
Just For Love 24
บรรยากาศโรแมนติกหายวับไปกับตาเมื่อโทรศัพท์ซันเดย์มีสายเรียกเข้าจากน้องชาย ฉันอาศัยจังหวะที่เขากำลังถกเถียงกับน้องชายเขาเข้าเลยห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนชุด เหนื่อยมาก ๆ ล่ะวันนี้น่ะแต่ถึงยังไงเมื่ออกจากห้องน้ำฉันก็ไม่ลืมโทรหาป้าเล่าเื่วันนี้ให้ฟัง ป้ารับฟังเงียบ ๆ แต่ฉันรับรู้ได้ว่าป้าเองก็กังวลไม่น้อยกับเื่ราวที่เจอวันนี้ ป้าบอกแค่ว่ากลับไปค่อยคุยกันอยู่ที่นี่ก็ดูแลตัวเองดี ๆ อยู่ใกล้ซันเดย์ไว้ แต่ป้าน่ะไม่รู้เลยว่าซันเดย์นั่นแหละที่อันตรายกับฉันที่สุดในตอนนี้
“ฟางครับ”
“คะคุณ?” ฉันขานรับเงยหน้าสบตาคนที่ยืนอยู่ปลายเตียง ซันเดย์มองฉันพร้อมกับยิ้มเ้าเล่ห์ มือที่ซ่อนอะไรบางอย่างอยู่ด้านหลังค่อย ๆ ยกชูขึ้นมาให้เห็น หัวใจฉันกระตุกวูบก่อนจะเต้นรัวแรงจนเจ็บหน้าอกไปหมด
“ซะ ซัน...”
“วันนี้มีถุงยางแล้วนะครับ ขอหนัก ๆ เลยนะครับคุณ”
ร่างสูงขึ้นมาคร่อมร่างฉันไว้อย่างรวดเร็ว เร็วพอ ๆ กับริมฝีปากที่ฉกจูบลงมา ฝ่ามือร้อนเองก็กำลังทำหน้าที่ได้อย่างดี แววตาหวานเชื่อมส่งมาให้อย่างต่อเนื่องบวกกับเสียงหอบหายใจที่ถี่กระชั้น
“ขอนะครับคุณ”
“...”
่สายของวันซันเดย์ออกอาการงอแงเมื่อถูกตามตัวไปถ่ายแบบซ่อม เพราะฉันที่นอนซมซันเดย์เลยไม่อยากปล่อยให้อยู่คนเดียว จะพาไปด้วยก็ไม่ได้ จะให้พี่พลมาอยู่เป็เพื่อนก็ดูไม่ดี ฉันจึงสรุปให้เขาโดยให้พี่พลออกไปดูแลซันเดย์ส่วนฉันจะขอนอนยาว ๆ เท่านั้น กว่าซันเดย์จะยอมออกจากห้องก็เกือบสิบโมงในเวลาท้องถิ่น เมื่อไปถึงเขาก็โทรมาเช็คว่าอาการเป็ยังไงบ้าง แต่จะให้บอกเขาได้ยังไงล่ะว่าเจ็บน่ะ ตัวเขาเล็กเสียเมื่อไหร่ยิ่งเข้ามาและเอาแต่ใจแบบนั้นฉันอยากจะงอนเขาแต่ก็กลัวเขากังวลจนไม่ยอมไปทำงาน
ฉันหลับไปอีกครั้งหลังจากวางสายซันเดย์ และรู้สึกตัวตื่นใน่บ่าย ๆ อาการปวดเมื่อยตัวดีขึ้นบ้างเล็กน้อยฉันนอนคุยเล่นกับเพื่อนในไลน์รับปากเพื่อนว่าจะซื้อของไปให้ คิดได้แบบนั้นก็พยายามลุกออกจากเตียงไปอาบน้ำในห้องน้ำเพื่อเตรียมตัวไปเดินซื้อของไปให้เพื่อน
“จะไปไหนครับ”
“โอ๊ะ! ใหมด มาั้แ่เมื่อไหร่คะ” ฉันถามคนที่กลับมาั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้และตอนนี้กำลังนั่งอยู่ปลายเตียงกอดอกจ้องฉัน
“สักพักครับ แล้วตกลงจะไปไหน” ซันเดย์ถามย้ำ
“ไปซื้อของให้เพื่อนเพิ่มค่ะ”
“งั้นรอแปบนะครับ แล้วค่อยไปด้วยกัน”
“ได้ค่ะ จะอาบน้ำเหรอ”
“ใช่ครับ เหนียวตัวยังไงไม่รู้ รอแปบนะ” ซันเดย์เดินเข้ามาจุ๊บที่ริมฝีปากเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป ส่วนฉันก็แต่งหน้ารอซันเดย์ อีกฝ่ายอาบน้ำเปลี่ยนชุดเสร็จก็เดินมายืนซ้อนหลังแล้วกอดไว้อ้อน ๆ ไม่ได้ดูเลยว่าฉันกำลังเขียนคิ้ว
“อย่าเพิ่งแกล้ง เขียนคิ้วอยู่”
“หึหึ เข้าใจแล้วครับ” ซันเดย์มองยิ้ม ๆ ก่อนจะเดินกลับไปนั่งรอที่ปลายเตียง ฉันเพิ่งสังเกตว่าซันใส่เสื้อสีดำเหมือนกับที่ฉันใส่เสื้อยืดสีดำ ทั้งฉันพี่พลและซันเดย์ออกมาเดินเล่นพร้อมกับหาร้านอาหารเพื่อทานมื้อเย็นด้วยกัน ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือว่ากลุ่มแฟนคลับพวกนั้นแอบตามซันเดย์ก็ไม่แน่ใจ แต่ซันเดย์ก็บอกแค่ว่าไม่ต้องใส่ใจเขายังเดินจับมือฉันเที่ยวเล่นพาแวะซื้อของฝาก แวะซื้อของที่เพื่อนฝากซื้อ
“ฟาง”
“คะ?”
