>>>ก่อนเริ่มต้องขออธิบายเรื่องผลึกศิลาก่อน ผลึกศิลานั้นมีปราณบริสุทธิ์อยู่ภายใน เอาไว้ดูดซับเพิ่มพลังปรานในร่าง และใช้เป็นสกุลเงินโดย100 ผลึกศิลาระดับต่ำเท่ากับ 1 ผลึกศิลาระดับกลาง100 ผลึกศิลาระดับกลางเท่ากับ 1 ผลึกศิลาระดับสูง ฉะนั้น10000 ผลึกศิลาระดับต่ำ เท่ากับ 1 ผลึกศิลาระดับสูง-------------------------------------------ณ สลัมเมืองศิลา ศิรเดินมุ่งตรงไปยังสถานที่ที่เป็นจุดรวมตัวของคนยากไร้และคนไร้บ้าน
อืมมมม
“บรรยากาศไม่บริสุทธิ์เลย เห็นแล้วหดหู่ชะมัด” ศิรสบถออกมาหลังจากที่มาถึง
บริเวณที่ศิรมาถึงคือชาญเมืองย่านคนจนที่เป็นแหล่งรวมของคนยากไร้และคนไร้บ้าน ซึ่งแถบนี้คือที่ที่ศิรต้องการมาทำบางอย่าง เขามองเห็นซุ้มประตูทางเข้าที่ระบุชื่อของสถานที่แห่งนี้ว่า “หานเจียฉงหยวน”ศิรเดินเข้าไปข้างในสถานที่แห่งนั้นและได้มุ่งตรงไปยังลานกว้าง 'ลูกน้องที่ท่านพ่อจัดหาให้ก็ดี แต่ข้ารู้สึกว่า ไม่ว่าข้าจะทำอะไร หากลูกน้องท่านพ่อรู้เข้า เรื่องที่ข้าจะทำต้องรู้ถึงหูท่านพ่อและท่านแม่ข้าแน่ งั้นวันนี้ ข้าหาคนติดตามก่อนสักคนสองคนแล้วกัน' คิดได้ดังนั้นศิรก็มุ่งตรงเข้าไปในสลัมทันที ทั้งยังใส่หน้ากากปิดบังครึ่งหน้า "สลัมของที่นี่ก็ไม่ได้แย่อะไร ก็ยังพอเดินเที่ยวได้" ศิรเข้ามาในพื้นที่สลัมเขากำลังมุ่งหน้าไปลานกว้าง ซึ่งเป็นจุดรวมตัวของคนภายในเขตนี้เพื่อรอรับอาหารและอุปกรณ์ยังชีพต่างๆ ศิรเดินเตร่ไปมาได้สักพัก เขาก็เดินมาถึงจุดที่เหล่าชาวบ้านในสลัมมักจะมารวมตัวกัน "น้องชาย หน้าตาเจ้า ข้าไม่คุ้นเลย ให้ข้าช่วยอะไรไหม? บอกข้าได้นะ ข้ารู้หมดทุกอย่างในสถานที่แห่งนี้" ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาศิรพร้อมคุยออกไป "ดีเลย ข้าต้องการ หาสถานที่ที่มีคนที่ไว้ใจได้ เจ้าแนะนำข้าได้ไหม" ศิรพูดออกไปอย่างเบื่อหน่าย เพราะต้องการให้ชายคนนั้นออกไป "โอ้!!! ข้ารู้จักอยู่สถานที่หนึ่ง ตามข้ามาเลยสหาย" ชายคนนั้นกอดคอศิรแล้วลากไปตามตรอกซอยต่างๆจนถึงหน้าร้านแห่งหนึ่ง 'อะไรของเขา ลากเรามาทั้งที่ไม่ถามอะไรเลย' แต่ศิรก็ไม่ขัดขืน ยอมเดินตามไปแต่โดยดี เดินมาสักพักก็พบกับโรงเตี้ยมชั้นเดียวที่มีป้ายหน้าทางเข้าว่า "โรงประมูลเมืองศิลา" "อะไรกัน