“แกใจเย็นๆก่อน”
“ตงหยางทำกับแกเกินไปแล้วนะ ฉันต้องไปสั่งสอนสักหน่อย หน๊อยย…..กล้ามาทำให้เพื่อนของฉันเสียน้ำตา”
พอฟังเื่ที่ถิงถิงเล่าจบ อารมณ์รักเพื่อนก็เข้ามาแทนที่ ฉันลุกขึ้นเพื่อจะไปสั่งสอนเื่ที่ตงหยางทำให้ถิงถิงเสียน้ำตา แต่ถิงถิงจากที่กำลังร้องไห้เล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้ฉันฟังอยู่ ตอนนี้กลับมากอดล็อคให้ฉันไม่ไปทำร้ายตงหยางแทน ฉันได้แต่อดกลั้นอารมณ์โมโหแทนถิงถิงเอาไว้ แล้วค่อยๆนั่งลงกอดเพื่อนเอาไว้เพื่อปลอบใจ
“แล้วแกจะเอายังไงต่อไป ฉันว่าแกควรไปถามเื่นี้กับตงหยางให้มันชัดเจนนะว่าจะเอายังต่อ ไม่ใช่ปล่อยให้คาราคาซังแบบนี้ต่อไป ไม่งั้นคนที่จะเจ็บที่สุดจะเป็แกนะ”
“อืม ฉันรู้แล้ว แต่ฉันขอเวลาอีกหน่อยแล้วกัน”
ถิงถิงปาดน้ำตา แล้วส่งยิ้มที่ทำเป็เข้มแข็งให้ฉัน ฉันทำได้แค่เป็กำลังใจให้เพื่อนอยู่ห่างๆ อย่างห่วงๆ
เช้าวันพุธที่สดใส่หลังผ่านคืนที่ฝนตกหนักไปแล้ว แต่ฉันกลับทั้งเหนื่อยจากการทำรายงานวิจัย และการทำงานเป็ครูสอนที่ไม่เป็เวลา ทำให้สภาพของฉันตอนนี้กลับเหมือนิญญาจะหลุดออกจากร่าง แต่ตอนนี้งานที่ได้จากการเป็ครูสอนนักเรียนประธมหรือในมหาลัยก็มีบ้างไม่มีบ้าง ทำให้เงินไม่ค่อยจะพอแต่ก็ต้องค่อยๆประหยัดเอา
“ฟางฟาง หลังเลิกเรียนมาหาอาจารย์ที่ห้องหน่อยนะ”
ฉันพยักหน้าตอบรับอาจารย์ อาจารย์เฉินกวาคนนี้เป็อาจารย์ที่สนิทกับฉัน ท่านจะคอยช่วยเหลือและหางานให้ฉันทำตลอด ถึงแม้ตอนนี้ฉันจะเหนื่อยมากจริงๆ แต่ถ้าอาจารย์ให้ทำอะไรฉันก็คงเต็มใจช่วยเหลืออาจารย์กลับ หลังเลิกเรียน ฉันเลยเดินตรงไปหาอาจารย์เฉินกวาที่ห้อง อาจารย์นั่งอยู่ที่โต๊ะ พร้อมกับเอกสารเต็มโต๊ะกองพะเนินอยู่ อาจารย์เห็นฉันเดินเข้าไปหา จึงยกมือเป็การส่งสัญญาณให้ฉันเดินเข้าไปหา
“ฟางฟาง อาจารย์มีอะไรจะให้ช่วย พอดีอาจารย์มีหลานชายคนหนึ่ง เขากำลังเรียนภาษาไทยอยู่ เขาให้อาจารย์หาครูสอนภาษาไทยให้ แต่เขามีเวลาเรียนแค่วันเสาร์อาทิตย์ั้แ่่ 10-6 โมงเย็น โดยค่าแรงเขาจะให้มากกว่าที่สอนกับคนอื่นอีกหนึ่งเท่า แต่ต้องไปสอนเป็การส่วนตัวที่บ้านเขานะ แต่ไม่ต้องเป็ห่วงนะ รับรองความปลอดภัย เขาเป็หลานอาจารย์แท้ๆเลย เห็นฟางฟางอยากได้งานอยู่ อาจารย์เลยลองมาถามดู สนใจไหม”
“สนใจค่ะ”
//^—^//
