ตอนที่ 10 หนึ่งปีสิบล้าน!
กว่าจะถึงบริษัทของเหอจวิน ก็เกือบจะสิบโมงเช้าแล้ว
เมื่อพนักงานต้อนรับหญิงพบเห็นหลินเยี่ยเป็ครั้งที่สอง เธอแสดงออกอย่างสุภาพมากกว่าครั้งแรก
ใบหน้าที่เผยความนับถือกล่าวคำออก “คุณหลินเยี่ย ท่านประธานเหอกำชับไว้ว่าหากคุณมา ให้ไปพบที่ชั้นยี่สิบแปดได้เลยค่ะ”
เมื่อวานหลังตำรวจมาคลี่คลายเื่ราวเรียบร้อย เหอจวินได้ลงมากำชับพนักงานต้อนรับด้วยตัวเอง
หากหลินเยี่ยกลับมาอีกครั้ง ไม่ว่าเธอจะกำลังทําอะไรอยู่ให้รีบเชิญขึ้นไปทันที
เธอทํางานอยู่ที่บริษัทนี้มาสองปี ได้ต้อนรับคนใหญ่คนโตของเมืองหยุนเฉิงมาก็ไม่น้อย นี่เป็ครั้งแรกที่เธอได้เห็นท่านประธานเหอจริงจังขนาดนี้
"รบกวนด้วยครับ" หลินเยี่ยพยักหน้า
"ดิฉันให้คนนำทางได้ กรุณารอสักครู่เพื่อโทรแจ้งหัวหน้าหวังของแผนกรักษาความปลอดภัย เขาจะนำคุณขึ้นไปค่ะ" เมื่อพนักงานต้อนรับสาวพูดจบก็ต่อสายภายใน
ไม่นานชายรูปร่างกํายํา อายุประมาณสามสิบปี สวมชุดสูทเดินออกมาจากลิฟต์
ร่างนั้นหยุดยืนตรงหน้าหลินเยี่ย สายตาราวเผยความเกลียดชังครู่หนึ่งก่อนจะเลือนหาย ทว่ามองพิจารณาหัวจรดเท้า
รอยยิ้มเ็าของเขาเผยออกพร้อมยื่นมือทักทาย “ผมหวังหย่งปิง หัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย”
เมื่อวานเกิดเื่ใหญ่เกิดขึ้นที่บริษัท
เดิมทีเขาคิดจะใช้โอกาสนี้อาสาเป็บอดี้การ์ดส่วนตัวของเหอจวิน แต่คิดไม่ถึงว่าจะถูกปฏิเสธ
ทั้งยังได้รับคำตอบ ว่ามีคนเหมาะสมตำแหน่งนี้แล้ว นั่นก็คือหลินเยี่ย
หวังหย่งปิงเกิดในครอบครัวที่ร่ำรวย เรียนศิลปะการต่อสู้มาั้แ่เด็ก และยังได้รับรางวัลแชมป์การต่อสู้คิกบ็อกซิ่งอยู่หลายครั้ง
ด้วยคุณสมบัติและฐานะทางครอบครัวของเขา แต่ตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัย จะอยู่ในสายตาได้ยังไง
เหตุผลเดียวที่ทํางานอยู่ที่บริษัทคังหยวนเวชภัณฑ์ก็เพื่อตามจีบท่านประธานเหอจวิน
แต่น่าเสียดาย ที่สาวสวยอย่างเหอจวินเป็คนเ็า นอกจากเื่งานแล้วก็ไม่สนใจใครอีก ฉะนั้นแม้ว่าเวลาจะผ่านมานานแล้วก็ยังไม่มีความคืบหน้าใด
จนในที่สุดก็มีโอกาสทองเข้ามา แต่กลับถูกคนที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนแย่งไป
ด้วยเหตุนี้ เขาแทบจะไม่ได้นอนมาทั้งคืน ในใจรู้สึกริษยาแทบตาย
"หลินเยี่ย"
หลินเยี่ยไม่ได้ยื่นมือออกไป เพียงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
แววตาของหวังหย่งปิงเผยอาการเด่นชัด ไม่มีทางที่เขาไม่รับรู้
เห็นกันอยู่ว่าการจับมือนี้ก็เพื่อหาทางข่มขวัญ
วิธีเรียบง่ายเหล่านี้ หลินเยี่ยไม่คิดเก็บมาใส่ใจ
หวังหย่งปิงถึงกับชะงัก
ตอนแรกคิดที่จะใช้โอกาสนี้สั่งสอนหลินเยี่ย แต่ไม่คิดว่าหลินเยี่ยจะไม่ไว้หน้า
‘อีกเดี๋ยวอยู่ต่อหน้าเหอจวิน ฉันจะให้แกได้รู้ว่าไม่เจียมตัวเป็ยังไง!’
