ทุกคู่ที่ขึ้นสู้ต้องมีการวางเดิมพันอยู่แล้วเหรินซวงอิ๋นให้เงินลูกน้องก้อนหนึ่ง ไปวางเดิมพันข้างตัวเองหัวหน้าหน่วยสองถึงจะไม่ค่อยพูดแต่เื่ให้ลงมือเขาไม่ช้า พอวางเดิมพันกลับมาพบว่าเ้านายก้าวขึ้นเวทีไปแล้ว พวกพยัคฆ์เร้นกายคนอื่นแอบปรึกษากันอยู่
“นายให้เราลงพนันตั้งหลายล้านแปลว่าต้องมั่นใจมาก หรือพวกเราไปลงด้วยดี” หัวหน้าหน่วยหนึ่งอยากได้เงินแต่ก็ยังสองจิตสองใจ
“คิดเหมือนกัน คนอื่นว่าไง”หัวหน้าหน่วยห้าถามอีกสอง หัวหน้าหน่วยสามเป็คนสบายๆ เขาบอกเพื่อน
“ลงไปแล้วสอง” ทุกคนใ
“สองแสนเลยเหรอวะ” นี่คือมั่นใจในเ้านายหรือตั้งใจจะประจบ
เ้าตัวหัวเราะ “ไอ้พวกบ้าสองหมื่น!!”
แต่สองหมื่นก็เพียงพอเพราะเดิมพันข้างผู้ท้าชิงหากชนะ จะได้สิบเท่าโอกาสได้เงินมันมีน้อยเงินรางวัลถึงได้สูงขนาดนี้ ใครอยากเสี่ยงก็เชิญ
ชายตัวเล็กหัวหน้าหน่วยสองบอก “ห้า”
“หา!!! ห้าหมื่นอะนะ”ชายตัวสูงหน่วยหนึ่งผู้ร้อนเงินใเสียงดัง ครึ่งแสนเลยนะเยอะอยู่ ๆ
“ใช้เงินมือเติบขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่คิดว่าตัวเองรวยนักรึไง” คนที่สั่งสอนนั่นคือหัวหน้าหน่วยห้าหน้าเข้มส่วนหน่วยสามยังไม่ทันได้บอกมันต้องอย่างนี้สิพี่น้องกัน เสียก็ต้องเสียด้วยกันหัวหน้าหน่วยสองก็เฉลยซะก่อน “สองพัน”
เอิ่ม...หัวหน้าหน่วยสามที่ดูเป็ผีพนันอยู่คนเดียวชักมือกลับทันทีเอาคำว่าพี่น้องเมื่อกี้คืนมา
บนเวทีไม่ได้รอให้พวกเขาคุยจบก่อนการต่อสู้เริ่มขึ้นแล้ว เสียงระฆังดังแก๊ง เหรินซวงอิ๋นทะยานข้ามหัวชายร่างั์อี๋นั่วยกมือคว้าได้แต่อากาศเซไปด้านหน้า ต้องใช้มือยันเสาต้นหนึ่งไว้มองหาผู้ท้าชิง พบว่านั่งยองๆ อยู่บนเสาด้านหลัง
“ไวดีนี่” อี๋นั่วกล่าวชมเวลาสู้ไม่เคยบ้าน้ำลาย แต่ว่าที่เขาพูดออกมาก็เพื่อชะลอการเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามเหรินซวงอิ๋นไม่ฟังเขาด้วยซ้ำ ดีดตัวแรงจากเสาเหล็กต้นนั้นแต่ไม่ได้พุ่งไปหาอี๋นั่วในทันที
“นี่มันอะไรกัน”
“เร็วเกินไปแล้ว”
“ยอดฝีมือคนใหม่หรือเปล่าไม่นะฉันลงเงินข้างอี๋นั่วไปเยอะด้วย”
“........”