สลัมแห่งนี้มีโรงประมูลด้วยหรือ? แต่ดูจากภายนอกเหมือนโรงเตี้ยมมากกว่า"ศิรบ่นขึ้นมาหลังจากเดินมาอยู่หน้าโรงประมูล "อะไรกัน เจ้าอย่าได้ดูแค่ภายนอกสิสหาย ทุกอย่างไม่ว่าจะอะไรก็ตามเราก็ไม่ควรดูจากภายนอก" ชายคนนั้นพูดขึ้นหลังจากที่ศิรพูดจบ "ไม่อยากให้ข้าดูแค่ภายนอก เจ้าก็พาข้าเข้าไปดูภายในสิ!! สหาย~" ศิรพูดพร้อมลากเสียงยาวออกมาอย่างเจ้าเล่ "เจ้านี่ช่างต่อล้อต่อเถียงจริงๆ แล้วเสียงลากยาวนั้นอะไร? ข้าฟังแล้วรู้สึกเสียวสันหลังแปลกๆ" หลังจากพูดจบ เขาก็พาศิรเข้าไปภายในร้าน
“ยินดีต้อนรับสู่โรงประมูลของเราขอรับคุณลูกค้า” พนักงานต้อนรับออกมารับลูกค้าตามปกติ แต่….. “อะไรกัน? เหมาเองหรือ เจ้าพาใครมาล่ะคราวนี้ หวังว่าคนที่เจ้าพามาจะมีเงินนะ” “ข้าว่าก่อนที่เจ้าจะมาเป็นพนักงานต้อนรับ เจ้าควรไปเรียนมารยาทก่อน” ศิรเข้ามาขวาง พร้อมปล่อยแรงกดดันออกมา เขาจะไม่ทำเช่นนี้หากพนักงานชายคนนี้ไม่พูดจาเสียดสีเขา ตึก พนักงานชายโดนแรงกดดันล้มลงกับพื้น ‘เอาละไง ไม่น่าปากพล่อยไปเลย เอาไงดีๆๆๆ?’ พนักงานชายตกใจ แรงกดดันอีกสายเข้ามาต้านแรงกดดันของศิร “ใจเย็นก่อนคุณชาย ได้โปรดระงับโทสะก่อน” เสียงส่งผ่านพลังปราณดังมาเพื่อหยุดการกระทำของศิร ‘นั่นไง ถ้าอยากคุยกับคนใหญ่คนโตต้องทำแบบนี้สิ ถึงจะเร็วทันใจ’ “ก็ได้ๆ ที่ข้าทำไปเพราะต้องการเรียกท่านออกมาคุยธุรกิจส่วนตัวก็เท่านั้น” ศิรไม่อยากให้เรื่องมันยืดเยื้อไปกว่านี้ จึงปล่อยผ่านไป “เรื่องธุรกิจข้าคงต้องพักไว้ก่อนตอนนี้กำลังมีการจัดประมูลอยู่ภายใน ถ้าคุณชายไม่ว่าอะไร ข้าขอเชิญคุญชายมาร่วมสนุกได้หรือไม่” เสียงปริศนากล่าวเชิญชวน “นำทางสิ หรือเจ้าต้องการจะโดนอีก”ศิรพูดออกมาด้วยความเย็นชา พนักงานชายเชิญให้ศิรเข้าไปภายในโรงประมูลด้วยความนอบน้อม หากไม่ทำเช่นนั้นเขากลัวว่าจะทำให้ศิรโกรธอีก เขากลัวเหตุการณ์ไม่คาดฝันจะเกิดขึ้น “เชิญทางนี้ครับนายน้อย เรื่องก่อนหน้านี้หวังว่านายน้อยจะให้อภัย ข้าน้อยไม่กล้าทำแบบนี้อีกแล้วขอรับ” “หึ นำทาง” ศิรกำลังจะเดินตามพนักงานชายออกไป “อ้อ!! พี่ชายชื่อเหมาสินะ? ตามมาสิ เราไปสนุกกันดีกว่า” ศิรไม่ลืมเชิญชวนเหมาให้ไปกับเขา หลังจากที่รู้จักกันมาสักพัก ศิรคิดว่าเหมามีนิสัยน่าคบหา จึงชวนไปด้วยกัน “เอิ่มมมม!!! คุณชาย