไม่ฟังเหตุผลแค่ไหนถ้าเธอไม่มีหลักฐานว่าลูกสาวตัวเองถูกรังแก นั่นก็คือการอาละวาด
การรับมือกับคนที่ชอบอาละวาดย่อมมีวิธีจัดการอยู่แล้ว
ถึงถิงถิงจะดูซื่อๆแต่พอหลันเยวี่ยชี้นำเพียงเล็กน้อย เธอก็เข้าใจในทันที
ไม่นานทั้งสองพี่น้องก็กลับถึงบ้าน
ตอนนี้หูฉางหมินกลับมาจากการจ่ายค่าปรับแล้วส่วนจ้าวหงเหมยก็ก้มหน้าก้มตาซักผ้าอ้อมอยู่
จ้าวหงเหมยก็เหมือนกับผู้หญิงชนบทส่วนใหญ่ในยุคนั้นแม้แต่ใน่อยู่เดือนก็ยังคงทำงานใช้แรงตามปกติ
ลูกสาวคนเล็กเพิ่งปัสสาวะเสร็จจ้าวหงเหมยก็รีบร้อนซักผ้าอ้อมทันที
เมื่อเห็นจ้าวหงเหมยซักผ้าอ้อมด้วยน้ำเย็นอยู่หูหลันเยวี่ยก็รีบสาวเท้าเข้าไปช่วย "แม่คะแม่ยังอยู่เดือนนะคะ จะทำงานใช้แรงได้ยังไง ต่อไปงานพวกนี้หนูกับถิงถิงจะทำเองแม่พักอยู่เดือนดีๆ เถอะค่ะ"
"แม่ไม่ใช่คนในเมืองเสียหน่อย จะสำอางอะไรขนาดนั้นได้ยังไง" ความห่วงใยและความเอาใจใส่ของลูกสาวทำให้จ้าวหงเหมยรู้สึกถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านในใจ
เธอคลอดมาสามครั้งแล้วมีเพียงหลันเยวี่ยเท่านั้นที่บอกเธอว่า่อยู่เดือนห้ามทำงาน ต้องพักผ่อนให้ดี
หูหลันเยวี่ยช่วยจ้าวหงเหมยซักผ้าอ้อมจนเสร็จก่อนจะนำไปตากไว้ในลานบ้าน จากนั้นก็ชี้ไปที่ปลาสามตัวแล้วบอกกับหูฉางหมินว่า"พ่อคะ พ่อจัดการปลาให้หน่อยนะคะตัวใหญ่หนูจะเอาไปทำน้ำแกงปลาให้แม่ดื่ม ส่วนอีกสองตัวเล็ก หนูจะหมักเกลือไว้ก่อนแล้วค่อยๆ เอามากิน"
ในบ้านไม่มีตู้เย็นแถมอากาศก็ร้อน หาก้าเก็บรักษาปลาหรือเนื้อให้อยู่ได้ยาวนานขึ้นก็ทำได้เพียงแค่นำไปหมักเกลือเท่านั้น
หูฉางหมินมองปลาสามตัวที่ลูกสาวตัวกลมถืออยู่ตรงหน้าก็อดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความทึ่ง "ลูกสองคนโชคดีจริงๆ!ได้มาตั้งสามตัว แถมแต่ละตัวก็ตัวโตขนาดนี้"
ถิงถิงรีบพูด"พ่อคะ พวกนี้พี่สาวหนูตกมาได้ทั้งหมดเลยค่ะพี่สาวหนูโชคดีมากเลย"
หูฉางหมินยิ้มเอ็นดูให้หลันเยวี่ยจากนั้นก็เตรียมตัวจัดการกับปลา
ในไม่ช้าหูฉางหมินก็จัดการปลาจนเสร็จเรียบร้อยหลันเยวี่ยจึงรีบยกปลาที่สะอาดดีแล้วมาวาง
เธอวางปลาตัวใหญ่ไว้บนเขียงแล้วลงมือหั่นส่วนตัวเล็กอีกสองตัวก็ให้ถิงถิงนำไปหมักเกลือไว้กินคราวหน้า
หลันเยวี่ยหั่นปลาบนเขียงเป็ชิ้นขนาดพอเหมาะอย่างคล่องแคล่วจากนั้นก็แบ่งออกเป็สองส่วน
ส่วนหนึ่งนำไปต้มเป็น้ำแกงปลาให้จ้าวหงเหมยส่วนที่เหลือก็เอาไปทำปลาน้ำแดง