ตกค่ำของวันนั้น บนโต๊ะอาหาร คุณกำธรนั่งอยู่หัวโต๊ะโดยมีภรรยาคู่ชีวิตนั่งอยู่ฝั่งซ้าย และมีว่าที่อนุภรรยานั่งอยู่ฝั่งขวาบนโต๊ะไม้มะค่า ซึ่งมีกระจกใสทาบ้า มีจานอาหารวางเรียงกันหลายอย่างซึ่งชายสูงวัยสั่งตรงมาจากภัตตาคารจีน ถือเป็การเลี้ยงต้อนรับ...ว่าที่เมีย
ข้อตกลงของชายแก่กับสาวคราวหลาน ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ดังนั้นทุกคนในที่นี้จึงเข้าใจพ้องกันว่า ชมพูรักคงจะตกเป็ของคุณกำธรแล้ว
คุณนงพะงานั้นฝืนทานอาหารอย่างยากลำบากตักใส่ปากไม่กี่คำก็รวบช้อน และปลีกตัวเข้าห้องเธอคงไม่อาจทนรับสภาพความเป็จริงที่เริ่มเปลี่ยนแปลงได้
ชมพูรักเองก็แทบกินไม่ลงแต่ก็ต้องฝืน เพื่อไม่ให้ร่างกายทรุด...แม้ใจจะเจ็บหนักหนาสาหัสจนไม่พร้อมที่จะไปฝึกงานเป็วันที่สอง
ชายแก่พยายามเอาอกเอาใจทั้งวาจาและท่าทาง จนแม่แจ่มที่ยืนคอยรับใช้ยังอดรนทนไม่ได้จึงหาทางเลี่ยงจากห้องรับประทานอาหาร และแอบกระซิบให้ฤดีคอยดูพฤติกรรมของสองคนแล้วเก็บไปเล่าสู่กันฟัง
“เป็ยังไงอาหารอร่อยไหม ทำไมกินอย่างกับแมวดม”
คุณกำธรคงจะเห่อ‘ของใหม่’ วันนี้จึงไม่ออกไปไหนคอยพะเน้าพะนอหญิงสาวประหนึ่งว่าหล่อนคือเพชรเจียระไนเลอค่า
แต่ความคิดของหล่อนตัวตนตอนนี้คงเป็แค่พลอยหุง มีรอยตำหนิ แสงนั้นหม่นมัว ถึงแม้จะยังไม่สึกหรอก็ตาม
ในจานข้าวเต็มไปด้วยอาหารหลายชนิดที่ผู้สูงวัยตักใส่ แต่มันก็ทานไม่ลง หล่อนจึงรวบช้อนแล้วหยิบแก้วน้ำขึ้นจิบ
“ฉันอิ่มแล้ว ขอตัวนะคะ”
ชมพูรักลุกขึ้นกระเถิบเก้าอี้ด้านหลัง แต่คุณกำธรก็คว้าข้อมือนั้นไว้ ส่งสายตาดุอย่างไม่พอใจแล้วดึงให้หล่อนนั่งลง
“อะไรกัน ฉันยังไม่ทันอิ่ม เธอก็นั่งอยู่เป็เพื่อนฉันก่อนสิ” เขาพูดทิ้งท้ายแล้วใช้หางตามองกำราบ จนหล่อนต้องฝืนนั่งลง
ชมพูรักอยากให้ทุกนาทีมันผ่านเป็โมงยามโดยไวอยากให้เข็มนาฬิกาที่หมุนวนเร่งเวลาจากวันเป็เดือนเป็ปีผ่านความทรมานนี้ไป...ครั้นนึกกลับกัน ก็อยากจะถ่วงรั้งเวลาให้หยุดเดินเสียด้วยซ้ำถ้าหากว่าเวลามันจะต้องเดินทางไปสู่อนาคต แล้วถึงเวลานั้นหล่อนเรียนจบมหาวิทยาลัยชายแก่ผู้นี้ก็คงจะทวงคำสัญญา
แล้วหล่อนจะมีปัญญาที่ไหนหาเงินมาใช้หนี้ชีวิต!