พวกที่พูดก็พูด พวกที่อึ้งก็อึ้งพวกที่ตื่นเต้นกว่าใครคือลูกน้องทั้งสี่ และเ้าของเงินรางวัล ซีฮันถึงกับลืมเก๊กถามคู่หู“เจินเจินพวกเราเจอของดีเข้าให้แล้วใช่หรือไม่”
หลี่น่าเจินยังตกอยู่ในภวังค์พยักหน้าช้าๆ เธอสงสัยเหมือนกัน “เขาเป็ใครกันแน่”
ไม่มีใครตอบคำถามของเธอได้ว่าชายที่รูปลักษณ์เป็คุณชายบอบบางั้แ่หัวจรดเท้า จะร้ายกาจถึงเพียงนี้เหรินซวงอิ๋นเคลื่อนไหวรวดเร็วเขาใช้วิชาตัวเบาในชาติก่อนะโจากเสาต้นหนึ่งไปยังเสาอีกต้น วนรอบตัวคู่ต่อสู้
อี๋นั่วจับตัวเขาไม่ได้ยังพอว่าแต่นี่มองไม่ทันเลยต่างหาก รู้สึกเพียงลมเย็นที่วูบวาบ พาดผ่านไปมา ผู้ชมก็เช่นกันไม่เห็นกระทั่งว่าผู้ท้าชิงลงมือด้วยท่าไหน เขาเหมือนใบพัดของพัดลมเบอร์แรงสุดแม้แต่สียังดูไม่ออก
ระหว่างที่เหรินซวงอิ๋นหลอกล่อให้อี๋นั่วใจนยืนนิ่งได้แล้ว เขาก็ขยับวงล้อมให้แคบลงใกล้ถึงตัวอี๋นั่วโดยที่เ้าตัวไม่ทันระวังปลายนิ้วชี้กับนิ้วนางส่งปราณสายหนึ่งสกัดไปยังตำแหน่ง หลายจุดบนร่างใหญ่อี๋นั่วใมาก เพราะจุดที่ถูกสกัดแสนเ็ป เขาาเ็ภายในอยู่แล้วตอนนี้รู้สึกย่ำแย่เกินทน
เ้าั์แผดเสียงจะฮึดสู้แต่เสียงกระซิบของคู่ต่อสู้ทำให้เขาไม่กล้าขยับ
“อยู่นิ่งๆ ถ้าคุณไม่อยากช้ำในตาย”
เหรินซวงอิ๋นรักษาอาการของอีนั๋วต่อเขาเลิกเคลื่อนไหวรวดเร็วแล้วตอนนี้เขายืนอยู่ด้านหลังอี๋นั่วซัดฝ่ามือใส่แผ่นหลังใหญ่สีทองแดงกล้ามเนื้อใต้ิัยุบลง คล้ายถูกกดทับทั้งที่ฝ่ามือนั้นไม่ััถูกตัวด้วยซ้ำน่าเสียดายที่ผู้ชมมองไม่ชัดในจุดนี้ พวกเขาเห็นแค่อี๋นั่วถูกฝ่ามือเปล่าซัดเข้าให้ทั้งร่างใหญ่ก็เอนไปข้างหน้าเหมือนว่าต้านแรงไม่ไหว
“เ้านายเก่งปานนี้”หัวหน้าหน่วยหนึ่งอ้าปากค้าง “ไม่อยากจะเชื่อ”
ใช่พูดไปใครจะเชื่อเ้านายเป็แค่เด็กอายุแค่ยี่สิบสอง แถมรูปร่างก็บอบบางเ้าสำอางคิดว่าไม่อ่อนแอหรอกแต่ฝีมือขั้นนี้ เกินคาดหมายมากอดคิดไม่ได้ว่าถ้าพวกเขาทั้งหมดช่วยกัน สู้กับนายคนเดียว ใครจะชนะ
ไม่ต้องห่วงว่าคำถามนั้นจะไม่มีคำตอบตอนนี้มาดูการต่อสู้ตรงหน้าต่อดีกว่า อี๋นั่วทำอะไรไม่ได้เลยคว้าตรงไหนก็ได้แต่อากาศ
ชายตัวใหญ่คิดถึงคำขู่ก่อนหน้านี้ด้วยทำให้ไม่กล้าขยับตัวสู้ตาย กลัวจะได้ตายสมพรปากลำพังรูปร่างของผู้ท้าชิงเขาไม่กลัวเลยสักนิด ตัวก็แค่นั้น ถึงจะสูงหน่อยแต่แขนขาดูหักง่ายเหมือนกิ่งไม้แห้ง ทว่าแรงกับการเคลื่อนไหวที่อีกฝ่ายแสดงให้เห็นเตือนอี๋นั่วรู้ตัว
เหนือฟ้ายังมีฟ้า เขาแค่นักสู้เดนตายไหนเลยจะกล้ามั่นใจว่าไม่มีคนเก่งกว่าตน
เหรินซวงอิ๋นลงมือสกัดจุดห้ามเืภายในช่องท้องให้แล้วซัดฝ่ามือขับเืคั่งให้แล้ว รู้สึกเสียแรงไปพอสมควรไหนจะเหนื่อยจากการเคลื่อนไหวเมื่อครู่อีก
