ตอนที่9
ชีวิตบนขอบเหว
หยางเฉิงแม้ใจอยากจะตามติดพัวพันสองคนร้ายแต่จนใจเคียวโซ่ด้านหน้าที่พุ่งใส่ แยบคายมิธรรมดาแถมตนเองยังได้รับาเ็ก่อนหน้า หากแบ่งสมาธิประมาทไป อาจพ่ายแพ้อย่างรวดเร็ว กลายเป็ตนเองไม่รอดหยางอี้ก็หนีไม่พ้น
สกุลหยางมิใช่สกุลใหญ่ในแผ่นดิน แต่เมื่อครั้งอดีตเคยปรากฏผู้นำระดับลมปราณเชื่อมฟ้าดินขั้นสองอัจฉริยะผู้คิดค้นวรยุทธ์เพลงเตะสกุลหยางสืบต่อลูกหลาน เพลงเตะแม้ไม่ดุดัน แต่ความสามารถสมดุลทั้งรุกรับ
เพลงเตะสกุลหยาง กระบวนท่าปฐีปกปักษ์...หนึ่งเท้ายกเหยียบไวของหยางเฉิง ผสานรวมลมปราณแรกธรรมชาติกระทืบลงพื้นดินก่อเกิดม่านฝุ่นลมปราณดั่งกำแพงชั้นต้น ที่สามารถป้องกันอาวุธลับจู่โจมรอบทิศแต่กระบวนท่ายังไม่สิ้นสุด ขาอีกข้างที่เหลืออาศัยแรงกดของเท้าที่กระทืบเหยียบเป็จุดยึดเหวี่ยงฝ่าเท้ากวาดไวในทิศทางที่โซ่เคียวพุ่งเข้าหาก่อคลื่นลมปราณในแนวระนาบพุ่งปะทะ...หนึ่งปกป้อง สองปะทะชน หมายหยุดยั้งอาวุธสังหารนอกระยะทำการ
แต่คู่ต่อสู้ครานี้มิได้ง่ายดาย ทันทีที่คลื่นลมปราณปะทะกับตุ้มเหล็กปลายโซ่ความไวของกระบวนท่าที่หัวหน้าคนร้ายใช้ออกกลับเพิ่มความไวขึ้นอีกขั้นก่อเป็คลื่นลมแหวกฝ่า สองพลังเสียดสีกันจนเกิดไอร้อนแผ่กระจายรอบแม้คนร้ายระดับลมปราณเท่าเทียมกับหยางเฉิง แต่ตุ้มเหล็กสภาวะดุดันแถมมีลมปราณหนุนส่งจากสายโซ่ที่เชื่อมติดตลอดเวลายังคงสภาวะทะลุฝ่าเข้าใส่หยางเฉิงด้วยดุดันเช่นเดิม
หยางเฉิงฝืนใช้กระบวนต่อเนื่องั้แ่ที่ตัดสินใจเข้าช่วยหยางอี้บวกกับอาการาเ็ที่ยิ่งฝืนออกแรงโลหิตยิ่งไหลมาก กลายเป็ลมปราณติดขัดเวลานี้ทำได้แค่ยกสองแขนขึ้นปิดจุดสำคัญ ก่อนจะสลับท่าเท้ารอคอย ตุ้มเหล็กที่ห่อหุ้มลมปราณปะทะผ่านม่านฝุ่นดินตรงหน้าท่าเท้าของหยางเฉิงก็ตวัดเกี่ยวเข้าใส่ในทันที แต่แล้วในจังหวะสุดท้ายตุ้มเหล็กพลันฉวัดเฉวียนดั่งงูเลื้อย หลบผ่านท่าเท้าที่ยกค้าง จู่โจมถูกแขนซ้ายของหยางเฉิงเข้าอย่างจัง
กรอบบบบ...!!! เสียงกระดูกแขนซ้ายแตกร้าว หยางเฉิงขบฟันแน่นไม่คิดส่งเสียงร้องเ็ปให้อีกฝ่ายได้ยิน