ข้าน้อยว่าข้าไม่คว…”ก่อนที่เหมาจะพูดในสิ่งที่เขาต้องการจะพูด “มาเถอะน่า พูดมากน่ารำคาญจริง” พูดจบ ศิรก็เดินตามพนักงานชายไปโดยมุ่งตรงไปภายในร้านและมีเหมาเดินตามไปด้านหลัง “5000 ผลึกศิลา” “5200 ผลึก” “5500” ศิรเดินตามพนักงานผ่านชั้นใต้ดินลงมาเรื่อยๆ จนถึงสถานที่ประมูล ซึ่งตอนนี้งานประมูลเริ่มไปได้สักพักแล้ว โดยของที่นำมาประมูลตอนนี้คือเม็ดยาโอสถฟื้นฟูระดับกลางเม็ดหนึ่ง โดยเดินมาสักพัก ศิรก็เดินมาถึงหน้าห้องวีไอพีของเสียงปริศนาเสียงนั้นที่เคยพูดกับเขา หลังจากเดินเข้าไป พนักงานชายก็รีบจากไป “โอ้ ยินดีต้อนรับสู่โรงประมูลของข้า นั่งก่อนสิ นายน้อยศิร ไม่คิดเลยว่าคนอย่างนายน้อยก็ชอบเที่ยวที่แบบนี้ ปกติเห็นไปแต่บ่อนพนันหรือหอนางโรม” ชายที่นั่งสบายอยู่ในห้อง มีหญิงรับใช้คอยปรนนิบัติคือเจ้าของร้าน และคือเจ้าของเสียงปริศนาเมื่อกี้ ‘เขารู้ได้ยังไงว่าข้าคือใคร ทั้งที่ข้าก็ไม่เดินเอาหน้ากากออก’ ศิรเกินความสงสัยขึ้นมา “โอ้ ไม่ต้องตกใจ ก่อนที่ท่านจะเข้ามา คนคุ้มกันที่ท่านศิป้าหลิงส่งมาได้เข้ามาบอกข้าเรียบร้อยแล้ว ฉะนั้นข้าถึง เดาได้ไงหล่ะว่าเป็นท่าน “อืม!!! แล้วก็นะ มันผิดหรือที่ข้าต้องการจะเปลี่ยนบรรยากาศ” ศิรก็รู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นอย่างนั้น ไม่งั้นการที่เขาจะลงโทษพนักงานตัวเล็กๆแบบนั้นทำไมเจ้าของร้านต้องออกหน้าด้วย พูดจบศิรก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้ข้างๆเจ้าของร้าน “ไม่ผิดๆ ว่าแต่นายน้อยศิรต้องการจะประมูลอันใดหรือไม่ หากมี ข้าน้อยจะลดให้20%เป็นกรณีพิเศษ”เจ้าของร้านต้องการจะเอาใจศิรจึงเสนอข้อตกลงนี้ออกไป “เอาสิ ก่อนที่ข้าจะเสนอธุระกิจ งั้นข้าขอกอบโกยของพวกนี้ก่อนแล้วกันนะ”ศิรยิ้มหวานส่งกลับไปให้เจ้าของร้าน แต่เจ้าของร้านกลับรู้สึกถึงลางร้ายได้ก็ได้แค่นั่งเงียบๆเพราะตนเป็นคนเสนอออกไปแบบนั้นเอง “8600 ผลึก สำหรับโอสถฟื้นฟูเม็ดนี้”
“10000 ผลึกศิลา” ศิรเสนอราคาออกไป เนื่องจากถ้าคำนวนส่วนลด 20% ราคาที่ศิรต้องจ่ายแค่ 8000 ผลึก ก่อนออกมาเที่ยวเล่น ศิรได้ขอผลึกศิลาจากพ่อของเขาจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นศิลาระดับสูง แต่ที่ใช้ประมูลอยู่ตอนนี้คือศิลาระดับต่ำ นับว่าเหลือๆ