หวังหย่งปิงกราดเกรี้ยวดั่งเพลิงสุม ภายนอกไร้ซึ่งอาการใดเผยออก น้ำเสียงเ็ากล่าวตอบรับ “เชิญทางนี้”
หลินเยี่ยนำมือทั้งสองข้างไพร่หลัง แล้วเดินตามหวังหย่งปินขึ้นไปชั้นยี่สิบแปด
เมื่อเดินเข้าไปในห้องทํางานของท่านประธาน
เหอจวินพบเห็นหลินเยีย ดวงตาพลันเปยยิ้มเป็ประกายแจ่มใส
เอกสารในมือเธอถูกวางลงพร้อมลุกขึ้นให้การต้อนรับ “คุณหลิน เจอกันอีกแล้วนะคะ”
เธอไม่ลืมหันไปสั่งกับหวังหย่งปิง “หัวหน้าหวัง เชิญทำงานต่อได้ค่ะ”
สีหน้าของหวังหย่งปิงดูแย่ลงกว่าเดิมหลายเท่า
เหอจวินที่ปกติเ็าราวกับน้ำแข็ง พอเห็นหลินเยี่ยกลับยิ้มอย่างมีความสุขขนาดนี้
หากไม่รีบไล่หลินเยี่ยคนนี้ออกไปให้เร็วที่สุด เกรงว่าแผนการที่ตัวเองวางไว้จะต้องล้มเหลวแน่
เขาถึงกับรีบร้อนพูดออกมา “ประธานเหอ คุณหลินไม่คล้ายเก่งกาจด้านการต่อสู้นัก”
“หากมีคนเช่นเมื่อวานบุกเข้ามาทำร้ายประธานเหออีกครั้งหนึ่ง ผลที่ตามมาอาจจะเลวร้ายจนคาดไม่ถึงเอาได้นะครับ”
“ผมเป็หัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยของบริษัท เอาอย่างนี้เป็ไร ให้ผมทดสอบฝีมือคุณหลินก่อนจะดีกว่าหรือไม่?”
“อย่างน้อยก็ช่วยท่านประธานคัดกรองคนไม่เอาไหนออกไปได้”
ท่าทีของหวังหย่งปิงคือห่วงหาแทนเหอจวิน รวมกับตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัย คำพูดเหล่านี้จึงมีน้ำหนัก
เหอจวินกลับมีคิ้วขมวด
เธอบริหารคังหยวนเวชภัณฑ์มานาน นอกจากความสามารถแล้ว สายตาอันแหลมคมของเธอก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร เหตุใดจะไม่ทราบว่าหวังหย่งปิง้าอะไรจากเธอ
อีกทั้งเมื่อวานในที่เกิดเหตุ แม้ว่าเธอจะไม่เห็นว่าหลินเยี่ยแสดงฝีมืออย่างไร แต่การช่วยชีวิตเธอไว้ไม่ใช่เื่โกหกแน่นอน
ทําไมยังต้องทดสอบ?
พบเห็นการกระทำที่ส่งผลให้หลินเยี่ยลำบากใจ เธอเกิดรู้สึกไม่พอใจขึ้นมา
"หัวหน้าหวัง คุณหลินเป็เพื่อนของฉัน คุณไม่จำเป็ต้องตั้งระวังอะไรถึงขนาดนั้น”
"ท่านประธานเหอครับ ในเมื่อเป็หน้าที่ของหัวหน้าหวัง ผมก็คงปฏิเสธไม่ได้" หลินเยี่ยยิ้มบาง
ตอนแรกเขาคร้านจะใส่ใจอีกฝ่าย
แต่ในเมื่อมาหางาน หากอยากได้เงินเดือนเพิ่ม ก็คงต้องแสดงฝีมือกันบ้าง
หวังหย่งปิงหาเื่ใส่ตัวเอง จะมาโทษเขาไม่ได้
“หากคุณหลินเห็นด้วย ผมก็ไม่เกรงใจแล้ว เตรียมรับมือได้”
หวังหย่งปิงนึกยินดี เพราะเกรงหลินเยี่ยจะกลับคำ เอ่ยคำจบร่างเขาก็พุ่งเข้าหาหลินเยี่ยพร้อมสับข้อศอกพุ่งใส่หน้าอกอีกฝ่ายอย่างรุนแรง
ข้อศอกคือหนึ่งในอวัยวะแข็งแกร่งที่สุดในร่างกาย
หวังหย่งปิงตั้งใจฝึกทักษะการใช้ข้อศอกมาั้แ่เด็ก
หากโจมตีอย่างเต็มกําลัง ก้อนอิฐหนายี่สิบสี่เซ็นติเมตรรับแรงกระแทกจนแตกกระจาย
นับประสาอะไรกับร่างกายมนุษย์
แม้เพียงทดสอบฝีมือ แต่เป้าหมายแท้จริงคือทำให้หลินเยี่ยสิ้นสภาพไม่อาจลุกขึ้น!