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เพียงแค่กระบวนท่าแรก เ้าก็ย่ำแย่เสียแล้วดูท่าข้าจะกังวลกับเ้ามากจนเกินไป” หัวหน้ามือสังหารเอ่ยพลางกระชากดึงตุ้มเหล็กกลับคืนแต่เมื่อโอกาสเปิดเช่นนี้ มันก็ไม่คิดจะไม่ปล่อยโอกาสงามผ่านเลย ะโคำ “ตาย !!!”พลางกระโจนสูงเหวี่ยงโซ่ด้านเคียวคมเฉือนกวาดกว้างออกก่อสภาวะคล้ายจันทร์เสี้ยวกวาดทำลายซ้ำเติม
หยางเฉิงหอบเหนื่อยไม่ฟื้น แต่สถานการณ์คับขัน ไม่อาจเสี่ยงเข้าปะทะ พอดีพื้นที่รอบข้างเป็ป่าโปร่งบวกกับตนเองมีวิชาตัวเบาโดดเด่น ตัดสินใจดีดตัวหงายร่างตีลังกากลับหลังกลายเป็หัวห้อยพื้น สองขาทะยานพุ่งเกาะเกี่ยวค้างอยู่บนต้นไม้ราวค้างคาว เมื่อนั้นค่อยโยกร่างหลบรอดจากกระบวนท่าสังหารที่เฉือนผ่าไปได้อย่างฉิวเฉียด
คมเคียวแรกผ่านพ้น ต้นไม้ใหญ่ที่หยางเฉิงเกาะยึด ค่อย ๆ เลื่อนหล่นหักโค่น จึงตัดสินใจเหวี่ยงร่างพลิกกลับขึ้นบน ก่อนจะกระแทกเหยียบ อาศัยแรงถีบส่งให้ไม้ร่วงไวขึ้นกระโจนหาที่ยึดเกาะแห่งใหม่
“ท่าร่างไม่ธรรมดา...” หัวหน้ามือสังหารเอ่ยคำ สายตาจับจ้องร่างที่กำลังพุ่งกระโจนสภาวะหมุนควงของโซ่เคียวยังรุนแรงเพิ่มขึ้นไม่หยุดยั้ง ลมหั่นเฉือนพลิ้วกระจายทั่วทิศทุกการปะทะล้วนกรีดลึก ฝังรอยบนผิวไม้เนื้อแข็งเป็ริ้วลึกร่วมครึ่งหุน “...แต่จะหลบกระบวนท่าทำลายล้างของข้าได้หรือไม่มาคอยดูกัน” หัวหน้ามือสังหารตวาดคำ พลางเสริมลมปราณเฉพาะตัวเข้าไปโซ่เคียวที่หมุนวนเพียงระนาบเดียวพลันโยกทแยงขึ้นลงค่อย ๆ ส่ายไปมาไวขึ้นเรื่อย ๆ จนก่อร่างคล้ายทรงกลมห่อคลุมรอบตัวของคนร้ายกลายเป็ทรงกลมสังหารเคลื่อนที่ ทะยานไล่ตามหยางเฉิง ที่พยายามใช้ท่าร่างกระโจนหลบหลีกห่าง
คลื่นลมหั่นเฉือนที่กระจายออกแม้พลังทำลายห่างชั้นจากกระบวนท่าคมเคียวหลายขุม แต่จำนวนที่มากมายแถมยังยากคาดเดาทิศทาง กลับกลายเป็ดาวข่มวิชาท่าร่างโดยเฉพาะ ทำให้หยางเฉิงที่จำต้องฝืนหลบหลีกในระยะกระชั้นชิดแถมมีอาการาเ็บอบช้ำอยู่ก่อน สุดท้ายด้วยจำนวนถี่ยิบไม่อาจหลุดลอดเสียงหั่นเฉือน...ฉับ ฉับ ฉัวะ !!! ดังรัว พริบตาที่ผิดพลาด ปล่อยให้คมอากาศกระทบถูกปลายเท้าที่กำลังเคลื่อนดีดระหว่างเปลี่ยนแรงส่งตัว กลายเป็ท่าร่างเสียการทรงตัว หน้าถลำมุดต่ำ แต่จังหวะที่หยางเฉิงกำลังจะล้มคะมำด้วยไหวพริบแก้ไขว่องไว จึงออกแรงเหยียดแขนขวาที่สมบูรณ์ ปล่อยหมัดกระแทกพื้น ค่อยสะท้อนส่งร่างดีดขึ้นพลิกตัวตีลังกากลับตัวได้อีกครั้ง