ฉันที่ได้ยินเพียงแค่ *ค่าแรงมากกว่าปกติหนึ่งเท่า* หูฉันก็ผึ่ง ปากก็พร้อมตอบตกลงไปแล้ว
“แต่มีข้อแม้เื่นึงนะ การสอนในครั้งนี้ฟางฟางต้องห้ามบอกข้อมูลส่วนตัวของผู้จ้างให้คนอื่นรู้ ฟางฟางทำได้ไหม”
“อ๋ออ…..ได้ค่ะ ไม่มีปัญหาค่ะ เื่นี้จะเป็ความลับค่ะ”
ถึงแม้ยังคงมีความสงสัยที่ผุดขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็นะ…..อาจารย์เป็คนแนะนำ คงไม่มีอะไรที่ต้องคิดมาก อีกอย่างผู้จ้างก็เป็หลานชายของอาจารย์ ลองไปสอนดูสักอาทิตย์ ถ้างานนี้ไม่คุ้ม ค่อยปฏิเสธไปก็คงไม่สาย
“นั้นเริ่มงานเสาร์นี้เลยนะ เดี๋ยวอาจารย์ส่งที่อยู่ไปให้”
“ได้ค่ะ”
//^—^//
“สอนเื่พื้นฐานก่อนแล้วกัน น้องคงจะต้องใช้เวลาอีกสักพักถึงจะเก่ง นั้นเอา….กอเอ๋ยกอไก่ก่อนละกัน แล้วก็เตรียมเอาตัวสระไปด้วย”
หลังกลับมาถึงห้องฉันก็ขมักเขม้นเตรียมเอกสารที่ต้องไปสอนหลานชายอาจารย์ล่วงหน้าเอาไว้ ฉันยังไม่เคยสอนเด็กเล็กเลย ปกตินักเรียนที่มาเรียนกับฉันส่วนใหญ่จะเป็นักศึกษาหรือคนที่โตแล้วทั้งนั้น ครั้งนี้ถือว่าตัวเองได้ลองทำอะไรใหม่ๆ เป็ประสบการณ์อย่างหนึ่ง
“เขาอยู่คอนโดเลยหรอ อืม….อยู่กรุงปักกิ่ง ต้องนั่งรถไฟประมาณครึ่งชั่วโมง แล้วเดินไปต่ออีกนิดนึง ห้อง 1303 ครอบครัวหลานชายอาจารย์ต้องรวยมากแน่เลย นั้นอาจารย์ก็ต้องไม่ธรรมดาแน่นอน”
หลังจากได้ที่อยู่จากอาจารย์ที่ส่งมาให้ ฉันก็ดูแผนที่การเดินทางของพรุ่งนี้ว่าต้องเดินทางไปทำงานยังไงครั้ังแรก ฉันที่ปกติออกไปนอกรั่วมหาลัยน้อยมากอยู่แล้ว บวกกับสมองที่ไม่ถูกกับทิศทางบ้านเมือง ฉันเลยไม่กล้าออกไปไหนคนเดียว แต่ครั้งนี้ถือเป็การผจญภัยแบบเบาๆเลยก็ว่าได้ แต่ทำยังไงได้ *ค่าจ้างมากกว่าปกติอีกเท่าหนึ่ง* ยังคงดังกังวาลดังในหูอยู่เลย
“ใช่คอนโดนี้ไหมน๊าาา ใหญ่จัง จะขึ้นไปได้เลยไหมนะ กว่าจะถึงเวลาสอนก็อีกตั้งชั่วโมงครึ่งเลย”
หลังจากที่ใช้เวลาในการเดินทางเกือบสี่สิบนาที ฉันก็ได้มายืนอยู่หน้าตึกคอนโดใหญ่ตึกหนึ่ง ตึกนี้มีจำนวนชั้นประมาณสิบห้าชั้นถึงจะได้ ทั้งสวยและดูแพงมาก คนที่เข้าออกหน้าคอนโดก็มีแต่คนที่ดูดี มีฐานะ
“สวัสดีครับ มีอะไรให้ช่วยไหมครับ”
หลังจากที่ฉันมัวแต่ด้อมๆมองๆอยู่หน้าตึก พี่รปภ.ที่มองดูฉันอยู่สักพัก ก็เดินเข้ามาทักทายฉัน
“อ๋อ….คือฉันมีนัดกับ…ဝ__ဝ!”
