ณลานฝึกบินที่ 17 ในนครหลวงมานูเอลดาวทวิภาค สุริยะ1 ที่ 3 กาแล็คซี่2แม็กซ์ ยูนิเวอร์ส3เอ็น
“นักเรียนทั้งหลายวันนี้พวกเธอจะได้ฝึกบินกับยานบินที่นั่งเดี่ยวเป็ครั้งแรก ยานเหล่านี้คือต้นแบบซึ่งสั่งการด้วยจิตมีฟังก์ชั่น4การทำงานใหม่ๆมากมาย อาจารย์จะค่อยๆ เพิ่มเติมรายละเอียดนอกเหนือจากฟังก์ชั่นพื้นฐานทั่วไปที่พวกเธอได้ศึกษามาแล้วทีหลังนะ”ศาสตราจารย์อาร์ชต้าประจำชั้นปีที่ 5สถาบันจีนิอัส สถาบันสำหรับเหล่าอัจฉริยะทั้งหลายเริ่มบรรยายประกอบภาคปฏิบัติ
“ไครี่ก้าวออกมาช่วยอาจารย์สาธิตให้เพื่อนๆ ดูประกอบซิ” ศาสตราจารย์อาร์ชต้าสั่ง
“ค่า”เด็กหญิงหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารักราวตุ๊กตาพอร์ชเลนเดินออกมาหน้าแถวด้วยท่าทางสดใสกระฉับกระเฉง
“ยานลำนี้มีชื่อเรียกว่าทีเจวันอันดับแรก ไครี่ ยื่นมือออกไปประทับตรงส่วนนูนข้างประตูยานสำหรับสแกนฝ่ามือเพื่อตรวจสอบสิทธิที่ได้รับอนุมัติจากส่วนกลางส่งจิตลงประทับเพื่อแสดงอัตลักษณ์ ทีเจวันจะจดจำคลื่นพลังจิตอันเป็เอกลักษณ์ของเธอจากนี้ไป เธอถือเป็กัปตันประจำเครื่องผู้มีอำนาจสั่งการยานลำนี้” ศาสตราจารย์อาร์ชต้าอธิบาย
“รับทราบค่ะ”ไครี่ตัวน้อยยื่นฝ่ามือออกไปปฏิบัติตามคำแนะนำ เธอตั้งสมาธิแผ่พลังจิตออกไปพลันก็รับรู้ได้ถึงคลื่นพลังตอบสนองจากตัวยาน
“เริ่มทดลองสั่งการทีเจวันได้เลยทำใจให้สงบ ไม่ต้องรีบ” ศาสตราจารย์อาร์ชต้าให้กำลังใจ
“ค่ะ”ไครี่เริ่มส่งกระแสจิตสั่งการ
‘เปิดประตูยาน’ เธอก้าวขึ้นยานรูปร่างกลมรีคล้ายไข่ไก่ซึ่งมีขนาดพอๆกับยานพาหนะภาคพื้นดิน ตัวยานกว้างราว 1.5 เมตรยาว 2 เมตร สูง 1.8 เมตร
‘ปิดประตู เดินเครื่อง เตรียมพร้อมขึ้นบิน’ ไครี่สั่งการผ่านจิต อธิบายแล้วเหมือนจะยาวแต่ทั้งหมดเพียงใช้เวลาสั่งการแค่ชั่วแล่นเท่านั้น
“จำไว้ ไครี่ รัศมีการฝึกบินที่ได้รับอนุญาตสำหรับวันนี้คือ500ไมล์รอบลานฝึกบินนี้เท่านั้น อย่าเข้าใกล้ม่านบาเรียป้องกันโซนวาร์ปรูหนอนสำหรับการเดินทางระยะไกลที่อยู่ข้างๆลานฝึกบินนั่น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุใดๆส่วนคนอื่นเริ่มลงมือปฏิบัติได้” ศาสตราจารย์อาร์ชต้าย้ำเตือน
“รับทราบค่ะ” ไครี่เริ่มทำสมาธิระงับความตื่นเต้นที่จะได้ฝึกบินกับยานจริงที่นั่งเดี่ยวอย่างยานทีเจวันเป็ครั้งแรกรู้สึกเสียดายนิดหน่อยที่ไม่สามารถบินกลับบ้านไปอวดท่านพ่อท่านแม่ที่เมืองเอ็นทาวน์ บ้านเกิดของเธอเพราะมันอยู่ไกลเกินรัศมีการบินที่ได้รับอนุญาต