แม้แก้ไขสถานการณ์ได้อย่างเฉียดฉิว แต่น่าเสียดายคนร้ายไม่รอให้หยางเฉิงพลิกเปลี่ยนจนสองเท้าติดพื้นอีกคราเร่งจังหวะฝีเท้าขึ้นชั่วอึดใจ กระบวนท่าป่นทำลายพลันเคลื่อนถึงสายโซ่ถูกปล่อยยาวจนสุดรั้งแม้กระบวนท่าเชื่องช้าลงแต่ระยะกลับยืดออกคมเคียวถี่ยิบไม่ปรานีศัตรูพริบตาััถูกหน้าอกของหยางเฉิง กรีดทำลายผ่านเกราะอ่อนที่ชำรุดจนขาดวิ่นก่อนจะเจาะลึกลงผิวกายของหยางเฉิงอย่างนับไม่ถ้วน ละอองโลหิตสาดกระเซ็นแดงฉาน
หยางเฉิงตกอยู่ในสถานการณ์เป็ตายเท่าเทียม ยามนั้นจิตตั้งมั่นต้องเอาชีวิตรอดไปช่วยบุตรชาย ไม่คิดเสียดายเืเนื้อ ใช้ไหวพริบอันเดือดระอุ หนึ่งแขนซ้ายที่กระดูกแตกร้าวยื่นเข้าหาคมสังหารด้วยตนเอง ก่อนหมุนควงสวนทิศร้อยสายโซ่ รัดเข้ากับแขนโดยไม่เกรงกลัว
หัวหน้ามือสังหารใใบหน้าถอดสีไม่คิดว่าหยางเฉิงที่โดยตนรุกไล่จนแต้มกลับมองเห็นจุดอ่อนข้อด้อยของกระบวนท่าก้นหีบของตนยามนั้นคิดเปลี่ยนแปลงก็ไม่ทันการณ์
...คมเคียวแม้สับส่ายยากคาดเดา แต่สายโซ่ผูกรั้งกลับเชื่องช้าง่ายจับต้อง
หยางเฉิงกะจังหวะเป็มั่นเหมาะ แหย่เข้าช่องว่างภายในกรงล้อสังหารโซ่เหล็กหมุนวนรวดเร็ว พริบตาพันรัดรอบหดสั้น แม้แขนซ้ายยิ่งมายิ่งเ็ปแต่ก็ช่วยชะลอกระบวนท่าหมุนวนจนหยุดนิ่ง แต่แรงเหวี่ยงบีบรัดมิใช่ของเล่นระหว่างการกระทำการ หยางเฉิงจำต้องกัดฟันแข็งขืน ใช้ลมปราณห่อหุ้มจนเกินขีดจำกัด สุดท้ายหนึ่งแขนเ็ปสะท้านไม่อาจข่มกลั้นจำต้องกรีดร้องโหยดัง ลมปราณแตกสลายไม่อาจต้าน โซ่เหล็กจึงรัดเข้าจนชิดแน่นสุดท้ายบีบแขนจนแตกะเิ เนื้อแกร่งเล็กลีบแยกขาด กระดูกขาวบีบป่นแหลกเละเสียงขบทำลายหนึ่งโลหะหนึ่งเืเนื้อน่าหวาดเสียว โลหิตกระเซ็นสาดอาบนองพื้น...แต่ความเ็ปนั้นมิใช่จุดสิ้นสุดแต่เป็เพียงจุดเริ่มต้น