“ใกล้ถึงวันกลับแล้วนะ อยากไปไหนไหม?” ซันเดย์เอ่ยถามเมื่อเรากำลังรอเครื่องดื่ม
“ยังไม่รู้เลยค่ะ ทำไม อยากไปไหนเหรอ” ฉันถามกลับ
“ไม่ครับ แค่อยากพาฟางไป”
“แต่นึกยังไม่ออกเลยค่ะ” ระหว่างพูดคุยซันเดย์ก็จับมือไม่ปล่อยถุงข้าวของที่ซื้อมาเขาก็เป็คนถือให้ เมื่อเที่ยวจนเหนื่อยซันเดย์ตั้งใจจะพากลับแต่ก็ต้องชะงักเท้าไว้เมื่อคุณการ์ดชุดดำที่เคยเจอกันกำลังยืนยิ้มให้ด้วยท่าทีอ่อนน้อม ส่วนคนข้าง ๆ ก็เริ่มออกอาการไม่พอใจ
“อีกแล้วอ่ะ จะอะไรก็ไม่รู้” ซันเดย์บ่นงุ้งงิ้ง ๆ อยู่ข้าง ๆ จนฉันหลุดขำ
หลายคนคงสงสัยว่าทำไมฉันถึงยอมเชื่อในสิ่งที่ผู้ชายคนนั้นพูด เมื่อครั้งฉันกลับจากไต้หวันที่เกิดเื่ราวพวกนั้นป้ายอมส่งสมุดบันทึกของแม่มาให้ เมื่อได้อ่านเื่ราวและเจอรูปถ่ายของพ่อและแม่ทำให้ฉันรู้ว่าใครคือพ่อซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่คนที่ไต้หวันแน่ ๆ ส่วนสถานที่ ๆ อยากไปในญี่ปุ่น เป็เมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่งที่แม่เขียนไว้ในสมุดบันทึกว่าอยากมีบ้านที่นั่นแต่ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าจุดตรงนั้นพ่อได้ทำตามความฝันของแม่แล้ว พ่อซื้อและสร้างบ้านที่นั่นแล้วล่ะ ถามว่าทำไมพ่อหรือใครต่อใครตามหาฉันไม่เจอมันเพราะอะไรทั้งที่ก็ใช้นามสกุลพ่อ คุณลุงพ่อพี่โบ้ทกับพี่บีมก็มีอำนาจอยู่ไม่น้อยคงไม่ใช่เื่ยากที่จะปกปิดข้อมูลฉัน
“ขอเชิญคุณหนูและคุณซันเดย์ร่วมทานอาหารว่างกับบอสครับ” คุณบอดีการ์ดเอ่ยบอกอย่างสุภาพ
“อาหารว่างตอนดึกเนี่ยนะ” ซันเดย์พึมพำ
“ซันคะ...”
“ขอโทษครับ” ซันเดย์ออกอาหารงอแงเมื่อถูกเรียกชื่อดุ ๆ
“พี่พลฝากของกลับที่พักหน่อยนะครับ เดี๋ยวขอไปธุระแปบหนึ่ง” ซันเดย์หันไปบอกพี่พล
“ได้ครับ มีอะไรโทรหาผมได้เลยนะครับ”
“ขอบคุณครับ” เราเดินทางโดยรถยนต์คันหรูโดยมีทีมบอดีการ์ดคอยช่วยดูแลอีกที กว่าจะถึงบ้านซันเดย์ก็งอแงบอกว่าอยากอยู่กับฉันส่วนตัวสองคน ทำไมพ่อถึงต้องมาแย่งเวลาเขาไปอะไรก็ไม่รู้เยอะแยะไปหมด ฉันเองได้ยินแบบนั้นก็อดที่จะหลุดขำไม่ได้ ผู้ชายอะไรขี้บ่นจริงเชียว
“ถึงแล้วครับคุณหนู”
“ขอบคุณค่ะ” ฉันเอ่ยขอบคุณบอดีการ์ด มือก็ดึงมือซันเดย์ลงมาด้วย พ่อยืนยิ้มรออยู่หน้าบ้านแล้ว เมื่อเจอท่านฉันก็ยกมือไหว้รวมถึงซันเดย์เองด้วยที่ยกมือไหว้เขา
“มาลูกมา หนูทานมื้อเย็นมาหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วค่ะ”
“งั้นเรามาทานของว่างกันดีกว่า นั่งเลยนะลูก” คุณเหวินอี้เฉินผายมือให้นั่งที่โซฟาหนังราคาแพง ก่อนจะปรายตามองซันเดย์เคืองๆ
“ไม่ต้องโอบกอดลูกสาวผมขนาดนั้นก็ได้ครับ”
“ต้องขอโทษคุณเหวินอี้เฉินด้วยนะครับที่คงจะทำตามคำขอไม่ได้ เพราะนี่แฟนผม”
==================
ศึกพ่อตากับลูกเขยใช่ไหมเนี่ย