‘บินกลับไปที่สถาบันฯ ดีกว่าแกล้งเชอเชียให้ใเล่น อิอิ’ไครี่คิด เชอเชียคือเพื่อนรักของไครี่ซึ่งคลั่งไคล้ในการศึกษาด้านเกษตรกรรมและธรณีวิทยาผิดกับตัวเธอซึ่งชอบด้านวิศวกรรมการบินและเอกภพวิทยา
‘แจ้งรายงานสภาพอากาศในรัศมีพันไมล์วันนี้สงบนิ่งเหมาะแก่การฝึกบินครั้งแรกดีมากครับเ้านาย’ ยานทีเจวันรายงาน
‘ดีจ้ะ งั้นไปกันได้เลย เป้าหมาย สถาบันจีนิอัส’
ณ สถาบันจีนิอัส นักศึกษาหลายคนสังเกตเห็นประกายแวววาวบนท้องฟ้าพอเงยหน้าขึ้นมองก็เห็นยานบินสีเงินยวงงดงามลักษณะกลมรีคล้ายไข่ที่พุ่งทะยานใกล้เข้ามาอย่างรวดเร็วจากนั้นจึงค่อยๆ หยุดนิ่งที่ความสูงเหนือพื้นราว 10 เมตร
“โอ้แม่เ้าโว้ย นั่นไครี่เหรอ”
“ไหนๆ โห นั่นยานที่นั่งเดี่ยวรุ่นใหม่ล่าสุด”
“ได้ยินว่ารุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วยจิตนะ ตัวโลหะใช้โปรทาเนี่ยมสีเงินยวงซึ่งเป็โลหะระดับชั้นสุดยอดมีความยืดหยุ่นสูง ยืดหดได้อย่างน่าเหลือเชื่อ แข็งแรงทนทานต่อแรงกระแทกแรงเสียดทานที่สุดและยังสามารถแปรสภาพเป็โปร่งใสหรือพรางตัวได้ตามใจนึกอีกต่างหาก”
“โอ้ย อิจฉาจริงๆ ผมอายุตั้งร้อยปีแล้วยังทำไม่ได้อย่างเธอเลย” มนุษย์ดาวทวิภาคมีอายุหลายพันถึงหมื่นปีอายุสองร้อยปีจึงเข้าวัยหนุ่มสาว ร้อยปีก็เพิ่งวัยรุ่น
“นายจะบ่นทำไม เพิ่งอายุเท่าไหร่กันเชียวคนปกติทั่วไปกว่าจะฝึกจนรวมจิตเป็หนึ่งได้อย่างมั่นคงก็ร่วมสองร้อยปีไปแล้วนู่น ไครี่ถือเป็ข้อยกเว้น”
ไครี่มองหาเพื่อนสนิทที่พื้นสนามเวลานี้น่าจะเป็่เปลี่ยนคาบเรียนพอดี ไม่นานก็เห็นเชอเชีย เด็กสาวตัวกลมป้อมวัย๑๒ ปีเพื่อนรักของเธอ เชอเชียกำลังเดินตัดสนามหญ้าสีเขียวขจีไปยังตึกเรียน
“เชอเชียๆ” ไครี่โบกไม้โบกมือะโเรียก
“ไครี่ เธอเท่ห์มากกก แต่เอ่อ... วันนี้ฝึกบินแต่ดันใส่กระโปรงแล้วเปิดโหมดโปร่งใสทั้งลำ...” เชอเชียแก้มยุ้ยไม่รู้จะตื่นเต้นกับเื่ไหนก่อนดี เพื่อนรักของเธอโก๊ะจริงโก๊ะจัง
“.... กรี๊สสสสสส .... ชั้นลืม...” ไครี่รีบปรับสภาพโลหะใต้ท้องยานกลับเป็สีเงินยวงทึบแสงทันทีง่า.. มัวแต่อยากอวดเพื่อน ลืมเื่โป๊ซะสนิท แก้มใสๆ น่าหยิกของไครี่เห่อร้อนจนเป็สีแดงเรื่อแหะๆ น่าอายจริงๆ
“ชั้นมีเรียนในอีก 10 นาทีข้างหน้า เธออย่าลืมขอท่านศาสตราจารย์ฝึกบินกับเครื่องรุ่น2 ที่นั่งบ้างนะจะได้พาชั้นขึ้นไปร่อนบ้าง” เชอเชียโบกไม้โบกมือะโ
“เธอจะกล้านั่งยานที่ชั้นบังคับเหรอ ฮ่าๆๆ”
