“อี้อี้ วันนั้นฉันแค่จะแกล้งเธอเล่นๆ เท่านั้น แต่ไม่คิดว่าเธอจะจริงจังจนทำให้เป็ข่าวใหญ่โต ฉันขอโทษเธอด้วยนะ” เหลียงซินซินจับมือฉินซูอี้ ทำเหมือนว่าพวกเธอสนิทสนมกัน คนที่อยู่ในร้านกาแฟต่างก็เห็นกันหมด อีกทั้งเื่ของเธอกับฉินซูอี้ยังเป็ประเด็นร้อนแรง คนจึงจับตามองกันอย่างมาก และการที่พวกเธอนัดมาเจอกันวันนี้ก็ไม่น่าแปลกใจที่พวกเธอจะกลายเป็จุดสนใจ
“จริงจังหรือไม่จริงจังมันก็ดูที่หลักฐานไม่ใช่เหรอ” ฉินซูอี้ชักมือกลับ “เหลียงซินซิน เธอเลิกเสแสร้งสักทีเถอะ เพราะความจริงที่ว่าเธออยากแย่งคนรักของฉันมันคือเื่จริง ไม่มีความเข้าใจผิดอะไรทั้งนั้น”
“เธอจะไม่ให้อภัยฉันจริงๆ เหรอ” เหลียงซินซินยังบีบน้ำตา
“เอาจริงๆ นะ ทีแรกฉันก็ว่าจะลองให้โอกาสเธอสักครั้ง แต่พอฉันเห็นเธอเตรียมตัวมาดี เตรียมมาแม้กระทั่งคนแอบถ่ายคลิปที่นั่งอยู่ตรงมุมโน้น” ฉินซูอี้ชี้ไปที่ชายหญิงคู่หนึ่งที่นั่งดื่มกาแฟอยู่ไม่ไกล “เธอคิดจะยั่วให้ฉันโมโหเพื่อให้ฉันลงไม้ลงมือกับเธอ แล้วเธอก็จะเอาคลิปนั้นไปปั่นข่าวเพื่อให้ตัวเองดูน่าสงสารและทำให้คนคิดว่าเธอเป็ผู้ถูกกระทำสินะ แต่เสียใจด้วยที่ฉันรู้ทัน”
“รู้ทันแล้วทำไม ตอนนี้ฉันร้องไห้อยู่ แล้วพวกเขาก็ไม่ได้ยินว่าเราคุยอะไรกัน” เหลียงซินซินพูดในขณะที่เธอก้มหน้าทำทีเป็ร้องไห้
ฉินซูอี้จ่อโทรศัพท์ของตัวเองไปตรงหน้าเหลียงซินซิน “เธอดูให้ดี ทุกการกระทำและทุกคำพูดของเธอ คนทั้งประเทศได้ยินกันหมดแล้ว”
‘ไลฟ์สด’ เหลียงซินซินเห็นหน้าจอและความคิดเห็นที่เลื่อนขึ้นอย่างรวดเร็วจนมองแทบไม่ทัน แม้เธอจะอ่านความคิดเห็นไม่ทันทั้งหมด แต่ข้อความที่เธออ่านทันล้วนแต่ด่าทอและตำหนิเธอทั้งนั้น
“ฉินซูอี้ เธอไลฟ์สดเหรอ? เธอทำแบบนี้ทำไม”
“ก็วิธีการของเธอมันช้าไง จ้างคนให้มาถ่ายคลิปเพื่อที่จะเอาไปตัดต่อแล้วโพสต์ปรักปรำฉัน ฉันมันคนคิดเร็วทำเร็ว ไลฟ์สดให้คนรู้พร้อมกันไปเลยจะได้ไม่เสียเวลา”
“เธอทำลายชีวิตฉัน! เธอจะไม่ให้ฉันมีที่ยืนอีกแล้วหรือไง”
ฉินซูอี้ลุกขึ้นยืน “คนที่ทำร้ายเธอคือตัวของเธอเอง”
เหลียงซินซินลุกขึ้นยืนตาม “ฉันไม่ปล่อยเธอไปแน่”