อาจารย์ไม่ได้บอกชื่อมา ฉันก็ลืมถามเสียสนิทเลย
“ใครครับ….หรือบอกเลขที่ห้องก็ได้ครับ เดี่ยวผมให้พนักงานติดต่อสอบถามเ้าของห้องให้ครับ”
“อ๋ออดีค่ะ ห้อง1303 ค่ะ เป็อาจารย์มาสอนน้องนะคะ”
“นั้นเข้ามานั่งรอด้านในสักแป็บก่อนนะครับ เดี๋ยวผมแจ้งพนักงานติดต่อสอบถามให้นะครับ”
หลังจากที่บอกเลขที่ห้องให้คุณลุงรปภ.ที่ดูใจดีคนนี้ทราบเื่แล้ว คุณลุงรปภ.ก็มองหน้าฉันด้วยท่าทางแปลกใจปนสงสัยอยู่นิดหน่อย แต่ก็นะ…คุณลุงอาจจะคิดว่าฉันดูยังสาวอยู่ล่ะมั้ง มาเป็อาจารย์สอนพิเศษแล้วอะไรประมาณนี้แหละ ฉันที่เข้ามานั่งส่งสายตามองนู้นนี้นั้นไปเรื่อยๆ คุณลุงที่หายไปสักพักนึงแล้ว เดินกลับมาพร้อมอะไรสักอย่างในมือ
“เชิญครับ นี่เป็คีย์การ์ดของคุณนะครับ คุณหยางให้ผมเอามาให้คุณ ครั้งต่อไปคุณสามารถใช้คีย์การ์ดนี้สแกนเข้าไปได้เลยนะครับ และคุณหยางฝากบอกให้คุณใช้คีย์การ์ดนี้สแกนเข้าไปในห้องได้เลยนะครับ เพราะเขาไม่ว่างมาเปิดประตูให้”
“อ๋อ..ขอบคุณค่ะ”
ฉันโค้งตัวเล็กน้อยเป็การขอบคุณคุณลุงและรับคีย์การ์ดมาไว้ในมือ ก่อนเดินตรงไปขึ้นลิฟท์และกดไปยังชั้น13
“อืมม.. 1301 1302 1303 ห้องนี้แหละ”
ฉันที่ยืนสงบสติ จัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เหมาะสมกับอาจารย์ที่จะมาให้ความรู้เด็กๆอยู่หน้าห้องสักแป็บนึง ก่อนจะใช้คีย์การ์ดที่ถืออยู่ในมือแตะเพื่อเปิดประตู
~ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ง~~~
~แคร๊ก~
ประตูค่อยๆเปิดออก เผยให้แสงไฟและกลิ่นหอมอ่อนๆจากในห้องลอยออกมา
“ขออนุญาตินะคะ”
ฉันเปิดประตูเข้าไปด้านใน ถอดรองเท้าที่ใส่มาแล้วหยิบรองเท้าแตะที่วางอย่างเป็ระเบียบขึ้นมาใส่ ด้านในห้องถูกออกแบบให้มีความหรูหรา ข้าวของถูกวางไว้อย่างเป็ที่เป็ทาง เหมือนมีพนักงานทำความสะอาดมาทำความสะอาดทุกๆชั่วโมง บ่งบอกถึงเ้าของห้องที่น่าจะรักความสะอาดขั้นสุด ฉันวางกระเป๋าไว้ที่โต๊ะตรงห้องรับแขก ก่อนจะค่อยๆเดินดูรอบๆห้อง วิวด้านนอกโชว์ให้เห็นวิวมุมสูงของตึกอื่นๆและถนนเล็กใหญ่ในตัวเมือง ห้องครัวที่สะอาดเอี่ยมด้านในเคาร์เตอร์มีแก้วไวน์ที่ห้อยเอาไว้ ประดับให้ห้องครัวมีระดับขึ้นไปอีก
~กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง~
เสียงกระดิ่งดังขึ้นมาจากด้านหลัง ฉันรีบหันกลับไปมอง น้องหมาน้อยพันธ์บ้านสีน้ำตาลครีมวิ่งเข้ามาแล้วเอียงคอจ้องมองฉัน ก่อนจะค่อยๆเดินเข้ามาหาแล้วดมๆที่ขาของฉัน ฉันค่อยๆนั่งลงที่พื้นก่อนจะลูบหัวมันอย่างแ่เบาเพื่อทำความรู้จักกับมัน
“น่ารักจังเลย ชื่ออะไรเอ๋ย”
เ้าหมาน้อยค่อยๆนั่งลง แล้วเอาหัวมาอ้อนฉันใหญ่ โดยไม่มีทีท่าว่าจะกลัวฉันเลยแต่อย่างใด ฉันซึ่งมีความรักสุนัขเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว เจอเ้าหมาน้อยตัวนี้อ้อนเข้าไป ทำเอาฉันยิ่งหลงรักเข้าไปใหญ่
//^ U ^//
~แคร๊ก~
“กินอะไรมาหรือยังครับ”
“ဝ__ဝ”
“ဝ__ဝ!”
ฉันใกับน้ำเสียงที่กล่าวคำทักทายขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย รีบหันไปมองตามเสียง แต่ภาพที่อยู่ตรงหน้ากลับทำให้ฉันทั้งดีใจและใไปในเวลาเดียวกัน ผู้ชายตัวสูง ผิวขาวกำลังใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมที่เปียกของตัวเองอยู่หน้าห้องน้ำ ผู้ชายคนนั้นใส่เพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียวปิดด้านล่างเอาไว้ เปลือยเปล่าท่อนบนเผยให้เห็นแผงอกแน่นกับซิกแพคลางๆ ที่มีหยดน้ำเกาะอยู่ ผิวหน้าที่ละเอียดแทบจะไม่เห็นรูขนขน จนฉันที่เป็ผู้หญิงแท้ยังต้องอิจฉา จมูกโด้งเป็สัน กับปากอิ่มเอมสีแดงระเรื่อ กับไฝใต้ตาที่คุ้นเคย ชั่งทำให้คนตรงหน้ายิ่งมีเสน่ห์ สายตาที่ประสานกันของเราสองคน ทำให้ฉันรับรู้ได้ถึงสายตาที่มีความใของเขาที่มีไม่ต่างจากฉัน ก่อนจะเปลี่ยนเป็สายตานิ่งเฉยขึ้นมา
“มองพอรึยัง”
“เออ…ขอโทษค่ะ”
ฉันรีบหันหน้ากลับแล้วเอามือปิดหน้าเอาไว้ ทบทวนหน้าตาของบุคคลคนนั้นอีกครั้ง
“ละ..ละ…หลิน..ลี่หยาง ฉันตาฝาด ฉันตาฝาดแน่ๆ”
ฉันพึมพำกับตัวเองพร้อมเอามือตบหน้าตัวเองเบาๆเพื่อเรียกสติ
“เอออ คือว่า…เอออ..ฉันมาเป็ครูสอนพิเศษภาษาไทยที่นัดไว้ให้มาสอนหลานชายของอาจารย์เฉินกวานะคะ น้องยังไม่ตื่นหรอคะ”
“ก็ผมนี่แหละครับ หลานชายอาจารย์เฉินกวา นักเรียนของคุณ”
ဝ__ဝ!!!