“ถ้าไม่กล้านั่งยานของยอดอัจฉริยะไครี่แล้วจะไปนั่งยานของใครได้อีกชิส์ ไปล่ะ”
“ฮ่าๆ ได้เลย งั้นขอฝึกให้มั่นใจก่อนนะบ๊ายบาย” ไครี่โบกมืออำลาเชอเชียพร้อมกับคิด ไปไหนต่อดีน๊า งั้นบินชมวิวรอบนครหลวงวนไปดีกว่าบรรยายกาศบนฟ้าช่างยอดเยี่ยมสมกับความหลงใหลของเธอเสียจริง
“เอ๊ะนั่น ทำไมท้องฟ้าแถวๆ โซนว๊าบถึงกลายเป็สีส้มสีแดงขนาดนั้นทั้งๆที่ยังกลางวันอยู่แท้ๆ อยู่ห่างตั้งไกลยังมองเห็นได้ชัดเจน เอแต่ท้องฟ้า่พลบค่ำก็ไม่เคยแดงก่ำถึงระดับนี้นี่นา” ระหว่างที่บินชมวิวตามประสาเด็กไปรอบเมืองหลวงจู่ๆ ไครี่สังเกตเห็นท้องฟ้าเหนือโซนว๊าบเริ่มเปลี่ยนสีจนกลายเป็สีแดงเพลิง ด้วยความสงสัยไครี่รีบติดต่อกลับไปยังศาสตราจารย์อาร์ชต้าทันที
“ท่านอาจารย์คะ เกิดอะไรขึ้น ทำไมท้องฟ้าแดงโร่ขนาดนั้น”
“เกิดความผันผวนอย่างรุนแรงของมวลพลังงานหลาย่คลื่นไครี่ นักเรียนทุกคน รีบกลับลานฝึกเดี๋ยวนี้ สภาพอากาศแบบนี้ไม่เคยเห็นมาก่อน ดูอันตรายเหลือเกิน”ศาสตราจารย์อาร์ชต้ารีบสั่งการนักเรียนทุกคน
“รับทราบครับ/ค่ะท่านอาจารย์” นักเรียนทุกคนตอบรับผ่านเครื่องมือสื่อสารต่างทยอยกันกลับลงสู่ลานฝึกอย่างรวดเร็ว ส่วนไครี่นั้นอยู่ค่อนข้างไกลกว่าเพื่อนเนื่องจากเป็คนแรกที่ออกบิน อีกทั้งยังมีความคล่องแคล่วในการใช้พลังจิตได้ดีกว่านักเรียนคนอื่นๆจึงเที่ยวไปจนสุดรัศมีการบินที่ได้รับอนุญาต
ไครี่รีบสั่งการทีเจวันกลับไปยังลานฝึกบินที่17 ทว่าชั่ววินาทีที่ยานบินบินเข้าสู่เขตลานฝึกไครี่ััได้ถึงแรงดึงดูดมหาศาลที่ส่งตรงมาจากโซนวาร์ป
“เอ๊ะ ท่านอาจารย์ ยานบินถูกแรงดึงดูดอะไรบางอย่างค่ะหนูกำลังจะบังคับมันไม่ได้”
“ไครี่ เปิดโหมดป้องกันเต็มพิกัดเร็วเข้าชีวิตหนูมีค่าเหนือสิ่งอื่นใด”
“ค่ะ... “ เธอรีบทำตามคำแนะนำของศาสตราจารย์อาร์ชต้าเพ่งสมาธิบังคับยานต้านแรงดึงดูดนั้นเต็มกำลัง ทว่าสภาพอากาศกลับวิปริตผิดปกติขึ้นมาฉับพลันทั้งๆที่ไม่มีเค้ารางมาก่อน พายุงวงช้างก่อตัวขึ้นจากใจกลางรูหนอนของโซนวาร์ปอย่างรวดเร็วมันยืดตัวลงมาเหนือทั้งโซนวาร์ปราวท่อสูบน้ำขนาดั์ในเสี้ยววินาที ใจกลางพายุงวงช้างขนาดมหึมานั้นปรากฏสายฟ้าฟาดเปรี้ยงๆขึ้นหลายสาย แรงดึงดูดมหาศาลกวาดทำลายภาคพื้นดินตลอดทั่วโซนวาร์ปและยังแผ่ขยายแรงดึงดูดออกไปโดยรอบจนแตะถึงชายเขตลานฝึกบินที่17 ซึ่งอยู่ติดกันส่วนสายฟ้าที่ฟาดเปรี้ยงปร้างนั่นก็ทำลายม่านบาเรียป้องกันรอบโซนวาร์ปจนฉีกกระจุย
“กรี๊ด.... “
“ไครี่ !!!”