ตอนนี้จึงถอยไปยืนพิงเสาไม้ที่อยู่ห่างไปหน่อยถึงจะกำลังพักเหนื่อย ทว่าแม้แต่อาการหอบหายใจก็ไม่มีให้เห็นคุณชายแปลกหน้ายังคงสง่างาม ดุจหลานหลินหวาง*ที่ก้าวออกมาจากภาพวาดก็ไม่ปาน
อี๋นั่วยืนจ้องคู่ต่อสู้ด้วยความรู้สึกสับสนปนเป ร่างใหญ่ั์คล้ายจะโงนเงนเล็กน้อยใบหน้าเริ่มซีดผุดเหงื่อซึม รู้สึกปั่นป่วนไปหมด พะอืดพะอมด้วย
“ฮึก” เสียงอดกลั้นบางอย่างแต่ท้ายที่สุดก็ทนไม่ไหว
เ้าั์พ่นโลหิตคำโตออกมาสองคำอาบเสาไม้ต้นนั้น ที่เหลือกระเซ็นไปทั่วพื้นเวทีแต่หลังจากนั้นก็รู้สึกโล่งและดีขึ้นตามลำดับ มือหนึ่งค้ำเสาไว้ไม่ให้ล้มอีกมือปาดเืออกจากมุมปาก
ทั้งหลี่เจี๋ยเงียบสนิททุกสายตาจับจ้องเวทีด้วยความตื่นเต้น เหรินซวงอิ๋นถาม “จะสู้อีกมั้ย”อี๋นั่วกลืนของเหลวลงคอ รสขมคาวไม่ได้ทำให้ทรมานเท่าก่อนหน้านี้แม้แต่ั์ก็มีหัวใจ จะทำร้ายผู้มีพระคุณได้ยังไงกัน
“ฉันแพ้แล้ว”สามคำนั้นดังพอให้ทุกคนได้ยิน
“นี่มันอะไรกัน”
“แกล้งแพ้เหรอวะ”
“โกงกันชัด ๆ”
“ใช่ อี๋นั่วจะแพ้ได้ยังไง”
“โกงๆๆๆๆๆๆ”
ผู้ชมเห็นแค่ว่าทั้งสองคนยังไม่มีใครล้มแม้อี๋นั่วจะดูาเ็ แต่เขายังมีแรง แล้วจะยอมแพ้ได้ยังไง ไม่มีทางนอกจากจะฮั้วกัน
แต่อี๋นั่วไม่สนใจั์ใหญ่หันหลังลงจากเวที เหรินซวงอิ๋นกวาดสายตาไปรอบด้าน เงยหน้าขึ้นชั้นลอย
“ใครกังขาก็ให้เข้ามาลองดูได้”ว่าแล้วก็ขยับคอไล่อาการปวดเมื่อย
ยังไม่ทันประกาศผู้ชนะก็มีคนไม่พอใจอยากลองของ “มาสู้กันหน่อยเป็ไง”
“คุณชายหง”หนึ่งในผู้ชมเรียกชื่อชายคนนั้น เหรินซวงอิ๋นมองขึ้นไปตามเสียงพบว่าในห้องที่มีกระจกกั้นตรงกลาง มีคนหน้าคุ้นอยู่ เคยเจอตอนงานแต่งแม้ไม่ได้พูดคุย เขาก็จดจำได้ เพราะเป็คนมีความจำดีมากมาั้แ่เด็ก
“คุณชายหงเหมินนั่นเอง ผมว่าอย่าดีกว่าถ้าผมเผลอลงมือหนักไป ตระกูลหงจะให้ผมทำลูกชายใช้คืน บอกตามตรงว่าผมไม่มีปัญญา”เขาจงใจยั่วยุ ให้คนอื่นหัวเราะ
หงเหมินแทบจะพุ่งลงมาจากชั้นลอยจัดการคนปากดีแต่ทำไม่ได้เพราะไม่มีวิชาอะไรติดตัว คุณชายหงชี้หน้า
“รออยู่ตรงนั้น วันนี้วันตายของแก”
ตอนแรกหงเหมินแค่อยากหยั๋งเชิงเขารู้สึกว่าอีกฝ่ายน่าสนใจดี เอามาเป็ลูกน้องได้ก็ไม่เลว แต่พอได้เจอฝีปากแถมยังกล้าทำให้เขาเป็ตัวตลก เห็นทีจะอยู่ร่วมโลกไม่ได้ถ้าไม่สั่งสอนให้คนอื่นเห็นว่าหงเหมินไม่ใช่คนที่ใครก็จะมาเล่นหัวได้เกรงว่าบนเกาะยูจินจะมีคนไม่ประมาณตนเพิ่มอีกมาก
ด้านพวกพยัคฆ์เร้นกายรีบเข้าไปหาเ้านายของตน“นายครับ” ข้างเวทีมีคนของตนยืนเรียกอยู่ เหรินซวงอิ๋นเดินไปหาแต่ไม่ลงจากเวทีเขาบอกลูกน้อง
“รอก่อน”
ทั้งสี่คนมองหน้ากันไปมาชายตัวสูงร้อนใจ “นายครับนั่นคุณชายหง ผมว่าเราอย่ามีเื่ดีกว่า”
ฝ่ายเ้านายยังใจเย็น “มีอะไรให้กลัว”