ยังดีที่คนในบ้านมีเพียงเท่านี้ความกดดันจึงคลายลงบ้าง...แต่ความคิดนั้นกลับผิดมหันต์ เมื่อหล่อนยังไม่รู้ทั้งหมดว่าใครคือหลานชายของคุณนงพะงา
หล่อนลืมข้อนั้นไปเสียสนิทใจจะมีก็เพียงภาพของกงจักรแวบเข้ามาอยู่บ้าง ความรู้สึกส่วนดีที่คิดว่าอาจจะ ‘เปิด’ หัวใจ บัดนี้กลายเป็ต้อง ‘ปิด’ และคงตั้งกลไกให้มันซับซ้อนเข้าไว้เพราะมันคงเจ็บช้ำเป็แน่แท้
คุณนงพะงาหายไปเกือบครึ่งชั่วโมงชมพูรักนึกอยากไปสนทนาด้วย แต่ก็คิดว่าหญิงสูงวัยผู้นั้น อาจอยากอยู่ลำพังเหมือนอย่างที่หล่อนก็เป็ ส่วนป้าแจ่มซึ่งปลีกตัวไปหลังจากนั้นไม่กี่นาทีหล่อนคาดเดาไม่ถูกว่าไปไหน ตัวหล่อนเองอยากจะกลับเข้าห้องนอน ก็ติดที่ชายแก่ผู้นี้ยังคงรั้งตัว
แล้วก็แทบโล่งใจเมื่อคุณกำธรเอ่ยขึ้น “เดี๋ยวฉันจะออกไปข้างนอกเธอก็อยู่แต่ในห้องของตัวเองล่ะ อย่าได้เที่ยวเดินเพ่นพ่านไปไหนกับพวกที่ชอบพูดก่อนคิด ก็อย่าริไปเสวนากับมัน”ท้ายประโยคเขามองไปยังฤดี ที่ยืนก้มหน้างุดคอยอยู่รับใช้
ชมพูรักรีบลุกขึ้นอีกครั้งตั้งท่าจะเดินหนีเป็จังหวะเดียวกับที่เสียงรถยนต์ของใครคนหนึ่งปราดเข้ามาจอดหน้าบ้านและคงเหยียบเบรกจนตัวโก่ง เหมือนขับมาด้วยความเร็ว เพราะเสียงที่ได้ยินค่อนข้างดัง
ป้าแจ่มที่อยู่หลังบ้านรีบเสนอหน้ามายืนข้างฤดี เพื่อจะมาดูผลงานของตน หลังจากโทรศัพท์รายงานกงจักร
‘คุณจักรคะ รีบกลับมาที่บ้านด่วนค่ะวันนี้คุณท่านพาอีหนูคนใหม่เข้ามาอยู่ที่บ้านอีกแล้ว’ ยังไม่ทันที่คนรายงานจะพูดจบด้วยซ้ำกงจักรก็รีบบึ่งรถออกจากโรงแรมทันที
ทุกความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวกับคุณตาของเขาถูกกงจักรไหว้วานให้ป้าแจ่มช่วยเป็หูเป็ตาให้บ้าง โดยเฉพาะกับเื่ผู้หญิงแล้วพอเขารับรู้ข้อมูลใหม่ ยังไม่ทันรู้ด้วยซ้ำว่าเื่ราวเป็อย่างไรใจเขาก็เร็วยิ่งกว่ารถด่วน
ทั้งหมดหันไปมองต้นเสียงของรถยนต์ที่ดังขึ้นจากหน้าบ้านคุณกำธรซึ่งนั่งอยู่มองหลานชายผู้มาเยือนอย่างไม่สะทกสะท้านส่วนชมพูรักนั้นตกตะลึงพรึงเพริด จนสตินั้นลอยล่องเมื่อเห็นถนัดตาของผู้ชายร่างสูงโปร่ง ที่เดินผ่านกรอบประตูกว้างเข้ามาด้วยสายตาของเสือร้ายที่พร้อมจะทำลายเหยื่อของมัน
แม้ในวินาทีหนึ่งนั้นหญิงสาวจะเห็นเขาชะงักปลายเท้าและคล้ายตัวกระตุก อารามคงใไม่น้อยที่เห็นหน้าหล่อนเช่นกัน
............................................................