ฉินซูอี้ยังจ่อโทรศัพท์ไปทางเหลียงซินซิน “พูดสิ พูดให้เยอะๆ สิ่งที่เธอพูดจะเป็หลักฐานชั้นดี เพราะหลังจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับฉัน ทุกคนจะได้รู้ว่าเป็ฝีมือของเธอ”
ฉินซูอี้กล่าวลาแฟนคลับและผู้ติดตามก่อนกดปิดไลฟ์ เธอเดินออกจากร้านกาแฟไปด้วยท่าทางสง่างามเหมือนปกติ เหลือเพียงเหลียงซินซินที่ทรุดลงนั่งอยู่กับที่
คุณนายเหลียงต้องจ่ายค่าปรับที่เหลียงซินซินเป็ต้นเหตุที่ทำให้ละครออนแอร์ไม่ได้เป็จำนวนเงินถึงหนึ่งร้อยล้าน ทั้งยังต้องจ่ายค่าซื้อเวลาทางช่องเคเบิลเพื่อนำละครไปออกอากาศ ถึงไม่ได้ออนแอร์ในทีวีช่องหลัก แต่อย่างน้อยช่องเคเบิลก็ยังมีผู้ชมพอที่จะสร้างรายได้กลับคืนมาได้บ้าง
“ต่อไปนี้แกไม่ต้องไปหาเื่ฉินซูอี้อีก ฉันไม่มีปัญญาหาเงินมาจ่ายค่าปรับให้แกอีกแล้ว แกรู้ไหมว่านอกจากค่าปรับของละคร ยังมีโฆษณาอีกหลายตัวที่แกเคยถ่ายไว้ก็กำลังจะเรียกค่าปรับกับฉัน” คุณนายเหลียงบ่นลูกสาว
“เงินแค่ร้อยกว่าล้าน คุณแม่จ่ายไม่ไหวเหรอคะ” เหลียงซินซินพูดอย่างไม่พอใจ ั้แ่วันที่เธอถูกฉินซูอี้ไลฟ์สด เธอก็ไม่กล้าออกจากบ้านอีก เมื่อต้องอยู่แต่ในบ้านและต้องอ่านคอมเมนต์แย่ๆ ทุกวัน เธอจึงกลายเป็คนหงุดหงิดง่าย
“แค่ร้อยกว่าล้าน? แกรู้ไหมว่าร้อยกว่าล้านนี่มันเท่ากับว่ามรดกของเราหายไปครึ่งหนึ่งแล้วนะ”
“คุณพ่อทิ้งมรดกไว้ให้เราตั้งเยอะ หรือว่าคุณแม่ผลาญสมบัติของคุณพ่อไปหมดแล้วคะ”
เพียะ!
คุณนายเหลียงตบลูกสาว “ผลาญสมบัติ? ฉันเนี่ยนะผลาญสมบัติ เงินที่พ่อแกทิ้งไว้ยังน้อยกว่าหนี้สินที่เขาทิ้งไว้อีก ที่แกเห็นเรายังร่ำรวยอยู่อย่างทุกวันนี้ก็เพราะการบริหารของฉัน ถ้าฉันจัดการเงินและบริหารหนี้ของพ่อแกไม่ดี ป่านนี้เราได้ไปนอนข้างถนนกันแล้ว แกยังมาบอกว่าฉันผลาญสมบัติ คนที่ล้างผลาญจริงๆ มันคือตัวแกเองมากกว่า”
“คุณแม่ตบหนูเหรอคะ” เหลียงซินซินเอามือกุมแก้มพร้อมกับร้องไห้
คุณนายเหลียงมองลูกสาวแล้วก็สงสาร “แม่ขอโทษนะลูก”
เหลียงซินซินนึกแผนบางอย่างขึ้นมาได้ เวลานี้คุณแม่กำลังเสียใจที่สุดเพราะคุณแม่ไม่เคยทำร้ายเธอ เธออยากให้คุณแม่ทำอะไรบางอย่าง “คุณแม่คะ หนูก็ไม่อยากทำให้คุณแม่ต้องเดือดร้อน แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะคะ ในเมื่อหนูรักฮ่าวหยู หนูไม่สามารถรักใครได้อีก ยิ่งเวลาที่หนูเห็นเขาเดินอยู่กับฉินซูอี้ หนูยิ่งทนไม่ได้ คุณแม่รู้ไหมคะว่าหนูเสียใจมากขนาดไหน บางครั้งหนูยังคิดว่าหนูไม่อยากอยู่บนโลกใบนี้อีกแล้วด้วยซ้ำ”