ฉันที่คิดมาตลอดว่าหลานชายอาจารย์คือเด็กน้อยผู้แสนน่ารัก แต่กลับกลายเป็เด็กโตที่มีเสน่ห์เกินห้ามใจไปได้
“เออ..นั้นรบกวนคุณรีบใส่เสื้อผ้าก่อนได้ไหมคะ เราจะได้มาแนะนำตัวกันอย่างเป็ทางอีกครั้งคะ”
“....................”
กลับไม่มีเสียงตอบรับจากบุคคลคนนั้นแล้ว ฉันเลยค่อยๆหันหน้าไปแต่ก็ยังไม่วายเอามือปิดหน้าไว้อยู่ ค่อยๆใช้สายตามองผ่านระหว่างนิ้วเพื่อเช็คว่าเขายังอยู่ตรงนั้นไหม
“อ้าว…ไปไหนแล้วล่ะ”
ฉันลุกขึ้นไปนั่งรอที่โซฟา ไม่นานเกินรอหลินลี่หยางในชุดเสื้อยืดสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีดำเดินมานั่งตรงข้ามกับฉัน แต่สายตาที่เขาจ้องมองฉันกลับทำให้ฉันรู้สึกหนาวสันหลังแปลกๆ
“สวัสดีครับ ผมหลินลี่หยาง เป็หลานอาจารย์เฉินกวา นักเรียนของคุณ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
หลินลี่หยางแนะนำตัวอย่างนิ่งๆ แต่สายตาก็ยังคงมองฉันอย่างไม่ลดละ
“อ๋อ..ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ฉันชื่อเ้าข้าวฟาง เรียกว่าอาจารย์ฟางฟางก็ได้ค่ะ ฉันก็นึกว่าหลานอาจารย์เฉินกวาจะยังเป็เด็กน้อย ไม่คิดว่าจะโตขนาดนี้ แถมยังเป็ดาราอีกด้วย อีกอย่างฉันเป็แฟนคลับคุณด้วยนะคะ ดีใจมากๆที่ได้เจอ ไม่คิดว่า….”
“วันนี้ยังมีสติดีอยู่นิ”
“คะ?”
ฉันที่ยังไม่ทันได้พูดความในใจไปหมด อยู่ๆลี่หยางพูดประโยคแปลกๆขึ้นมา ทำเอาฉันนิ่งไปสักครู่เพราะไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพึ่งเอ่ยออกมา จึงได้แต่ยิ้มแห้งๆให้เขาไป
//^—^៴//
“เราเริ่มเรียนกันเลยไหมคะ”
“อืม”
ฉันเดินไปหยิบเอกสารการสอนที่เตรียมมาส่งให้เขา เขานั่งมองอยู่สักพักก่อนจะหันมองฉัน
“ไม่สอนหรอ..”
“ออ..เออ เราจะเราเรียนพื้นฐานกันก่อนนะคะ โดยการสอนพยัญชนะกันก่อนคะ”
เอาตรงๆตอนนี้หัวใจของฉันเต้นเร็วมาก เหมือนกำลังวิ่งมาราธานระยะไกลมากกว่านั่งสอนเฉยๆอยู่ตรงนี้ ลี่หยาง ดาราในดวงใจกำลังนั่งตั้งใจฟังสิ่งที่ฉันพูดอยู่ ดวงตาดวงนั้นกลับใช้มันมองมาที่ฉัน อร๊ายยยย ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้อีกแล้วจริงๆ ความลับของอาจารย์ที่ฉันสงสัยในวันนั้น วันนี้ฉันเข้าใจอย่างแจ้มแจ้งแล้วค่ะอาจารย์
“งอ งู งองู”
“ออ อู อออู”
“จอ จาน จอ จาน”
“ชอ ชาน ชอ ชาน”
ถึงแม้การเรียนครั้งแรก การออกเสียงจะยากไปหน่อยแต่ทุกอย่างต้องค่อยๆเรียนรู้และจดจำ