“ไม่ได้กลัวนายสู้เขาไม่ได้แต่ว่าตระกูลหง”
“พวกคุณลืมไปแล้วรึไง ผมเป็คนของใครต่อให้ชมเขาดี ๆ เขาก็ไม่ดีด้วยหรอก สู้ ๆ ให้จบ ๆ จะได้รู้ฝีมือด้วย”
ไม่พูดก็เกือบลืมไปนายของพวกเขาไม่ใช่แค่คุณชายเหริน แต่เป็คุณนายเล็กจ้าวเชียวนะตระกูลจ้าวกับตระกูลหงเป็คู่แข่งคู่แค้นกันมาตลอด ที่นายพูดมาก็ถูกต่อให้พูดดีด้วยอนาคตก็ต้องเข่นฆ่าอยู่ดี คิดได้ก็รู้สึกว่าสมเหตุสมผล
หงเหมินเืร้อนได้ครึ่งทางก็ได้คำพูดลูกน้องเตือนสติ ว่าให้ระวังตัวด้วย ถ้าอี๋นั่วไม่แพ้เพราะล้มมวยก็ต้องเพราะผู้ท้าชิงมีฝีมือ
“ให้ผมสู้แทนเถอะครับ”คนสนิทกลัวคุณชายาเ็ แล้วจะโดนประมุขตัดหัว อี๋นั่วจะแพ้เพราะอะไรก็ไม่สำคัญยังไงการขึ้นสู้มันก็เสี่ยงอยู่ดี
“อีกอย่างเรายังไม่รู้เลยว่าคนปริศนานั้นเป็ใครป้องกันเื่ที่ไม่คาดคิดนะครับ”
คุณชายเริ่มหงลังเล
“เชื่อผมนะครับคุณชาย ให้ผมสู้แทน”
“ก็ได้ ห้ามมึงแพ้เด็ดขาด”
“ผมจะพยายามครับ”
มือขวาของคุณชายใหญ่หงจะฝีมืออ่อนด้อยได้ยังไงชายคนนี้ตัวสูงรูปร่างกำยำพอกันกับคังข่าย แต่ท่าที มีเล่ห์เหลี่ยมมากกว่า
เหรินซวงอิ๋นมองคุณชายหง“กลัวแล้วเหรอครับคุณชาย”
“เอาชนะลูกน้องฉันให้ได้ ค่อยมาปากดี”
อี๋นั่วมองคุณชายหงที่ยืนโกรธจนหน้าเขียวมองไปทางคนยั่วยุ ผู้มีพระคุณของตน
คิดแค่ว่าคนนี้เป็ใครกัน ทำไมต้องช่วยเขาด้วยการต่อสู้เมื่อครู่มันเป็การช่วยเหลือ ถึงเขาจะถูกคนอื่นสงสัยว่าล้มมวยแต่ก็ไม่รู้สึกแย่เท่าไหร่ อาการาเ็นี้เรื้อรังมานานตอนนี้รู้สึกหายใจโล่งขึ้น ที่เจ็บเล็กเจ็บน้อยก็หายไปอย่างประหลาดด้วย
ถึงเสียดายที่ตำแหน่งอันดับสองรักษาไว้ไม่ได้แต่ในความเสียดายก็มีความโล่งอกปนอยู่
บนเวทีมือขวาของคุณชายหงก้าวขึ้นมาแล้วเหรินซวงอิ๋นยืนพิงเสาต้นหนึ่ง ขยับตัวยืนตรงเหมือนเกียจคร้านคู่แข่งไม่ได้ชะล่าใจ ด้วยเห็นฝีมือเมื่อครู่แล้ว รู้สึกว่าไม่ธรรมดา
ทั้งสองก้าวมาประจันหน้าจบเสียงระฆังเหรินซวงอิ๋นก็ะโสูงฟาดขาขวาใส่ก้านคอคู่ต่อสู้มือขวาคนนั้นไม่คิดว่าการจู่โจมจะรวดเร็วถึงเพียงนี้ เขาคิดจะหลบก็หลบไม่พ้น
แรงหนักเหมือนลูกเหล็กที่แบกรับทำให้เขาทรุดลงกับพื้นทันที ยังพอมีสติแต่พยายามยันพื้นก็ลุกขึ้นไม่ได้ร่างกายซีกซ้ายชาไร้ความรู้สึก มีแค่มือกับเท้าข้างขวาขยับทุลักทุเล
ผู้ชมชะงักไปสักพักจะโห่ร้องก็ไม่กล้าหักหน้าตระกูลหงไม่ได้ บางคนไชโยในใจเงียบ ๆ ได้ทุนคืนแล้วโว้ย
ทางผู้จัดหางานทั้งสองสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก งานที่จะติดต่อให้ไปทำคนจ้างคือคุณนายหงแต่คนพวกนี้มีเื่กับคุณชายหง
"ยังไงดี" นายหน้าชายถาม
นักเลงสาวตอบ "แม่ส่วนแม่ลูกส่วนลูก เรามีหน้าที่หาคนให้แล้ว เื่อื่นช่างแม่ง"