กระบวนท่าหมุนควงวงกว้างเช่นนี้จำต้องใช้ออกด้วยลมปราณทั่วร่างประสานเสริม ยามกระทบติดขัด ย่อมมิอาจแก้ไขโดยไว หยางเฉิงฝืนใช้จนลมปราณจนขาดห้วงทั้งเสียสละแขนซ้ายตนเอง ทำให้อีกฝ่ายก็ต้องตอบโต้เท่าเทียม ส่งลมปราณเข้าหักหาญจนแทบเหือดแห้งเช่นกันยามนั้นสายโซ่ที่หดสั้นพันรัดบีบแขนซ้ายจนฉีกขาด กลายเป็บ่วงที่ดึงกระชากระยะห่างระหว่างตนเองกับหยางเฉิงให้แคบเข้าเมื่อจังหวะที่แขนกำลังจะขาดสะบั้น หยางเฉิงแทบสิ้นสติแต่ยังมิลืมลือนกระชากแรงดึงรั้งคราสุดท้าย หัวหน้ามือสังหารจนใจด้วยคาดไม่ถึงจึงมิได้ปล่อยสายโซ่ทิ้งั้แ่ต้น กลายเป็ถูกกระชากตามแรง ส่งร่างพุ่งคะมำเข้าหาหยางเฉิงแขนขวาที่รวมรั้งคอยท่าอยู่ก่อนจนบวมเป่ง ถึงเวลาแตกะเิลมปราณที่แทบจะรีดเร้นจนถึงหยดสุดท้ายห่อหุ้มหมัดขวาราวกับค้อนาหนักนับหมื่นชั่ง กระแทกใส่ศีรษะของหัวหน้ามือสังหารที่คะมำลงอย่างพอดิบพอดี...แม้กระบวนท่ารุนแรงเพียงสามส่วนของยามปกติแต่เพราะเหลี่ยมมุมล้วนอันตราย
ตูม...!!! กรอบ...!!! เสียงแตกะเิดังสะท้านก่อนที่เสียงกระดูกศีรษะแตกเลื่อนลั่นจะดังตามมา
หัวหน้ามือสังหารกระเด็นร่วงย้อนทิศ โลหิตแดงอาบหลั่งไปทั้งใบหน้าและสองหูดวงตาดุร้ายกลายเป็เหลือกขาว สติใกล้ขาดวิ่น แต่หยางเฉิงก็มิได้ดีไปกว่ากันแรงปะทะที่ฝืนใช้ออก มิได้กระแทกเพียงฝั่งเดียว แต่ส่งร่างที่แทบจะสิ้นลมหายใจ ดีดสะท้อนหงายกลับหลังอย่างมิอาจควบคุมแถมแขนซ้ายที่ขาดสะบั้น บัดนี้ยังมิได้รับการแก้ไขโลหิตจึงชโลมหลั่งลงพื้นดินดุจดั่งสายน้ำ ดงฉานนองเป็ทางยาว ลมหายใจรวยริน สลบไสลไม่รู้สึกตัว
ชั่วอึดใจผ่านพ้น สติของหัวหน้ามือสังหารค่อยฟื้นคืน ส่วนหยางเฉิงยังแม้ไม่ตายแต่สองตาปิดสนิท ลมหายใจเริ่มติดขัดเปลวเพลิงแห่งชีวิตใกล้ดับแสงเต็มที
“ฮ่า ฮ่า...ฮ่า ฮ่า ฮ่า...พวกเ้ากลับมาแล้ว”ดวงตาที่ยังคงหรี่ปรือมองเห็นสมุนทั้งสองของตนกำลังกระโจนกลับมาสายตาพร่าเบลอเหลือบมองร่างใกล้ตายของหยางเฉิงแวบหนึ่งก่อนจะหลับลง “รีบมาช่วยข้า”วาจาแหบพร่าแ่เบา แม้าเ็สาหัสแต่ยังปรากฏรอยยิ้มหยามเหยียด
ฉัวะ !!!
คมกระบี่เย็นเยียบ ยามนี้กลับอาบชโลมด้วยโลหิตอุ่นร้อนศีรษะที่ยังคงรอยยิ้มเหยียดหยาม ค่อย ๆ กลิ้งเกลือกไปบนพื้น ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่แทบเท้าของหยางอี้