คุณนายเหลียงมองลูกสาวอย่างใก่อนที่จะเดินเข้าไปกอด “หนูอย่าทำอะไรบ้าๆ นะลูก แม่มีหนูแค่คนเดียว ถ้าหนูเป็อะไรไป แม่ก็จะไม่มีชีวิตอยู่เหมือนกัน”
“คุณแม่” เหลียงซินซินกอดคุณนายเหลียง “คุณแม่ช่วยหนูได้ไหมคะ หนูสัญญาว่าครั้งนี้จะเป็ครั้งสุดท้าย ถ้าคุณแม่ทำให้หนูกับฮ่าวหยูได้แต่งงานกัน ต่อจากนี้หนูจะทำตามคำพูดของคุณแม่ทุกอย่าง แล้วหนูก็จะไม่ขออะไรจากคุณแม่อีกเลยค่ะ”
“ซินซิน แม่ถามหนูจริงๆ เถอะนะ ทำไมหนูถึงยึดติดกับผู้ชายคนนี้นัก”
“หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ รู้แค่ว่าหนูรักเขาั้แ่ครั้งแรกที่เจอกัน” เหลียงซินซินกอดคุณนายเหลียงแน่นขึ้น “คุณแม่ช่วยหนูทีนะคะ”
คุณนายเหลียงจับไหล่แล้วดันตัวลูกสาวออก เธอตัดสินใจว่าจะช่วยลูกสาวเป็ครั้งสุดท้าย แต่ถ้าครั้งนี้เซี่ยฮ่าวหยูยังไม่หันมามองลูกสาวของเธอ เธอคงต้องส่งลูกสาวไปอยู่ที่ต่างประเทศ “หนูจะให้แม่ช่วยยังไง”
“ทำเหมือนตอนที่คุณพ่อยอมแต่งงานกับคุณแม่ได้ไหมคะ” เหลียงซินซินอธิบายต่ออย่างไม่ลังเล “หนูรู้ว่าที่คุณพ่อยอมแต่งงานกับคุณแม่เพราะตอนนั้นคุณแม่กำลังท้องหนูอยู่”
“หนูไปได้ยินเื่นี้มาจากไหน?” คุณนายเหลียงถามเพราะไม่คิดว่าลูกสาวจะรู้เื่ราวในอดีตของตัวเอง
“หนูบังเอิญได้ยินคุณครูแอนนากับผู้กำกับซ่งคุยกันน่ะค่ะ ความจริงแล้วคู่หมั้นของคุณพ่อคือครูแอนนา แต่เพราะคุณแม่ท้อง คุณพ่อกับครูแอนนาถึงต้องเลิกกัน ส่วนเื่ที่คุณครูแอนนาติดค้างคุณแม่ก็เพราะคุณครูแอนนาเคยทำให้คุณแม่เกือบแท้งหนูใช่ไหมคะ”
“เื่ที่ลูกรู้มีแค่นี้เหรอ” คุณนายเหลียงขมวดคิ้วถาม
“หนูได้ยินมาแค่นี้เองค่ะ หรือว่ามีเื่อื่นที่หนูยังไม่รู้อีกคะ”
คุณนายเหลียงแอบถอนหายใจโล่ง “ไม่มีอะไรแล้วล่ะจ้ะ ความสัมพันธ์ของเราสามคนเป็อย่างที่หนูได้ยินมาจริงๆ แต่ตอนนี้ทุกคนต่างก็มีชีวิตเป็ของตัวเองแล้ว ตอนที่หนูได้รับเลือกให้เข้าไปเรียนในคลาสของคุณแอนนา ตอนนั้นเธอกับแม่ก็ไม่นับว่าติดค้างกันอีกแล้ว ต่อไปนี้ถ้าไม่จำเป็หนูก็ไม่ต้องติดต่อกับคุณแอนนาอีกนะลูก”