หันไปอีกทีการต่อสู้จบลงแล้ว เกิดอะไรขึ้นดูไม่ทัน ใครก็ได้ย้อนภาพให้ที
“ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวก็ดีขึ้น”เหรินซวงอิ๋นบอกคู่ต่อสู้ แล้วก้าวลงเวที
เขาสู้ไปสองรอบเสื้อผ้าไม่มีรอยยับเลยสักรอย ท่าทางสบายเหมือนขึ้นไปเดินแฟชั่นโชว์หน้ากากไม้บนหน้าก็ยังอยู่เหมือนเดิม
คู่ต่อสู้ทั้งสองคน คนแรกเป็ถึงอันดับสองของเวทีแต่กระอักเืต้องยกธงขาว อีกคนคือมือขวาของคุณชายตระกูลใหญ่ ยังไม่ทันได้ออกท่าก็แทบสลบคาเวที ไม่รู้ว่าใครขมขื่นกว่ากัน
หงเหมินรู้สึกไม่พอใจแต่ไม่กล้าปากดีมือขวายังนอนเป็ผัก ตนจะเอาอะไรไปสู้ ทำได้แค่ช่วยกันมองเหรินซวงอิ๋น ที่เดินผ่านหน้าไปอย่างจะกินเืกินเนื้อเท่านั้น
เหรินซวงอิ๋นไม่แม้แต่จะชายตากลับก้าวผ่านคุณชายหงไปราวกับไม่มีตัวตนพวกลูกน้องของตระกูลหงรีบขึ้นไปหามลูกพี่ลงมาตามคำสั่งคุณชายหงเหมินกลับทันทีไม่รอดูหน้าใครทั้งนั้นคืนนี้เสียพนันไปเยอะยังไม่เจ็บใจเท่าขายขี้หน้า
ขบวนของคุณชายหงมีลูกน้องสองคนหิ้วปีกมือขวาที่เจ็บหนักรั้งท้ายใครต่อใครที่เคยไม่พอใจตระกูลหงถึงกับหัวเราะอารมณ์ดีตามหลัง
“มือขวาแน่เหรอ ฝีมือไม่เท่าไหร่เลยนะ”
“อย่าเสียงดังไป ตระกูลหงเชียวนะไม่กลัวรึไง”
“ถ้าตระกูลมีผู้สืบทอดเช่นนี้ต่อไปคงไม่น่ากลัวเท่าไหร่แล้ว ทุกวันนี้ก็รู้ ๆ กันอยู่บารมีของตระกูลนี้มาจากใคร ลำพังคุณชายหงลูกแหง่นั่นเหรอ จะทำอะไรได้ดูเมื่อกี้สิ”
เสียงนินทาจี้ใจดำคุณชายหงอย่างแรงเขาโกรธจนต้องกำมือให้แน่นเข้าไว้ ไม่งั้นคนอื่นจะเห็นว่ามันสั่นถ้าที่นี่ไม่มีกฏให้ฝากอาวุธไว้ก่อนถึงจะเข้ามาได้ ป่านนี้เขาคงยิงคนตายไปแล้ว
“ไปสืบมาว่ามันเป็ใคร”
“ครับคุณชาย”
รถตระกูลหงออกไปด้านเหรินซวงอิ๋นเดินนำพยัคฆ์เร้นกายออกมา พอรับปืนที่ฝากไว้เสร็จก็เห็นมู่ถังซินวิ่งตาม “คุณชายรอก่อนครับ รอก่อน”
“ผู้จัดการมู่ มีอะไรครับ อ้อ..จริงสิผมยังไม่ได้เงินเลย รบกวนคุณช่วยไปทวงที่ผู้หญิงคนนั้นให้ทีส่วนเงินที่ชนะเดิมพันขอเงินสดแบงค์เก่าทั้งหมด พรุ่งนี้ผมจะให้คนมาเอา”
“ครับ ๆ ได้ครับแต่ว่าหลี่เจี๋ยของเราถ้าได้ขึ้นประลองก็นับว่าได้อันดับยิ่งคุณเอาชนะอันดับสองของเราได้ คือคุณซูไฉหนิงเ้าของที่นี่ ให้ผมมาถามว่าคุณสนใจมาเป็นักสู้ของเราหรือเปล่า”
มู่ถังซินบวกลบคูณหารแล้วถ้าได้คุณชายตัวหอมมาสู้ให้สักครั้งสองครั้งก็ยังดี การเดิมพันคงคึกคักขึ้นเพราะคาดเดาผลไม่ได้ ในใจวางแผนให้เหรินซวงอิ๋นสู้กับเข่อซิงนักสู้อันดับหนึ่งของที่นี่ไปเลย
“ต้องขอบคุณที่หลี่เจี๋ยให้เกียรติผมฝากผู้จัดการมู่ไปบอกคุณซูด้วยว่า ถ้าว่างผมจะมาใหม่ ส่วนอันดับสองของที่นี่ผมคงรับไม่ไหว ลาก่อนครับ คืนนี้สนุกมาก”
ผู้จัดการจำต้องปล่อยเขาไปแต่ยังไงก็มีหวังว่าเขาจะมาอีกครั้ง
