คุณคิดว่า ข้าวผัดเกิดจากอะไร
แน่นอน ข้าวกับน้ำมัน อย่างอื่นก็เป็ส่วนเสริม
แต่แล้วถ้าเกิดเราคิดต่างบ้างล่ะ ตามชื่อเื่เลย
ในสมัยก่อน ยุคมืดของยุคกลาง ได้มีนักคณิตศาสตร์ท่านหนึ่งนามว่า ฮิปาไปรัส ท่านนับถือเทพเ้าแห่งท้องทะเล นามว่า ฮ่าฮ่า
เทพองค์นี้ชื่นชอบอาหารทะเลอย่างมาก โดยเฉพาะ ปลา
ฮิปาไปรัส จึงมีหน้าที่ไปหาปลามาบูชาเทพเ้าด้วยการแล่เนื้อสดวางไว้ที่แท่นบูชา เวลาผ่านไปนานหลายเดือน เขาเริ่มคิดหาวิธีที่ไม่ต้องออกไปหาปลาตามท้องทะเล โดยเขาเริ่มคิดว่า "มีทางไหนบ้างที่จะได้ปลามาเยอะๆ โดยไม่ต้องลงแรงมาก" เขาเริ่มวิธีแรก คือล่องไปกลางมหาสมุทร แล้วหยิบโคตรแหโคตรอวนออกมา จากนั้นก็หว่านลงกลางมหาสมุทร ผลลัพธ์ที่ได้คือ เขาก็ไปกับแหกับอวนด้วย เนื่องจาก อวนและแหเป็คำติดกัน
วิธีที่สอง ในรุ่งเช้าเขาตื่นนอนและเดินออกมาหน้าบ้านเขาหันไปทางขวา เขาเห็นหนทางของเขาในการได้ปลามาอย่างมหาศาล นั่นคือ ราวตากปลา นั่นเอง เขาเดินไปหยิบปลาทีละตัวๆจากราวนั้น โดยเมื่อเ้าของราวตากปลา มาถามว่าปลาหายไปไหน เขาตอบทันทีว่า "3 ศอก 4 คืบ" เขาทำแบบนี้ไปเรื่อยๆจนกระทั่งวันหนึ่ง เ้าของราวมาเห็นเขากำลังหยิบปลา การวิ่งระดับไตรกีฬาจึงบังเกิดขึ้น จากวิธีนี้ ทำให้ นักคณิตศาสตร์ ได้คิดสูตรในการจับปลาขึ้นคือ
F = (S x G)T
____________
W
โดยกำหนดค่าตัวแปรดังนี้
F = จำนวนปลาที่จับได้
S = ความเร็วในการจับ
G = แรงโน้มถ่วงโลก ให้มีค่า 6.5
T = เวลาที่ใช้ตลอดการจับ
W = น้ำหนักของคนจับ
วิธีสุดท้าย นักคณิตศาสตร์คนนี้ไม่เคยยอมแพ้ต่ออุปสรรคใดๆ ดังนั้นเขาจึงคิดหาทางต่อไป ในครั้งนี้ เขาได้สร้างราวตากปลาของตัวเอง โดยใช้เชือกขึงไปมาตามเพดานบ้าน ด้วยความที่เขากลัว การเกิดสมการแบบวิธีที่ 2 ต่อมาเขาได้ทำที่สำหรับผึ่งปลาในบ้าน เมื่อแล่เสร็จแล้ว เขาจะนำเนื้อปลามาผึ่งไว้ให้แสงแดดไม่ให้แมลงวันมาดอมดม และฤดูหนาวก็มาถึง พระอาทิตย์ตกดินด้วยความเร็ว 0.0000059 วินาที ทำให้ปลาที่ผึ่งไว้นั้นเริ่มเน่าเสีย เขาจึงต้องเริ่มหาทางให้เนื้อยังคงอยู่ได้โดยการแช่แข็งมันซะ เขาออกมาหน้าบ้าน เขาพึ่งสังเกตว่า เขาอยู่บนูเา และ ที่ตีนเขามีแอ่งน้ำอยู่ซึ่งตอนนี้น่าจะเป็น้ำแข็งแล้ว
เขาหอบเนื้อปลาที่แล่ ใส่กระสอบไป เขาเจาะแอ่งน้ำแข็งตรงนั้นให้เป็รูพอที่จะหย่อนกระสอบลงไปได้ จากนั้นเขานำเชือกมามัดปากกระสอบแล้วผูกปลายเชือกไว้กับต้นไม้เพื่อไม่ให้ กระสอบจมลงไป แล้วเขาก็กลับขึ้นไปนอนเอาแรง
เช้าถัดมา เขารีบลงไปดูว่าเชือกขาดรึยัง เมื่อไปถึงปรากฏว่า เชือกยังคงผูกติดอยู่กับต้นไม้ เขารีบดึงกระสอบขึ้นมาจากน้ำแล้วนำมาวางบนพื้นดินใกล้ๆแอ่ง แก้มัดเชือก แล้วเขาลองหยิบเนื้อปลาขึ้นมาดู พบว่า. . . . .
เย็นไปไหน ปิดได้แล้วแอร์อ่ะ เปลืองไฟ ล้อเล่นครับ
ปลานั้นยังสด และดูใหม่เหมือนพึ่งออกมาจากตู้เย็นในสมัยนี้ยังไงยังงั้น เขาลองกัดคำหนึ่ง
โอ้ววว นี่มันปลาโอชาชิน ชัดๆ
ว่าแล้ว เขาได้นำเนื้อปลาไปแจกจ่ายให้เพื่อนบ้านได้ลองชิมกัน เพื่อนบ้านถามเขาว่า นี่เรียกว่าอะไรรึ เขาจึงตอบอย่างมั่นใจ
"โอชาชิน ปลาดิบจากแอ่งน้ำ"
ต่อมากรรมวิธีนี้ได้ถูกนำมาใช้และพัฒนาไปเรื่อยๆ คำที่ใช้เรียกอาหารชนิดนี้ก็เช่นกัน มีการเรียกผิดเรียกถูกจนกลายเป็
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
ซาซิมิ!!!!!!!!!!!!!!!
.
.
.
.
.
.
.
.........................................................................