หลังจากศิรเสนอราคาออกไป โรงประมูลก็ตกอยู่ในความเงียบ เนื่องจากเสียงของผู้เสนอราคาออกมานั้นเป็นเสียงของวัยรุ่น และคงไม่มีวัยรุ่นที่ไหนถือเงินมากมายแบบนี้เดินไปทั่วหรอก ผู้คนต่างคิดว่าทางโรงประมูลต้องการที่จะปั่นราคาให้สูงขึ้นจึงมีคนเริ่มต่อว่าออกมา “ใครมันปล่อยเด็กออกมาป่วนงานประมูลกันวะ?” “ท่านต้องการจะปั่นราคาเช่นนั้นหรือท่านผู้ดูแล ท่านไม่กลัวโรงประมูลท่านจะเสียชื่อเสียงเลยหรือ” “กล้าเสนอราคาตัดหน้าข้า ต้องการจะมีปัญหากับตระกูลข้าเช่นนั้นหรือเจ้าหนู” เสียงวิจารณ์ต่างๆดังออกมา มีทั้งดูถูก ทั้งข่มขู่ ต่างคิดว่าศิรไม่มีปัญญาจ่ายค่าโอสถ แค่มาปั่นราคา หรือเจ้าของโรงประมูลอาจจ้างมาเพื่อปั่นราคาโดยเฉพาะ “เงียบ!!! โปรดอยู่ในความสงบ หากเขาไม่มีปัญญาจ่ายข้าจะเป็นคนจัดการเขาเอง และข้าขอเอาชื่อเสียงโรงประมูลเป็นประกันว่าข้าไม่ได้จ้างคุณชายท่านนี้มาปั่นราคา ฉะนั้นโปรดเงียบได้แล้ว เราจะได้เริ่มประมูลกันต่อ” เสียงเจ้าของโรงประมูลดังกังวานให้ทุกคนได้ยิน เนื่องจากเขาเปล่งเสียงผ่านลมปราณ ทุกคนจึงได้ยินเสียงเขาอย่างชัดเจน “นายน้อยศิร ท่านเข้าใจที่ข้ากำลังจะสื่อใช่หรือไม่?”เขากล่าวกับศิรด้วยน้ำเสียงธรรมดาไม่ได้แฝงด้วยลมปราณ “หึ!! หากพวกท่านไม่มีเงินก็หุบปากไป ที่นี่คือสถานที่สำหรับคนมี คนจนควรหุบปากไว้จะดีกว่า และไม่ควรตั้งขอสงสัยอะไรทั้งนั้น” ศิรเปร่งเสียงผ่านลมปราณให้ผู้คนได้ยินภายในโรงประมูลได้ยิน ในคำพูดมีทั้งคำเหยียดหยาม คำดูถูก และน้ำเสียงที่เย่อหยิ่งการกระทำของศิรทำให้ทุกคนในโรงประมูลโกรธแค้น “ ดี!! หวังว่าเจ้าจะออกไปจากโรงประมูลครบ 32“ เสียงหนึ่งดังขึ้นโดยไม่มีใครรู้ว่าผู้ใดเป็นคนพูดขึ้นมา “ท่านสร้างเรื่องเก่งเกินไปแล้วนายน้อยศิร ข้าขอแสดงจุดยืนเลยว่า หากท่านก้าวขาออกจากพื้นที่ของโรงประมูล ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับท่าน ความรับผิดชอบทั้งหมดข้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง” เจ้าของ โรงประมูลกล่าวเพื่อปัดความรับผิดชอบ “เอาน่า ถือว่าเป็นสีสรรค์ให้งานประมูลของท่านแล้วกัน และไม่นานท่านคงจะมาขอบคุณข้าแน่ ท่านเจ้าของ”ศิรกล่าวด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์