เหรินซวงอิ๋นกับลูกน้องเดินไปได้อีกนิดระหว่างที่หัวหน้าหน่วยสามและหน่วยสองกำลังนับเงินที่พนันชนะมาได้อย่างมีความสุขท่ามกลางสายตาอิจฉาของเพื่อนอีกสองคนที่งก ไม่กล้าแทงข้างเ้านายสองคนที่กลัวเสียก็เลยชวดเงินก้อนไปต่อหน้าต่อตา
“น่าจะลงให้เยอะกว่านี้”ชายตัวเล็กบ่นเสียดาย ลงห้าพันได้มาห้าหมื่นเองหัวหน้าหน่วยสามลงสองหมื่นได้คืนตั้งสองแสน
หัวหน้าหน่วยสามพูดยิ้ม ๆ“เรียกฉันว่าพี่ใหญ่แล้วจะเลี้ยงข้าว”
ทั้งสองคนที่เงินในกระเป๋าเท่าเดิมแทบจะร้องไห้ออกมางอแงในใจ นายครับพรุ่งนี้มาสู้ใหม่กันเถอะผมจะเอาเงินเก็บที่มีมาวางเดิมพันข้างนาย
เหรินซวงอิ๋นเดินนำเงียบ ๆไม่ได้หันไปคุยกับพวกเขาด้วย เพราะรอใครบางคนอยู่ ซึ่งไม่นานก็ปรากฏตัวตอนที่กำลังจะเดินถึงรถ
“คุณคะ หยุดก่อนพวกเรายังไม่ได้ให้เงินที่รับปากไว้เลย”
เหรินซวงอิ๋นหันกลับมาลูกน้องของเขาก็เลิกคุยเล่น วางท่าเงียบขรึมทันที “ผมรับแต่เงินสดหมายเลขธนบัตรไม่เรียงกัน พรุ่งนี้คุณเอามาฝากไว้ที่ผู้จัดการมู่ขอบคุณล่วงหน้าครับ”
“ได้ค่ะ แต่พวกเรามีเื่จะคุยกับคุณ ไม่ทราบว่ามีธุระต่อหรือเปล่า”หลี่น่าเจินเจรจาซีฮันเป็คนคอยเสริม
“ถ้าพวกคุณไม่รีบถัดไปอีกนิดเป็ร้านอาหาร พวกเราไปคุยกันที่นั่นเถอะครับ”
พวกลูกน้องรู้ทันทีว่าคือนายหน้าหางานก่อนมานายบอกว่ามาหางาน มิน่าถึงขึ้นเวทีแสดงฝีมือสายตาเลื่อมใสของทั้งสี่ปิดไม่มิด ต้องขอพูดรอบที่สิบว่า เลือกเ้านายไม่ผิดจริง ๆ
“คืนนี้น่าจะไม่ทันเอาไว้พรุ่งนี้ผมจะส่งลูกน้องมารับเงิน คุณมีอะไรก็คุยกับเขาเถอะ”ขณะบอกก็มองไปทางหัวหน้าหน่วยสาม ที่จะต้องเป็ตัวแทนของตนในวันพรุ่งนี้
สองนายหน้าจะปฏิเสธเพราะอยากคุยกับเขาโดยตรง แต่เหรินซวงอิ๋นดักทางไว้ทันที “ไม่ต้องห่วงครับคุยกับเขาก็เหมือนคุยกับผมนั่นแหละ”
หลี่น่าเจินและซีฮันรั้งต่อไม่ได้ก็ยอมรับยังดีกว่าโดนปฏิเสธนี่นา แบบนี้ยังมีหวังอยู่
“ถ้างั้นไม่รบกวนเวลาของคุณแล้ว”เธอหันมามองหัวหน้าหน่วยสาม “พรุ่งนี้เจอกันค่ะ”
อีกฝ่ายพยักหน้ารับ “ยินดีครับ”
คืนนี้หัวหน้าหน่วยสามเบิกบานเป็พิเศษเพราะเขารวย แถมมีสาวสวยมาขอนัดคุย ทำเอาเพื่อน ๆ หมั่นไส้ไปตาม ๆ กัน
คิดว่าหมดเื่แล้วแต่พอนายหน้าสองคนจากไป ใครอีกคนก็ก้าวออกจากเงามืด พอเห็นว่าเป็ใครลูกน้องทั้งสี่จับปืนตั้งรับทันที
เหรินซวงอิ๋นทำมือให้ทุกคนอย่าใ“เก็บปืน”
ไม่มีใครรู้ว่าตอนสู้กันนายของตนกลายเป็ผู้มีพระคุณของอี๋นั่วไปแล้วแต่ละคนคิดว่าเ้าั์จะมาเอาคืนนอกรอบมากกว่า
อี๋นั่วย่างสามขุมเข้ามายืนตรงต่อหน้าเหรินซวงอิ๋นแล้วค้อมตัวก้มหัว
“ขอบคุณคุณชายที่ช่วยเหลือคุณชาย้าให้ผมทำอะไรตอบแทน บอกมาได้”