“ทำไมล่ะคะแม่”
“ทุกครั้งที่ได้ยินชื่อคุณแอนนา แม่ก็จะนึกถึงคุณพ่อ เพราะมันจะย้ำให้แม่รู้ว่าคุณพ่อไม่เคยมีใจให้แม่เลย” คุณนายเหลียงไม่ได้บอกความจริงที่เก็บซ่อนเอาไว้ เพราะถ้าลูกสาวยังติดต่อกับแอนนา ความลับเื่การเสียชีวิตของสามีก็อาจจะถูกเปิดเผย
“หนูไม่ติดต่อกับคุณครูแอนนาก็ได้ค่ะ แล้วเื่ของฮ่าวหยูล่ะคะ”
“แม่จะช่วยลูกก็แล้วกัน แต่แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะ ถ้าแผนการไม่สำเร็จ ลูกต้องตัดใจจากผู้ชายคนนั้น”
“ขอบคุณนะคะคุณแม่ หนูรักคุณแม่ที่สุดเลยค่ะ”
ละครเื่แรกที่เซี่ยฮ่าวหยูรับแสดงนำประสบความสำเร็จเป็อย่างมาก เวลานี้เขากลายเป็พระเอกที่ใครๆ ต่างก็อยากร่วมงาน
“พี่ลี่ พี่นั่งยิ้มอะไรอยู่เหรอครับ” เซี่ยฮ่าวหยูเดินเข้าออฟฟิศมาก็เห็นเจียลี่ลี่นั่งยิ้มอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์คนเดียว
“พวกนายจะทำให้บริษัทของเรารวยใหญ่แล้วน่ะสิ” เจียลี่ลี่ยิ้มให้เซี่ยฮ่าวหยูกับจ้าวจิ่นเทา “มีละครติดต่อให้ฮ่าวหยูไปแสดงอยู่ห้าเื่ โฆษณาเดี่ยวสิบชิ้น แล้วก็โฆษณาคู่กับอี้อี้อีกสิบชิ้น”
“โอ้โห! เยอะขนาดนั้นเชียว น่าอิจฉาชะมัดเลย ว่าที่คุณพ่อลูกหนึ่งอย่างผมทำไมไม่มีงานเยอะๆ แบบนี้บ้าง น่าสงสารลูกที่กำลังจะเกิดมาจังเลย” จ้าวจิ่นเทาแกล้งตีหน้าเศร้า เขาไม่ได้เสียใจจริงๆ หรอก และเขาก็ไม่ได้อิจฉาเพื่อนรักของเขาด้วย
“ไม่ต้องน้อยใจไป ของนายก็มีละครติดต่อเข้ามาเหมือนกัน จะเป็บทคุณพ่อเสียส่วนใหญ่ ฉันก็เลยต้องพิจารณามากหน่อย” เจียลี่ลี่ยิ้มให้จ้าวจิ่นเทา “ศักยภาพของนายยังเล่นเป็พระเอกได้ ถ้าฉันรับแต่บทคุณพ่อให้นาย ต่อไปนายก็จะได้เล่นแต่บทนี้”
“ก็ไม่เห็นเป็ไรเลยนี่ครับ ยังไงก็ถือว่าผมยังมีงานอยู่ดี”
“จะไม่เป็ไรได้ไง นายอายุแค่นี้แต่ต้องรับแต่บทคุณพ่อ บทคุณพ่อวัยใส บทคุณพ่อยังหนุ่ม โอ๊ย! แค่คิดฉันก็ปวดหัวแทนแล้ว เชื่อฉันเถอะน่า ฉันจะต้องทำให้นายรับบทพระเอกต่อไปอีกหลายๆ ปี” เจียลี่ลี่บอกก่อนจะพูดเื่อื่น “ของนายก็มีงานโฆษณาติดต่อมาเหมือนกันนะ ่นี้จะเป็โฆษณาผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับทารก นายอยากรับไหม บางบริษัทอยากให้ซูเม่ยมาถ่ายด้วย เป็แนวครอบครัวน่ะ”