-------------------------
หมายเหตุ 1
ทฤษฎีคำศัพท์ดาราศาสตร์มีหลายค่ายมาก ไรท์ขอใช้แบบที่ไรท์ชอบนะคะสรุปลำดับศัพท์ดาราศาสตร์ที่ใช้ในนิยายเื่นี้ จากเล็กไปใหญ่ - โลก <ระบบสุริยะ (จักรวาล) < กาแล็กซี (ดาราจักร) < ยูนิเวอร์ส (เอกภพ)
**ที่ดาวทวิภาคจะใช้ศัพท์อังกฤษ แต่ที่ดาวอื่นจะใช้ศัพท์ไทยสื่อสารแทนเพื่อแสดงความแตกต่างของสถานที่ ดังนั้นหวังว่ารี๊ดจะไม่งงนะคะ หุหุ
1 ระบบสุริยะ – เป็พื้นที่ขนาดเล็กมากที่สุดในบรรดาสิ่งที่ถูกกล่าวมานี้หลักการของระบบคือจะต้องมีดาวฤกษ์เป็จุดศูนย์กลาง ซึ่งระบบสุริยะของโลกเราก็มีดาวงอาทิตย์เป็จุดศูนย์กลางนั่นเองจากนั้นก็จะมีดวงดาวที่เรียกว่าดาวเคราะห์ต่างๆ โคจรรอบดาวฤกษ์ดวงนั้น ใน 1 แกแลคซี่อาจมีระบบสุริยะอื่นๆอีกมากมายไม่สามารถให้คำตอบได้ ซึ่งแต่ละระบบสุริยะก็จะอยู่ห่างกันมากพอสมควร
2กาแลคซี่ หรือ ดาราจักร (Galaxy) กาแลกซี่คือ ระบบที่กว้างใหญ่ไพศาลประกอบ ด้วยดาวฤกษ์ กระจุกดาวฤกษ์ ก๊าซและฝุ่น ท้องฟ้า ที่เรียกว่า เนบิวล่า และที่ว่าง (Space) รวมกันอยู่ในระบบเดียวกัน
3ยูนิเวอร์สหรือ เอกภพ – สองคำนี้คือ เอกภพกับจักรวาลเป็คำที่มีความหมายเดียวกันในภาษาอังกฤษเราเรียกว่า Universe จะทำการรวบรวมทุกๆ สิ่ง ด้วยขนาดพื้นที่อันแสนกว้างใหญ่ไพศาลสภาพหลักๆ ของสิ่งนี้คือสุญญากาศ ไร้แรงโน้มถ่วง วัตถุที่อยู่ในเอกภาพหรือจักรวาลนี้จะล่องลอย
สรุปลำดับที่ใช้ในนิยายเื่นี้จากเล็กไปใหญ่โลก > ระบบสุริยะ(จักรวาล) > กาแล็กซี (ดาราจักร) > ยูนิเวอร์ส (เอกภพ)
บางแห่งก็กำหนดความหมายต่างกันไป
ที่มา:
https://sites.google.com/site/khunnoeyuniverse/kalaeksi
https://www.leonidslive.com/เอกภพ-จักรวาล-กาแลคซี-ดา/
4ฟังก์ชั่น หมายถึงหน้าที่หนึ่งๆ ความสามารถหนึ่งๆ ฯ
หมายเหตุ 2
๑) ไรท์ขอใช้ศัพท์พูดในบทสนทนาเช่น “ชั้น, นู่น ฯลฯ” แทนศัพท์แบบเป็ทางการเพื่อเพิ่มอรรถรสและความลื่นไหล
๒) ไรท์ใช้คำทับศัพท์ภาษาต่างๆเพื่อแสดงที่มา ความต่างของโลก เช่นอังกฤษ แทนดาวทวิภาค จีนแทนโลกบำเพ็ญเซียนมิได้มีเจตนาอื่นใดนอกเหนือจากนี้ทั้งสิ้น
๓) นิยายเื่นี้เป็แนวเทพเซียนโบราณจริงๆๆ