พวกพยัคฆ์เร้นกายใมองกันไปมาแล้วก็มองเ้านาย พวกเขาตกข่าวอะไรไป หรือว่าไอ้ั์ล้มมวยจริงงั้นนายก็ไม่เก่งจริงสิ ไม่ถูกนายก้านคอมือขวาของคุณชายหงจนแทบสลบเลยนะ
เหรินซวงอิ๋นถาม“ทำไมคุณาเ็ขนาดนี้ล่ะ ตอนสู้ครั้งแรกผู้ชายคนนั้น ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคุณเลย”
อี๋นั่วยืดตัวยืนตรงตอบ“ผมเป็ที่สองของที่นี่ ทุกวันต้องสู้เพื่อรักษาตำแหน่งแต่ว่ามีคนไม่น้อยอยากให้ผมแพ้ เพื่อหวังเงินเดิมพัน บางทีก็โดนวางยาพิษมันสะสมมาเรื่อย ๆ ยิ่งผมฝืนออกแรงยิ่งาเ็ภายในอย่างห้ามไม่ได้แต่จะไม่สู้ก็ไม่ได้ งานนี้เงินดีที่สุด ที่คนอย่างผมจะหาได้”
ที่แท้ตอนสู้กันเ้านายช่วยรักษาอาการาเ็ให้หมอนี่เ้านายเก่งจริง เก่งสุด ๆ มิน่านายพูดว่าเป็อี๋นั่วไม่ง่าย
“งานที่เงินดีกว่านี้ก็มีคุณสนใจหรือเปล่าล่ะ”
“ผม..”
“ไม่ต้องตอบตอนนี้ เอาไว้คิดได้ก็โทรหาผมแล้วกัน”
เหรินซวงอิ๋นถามลูกน้อง “มีนามบัตรไหม”
นามบัตรอะไรกันคุณชายเห็นพวกผมติดต่อคนเยอะหรือไงเล่า “ไม่มีครับ”หัวหน้าหน่วยสามรีบแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เขาบอกอี๋นั่ว
“เดี๋ยวไปหาปากกากับกระดาษจดเบอร์ให้นะ”
“ได้” นายั์ตอบรับ
ความจริงแล้วเ้าั์กับพวกพยัคฆ์ทั้งสี่ไม่ใช่คนสุภาพแต่ประการใดแต่พออยู่กับเหรินซวงอิ๋นพวกเขากลายเป็คนมีสกุลรุนชาติขึ้นมาทันทีโดนเฉพาะพวกพยัคฆ์ที่ดูดีขึ้นั้แ่หัวจรดเท้า ตลอดจนท่าทีและคำพูดคำจาต้องบอกว่าสูงส่งกว่าเดิม ราวกับเพิ่งรู้ว่าตนมีเชื้อสายผู้ดีในตัว
ให้เบอร์ไปแล้วเหรินซวงอิ๋นยังให้ของบางอย่างกับอี๋นั่ว “นี่คือยาสมุนไพรใช้ถอนพิษสลายกล้ามเนื้อ พิษที่คุณได้รับผมขับออกมาได้แค่บางส่วนยานี้จะช่วยให้มันหมดจด”
“คุณชายผมรับของเปล่า ๆ ไม่ได้หรอกคุณชาย้าอะไรบอกมาเถอะ”
“โทรมา ถ้าคุณอยากเปลี่ยนงานอยู่ที่นี่ไม่ถึงสามปี แม้แต่ชื่อคุณก็ไม่เหลือ”
นักสู้ร่างั์รู้ดีแก่ใจว่ามันคือความจริงที่นี่โหดร้ายยังไงเขาพบเจอมาแล้วทั้งหมด ตอนนี้มีทางเลือกแล้ว ความลังเลรุนแรงแต่มีเื่ที่ห่วงอยู่ จึงยังรับปากไม่ได้ “ขอบคุณคุณชาย ผมจะไปคิดดูก่อน”
พยัคฆ์เร้นกายมองไปรอบ ๆจะมีใครโผล่มาอีกไหม? คืนนี้เ้านายเนื้อหอมจริงๆ
เวลาต่อมาอี๋นั่วมองตามรถของคุณชายผู้มีพระคุณจนลับตาแล้วก้มมองขวดยาในมือ เด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักวิ่งมาหาเขา
“พี่ชายได้ยินว่าพี่แพ้เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ”
“ออกมาทำไม ตอนนี้คนเยอะมันอันตราย”
“ลุงมู่ให้ผมมาตาม พี่าเ็อยู่ควรนอนพักผ่อน หรือจะให้หมอดูหน่อย”
เสียงเจื้อยแจ้วทำให้คนฟังผ่อนคลายลง ห่วงเดียวของเขาคือเด็กคนนี้คนในครอบครัวคนเดียวที่เหลืออยู่