“เราเรียนไปสองชั่วโมงแล้ว นั้นพักกลางวันกันก่อนนะคะ เดี๋ยว่บ่ายค่อยทบทวนและฝึกเขียนกัน”
ลี่หยางพยักหน้าตอบรับก่อนที่จะทำท่าทางบิดี้เี {อร๊ายยย จะมีแฟนคลับคนไหนโชคดีได้เห็นลี่หยางบิดี้เีใกล้ชิดเท่าฉันอีกไหมเนี่ย}
~ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ง~~~
เสียงการสแกนคีย์การ์ดหน้าประตูดังขึ้น พร้อมกับเสียงเปิดประตูเข้ามา บ่งบอกถึงการมาของใครบางคน
“ลี่หยาง ฉันซื้ออาหารกลางวันมาให้ อ๊ายยย ผิงอัน”
ผู้หญิงวัยสามสิบกลางๆ ที่หน้าตาดูเหมือนเด็กยี่สิบต้นๆ ส่วมเสื้อเชิ้ตแขนยาว กับกางเกงยีนส์ หน้าอกที่กลมโตบวกกับสะโพกผายที่เว้าได้รูป กลับทำให้เสื้อผ้าที่เธอใส่อยู่ดูทั้งแพงและเซ็กซี่ขึ้นมาเป็ร้อยเท่า เดินเข้ามาแล้ววางอาหารไว้บนโต๊ะ ก้มตัวลงไปเล่นกับหมาน้อยของลี่หยาง (ที่ฉันพึ่งรู้เมื่อกี้ว่าชื่อผิงอัน) แต่น้องหมาก็วิ่งหลบไปหลบมาเหมือนไม่คุ้นเคย ก่อนจะหันมาหาฉันแล้วส่งยิ้มให้แบบเป็มิตรสุดๆ
“สวัสดีค่ะ เป็คุณครูมาสอนลี่หยางใช่ไหมคะ ฉันชื่อลีน่านะคะ เป็ผู้จัดการส่วนตัวของลี่หยางค่ะยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”
“อ๋อ สวัสดีค่ะ ฉันชื่อเ้าข้าวฟาง เรียกฟางฟางก็ได้ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”
“น่าตาน่ารักจังเลย ยังเด็กอยู่เลย มีแฟนหรือยังจ๊ะ”
ဝ__ဝ!
ฉันที่เคยได้ยินมาว่าผู้จัดการส่วนตัวของลี่หยางเป็คนตรงๆใจดีและเป็มิตรกับทุกคน แต่ก็ไม่คิดว่าจะตรงขนาดนี้
//^—^៴//
“เื่ส่วนตัวของเขา จะอยากรู้ไปทำไม”
ลี่หยางหันไปตอบแทนฉัน ก่อนที่ลีน่าจะเดินไปด้านหลังลี่หยางที่นั่งอยู่ที่โซฟา ก้าวเดินไปพร้อมกับใช้มือลูบไหล่ของลี่หยางจากอีกข้างไปยังอีกข้างแล้วนั่งลงบนขอบโซฟาโดยยังมีมืออีกข้างพาดไว้บนไหล่ของลี่หยาง ลี่หยางก็ไม่มีท่าทีปฏิเสธการกระทำดังกล่าวเลย นั่งนิ่งอย่างว่านอนสอนง่าย พี่ลีน่าส่งสายตามองมาที่ฉันที่นั่งตาค้างตั้งใจมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างใ
“เื่นี้ขอให้เก็บเป็ความลับระหว่างพวกเรานะ อย่าบอกให้ใครรู้ล่ะ”
ဝ__ဝ////
“อ๋อออค่ะ ไม่บอกใครค่ะ”
สองคนนี้คบกันอยู่แน่เลย เหมือนที่เคยเป็ข่าว พี่ลีน่าถึงกับเตือนฉันเื่ที่ฉันได้เห็นในวันนี้ไม่ให้บอกใคร แต่บอกตรงๆนะตอนนี้ฉันกลับทำตัวไม่ถูก ใจนึงก็รู้สึกเจ็บจี๊ดที่ดาราในดวงใจกำลังแอบคบผู้จัดการส่วนตัวอยู่ ส่วนอีกใจก็ดีใจที่ฉันเป็ส่วนหนึ่งของความลับระดับประเทศนี้