“งานอะไรผมก็รับหมดล่ะครับ พี่ตัดสินใจได้เลย ส่วนงานที่ต้องถ่ายกับซูเม่ย ขอผมกลับไปปรึกษากับเธอก่อน”
“ตกลงตามนี้ ว่าแต่ทำไมวันนี้พวกนายเข้าบริษัทมาพร้อมกันล่ะ” เจียลี่ลี่ถามพร้อมกับตอบอีเมล์ไปด้วย
“ผมกับจิ่นเทาอยากย้ายบ้านครับ ว่าจะซื้อวิลล่าหลังเล็กสักหลังก็เลยอยากมาปรึกษาพี่ดู พวกเราไม่มีความรู้เื่นี้เท่าไหร่น่ะครับ” เซี่ยฮ่าวหยูบอก
“พวกนายมาปรึกษาถูกคนแล้ว” เจียลี่ลี่ยิ้ม “ครอบครัวฉันทำธุรกิจอสังหา และถ้าจะให้แนะนำฉันขอแนะนำวิลล่าเดียวกับฉันและอี้อี้ มีบ้านหลังเล็กสามหลังที่ยังไม่ได้ปล่อยขาย บ้านทั้งสามหลังมีรั้วบ้านติดกัน รับรองว่าชาตินี้พวกนายแยกกันไม่ออกแล้ว”
“ผมกับจิ่นเทาซื้อคนละหลังก็พอแล้วครับ” เซี่ยฮ่าวหยูบอก
“ได้ยังไง ต่อไปนายต้องแต่งงานมีครอบครัว มีบ้านของตัวเองไว้หนึ่งหลัง อีกหนึ่งหลังก็ซื้อไว้ให้จูดี้สิ ถึงไม่ได้อยู่บ้านหลังเดียวกัน แต่รั้วบ้านติดกันก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรมั้ง” เจียลี่ลี่บอกก่อนจะหันไปพูดกับจ้าวจิ่นเทา “ถึงจะบอกว่าเป็บ้านหลังเล็ก แต่มันก็ไม่ได้เล็กอย่างที่พวกนายคิดนะ เป็บ้านขนาดห้าห้องนอนเลยทีเดียว นายสามารถพาพ่อกับแม่ย้ายมาอยู่ด้วยกันได้ ตอนซูเม่ยคลอดจะได้มีคนช่วยเลี้ยงเ้าตัวเล็กด้วยไง”
“บ้านขนาดห้าห้องนอนพี่ยังเรียกว่าเล็กอีกเหรอครับ” จ้าวจิ่นเทาถามอย่างใ ในความคิดของเขา มันเป็บ้านที่หลังใหญ่โตมากทีเดียว
“ก็โครงการนั้นส่วนใหญ่มีแต่คฤหาสน์ บ้านหลังเล็กที่สร้างไว้ขายก็เพราะอยากทดลองตลาดเผื่อว่าจะมีคนสนใจ บ้านทั้งสามหลังยังไม่ประกาศขาย แต่ถ้าพวกนายสนใจฉันจะไปติดต่อเ้าของโครงการให้ เชื่อฉันเถอะ โครงการนี้เป็โครงการที่ดี คนอยู่อาศัยก็เป็มิตร โดยเฉพาะฮ่าวหยู ฉันแนะนำให้นายตัดสินใจซื้อไว้เลย ตอนนายไปขอแต่งงาน ครอบครัวของอี้อี้จะได้ไม่ปฏิเสธและไม่มีข้ออ้างว่าลูกสาวต้องไปอยู่ไกลหูไกลตา พวกนายจะได้แต่งงานกันเร็วๆ”
พูดถึงเื่แต่งงาน เซี่ยฮ่าวหยูก็สนใจขึ้นมาทันที “แล้วเราจะเข้าไปดูบ้านได้เมื่อไหร่ครับ”
เจียลี่ลี่โทรศัพท์ขึ้นมาโทร “วันนี้ได้เลย เดี๋ยวฉันพาไป”