กระบวนท่านี้หนักหน่วง และรวดเร็วดังสายลม
ถึงขนาดว่าเหอจวินตอบสนองไม่ทัน รู้ตัวข้อศอกของหวังหย่งปิงก็อยู่ห่างจากหน้าอกของหลินเยี่ยไม่กี่เิเแล้ว
"คุณหลิน!" เหอจวินใ ะโร้องออกมาด้วยความเป็ห่วง
แม้ว่าหลังจากผ่านเหตุการณ์เมื่อวาน เธอจะรู้สึกขอบคุณหลินเยี่ยมาก แต่เธอก็รู้ถึงความสามารถของหวังหย่งปิงดี
หลินเยี่ยดูร่ายกายผอมบาง น้ำหนักยังไม่ถึงสองในสามของหวังหย่งปิงด้วยซ้ำ ถ้าหากไม่ใช่คู่ต่อสู้ขึ้นมาจริง ๆ จะทําอย่างไรดี?
แต่หวังหย่งปิงบอกว่าจะลงมือก็ลงมือทันที แทบไม่ให้โอกาสหลินเยี่ยได้หลบหลีก คิดจะหยุดก็ไม่ทันแล้ว
แต่วินาทีต่อมา
หลินเยี่ยราวกับแทบไร้การเคลื่อนไหว เพียงเท้าขยับเล็กน้อยก็หลบศอกของอีกฝ่ายที่พุ่งเข้าหา พร้อมมือขวาที่ยื่นไปทุบหน้าอกอีกฝ่าย
ปึก!
หวังหย่งปิงชะงัก ขณะยังไม่ทันดึงสติคิดหาทางตอบโต้ พลังอันมหาศาลก็จับตัวเขาพลิกคว่ำกับพื้นในพริบตา!
การปะทะรุนแรงเป็ผลให้ข้อศอกขวาบิดจนผิดรูป แผลเปิด เศษกระดูกสีขาวแตกออกเป็เสี่ยง รวมถึงมีเืไหลหลั่ง
"โอ้ย!"
ใบหน้าของหวังหย่งปิงซีดเผือด เหงื่อเม็ดโตหยดลงจากหน้าผาก
เขาพยายามลุกขึ้นเพราะไม่อยากอับอายต่อหน้าเหอจวิน แรงใจทั้งหมดถูกรวบรวมมาใช้เพื่ออดกลั้นต่อกระดูกที่แตกหัก
ดวงตาเขาเผยความหวาดกลัวเด่นชัด
หลินเยี่ยที่ผอมบาง แต่ร่างกายราวกับเป็แผ่นเหล็กยากทำลาย พลังที่เผยออกเมื่อครู่นี้ชวนสะพรึง แค่ผลักเขาราวไม่ใส่ใจ ก็ทำกระดูกข้อศอกของเขาแตกหักได้แล้ว
“หัวหน้าหวัง ยังโอเคอยู่ไหม?” หลินเยี่ยเผยยิ้มมุมปากพร้อมเอ่ยถาม
ความสามารถของหวังหย่งปิงในความคิดของเขาไม่ใช่ปัญหาอะไรเลย
ความเห็นของเขานั้น ฝีมือเช่นหวังหย่งปิงไม่ควรค่าต้องเก็บมาใส่ใจ
ข้อศอกที่หักก็ถือเป็เพราะเขารนหาที่
“หลินเยี่ย... โเี้ดีนี่!”
"ฝากไว้ก่อนเถอะ! ความแค้นที่หักข้อศอกฉันจนใช้การไม่ได้ ฉันจะเอาคืนจากนายหลายเท่าแน่!" แววตาตระหนกใของหวังหย่งปิงหายวับไป สีหน้าเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น
เขาคิดไม่ถึงว่าหลินเยี่ยจะโเี้ขนาดนี้
ถึงกับทำลายแขนข้างหนึ่งของเขาต่อหน้าเหอจวิน
แขนข้างนี้ต่อให้รักษาอาการาเ็จนหายได้ ยังไงก็พิการอยู่ดี
สําหรับผู้ฝึกทักษะการป้องกันตัวแล้ว ถือว่าร้ายแรงมาก
เขาฝากคำพูดอาฆาตแค้นไว้ แล้วเดินโซซัดโซเซออกไป
เหอจวินอ้าปากค้างมองเหตุการณ์ตรงหน้า นิ่งเงียบไม่พูดอะไรอยู่นาน
หลินเยี่ยในสายตาของเธอตอนนี้ มันแข็งแกร่งและมั่นคงประดุจูเาไท่ซาน
ความรู้สึกปลอดภัยอย่างไร้ข้อกังขาปรากฏขึ้น
เขาคือคนที่พระผู้เป็เ้าส่งมาปกป้องตัวเธอให้พ้นจากอันตราย
คงยากที่จะหาใครเทียบเคียงได้
ผ่านไปพักใหญ่ เหอจวินดึงสติกลับคืนมาได้ สายตายังคงจับจ้องไปที่หลินเยี่ย
"คุณหลิน ดิฉันอยากจ้างคุณเป็บอดี้การ์ดส่วนตัวค่ะ... ส่วนค่าจ้างเอาเป็... ปีละสิบล้านหยวน!”