เด็กคนนี้เกิดหลังเขาหลายปีตอนคลอดแม่ป่วยหนัก น้องออกมาแม่ก็จากไป ก่อนแม่ตายฝากให้ดูแลน้องให้ดีพ่อไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหนแล้ว เขาเลี้ยงน้องมาคนเดียวโดยตลอดอาชีพนักสู้เถื่อนก็เหมือนไก่ชน ชนะก็มีคนประคบประหงม แพ้ก็มีแต่คนจ้องจะต้มกินเขาแพ้ให้เข่อซิงครั้งเดียว ชีวิตก็เปลี่ยนไป เป็อย่างที่เห็น
“ขึ้นไปบนห้องพี่มีเื่จะคุยกับผู้จัดการมู่ หมอไม่ต้องหรอกพี่ไม่เป็ไรมาก”
“ก็ได้ พี่รีบขึ้นมาพักนะ”
“รู้แล้ว ๆ”
น้องชายเป็เด็กดี ตั้งใจเรียนถึงจะฉลาดแค่ไหน แต่เด็กก็ยังเป็เด็กวันยังค่ำ ไม่ทันความคิดพวกผู้ใหญ่โดยเฉพาะผู้ใหญ่อย่างมู่ถังซิน
ตอนแรกก็บอกจะช่วยเลี้ยงดูส่งเสียของน้องของเขาบอกว่าหลี่เจี๋ยอยู่แบบครอบครัวหึ..ครอบครัวแบบไหนที่จับคนในครอบครัวเป็ตัวประกัน
สถานการณ์บนรถตู้หัวหน้าหน่วยสามเป็คนขับ หน่วยห้านั่งหน้าข้างคนขับ เหรินซวงอิ๋นนั่งแถวสอง หน่วยหนึ่งกับหน่วยสองนั่งด้วยกันที่แถวสาม หลังสุดว่าง
เหรินซวงอิ๋นรู้สึกเพลียเพราะใช้ปราณขับพิษให้อี๋นั่วไปไม่น้อยกำลังนั่งเงียบเดินลมปราณ เพื่อฟื้นฟูเรี่ยวแรง เสียงลูกน้องด้านหลังก็ดังขึ้น
"นายครับทำไมต้องช่วยอี๋นั่วนายอยากให้เขาทำอะไรให้"
เหรินซวงอิ๋นตอบโดยที่ยังเดินปราณอยู่ "เป็คู่ต่อสู้ไม่ไหวก็เป็ผู้มีพระคุณแทน โอเคกว่า"
"นายจะสู้ไม่ได้ยังไง เห็น ๆว่านายน่ะยอดฝีมือ" หัวหน้าหน่วยห้าหันมาอวย เหรินซวงอิ๋นตอบเสียงเอื่อย
"ยิงนกนัดเดียวได้สองตัวจะมัวตกไปปลาทำไม"
เดิมเขาก็คิดจะสู้แต่พอเห็นอี๋นั่วาเ็ริมฝีปากเริ่มเขียว คาดเดาว่าโดนพิษ เลยลองเสี่ยงช่วยดู เผื่อจะได้ทั้งโชว์ฝีมือให้นายหน้าหางานเห็น และได้ลูกน้องมือดีมาเพิ่มด้วยใครจะรู้ดันได้เหยียบเท้าตระกูลหงเพิ่มอีกอย่าง
คุ้มชะมัด...
"สองคนนั้นเป็นายหน้าหางานนี่นานายตั้งใจจะรับงานพวกเขาเหรอครับ" ลูกน้องอีกคนถาม เหรินซวงอิ๋นไม่ปิดบัง
"ใช่"
"แต่ยังไม่รู้เลยว่างานอะไรจ้างเท่าไหร่" หน่วยห้าพูดลอย ๆ เหรินซวงอิ๋นพูดเหมือนผู้ใหญ่สั่งสอนเด็ก
"งานแรกจะเลือกมากคงไม่ได้ส่วนค่าจ้างก็เล่นตัวเพื่อต่อรองอยู่นี่ไง พวกคุณมีอะไรจะถามอีกไหม ผมจะนอนเหนื่อย"
ลูกน้องที่อายุมากกว่าเขาสะอึกยังให้นายมาสอนอีกเหรอวะพวกกู ทุกคนกล่าว "เชิญนายพักผ่อนครับ"
หลังจากนั้นไม่มีใครกล้าพูดอะไรอีกเลยตลอดทาง....
...........................
*หลานหลินหวาง (兰陵王)
หนึ่งในสี่หนุ่มหล่อ ในประวัติศาสตร์จีน(四大美男) เป็เ้าชายและเป็แม่ทัพที่เก่งกล้าในสมัยราชวงศ์ฉีเวลาไปออกรบต้องใส่หน้ากากตลอดเวลา หล่อเกินไปข้าศึกไม่เกรงขามพอรบชนะทหารก็ยกย่อง แต่งเพลงอวยยศให้ด้วย มีแต่คนชมชอบ จนฮ่องเต้ไม่พอใจสั่งตัดหัวตอนอายุแค่สามสิบ